Masuk“เมื่อวานไปเยี่ยมพี่เขามาเป็นยังไงบ้าง”
“ยังไม่ฟื้นเลย พึ่งผ่าตัดเสร็จเมื่อวาน เห็นพี่สาวที่เป็นหมอรักษาบอกว่าตอนนี้อาการทรงตัวแล้ว รอให้พี่เขาฟื้นอีกที แล้วก็ค่อยรักษาตามอาการนะ”
ทั้ง 4 สาวพูดคุยกันในระหว่างที่รออาจารย์เข้าสอน ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วที่พวกเธอจะเป็นนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วทุกคนก็จะมีเส้นทางที่เลือกไว้ เช่นเดียวกันกับโรส ที่พ่อแม่ปูทางไว้ตั้งแต่เธอขึ้นปีสอง นั้นก็คือไปต่อปริญญาโทที่ฝรั่งเศล แต่ตัวของเธอนั้นไม่อยากไป เธออยากต่อโทที่ประเทศไทยมากกว่า
“เลิกเรียนแล้วไปสนามกีฬากลางกันไหม”
“หืม ไปทำไมค่ะ คุณหนูโรส”
“ไปดูเขาแข่งบอลกัน”
“ใครแข่งกับใคร คณะเราเหรอ”
“โอ๊ย!! ไม่ใช่คณะเราหรือมหาวิทยาลัยเราหรอก”
“อ่าว แล้วเธอชวนพวกเราไปเชียร์ใคร”
“ดินนะ เขาลงเตะนัดกระชับมิตรภายในมอเขา”
“ว่าหล่ะ” บัว พุดซ้อนและมะลิถึงกับกรอกตาแล้วมองบนทันทีที่ได้ยินโรสบอก
“นะ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ นะๆ”
“เอ่อๆ เลี้ยงชาเขียวพวกฉันเลยนะ ร้อนก็ร้อน ยังจะชวนกันไปอีก เฮ่อ”
“เย้ๆๆ พวกเธอน่ารักที่สุดเลย ป่ะๆ เอารถฉันไปนะ”
“วันนี้ขับรถมาเองเหรอ นึกว่าให้คนขับรถที่บ้านขับมาส่งเหมือนกับทุกวัน”
“ไม่ ก็วันนี้จะไปดูดินเขาเตะบอลไง ฉันก็เลยขับรถมาเอง จะได้สะดวก”
“อ่อ เตรียมการมาดีเลยนะ ถ้าเป็นเรื่องของผู้ชายนะ”
“อิอิ อันนั้นมันแน่อยู่แล้วหล่ะ ป่ะ ไปกัน เดียวรถจะติด”
สนามกีฬากลาง.....
“คนเยอะเหมือนกันนะเนี้ย”
“ใช่ๆ โอ๊ะ!! นั้น เราไปนั่งตรงนั้นกัน ใกล้กับจุดพักของทีมดินพอดีเลย”
ทันทีที่เห็นจุดนั่งว่าง ทั้ง 4 คนก็รีบตรงดิ่งเข้าไปจับจองที่นั่งกันทันที เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งไป เพราะตอนนี้ก็ไกล้จะถึงเวลาลงแข่งขันแล้ว ผู้คนก็ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ
“นี้แค่แมตช์กระชับมิตรนะ คนเชียร์ยังเยอะขนาดนี้”
“มันก็ต้องเยอะเป็นธรรมดาไหม แกดูนักฟุตบอลแต่ละทีมดิ งานดีทั้งนั้น เชื่อฉันสิ มาดูบอล 10% อีก 90% มาดูนักฟุตบอลเหมือนกับเพื่อนเรานี้แหละ”
“อะไรยัยบัว เขาเรียกว่ามาให้กำลังใจย่ะ”
“โอ๊ะ!!! ดิน”
มะลิที่มองลงไปเจอกับดินที่ข้างสนามพอดี จึงทำการตะโกนเรียกแล้วโบกมือทักทายเพื่อให้รู้ว่าพวกเธอนั้นก็มาเชียร์และให้กำลังใจเหมือนกัน
“พากันมาด้วยเหรอ”
ดินที่เห็นเพื่อนสาวและเพื่อนสนิทของเธออีก 3 คน โบกมือเรียกอยู่บนอัฒจรรย์เชียร์ ก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้าไปชิดขอบสนามเพื่อพูดคุยด้วย
“มาสิ ก็มีคนอยากมาให้กำลังใจนาย ถึงขั้นลงทุนเลี้ยงชาเขียวพวกเราเลยนะ มีนมสดคาราเมลของชอบนายด้วย”
“เอาไปซี้~~”
มะลิหันมากระซิบบอกเพื่อนสนิทของตนเอง ที่มัวแต่นั่งยิ้มด้วยความเขินอาย ตั้งแต่เห็นแดนดินวิ่งเข้ามาแล้ว
“อ่อ อืมๆ”
ในขณะที่โรสเดินลงมาจากอัฒจรรย์เชียร์ เพื่อนำนมสดคาราเมลไปส่งให้กับแดนดินที่ขอบสนาม ก็มีสายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เธอกับแดนดิน พร้อมทั้งเสียงกระซิบกระซาบดังล่องลอยมา เนื่องจากตัวเธอนั้นก็เป็นที่รู้จักของผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อโซเชียล หรือข่าวสังคม แทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก โรส กุหลาบทิพย์ สาวไฮโซตระกูลดังเลย
