Mag-log inคิ้วเข้มของทิศเหนือขมวดเข้าหากันเป็นปมขณะอ่านข้อความ ก่อนจะตวัดปลายนิ้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปเพื่อถามหาเหตุผล
ทิศเหนือ ธนาเศรษฐ์: จะแอบหนีเที่ยวที่ไหนอีก
ทางด้านหนูนาที่กำลังกินมื้อเที่ยงในโรงอาหารของคณะกับเพื่อนรักทั้งสองคน เห็นหน้าจอโทรศัพท์มีแสงสว่างปรากฏขึ้น พลันหลุบตามองแจ้งเตือนข้อความที่พี่ชายส่งมา เธอจึงหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาพิมพ์ข้อความตอบกลับทันที
หนูนา นลินญา: ทำรายงานกับเพื่อนที่คณะค่ะ
ทิศเหนือ ธนาเศรษฐ์: ทำที่ไหน
หนูนา นลินญา: ที่มหา’ลัยค่ะ ถ้าไม่เชื่อพี่ทิศเหนือมานั่งเฝ้าดีไหมคะ (อีโมจิทำหน้ายิ้ม)
ทิศเหนือ ธนาเศรษฐ์: แล้วคิดว่าจะเสร็จประมาณกี่โมง คืนนี้พี่นัดพวกพีเอ็มไปกินเลี้ยงกันที่ผับ
เขาแค่เกรงว่าถ้าเสร็จเกินหนึ่งทุ่ม คงจะไปรับน้องสาวด้วยตัวเองไม่ได้
หนูนา นลินญา: น่าจะไม่เกิน 6 โมงค่ะ
ทิศเหนือ ธนาเศรษฐ์: โอเค
ทิศเหนือ ธนาเศรษฐ์: งั้นพี่จะรับเธอไปส่งที่บ้านก่อน ค่อยออกไปหาไอ้พวกนั้น
หนูนา นลินญา: (สติกเกอร์โอเคค่ะ)
ทว่าพอถึงเวลาไปรับหนูนาที่มหาวิทยาลัย เขากลับติดต่อเธอไม่ได้ ไม่รู้ว่าปิดเครื่อง หรือว่าแบตหมดกันแน่ มาเฟียหนุ่มจึงตัดสินใจเปิดประตูก้าวลงจากรถหรู เดินเข้าไปใต้ตึกคณะบัญชี เพราะคิดว่ากลุ่มของน้องสาวคงจะนั่งทำงานกันที่นั่น
ขณะก้าวเดินดวงตาคมก็มองหาหนูนาไปด้วย ทว่าสถานที่ที่มีม้าหินอ่อนตั้งวางอยู่หลายชุดกลับไม่พบน้องสาว เขาจึงมุ่งหน้าไปที่ห้องเอนกประสงค์ ซึ่งเป็นห้องกระจกรายล้อม มีโต๊ะตัวยาวที่นั่งกันได้สองฝั่งประมาณสิบคนวางเรียงรายอยู่ในห้องแอร์
พอเดินเข้าไปใกล้ดวงตาคมก็เห็นแผ่นหลังของหนูนาซึ่งเขาจำได้ดี เธอนั่งอยู่ฝั่งเดียวกับชายหนุ่มในชุดนักศึกษา อีกฝ่ายใช้ท่อนแขนพาดลำคอของเธอ พูดคุยกันด้วยท่าทางสนิทสนม เห็นแล้วก็ทำให้คนเป็นพี่ชายรู้สึกไม่ชอบใจ รีบเปิดประตูเดินเข้าไปทันที
“เอาแขนของมึงออกจากน้องกู”
กลุ่มนักศึกษาห้าคนที่นั่งอยู่ด้วยกันต่างเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงเข้มอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่คนชื่อบอล ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมคณะของหนูนาผละท่อนแขนออกจากเธอทันที พร้อมกับยกมือไหว้คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“สวัสดีครับ พี่ทิศเหนือ”
“มึงรู้จักกูด้วยเหรอ”
“หนูนาเคยเอารูปพี่ชายให้ดูครับ”
บอล หนุ่มหล่อละมุน ใบหน้าออกไปทางลูกครึ่งเกาหลี เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบาขณะมองทิศเหนือ ก่อนจะเบี่ยงสายตาไปยังเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน ซึ่งหนูนากำลังทำหน้าไม่ถูกที่จู่ ๆ พี่ชายก็เข้ามาต่อว่าเพื่อนของเธอ
“รู้ว่าหนูนามีพี่ชายก็ดี วันหลังมึงก็อยู่ให้ห่างจากน้องกูหน่อย อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้กับน้องกูอีก”
“ขอโทษครับ ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้”
ทุกคนต่างพากันอึ้ง ไม่กล้าปริปากพูดแทรกขึ้นมา หนูนาเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี จึงเป็นฝ่ายเอ่ยกับพี่ชาย
“พี่ทิศเหนือมาถึงนานรึยังคะ ทำไมถึงไม่โทรหาหนูนาก่อน”
“โทรแล้ว แต่ไม่ติด”
