تسجيل الدخولทิศเหนือเดินทางไปถึงตึก P.M. BODYGUARD VIP เขาก็เปลี่ยนไปใส่ชุดออกกำลังกายสำหรับผู้ชาย ก่อนจะออกจากห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุด ลงไปยังสนามฝึกทักษะการป้องกันตัว
ภายในโรงยิมมีกลิ่นสเปรย์แก้ปวดเมื่อยลอยคลุ้ง เสียงกระแทกของร่างกายจากการเหวี่ยงหมัดใส่กระสอบทราย และท่าทางการต่อสู้ของพวกบอดีการ์ดพลันหยุดลง
ชายวัยยี่สิบไปจนถึงสี่สิบปีหันมาจ้องผู้เป็นนายที่กำลังเดินผ่านพวกเขา ทิศเหนือก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนสังเวียนมวย และคนที่เดินไล่หลังก็คือลูกน้องคนสนิทของมาเฟียหนุ่ม พลันทำให้คนที่อยู่บนนั้นสละพื้นที่ให้กับทั้งสองคน
ชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่ฝึกอยู่ตามมุมต่าง ๆ พากันกระตุกยิ้ม กรูเข้าไปยืนล้อมสังเวียนมวย เพราะคิดว่ามีเรื่องสนุกให้ดู
“พวกมึงว่าเฮียสิงห์กับบอส ใครจะชนะ”
“ก็ต้องเป็นบอสของพวกเราอยู่แล้ว”
“แต่ก็ไม่แน่นะเว้ย เฮียสิงห์ก็ฝีมือสูสีกับบอสมาตลอด วันนี้อาจจะฟลุกขึ้นมาก็ได้”
“มึงมาพนันกับกูไหม ถ้าเฮียสิงห์ชนะ กูจะให้มึงเอาบิ๊กไบค์ไปขับเล่นหนึ่งอาทิตย์”
“แต่ถ้าบอสชนะ พวกมึงต้องเอาเงินเดือนมาเลี้ยงเหล้ากูทุกอาทิตย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน”
“เอาดิ กลัวที่ไหน”
เสียงของพวกบอดีการ์ดวัยหนุ่มเอ่ยหยอกล้อกันอย่างออกรส พอท้าพนันกันเสร็จก็ตั้งหน้าตั้งตารอผลแพ้ชนะของมาเฟียหนุ่มกับลูกน้องคนสนิทบนสังเวียนมวย
เสียงโห่เชียร์ดังขึ้น ทิศเหนือกำลังโยกตัวหลบหมัดของลูกน้องคนสนิทอย่างพริ้วไหว ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ทำให้หมัดของสิงห์ชกโดนเพียงความว่างเปล่าไปหลายครา
“หลบเก่งเป็นปลาไหลเลยนะครับ”
“ความเร็วตกไปนะไอ้สิงห์ เมื่อคืนมึงแอบไปดื่มมาเหรอ”
สิงห์หลุดขำในลำคอ เนื่องจากไปเที่ยวร้านเหล้ามาจริง ๆ กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ปาไปครึ่งค่อนคืน ทำให้รวบรวมสมาธิจดจ้องกับการต่อสู้ในครั้งนี้ได้ยาก ไม่นานก็ถูกหมัดขวาของทิศเหนือสวนเข้าปลายคางหงายหลังล้มลงทันที
น้ำเสียงโห่ด้วยความเสียดายดังขึ้นจากคนที่เชียร์ฝั่งสิงห์ มาเฟียหนุ่มยื่นมือออกไปด้านหน้า พอลูกน้องคนสนิทจับมือของเขาก็รั้งให้อีกฝ่ายลุกขึ้นยืน ต่างคนต่างตั้งการ์ดใหม่
“ตั้งใจหน่อยสิวะ ถ้าวันนี้มึงล้มกูได้ กูจะแจกโบนัสให้กับทุกคน”
สิงห์ได้ยินประโยคนี้ของผู้เป็นนายก็ถึงกับคิดหนัก เพราะกำลังถูกทุกคนตั้งความหวัง
“งั้นผมไม่ออมมือแล้วนะ”
“จัดมาเลยไอ้สิงห์” มุมปากของทิศเหนือกระตุกขึ้นอย่างพร้อมตั้งรับ
“เอาเลยเฮียสิงห์”
“จัดหนักให้บอสเลยครับ”
“เฮียสิงห์เอาโบนัสมาให้พวกเราให้ได้”
เสียงเชียร์รอบสังเวียนยิ่งทำให้สิงห์ฮึกเหิม สองหนุ่มที่มีอายุไล่เลี่ยกันด้านบนต่างผลัดกันปล่อยหมัด และโยกตัวหลบ จังหวะหนึ่งทิศเหนือก็ถูกมัดซ้ายต่อยเข้าที่มุมปากไปหนึ่งที เรียกเสียงฮือฮาของพวกลูกน้องได้เป็นอย่างดี
มาเฟียหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ใช้ลิ้นดันมุมปากที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงแค่นหัวเราะอย่างชอบใจที่อีกฝ่ายไม่ออมมือ จากนั้นก็ถึงตาที่เขาจะเอาจริงบ้าง ทำให้สิงห์ถูกรัวหมัดจนเป็นฝ่ายตั้งรับ ใบหน้าของเขาแดงช้ำ ประคองตัวไม่อยู่จนล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างคนหมดแรง
“พอแล้วครับ” สิงห์ยกมือขึ้นห้าม ราวกับเป็นการยกธงขาวว่ายอมแพ้