ส่วนแดนดินนั้นก็เหมือนกัน ถึงแม้ว่าชายหนุ่มนั้นจะไม่เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม หรือแม้กระทั่งสื่อโซเชียลต่างๆ เพราะแดนดินแทบจะไม่เล่น แต่ก็มีสมัครไว้เพื่อติดตามข่าวสารบ้านเมืองบ้างเป็นบางเวลา แต่กลับมีผู้ติดตามเป็นหมื่นๆ คน ทั้งที่แดนดินนั้นไม่ได้มีความเคลื่อนไหวหรือลงรูปใดๆ เลย
“อ่ะนี้ เราสั่งเหมือนกับวันนั้นให้”
โรสยื่นแก้วนมสดคาราเมลให้กับแดนดินพร้อมทั้งสังเกตหมายเลขเสื้อเล็กๆ ที่ติดอยู่บริเวณหน้าอกของเขาด้วยความสนใจ
“ขอบคุณนะ”
“อืม ไม่เป็นไร ว่าแต่เบอร์ 31 นี้ได้มาจากไหนอ่ะ”
“ถามทำไม”
“งั้นเดียวเราไปเจอกันอีกทีในห้องประชุมนะ ท่านรองประธาน ลุงดีใจนะที่โรสเรียนจบกลับมา จะได้มาบริหารบริษัทไปด้วยกัน”“ขอบคุณค่ะ ลุงปราบ”เมื่อคนทั้งสามเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของโรส เลขาที่คุณหญิงราตรีจัดเตรียมไว้ให้คนเป็นลูก ก็ลุกขึ้นรีบทำความเคารพเจ้านายทันที“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน คุณท่าน และท่านรอง ดิฉันชื่อเมลดา หรือเมย์ค่ะ”“เมลดาจะเป็นเลขาส่วนตัวของลูก อายุมากกว่าลูก 2 ปี แต่เธอทำงานเก่งมาก แม่รับรองเลย”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และก็ดีใจที่จะได้ร่วมงานกัน”“เช่นกันค่ะ เมย์จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านประธานและท่านรองไว้วางใจเลยค่ะ”เมื่อถึงเวลานัดหมายของบอร์ดประชุม ผู้บริหารทุกฝ่าย ผู้จัดการทุกแผนกต่างก็มานั่งรอกันอย่างพร้อมเพียง เพราะวันนี้ทางบอร์ดบริหารแจ้งว่าจะเป็นการประชุมประจำเดือนและถือเป็นการแนะนำและทำความรู้จักกับท่านรองประธานบริษัทคนใหม่ไปในตัวด้วยทันทีที่โรสปรากฏตัวขึ้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างก็ยิ้มต้อนรับด้วยความอบอุ่น พนักงานบางคนอาจจะคุ้นเคยกับหญิงสาวแล้ว แต่บางคนก็เคยเห็นโรสผ่านทางสื่อสังคมในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเวลากาลกึก!!โรสกวาดสาย
“ได้ตัวลูกสาวฉันไปแล้ว ไม่ยอมพามาส่งที่บ้านเลยนะ”ทันทีที่โรสและแดนดินเดินทางกลับมายังคฤหาสน์เวลากาลในช่วงเย็นของอีกวัน ท่านนายพลประภาสที่กำลังจะรับประทานมื้อเย็นกับคุณหญิงราตรี ก็เอ่ยทักท้วงว่าที่ลูกเขยขึ้นมาทันที ที่เจอหน้ากัน“สวัสดีครับ คุณท่าน คุณหญิง”“จ๊ะ พากันมานั่งก่อนสิ แม่บ้านจะได้ตักข้าวให้ วันนี้แม่เข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดยัยโรสกับว่าที่ลูกเขย”“โอ้โห คุณหญิงราตรีถึงกับต้องเข้าครัวเองเลยเหรอค่ะ”“ไม่ได้สิ ถือว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย ใช่ไหมค่ะคุณพี่”คุณหญิงราตรีหันไปขอความคิดเห็นจากคนเป็นสามี ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งกอดอก วางท่าใส่ว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นแหละ“เฮ้อ ถึงเวลาแล้วสินะ”“ใช่ค่ะ มันถึงเวลาที่เราจะต้องปล่อยให้ลูกมีชีวิตของเขาเอง เด็กทั้งคู่ก็พยายามพิสูจน์ตัวเองให้พวกเราเห็นแล้ว ฉะนั้นควรปล่อยวางได้แล้วค่ะ”“ผมสัญญากับคุณท่านทั้งสองว่าผมจะรักและดูแลโรสให้ดีที่สุดครับ จะไม่ทำให้โอกาสที่ผมได้รับจากพวกท่านในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถดูแลโรสได้เท่ากับที่คุณท่านทั้งสองดูแล แต่ผมจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมจะทำได้ค