มือเล็กหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะมากดปลดล็อกหน้าจอ แต่กลับไม่มีการตอบสนอง จึงเงยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเจื่อนขึ้นมองทิศเหนือ
“แบตหมดค่ะ” เอ่ยจบก็ส่งเสียงขำแห้งในลำคอ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับเพื่อนในกลุ่ม
“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ ฝากของพวกนี้ไว้ที่พวกแกด้วย พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ”
“อืม” มาเบลพยักหน้า พร้อมกับส่งเสียงตอบรับในลำคอ
หนูนาคว้ากระเป๋ามาสะพายบนไหล่ แล้วลุกออกจากโต๊ะไปทันที เนื่องจากพี่ชายได้หันหลังเดินออกไปรออยู่ด้านนอกแล้ว
“พี่ชายของหนูนานี่แม่งหวงน้องสาวชะมัดเลยว่ะ”
เสียงของวินดังขึ้น เนื่องจากเขาและบอลต่างเคยได้ยินจากคำบอกเล่าของสามสาวมาก่อน แต่ไม่เคยได้เห็นตัวจริงของทิศเหนือเลยสักครั้ง ไม่คิดว่าจะน่าเกรงขาม และมีแววตาดุร้ายจนน่าขนลุกมากขนาดนี้
“พี่ชายหวงน้องสาวมันก็เรื่องปกติปะ”
ครีมเอ่ย และตามมาด้วยเสียงเตือนของมาเบล
“แกก็ระวังตัวไว้เถอะบอล ไปทำตัวใกล้ชิดกับหนูนามาก ๆ ระวังพี่ทิศเหนือจะเล่นงานเข้าสักวัน”
บอลยกยิ้มให้กับมาเบลโดยไม่เถียงกลับ สำหรับเขาคิดว่าคำขู่ของทิศเหนือไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน คงเป็นเพราะมีความเห็นตรงกันกับครีมว่า พี่ชายก็หวงน้องสาวเป็นธรรมดา เขาก็แค่ใกล้ชิดกับหนูนา ยังไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรให้เธอเสียหายสักหน่อย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องให้หวั่นเกรงไปล่วงหน้า
“ทำให้มือของมันพิการ”ทิศเหนือเอ่ยออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท ก่อนก้าวเข้าไปหาน้องสาวต่างสายเลือดที่ยังนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดผวา ประคองเธอลุกขึ้นยืน โอบกอดร่างเล็กเพื่อปลอบประโลม“ฮือ… พี่ทิศเหนือ ฮึก”เรียวแขนเล็กโอบกอดพี่ชายแน่น แนบใบหน้าแดงก่ำข้างที่ถูกตบซบแผงอกแกร่ง น้ำสีใสเอ่อล้นขอบตาไหลอาบสองแก้ม ส่งเสียงร่ำไห้ปนเสียงสะอื้น คนตัวสูงเลื่อนมือหนาลูบแผ่นหลังของเธอแผ่วเบา“ไม่เป็นไรนะ เธอปลอดภัยแล้ว”มาเฟียหนุ่มหันแผ่นหลังบดบังภาพความรุนแรงต่อจากนี้ไม่ให้หนูนาเห็น ในขณะที่สิงห์ได้รับคำสั่งก็ก้าวเข้าไปหาชายวัยกลางคนใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากของอีกฝ่ายสั่นระริก เอ่ยร้องขอความเห็นใจเสียงสั่นเครือ“ยะ อย่านะ ฉันสาบานว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว”“ก่อนมึงจะยุ่งกับใครก็น่าจะเช็กประวัติสักหน่อย แต่จะมาพูดตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ”สิงห์ยกเท้าเหยียบมือข้างที่ถูกยิงของวัฒนา กดเข้ากับหน้าอก แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงต่ำ แววตาเย็นเยือกไม่ต่างจากผู้เป็นนาย ก่อนดึงเท้าออกพร้อมย่อตัวลงนั่ง มือหยิบมีดพกที่เหน็บตรงถุงเท้าออกมากดให้ปลายมีดเด้งออก แสงนีออนสีแดงสะท้อนลงบนปลายมีดแหลมคม พลันทำให้หัวใจของวั