“หึ แค่นี้ก็ยอมแพ้แล้วเหรอวะ ไม่สมกับเป็นลูกน้องคนสนิทของกูเลย”
“ก็เพราะผมเป็นลูกน้องไง มีหน้าที่ต้องปกป้องเจ้านาย ไม่ใช่ทำให้เจ้านายเจ็บตัว”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูมันพูดเข้า ทำกูซึ้งเลยว่ะ”
ทิศเหนือหลุดเสียงขำในความจงรักภักดีของสิงห์ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกน้องที่ยืนรายล้อมสังเวียนมวย
“ส่วนพวกมึงไม่ต้องเสียดายไป ถึงจะไม่ได้โบนัสเพราะไอ้สิงห์มันแพ้ แต่กูก็จะพาไปเลี้ยงอยู่ดี คืนนี้หนึ่งทุ่มเจอกันที่ผับของกู”
“ฮิ้ว…”
“ขอบคุณครับบอส”
“ว่าแล้ว บอสทั้งหล่อ แล้วก็ใจดี”
“ขอให้เจริญ ๆ นะครับบอส”
ถ้อยคำขอบคุณและเยินยอดังขึ้นจนฟังไม่ทัน มาเฟียหนุ่มเพียงกระตุกยิ้มให้พวกชายฉกรรจ์เท่านั้น ก่อนจะก้าวลงจากสังเวียนมวยไปพร้อมกับลูกน้องคนสนิทที่เดินตามหลังกันออกไปจากโรงยิม
หลังจากกลับขึ้นไปบนห้องทำงาน และเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็ออกมานั่งทำงานที่โต๊ะ จนกระทั่งเกือบเที่ยงสิงห์ก็เคาะประตู แล้วเปิดเข้ามา
“ได้เวลากินข้าวแล้วครับ”
“อืม”
มาเฟียหนุ่มเดินไปยังโรงอาหารของตึก ซึ่งลูกน้องคนสนิทได้เตรียมอาหารมารอไว้ที่โต๊ะประจำเรียบร้อยแล้ว ขณะนั่งลงเก้าอี้ทิศเหนือก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพราะตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่มีเวลาได้จับโทรศัพท์ พอปลดล็อกหน้าจอดวงตาคมก็เห็นแจ้งเตือนข้อความที่ได้รับจากน้องสาวต่างสายเลือด จึงกดเปิดอ่าน
หนูนา นลินญา: วันนี้กลับค่ำหน่อยนะคะ
เช้าวันต่อมาธีร์เดินออกจากลิฟต์ พลางใช้นิ้วชี้แกว่งบัตรพนักงาน เดินผิวปากมาทำงานอย่างสบายใจ ทว่าหลังจากสแกนบัตรเพื่อเข้าบริษัทก็พบชายฉกรรจ์ห้าคนยืนอยู่ตรงหน้าประตู สีหน้าแต่ละคนเคร่งขรึมเขาทำทีไม่สนใจ จับสายของบัตรพนักงานขึ้นคล้องคอ แล้วเดินเข้าไปที่แผนก ทว่าเท้าทั้งสองข้างกลับต้องชะงัก เมื่อมีบุคคลปริศนานั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนด้วยท่วงท่าสบาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบนโต๊ะทำงานของเขา ด้านหลังของชายคนดังกล่าวมีชายอีกสามคนที่แต่งตัวไม่ต่างจากห้าคนด้านนอกยืนอยู่ด้วยธีร์กวาดสายตามองไปโดยรอบ พบว่าเพื่อนร่วมทีมที่มักจะมาถึงก่อนเขาเป็นประจำ ไม่มีใครนั่งอยู่ที่โต๊ะเลยสักคน ส่วนโต๊ะทำงานของกลุ่มอื่นก็มีพนักงานเพียงประปราย คิ้วเข้มย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าพนักงานของแผนกตรวจสอบบัญชีหายหน้าไปไหนหมด ก่อนจะเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของตนเอง“พวกคุณเป็นใคร แล้วใครอนุญาตให้มานั่งโต๊ะของผม”“มึงอยากรู้เหรอว่ากูเป็นใคร”ทิศเหนือเอ่ยตอบคำถามเสียงเรียบ ก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณ ลูกน้องคนสนิทก็ปรี่เข้าเหวี่ยงหมัดใส่โหนกแก้มข้างซ้ายพนักงานชาย ก่อนใช้สองมือกดแผ่นหลังให้โน้ม
ทิศเหนือลุกออกจากโซฟาไปเคาะประตูห้องน้ำ เพราะเริ่มรู้สึกว่าน้องสาวอาบน้ำนานผิดปกติ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล“หนูนา เป็นอะไรรึเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อย”คนที่อยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงอันคุ้นเคย พลันทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบ เงยใบหน้าที่ฟุบลงบนเข่ามองไปทางประตูด้วยแววตาวูบไหว ก่อนจะได้สติว่าเธอนั่งอยู่ใต้สายน้ำจากฝักบัวเป็นเวลานาน จนมือเท้าทั้งสองข้างไร้สีเลือดฝาด และเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น“หนูนาไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ขอเวลาอีกสิบนาทีนะคะ”หญิงสาวรีบถอดชุดนักศึกษา แล้วฟอกสบู่บนเรือนร่าง ขัดถูแรง ๆ จนผิวกายขาวเนียนขึ้นสีแดงด้วยความขยะแขยง เมื่อนึกถึงภาพตอนถูกวัฒนาแตะเนื้อต้องตัว จัดการตัวเองเสร็จก็หยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบอก แล้วเดินออกจากห้องน้ำ เข้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องนอนเธอนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งราวกับคนสติเลื่อนลอย ไม่รู้ตัวเลยว่าพี่ชายเข้ามาหาตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีเขาก็จับไดร์ออกไปจากมือของเธอ แล้วยืนเป่าผมให้โดยไม่ต้องร้องขอ หนูนาข่มกลั้นความเสียใจเอาไว้ ทว่าสีหน้าของเธอมันกลับเก็บซ่อนได้ไม่มิด“อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวพี่โทรสั่งให้”ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าของน้องสาวต่าง
“ทำให้มือของมันพิการ”ทิศเหนือเอ่ยออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท ก่อนก้าวเข้าไปหาน้องสาวต่างสายเลือดที่ยังนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดผวา ประคองเธอลุกขึ้นยืน โอบกอดร่างเล็กเพื่อปลอบประโลม“ฮือ… พี่ทิศเหนือ ฮึก”เรียวแขนเล็กโอบกอดพี่ชายแน่น แนบใบหน้าแดงก่ำข้างที่ถูกตบซบแผงอกแกร่ง น้ำสีใสเอ่อล้นขอบตาไหลอาบสองแก้ม ส่งเสียงร่ำไห้ปนเสียงสะอื้น คนตัวสูงเลื่อนมือหนาลูบแผ่นหลังของเธอแผ่วเบา“ไม่เป็นไรนะ เธอปลอดภัยแล้ว”มาเฟียหนุ่มหันแผ่นหลังบดบังภาพความรุนแรงต่อจากนี้ไม่ให้หนูนาเห็น ในขณะที่สิงห์ได้รับคำสั่งก็ก้าวเข้าไปหาชายวัยกลางคนใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากของอีกฝ่ายสั่นระริก เอ่ยร้องขอความเห็นใจเสียงสั่นเครือ“ยะ อย่านะ ฉันสาบานว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว”“ก่อนมึงจะยุ่งกับใครก็น่าจะเช็กประวัติสักหน่อย แต่จะมาพูดตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ”สิงห์ยกเท้าเหยียบมือข้างที่ถูกยิงของวัฒนา กดเข้ากับหน้าอก แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงต่ำ แววตาเย็นเยือกไม่ต่างจากผู้เป็นนาย ก่อนดึงเท้าออกพร้อมย่อตัวลงนั่ง มือหยิบมีดพกที่เหน็บตรงถุงเท้าออกมากดให้ปลายมีดเด้งออก แสงนีออนสีแดงสะท้อนลงบนปลายมีดแหลมคม พลันทำให้หัวใจของวั
หลายนาทีก่อนหลังจากทิศเหนือได้รับข้อความจากน้องสาวตอนที่เธอขอไปเข้าห้องน้ำว่า ให้มารอรับได้เลย เขาและลูกน้องคนสนิทก็ได้เดินทางออกจาก V.K.T. Pub มุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งขณะอยู่ระหว่างทางมาเฟียหนุ่มก็ได้รับสายของหนูนาอีกครั้ง ทว่าปลายสายกลับไม่ได้กำลังพูดกับเขา ทำให้มาเฟียหนุ่มร้อนใจ เพราะจากที่ได้ยินคาดว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย“ไอ้สิงห์ เหยียบให้มิด กูต้องการไปถึงคลับให้เร็วที่สุด”“ครับ”สิงห์กดปลายเท้าลงบนคันเร่งตามที่ได้รับคำสั่ง ไม่ถึงสามนาทีรถหรูก็เคลื่อนเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของคลับ ซึ่งอยู่ห่างจากผับของทิศเหนือประมาณสามกิโลเมตรขณะก้าวลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ทิศเหนือก็ออกคำสั่ง“โทรตามคนของเรามาเดี๋ยวนี้”“ครับ”สิงห์เร่งฝีเท้าตามหลังผู้เป็นนาย พลางล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาต่อสายไปยังผู้ควบคุมดูแลบอดีการ์ด สั่งให้ทางนั้นรีบนำลูกน้องมาที่คลับแห่งนี้โดยด่วน“คุณลูกค้ามากันกี่ท่านครับ”พนักงานของร้านเดินมาต้อนรับ ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบจากชายหนุ่มทั้งสองราย มาเฟียหนุ่มจ้ำอ้าวไปหยุดอยู่หน้าห้องวีไอพีที่หนูนาบอกให้เขาทราบ มือหนาเลื่อนจับก้านโยกประตู ทว่ากลับถูกล็อกกลอ
