Mag-log inบัวที่กำลังจะใส่เส้นมะละกอลงไปในครก เอ่ยกระซิบบอกโรส ด้วยรอยยิ้มกวนๆ
“ไม่!! ไม่มีทาง”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เมื่อส้มตำและกับข้าวอื่นๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างก็พากันทยอยขนออกมาบริเวณหน้าบ้าน ที่เป็นจุดรับประทานอาหารทุกมื้อของบ้านไออุ่น เพื่อนำมาจัดเตรียมเป็นชุดให้กับเด็กๆ ได้กินเสียก่อน
“ไก่ย่างน่ากินมาก”
“กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ คงจะฟินน่าดู”
“ป่ะ เราตักไปกินกันเถอะ ของน้องๆ ครบทุกคนแล้ว”
มะลิรีบเอ่ยชวนเพื่อนๆ หลังจากที่จัดแบ่งอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ดินมากินข้าวเร็ว น้องๆ ได้ครบกันทุกโต๊ะแล้ว”
“อืมๆ เดียวดินไปล้างมือแปปนะ”
ดินเดินหายไปทางหลังบ้านไม่นานนัก แล้วก็เดินกลับมาพร้อมกับยอดผักชะอมอ่อนๆ ที่ปลูกอยู่หลังบ้าน
“อ่ะ ของชอบมะลิ”
“โอ้ย ขอบใจมากดิน เราว่าจะเดินไปเก็บอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่ามันมียอดไหม”
มะลิเอ่ยขอบคุณเพื่อนชายคนสนิท ก่อนที่จะรับเอายอดผักชะอมอ่อนๆ มาวางไว้ในจานผัก
“ผักอะไรอ่ะ”
“ชะอมไง กินกับส้มตำอร่อยนะ ลองไหม”
“มันต้องใส่กับไข่เจียว หรือไม่ก็แกงส้มไม่ใช่เหรอ ทำไมเอามากินสดแบบนี้หล่ะ ไม่เหม็นหรือไง”
โรสเอ่ยถามมะลิด้วยความสงสัย เพราะปกติที่บ้าน แม่ครัวจะนำผักชะอมมาปรุงเป็นส่วนหนึ่งของเมนูต่างๆ แต่ไม่เคยเห็นเอามาทานสดกันแบบนี้
“อ่ะ ลองดูสิ บัวกับพุดซ้อนเอาด้วยไหม”
“เอาๆ” บัวและพุดซ้อนพยักหน้าพร้อมๆ กัน ก่อนที่จะนำผักชะอมมาวางเป็นกับแกล้มเหมือนกับมะลิ ซึ่งจะเหลือก็แต่คุณหนูโรสที่ยังคงมองดูเพื่อนๆ พากันกินผักชะอมคู่กับส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนเธอนั้นยังคงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะตักกิน
จนในที่สุดก็มีปีกไก่ที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ พอดีคำ ถูกวางลงบนจานของเธอ พร้อมกับส้มตำและชะอมยอดอ่อนๆ ซึ่งถูกจัดวางไว้อย่างดี พอที่โรสนั้นจะได้ตักเข้าปากเลย
“อ่ะ ลองชิมดู”
แดนดินเอ่ยบอกกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนเดิม
“ขะ ขอบคุณนะ”
โรสเอ่ยขอบคุณแดนดินด้วยความดีใจแต่ก็ยังแบบงงนิดๆ ว่าทำไมเขาถึงใจดี ทำแบบนี้ให้กับเธอกันนะ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขายังคงทำท่าทีเฉยชาใส่เธออยู่เลย
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองมาที่เธอ โรสจึงค่อยๆ ตักปีกไก่ ที่โป๊ะหน้ามาด้วยส้มตำและผักชะอมเข้าปากทันที หญิงสาวค่อยๆ เคี้ยวและลิ้มลองรสชาติของผักชะอมสดที่ตัดสินใจกินเป็นครั้งแรกเนื่องจากผู้ชายที่เธอแอบชอบตักให้ แต่เมื่อกลืนลงไปแล้วรสชาติของมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
“เป็นไง อร่อยไหม”
มะลิเอ่ยถามเพื่อนสาวด้วยความลุ้นสุดๆ
“อืม รสชาติแปลกๆ แต่ก็กินได้”
“เหอะ เพื่อนคะยั้นคะยอให้ลองกินแทบตายไม่ยอมกิน แต่พอผู้ชายตักให้แค่นั้นแหละ”
“อะไรยัยบัว”
“เปล่า~”
โรสถลึงตาใส่บัว ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ เพราะเธอนั้นจะต้องเดินทางกลับก่อนเพื่อนๆ เนื่องจากคุณหญิงแม่พึ่งส่งข้อความมาบอก ว่าเย็นนี้เธอจะต้องไปเยี่ยมพี่พอล ลูกชายของคุณป้าทอฝันเพื่อนสนิทของท่านด้วยกัน ซึ่งเธอจะหลีกเลี่ยงเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้ เนื่องจากครอบครัวพงษ์นาราสนิทสนมกับครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก และกับพี่พอลเอง เธอก็มีโอกาสได้เจอและพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้ง ถือว่าสนิทสนมกันพอสมควร จนถึงขั้นทางผู้ใหญ่คิดจะทาบทามให้เป็นคู่หมายของกันและกัน แต่บังเอิญว่าพี่พอลนั้นมีคนรักไปเสียก่อน และเธอเองก็ปฏิเสธหัวชนฝามาเรื่อยๆ จนในที่สุดทางผู้ใหญ่ก็ยอมแพ้และพับโปรเจคเกี่ยวดองไปเอง