หลายนาทีก่อนหลังจากทิศเหนือได้รับข้อความจากน้องสาวตอนที่เธอขอไปเข้าห้องน้ำว่า ให้มารอรับได้เลย เขาและลูกน้องคนสนิทก็ได้เดินทางออกจาก V.K.T. Pub มุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งขณะอยู่ระหว่างทางมาเฟียหนุ่มก็ได้รับสายของหนูนาอีกครั้ง ทว่าปลายสายกลับไม่ได้กำลังพูดกับเขา ทำให้มาเฟียหนุ่มร้อนใจ เพราะจากที่ได้ยินคาดว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย“ไอ้สิงห์ เหยียบให้มิด กูต้องการไปถึงคลับให้เร็วที่สุด”“ครับ”สิงห์กดปลายเท้าลงบนคันเร่งตามที่ได้รับคำสั่ง ไม่ถึงสามนาทีรถหรูก็เคลื่อนเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของคลับ ซึ่งอยู่ห่างจากผับของทิศเหนือประมาณสามกิโลเมตรขณะก้าวลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ทิศเหนือก็ออกคำสั่ง“โทรตามคนของเรามาเดี๋ยวนี้”“ครับ”สิงห์เร่งฝีเท้าตามหลังผู้เป็นนาย พลางล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาต่อสายไปยังผู้ควบคุมดูแลบอดีการ์ด สั่งให้ทางนั้นรีบนำลูกน้องมาที่คลับแห่งนี้โดยด่วน“คุณลูกค้ามากันกี่ท่านครับ”พนักงานของร้านเดินมาต้อนรับ ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบจากชายหนุ่มทั้งสองราย มาเฟียหนุ่มจ้ำอ้าวไปหยุดอยู่หน้าห้องวีไอพีที่หนูนาบอกให้เขาทราบ มือหนาเลื่อนจับก้านโยกประตู ทว่ากลับถูกล็อกกลอ
คราแรกธีร์ก็หลงใหลในรูปโฉมของหนูนา อยากเชยชมตอนสาวสวยคนนี้เปลือยกายอยู่บนเตียงของเขาสักครั้ง ทว่าเธอดูไม่ง่ายเหมือนคนก่อน ๆ ประจวบกับได้รับงานจากบริษัทของวัฒนา ซึ่งทั้งสองมักจะตกลงกันเรื่องส่งต่อเด็กฝึกงานให้มาเป็นของเล่นบนเตียงของนักธุรกิจวัยกลางคน เพื่อแลกกับค่าตัวหลักหมื่นที่ธีร์จะได้รับ และในเมื่อหนูนาไม่ยอมเล่นกับเขา ในฐานะพี่เลี้ยงที่เธอไว้วางใจจึงวางแผนเรื่องตรวจเอกสารผิดพลาด เพื่อพาเธอมาส่งให้ถึงมือของวัฒนาด้วยตัวเอง“ขอให้มีความสุขกับน้องหนูนานะครับ”“ฮ่าฮ่าฮ่า”วัฒนาส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทันใดนั้นหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เปิดประตูเข้าห้องมา พี่เลี้ยงของเธอก็ลุกออกจากโซฟา พลางเอ่ย“ฝากคุณวัฒนาด้วยนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”หนูนาพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ ก่อนจะนั่งลงโซฟาตัวเดิม ภายในห้องเหลือกันเพียงชายหนึ่งหญิงหนึ่ง นักธุรกิจวันกลางคนก็เริ่มออกลาย“มานั่งกับพี่ไหม จะได้ไม่เหงา”“มะ ไม่เป็นไรค่ะ”“มาเถอะครับ พี่อยากอยู่ใกล้น้องใจจะขาด”วัฒนาเลื่อนมือหนาไปกอบกุมข้อมือของหนูนา ส่งผลให้เธอผละตัวออกจากโซฟาเพราะถูกแรงของอีกฝ่ายเหนี่ยวรั้ง หญิงสาวในชุดนักศึกษาโน้มกายลงทาบท
หนูนาเดินทางไปยังสถานที่นัดเลี้ยงลูกค้าพร้อมกับธีร์ คราแรกเธอก็นึกว่าเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ทั่วไป ทว่ารถของพี่เลี้ยงกลับเลี้ยวเข้าไปที่คลับแห่งหนึ่ง เธอจำต้องก้าวลงจากรถ เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน ก่อนตัดสินใจเอ่ยถาม ขณะหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพี“นัดลูกค้าที่นี่เหรอคะ”“อืม คุณวัฒนาไม่ชอบสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน มันแอร์อัด พี่ก็เลยจองห้องวีไอพีไว้รับรองลูกค้า”หนูนาเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปห้องรับรองส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาคนละตัว ด้านหน้ามีโต๊ะกลาง และเมนูอาหารวางอยู่“อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”“พี่ธีร์สั่งได้เลยค่ะ หนูขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”“มาเที่ยวทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าได้ไงครับ งั้นพี่สั่งเป็นคอกเทลให้แล้วกัน ดื่มง่าย ค่อย ๆ จิบไป”“ค่ะ”ไม่นานพนักงานของคลับก็ได้ทยอยนำเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ลูกค้าสั่งเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ สักพักประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ จะก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาคือ วัฒนา เจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นคนรูปร่างสูงท้วมเล็กน้อย ตัด
หนูนาพาพี่ชายเข้าไปล้างแผลในห้องน้ำ เนื่องจากเธอต้องใช้น้ำเกลือราดลงบนบาดแผลโดยตรง ไม่ได้ใช้วิธีเช็ด ก่อนจะส่งเสียงพึมพำ“ไม่รู้ว่าไปโดนเลือดของพวกมันด้วยรึเปล่า ต้องล้างให้สะอาดก่อนค่ะ”หนูนาหยิบผ้าสะอาดมาซับคราบน้ำที่มือของพี่ชาย ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องน้ำไปนั่งตรงปลายเตียง เธอบีบเนื้อครีมของยาฆ่าเชื้อพร้อมสมานแผลลงบนนิ้ว จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยตัวยาลงบนแผลถลอกด้านหลังมือ ซึ่งเป็นผิวหนังตรงกระดูกที่เชื่อมต่อไปยังนิ้วมือทั้งห้าด้วยความระมัดระวัง“แสบไหมคะ”เธอช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าให้เธอเป็นคำตอบ“หนูนาไม่อยากเห็นพี่ทิศเหนือเจ็บตัวแบบนี้เลย”“หึ เห็นแผลแค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้ พี่ก็แค่เจ็บมือ ไม่ได้ตายสักหน่อย”มือเล็กยกขึ้นปิดริมฝีปากของทิศเหนือเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเรื่องอัปมงคล“ห้ามพูดค่ะ พี่ทิศเหนือจะต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”เขาจับมือของน้องสาวออก แล้วเอ่ย“ต่อไปพี่จะระวังให้มากกว่านี้ เธอเองก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ทำไมถึงไม่โทรมาหาพี่”“หนูนาขอโทษค่ะ ตอนนั้นเหตุการณ์มันฉุกละหุก แต่คิดว่ายังไงก็ต้องมีพระ
คนถูกหมัดไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง นอนยกมือสั่นเทาไหว้หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังใช้เท้าเหยียบหน้าอกเต็มแรง ร้องขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะ สร้อยเส้นนี้ฉันจะยกให้แทนคำขอโทษ”มาเฟียหนุ่มโน้มกายลงไปจับสร้อยเส้นหนาน้ำหนักสิบบาท มุมปากของเขายกยิ้มเย้ยหยัน ก่อนผละมือออก เมื่อของสิ่งนั้นช่างไร้ค่าในสายตาของเขา“กูจะเอาสร้อยของมึงมาทำห่าอะไร ถ้ามึงไม่เสนอหน้ามายุ่งกับน้องกูก่อน จุดจบของมึงก็คงไม่เป็นแบบนี้”ทิศเหนือกระทืบซ้ำหลายครั้งระบายอารมณ์ ก่อนจะเตะสวนเข้าใบหน้าของคนที่มันกล้ามายุ่งกับหนูนาจนหน้าหัน สลบไปทันที“ฆ่าพวกมันเลยไหมครับ” สิงห์เอ่ยถาม“ความตายมันง่ายไป คนอย่างพวกมันต้องไปลิ้มรสข้าวแดงในคุก มึงโทรหาผู้กำกับกิตติ แล้วขอยาเสพติดที่รอทำลายมายัดใส่ท้ายรถของพวกมัน จากนั้นก็จัดฉากเหมือนว่าขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วให้ผู้กำกับนำทีมมาจับพวกมันซะ อย่าลืมจัดการกับภาพที่หลุดไปในคืนนี้ด้วยล่ะ”ทิศเหนือเคยเห็นเสี่ยคนนี้หลายครั้ง มาที่ผับของเขาแต่ละทีก็มักจะตอแยนักท่องเที่ยวสาวไปทั่ว บางครั้งก็มีการนัดรับส่งอะไรบางอย่างกันที่โรงจอดรถของผับ ในเมื่อมันกล้ามาหยามเขาถึงที่ เขา