เมื่อเห็นหน้าคนเป็นพ่อและแม่ เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเจ็บและขวัญเสียก็รีบโผลเข้ากอดพวกท่านทั้งน้ำตา“น้องเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไมลูก บอกพ่อกับแม่หน่อยครับคนเก่ง”พันตำรวจเอกประภาส คุกเข่าลงกอดเอาบุตรสาวเข้ามาปลอบ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เจ็บ น้องเจ็บแขน ฮึกๆ ฮือๆ”“ไหนลูก พ่อขอดูหน่อยครับ”ทันทีที่เห็นแขนของบุตรสาวมีรอยถลอก แถมเหมือนมีรอยเลือดซิบ แต่ดูเหมือนว่ามันถูกเช็ดออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ถึงกับหล่นตุ้บด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก“ตายแล้วคุณพี่ ทำไมแขนลูกเป็นแผลแบบนั้น”ทั้งพันตำรวจเอกประภาส คุณราตรี รวมไปถึงพี่เลี้ยงและแม่ครูต่างก็กระวนกระวายกับบาดแผลของเด็กหญิงตัวน้อย ทุกคนต่างวิ่งกันฉุกระหุก เพื่อทำการปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ก่อนที่คนเป็นพ่อและแม่จะพาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาล“แขนน้องไปโดนอะไรมาค่ะ บอกคุณแม่หน่อยเร็ว”คุณราตรีพยายามชวนลูกสาวพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อยในขณะที่พี่เลี้ยงและคุณพ่อของเธอกำลังทำแผลให้“กิ่งไม้ร่วง โดนแขนน้อง เจ็บ ฮึก ฮึกๆ”“โธ่เอ่ย คุณหนูของนม เพราะนมแท้ๆ เลย คุณหนูถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ นมขอโท
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน.....“คุณพ่อขา น้องอยากกลับ”เด็กหญิงวัย 6 ขวบครึ่งกำลังยืนกระทืบเท้าอยู่กับที่ เธอกระตุกแขนคนเป็นพ่อให้พาเธอกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นยังติดแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้ที่มันจำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเด็กน้อยกำพร้าแห่งบ้านไออุ่นอยู่“วันนี้น้องเป็นอะไรครับ ทำไมน้องงอแงจังหึ”พันตำรวจเอกประภาส เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“น้องอยากกลับบ้าน”“อีกแปปเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะลูกสาว น้องรอคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมเอ่ย”“น้องไม่อยากรอ” เด็กน้อยยังคงกอดอกหน้ามุ้ย ยืนยันว่าจะกลับบ้านอย่างเดียว“งั้นเอาอย่างนี้ค่ะ เดียวคุณแม่จะให้นมชื่นพาน้องออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอดีไหมเอ่ย ที่ตรงนั้นมีผีเสื้อเยอะมากเลยนะ น้องอยากไปไหม”เด็กน้อยแก้มยุ้ย ทำหน้าคุ้นคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะยอมพยักหน้าให้นมชื่นพาไปเดินเล่นรอที่สวนดอกไม้“ก็ได้ค่ะ น้องจะไปกับนมชื่น”“เก่งมากค่ะ เด็กดีต้องไม่งอแงนะ”คุณราตรี ทายาทของนักธุรกิจใหญ่ หอมแก้มบุตรสาวเป็นรางวัล ก่อนที่จะเรียกให้นมชื่น พี่เลี้ยงของลูกสาวมาพาเธอออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอ“นมชื่น
“ดินก็เสียว รูของเธอดูดแน่นมาก เสียวจนจะอดทนไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!ยิ่งเขาบอกว่าเสียวจนทนไม่ไหว เธอก็ยิ่งได้ใจ ยกขย่มใส่ท่อนเอ็นขนาดใหญ่จนน้ำในอ่างกระเพื่อมออกจนเกือบจะหมด“อ๊ะ อ๊า เสียวจัง ทั้งเสียวทั้งจุก อือ”“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะถามอะไรดิน ขย่มจนลืมไปแล้วหรือไงหืม”“มะ ไม่ลืม แต่อยากเสร็จก่อน อ๊ะ”“งั้นขย่มลงมาเลยครับ ขย่มดุ้นผัวแรงๆ เลย อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!จ๊วบ จ๊วบยิ่งโรสขย่มใส่แรงเท่าไหร่ อกอวบทั้งสองข้างของเธอก็เด้งล่อตาล่อใจของเขาซะเหลือเกิน จนเขาแทบจะอดใจกัดมันไม่ไหวมือใหญ่ข้างซ้ายจับประคองเอวคอดกิ่ว ให้ขย่มขึ้นลงตามแรงอารมย์สวาทของเธอและเขา ส่วนมือข้างขวาก็ไม่น้อยหน้าเพราะมันกำลังทำหน้าที่บีบคั้นเต้าอวบใหญ่เพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่กำลังโจมตีอย่างหนักตับ! ตับ! ตับ!“ที่รัก จะเสร็จ อือ อ๊า”“อีกนิดครับ ดินก็จะไม่ไหวแล้ว ดินเสียวจนแทบจะตายอยู่แล้วเธอ อ๊ะ อ่า ซี๊ด อ๊า”“อือ อ่ะ อ๊า อ๊ะๆ”“ไม่ไหวแล้วๆ จะเสร็จแล้ว” โรสรวบรวมเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ขย่มใส่ท่อนลำอย่างถี่รัว จนในที่สุด“พร้อมกันครับเธอ”“อือ......ฉันรักนายนะ”ตับ! ตับ! ตับ!กรี๊ดด / อ๊า...ซี๊ดวินาท
“กี่โมงแล้ว”“ตีสองแล้วครับ”“อยากกลับบ้าน”“เธอครับ....” คนที่ตั้งใจว่าจะนอนกอดหญิงสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย ถึงกับหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที“ฉันแค่อยากอาบน้ำ อยากล้างเครื่องสำอางออก มันไม่สบายตัว จะอาบที่นี้ก็ไม่สะดวก เพราะนายนั้นแหละ”“หึ ก็นึกว่าอะไร อาบที่นี้นะ ส่วนเสื้อผ้าของเธอก็มี ดินยังคงซักเก็บไว้รอเธอเสมอ ส่วนของใช้ส่วนตัวเธอ ดินก็ซื้อมาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”“วางแผนมาดีนะ”โรสเอ่ยเหน็บคนเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนว่าการมาห้องของเขาในครั้งนี้ถือว่าเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว“ก็ไม่ขนาดนั้น ดินก็แค่อยากให้เธอสะดวกสบาย ให้เหมือนกับว่ามันเป็นบ้านอีกหลังของเธอไง”โรสมองหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังพยายามแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม เธอมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้งแล้วก็เริ่มเอะใจ ทำไมห้องของแดนดินมันถึงมีลักษณะคล้ายกับห้องเธอเลย“เอ๊ะ!! ทำไมห้องของนายมันเหมือนกับห้องของฉันเลยหล่ะ หรือว่า...”เพราะมัวแต่โมโหที่แดนดินไม่ยอมไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยไม่ได้สังเกตห้องของแดนดินเลยตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนเมื่อเริ่มได้สติ จึงเริ่มสังเกตข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเขาอีกครั้ง เพราะเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้อยู่คอนโดแบบนี้