คราแรกธีร์ก็หลงใหลในรูปโฉมของหนูนา อยากเชยชมตอนสาวสวยคนนี้เปลือยกายอยู่บนเตียงของเขาสักครั้ง ทว่าเธอดูไม่ง่ายเหมือนคนก่อน ๆ ประจวบกับได้รับงานจากบริษัทของวัฒนา ซึ่งทั้งสองมักจะตกลงกันเรื่องส่งต่อเด็กฝึกงานให้มาเป็นของเล่นบนเตียงของนักธุรกิจวัยกลางคน เพื่อแลกกับค่าตัวหลักหมื่นที่ธีร์จะได้รับ และในเมื่อหนูนาไม่ยอมเล่นกับเขา ในฐานะพี่เลี้ยงที่เธอไว้วางใจจึงวางแผนเรื่องตรวจเอกสารผิดพลาด เพื่อพาเธอมาส่งให้ถึงมือของวัฒนาด้วยตัวเอง“ขอให้มีความสุขกับน้องหนูนานะครับ”“ฮ่าฮ่าฮ่า”วัฒนาส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทันใดนั้นหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เปิดประตูเข้าห้องมา พี่เลี้ยงของเธอก็ลุกออกจากโซฟา พลางเอ่ย“ฝากคุณวัฒนาด้วยนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”หนูนาพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ ก่อนจะนั่งลงโซฟาตัวเดิม ภายในห้องเหลือกันเพียงชายหนึ่งหญิงหนึ่ง นักธุรกิจวันกลางคนก็เริ่มออกลาย“มานั่งกับพี่ไหม จะได้ไม่เหงา”“มะ ไม่เป็นไรค่ะ”“มาเถอะครับ พี่อยากอยู่ใกล้น้องใจจะขาด”วัฒนาเลื่อนมือหนาไปกอบกุมข้อมือของหนูนา ส่งผลให้เธอผละตัวออกจากโซฟาเพราะถูกแรงของอีกฝ่ายเหนี่ยวรั้ง หญิงสาวในชุดนักศึกษาโน้มกายลงทาบท
หนูนาเดินทางไปยังสถานที่นัดเลี้ยงลูกค้าพร้อมกับธีร์ คราแรกเธอก็นึกว่าเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ทั่วไป ทว่ารถของพี่เลี้ยงกลับเลี้ยวเข้าไปที่คลับแห่งหนึ่ง เธอจำต้องก้าวลงจากรถ เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน ก่อนตัดสินใจเอ่ยถาม ขณะหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพี“นัดลูกค้าที่นี่เหรอคะ”“อืม คุณวัฒนาไม่ชอบสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน มันแอร์อัด พี่ก็เลยจองห้องวีไอพีไว้รับรองลูกค้า”หนูนาเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปห้องรับรองส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาคนละตัว ด้านหน้ามีโต๊ะกลาง และเมนูอาหารวางอยู่“อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”“พี่ธีร์สั่งได้เลยค่ะ หนูขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”“มาเที่ยวทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าได้ไงครับ งั้นพี่สั่งเป็นคอกเทลให้แล้วกัน ดื่มง่าย ค่อย ๆ จิบไป”“ค่ะ”ไม่นานพนักงานของคลับก็ได้ทยอยนำเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ลูกค้าสั่งเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ สักพักประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ จะก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาคือ วัฒนา เจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นคนรูปร่างสูงท้วมเล็กน้อย ตัด

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