“งั้นเดียวเราไปเจอกันอีกทีในห้องประชุมนะ ท่านรองประธาน ลุงดีใจนะที่โรสเรียนจบกลับมา จะได้มาบริหารบริษัทไปด้วยกัน”“ขอบคุณค่ะ ลุงปราบ”เมื่อคนทั้งสามเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของโรส เลขาที่คุณหญิงราตรีจัดเตรียมไว้ให้คนเป็นลูก ก็ลุกขึ้นรีบทำความเคารพเจ้านายทันที“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน คุณท่าน และท่านรอง ดิฉันชื่อเมลดา หรือเมย์ค่ะ”“เมลดาจะเป็นเลขาส่วนตัวของลูก อายุมากกว่าลูก 2 ปี แต่เธอทำงานเก่งมาก แม่รับรองเลย”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และก็ดีใจที่จะได้ร่วมงานกัน”“เช่นกันค่ะ เมย์จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านประธานและท่านรองไว้วางใจเลยค่ะ”เมื่อถึงเวลานัดหมายของบอร์ดประชุม ผู้บริหารทุกฝ่าย ผู้จัดการทุกแผนกต่างก็มานั่งรอกันอย่างพร้อมเพียง เพราะวันนี้ทางบอร์ดบริหารแจ้งว่าจะเป็นการประชุมประจำเดือนและถือเป็นการแนะนำและทำความรู้จักกับท่านรองประธานบริษัทคนใหม่ไปในตัวด้วยทันทีที่โรสปรากฏตัวขึ้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างก็ยิ้มต้อนรับด้วยความอบอุ่น พนักงานบางคนอาจจะคุ้นเคยกับหญิงสาวแล้ว แต่บางคนก็เคยเห็นโรสผ่านทางสื่อสังคมในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเวลากาลกึก!!โรสกวาดสาย
“ได้ตัวลูกสาวฉันไปแล้ว ไม่ยอมพามาส่งที่บ้านเลยนะ”ทันทีที่โรสและแดนดินเดินทางกลับมายังคฤหาสน์เวลากาลในช่วงเย็นของอีกวัน ท่านนายพลประภาสที่กำลังจะรับประทานมื้อเย็นกับคุณหญิงราตรี ก็เอ่ยทักท้วงว่าที่ลูกเขยขึ้นมาทันที ที่เจอหน้ากัน“สวัสดีครับ คุณท่าน คุณหญิง”“จ๊ะ พากันมานั่งก่อนสิ แม่บ้านจะได้ตักข้าวให้ วันนี้แม่เข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดยัยโรสกับว่าที่ลูกเขย”“โอ้โห คุณหญิงราตรีถึงกับต้องเข้าครัวเองเลยเหรอค่ะ”“ไม่ได้สิ ถือว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย ใช่ไหมค่ะคุณพี่”คุณหญิงราตรีหันไปขอความคิดเห็นจากคนเป็นสามี ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งกอดอก วางท่าใส่ว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นแหละ“เฮ้อ ถึงเวลาแล้วสินะ”“ใช่ค่ะ มันถึงเวลาที่เราจะต้องปล่อยให้ลูกมีชีวิตของเขาเอง เด็กทั้งคู่ก็พยายามพิสูจน์ตัวเองให้พวกเราเห็นแล้ว ฉะนั้นควรปล่อยวางได้แล้วค่ะ”“ผมสัญญากับคุณท่านทั้งสองว่าผมจะรักและดูแลโรสให้ดีที่สุดครับ จะไม่ทำให้โอกาสที่ผมได้รับจากพวกท่านในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถดูแลโรสได้เท่ากับที่คุณท่านทั้งสองดูแล แต่ผมจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมจะทำได้ค
เมื่อเห็นหน้าคนเป็นพ่อและแม่ เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเจ็บและขวัญเสียก็รีบโผลเข้ากอดพวกท่านทั้งน้ำตา“น้องเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไมลูก บอกพ่อกับแม่หน่อยครับคนเก่ง”พันตำรวจเอกประภาส คุกเข่าลงกอดเอาบุตรสาวเข้ามาปลอบ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เจ็บ น้องเจ็บแขน ฮึกๆ ฮือๆ”“ไหนลูก พ่อขอดูหน่อยครับ”ทันทีที่เห็นแขนของบุตรสาวมีรอยถลอก แถมเหมือนมีรอยเลือดซิบ แต่ดูเหมือนว่ามันถูกเช็ดออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ถึงกับหล่นตุ้บด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก“ตายแล้วคุณพี่ ทำไมแขนลูกเป็นแผลแบบนั้น”ทั้งพันตำรวจเอกประภาส คุณราตรี รวมไปถึงพี่เลี้ยงและแม่ครูต่างก็กระวนกระวายกับบาดแผลของเด็กหญิงตัวน้อย ทุกคนต่างวิ่งกันฉุกระหุก เพื่อทำการปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ก่อนที่คนเป็นพ่อและแม่จะพาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาล“แขนน้องไปโดนอะไรมาค่ะ บอกคุณแม่หน่อยเร็ว”คุณราตรีพยายามชวนลูกสาวพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อยในขณะที่พี่เลี้ยงและคุณพ่อของเธอกำลังทำแผลให้“กิ่งไม้ร่วง โดนแขนน้อง เจ็บ ฮึก ฮึกๆ”“โธ่เอ่ย คุณหนูของนม เพราะนมแท้ๆ เลย คุณหนูถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ นมขอโท
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน.....“คุณพ่อขา น้องอยากกลับ”เด็กหญิงวัย 6 ขวบครึ่งกำลังยืนกระทืบเท้าอยู่กับที่ เธอกระตุกแขนคนเป็นพ่อให้พาเธอกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นยังติดแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้ที่มันจำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเด็กน้อยกำพร้าแห่งบ้านไออุ่นอยู่“วันนี้น้องเป็นอะไรครับ ทำไมน้องงอแงจังหึ”พันตำรวจเอกประภาส เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“น้องอยากกลับบ้าน”“อีกแปปเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะลูกสาว น้องรอคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมเอ่ย”“น้องไม่อยากรอ” เด็กน้อยยังคงกอดอกหน้ามุ้ย ยืนยันว่าจะกลับบ้านอย่างเดียว“งั้นเอาอย่างนี้ค่ะ เดียวคุณแม่จะให้นมชื่นพาน้องออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอดีไหมเอ่ย ที่ตรงนั้นมีผีเสื้อเยอะมากเลยนะ น้องอยากไปไหม”เด็กน้อยแก้มยุ้ย ทำหน้าคุ้นคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะยอมพยักหน้าให้นมชื่นพาไปเดินเล่นรอที่สวนดอกไม้“ก็ได้ค่ะ น้องจะไปกับนมชื่น”“เก่งมากค่ะ เด็กดีต้องไม่งอแงนะ”คุณราตรี ทายาทของนักธุรกิจใหญ่ หอมแก้มบุตรสาวเป็นรางวัล ก่อนที่จะเรียกให้นมชื่น พี่เลี้ยงของลูกสาวมาพาเธอออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอ“นมชื่น
“ดินก็เสียว รูของเธอดูดแน่นมาก เสียวจนจะอดทนไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!ยิ่งเขาบอกว่าเสียวจนทนไม่ไหว เธอก็ยิ่งได้ใจ ยกขย่มใส่ท่อนเอ็นขนาดใหญ่จนน้ำในอ่างกระเพื่อมออกจนเกือบจะหมด“อ๊ะ อ๊า เสียวจัง ทั้งเสียวทั้งจุก อือ”“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะถามอะไรดิน ขย่มจนลืมไปแล้วหรือไงหืม”“มะ ไม่ลืม แต่อยากเสร็จก่อน อ๊ะ”“งั้นขย่มลงมาเลยครับ ขย่มดุ้นผัวแรงๆ เลย อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!จ๊วบ จ๊วบยิ่งโรสขย่มใส่แรงเท่าไหร่ อกอวบทั้งสองข้างของเธอก็เด้งล่อตาล่อใจของเขาซะเหลือเกิน จนเขาแทบจะอดใจกัดมันไม่ไหวมือใหญ่ข้างซ้ายจับประคองเอวคอดกิ่ว ให้ขย่มขึ้นลงตามแรงอารมย์สวาทของเธอและเขา ส่วนมือข้างขวาก็ไม่น้อยหน้าเพราะมันกำลังทำหน้าที่บีบคั้นเต้าอวบใหญ่เพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่กำลังโจมตีอย่างหนักตับ! ตับ! ตับ!“ที่รัก จะเสร็จ อือ อ๊า”“อีกนิดครับ ดินก็จะไม่ไหวแล้ว ดินเสียวจนแทบจะตายอยู่แล้วเธอ อ๊ะ อ่า ซี๊ด อ๊า”“อือ อ่ะ อ๊า อ๊ะๆ”“ไม่ไหวแล้วๆ จะเสร็จแล้ว” โรสรวบรวมเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ขย่มใส่ท่อนลำอย่างถี่รัว จนในที่สุด“พร้อมกันครับเธอ”“อือ......ฉันรักนายนะ”ตับ! ตับ! ตับ!กรี๊ดด / อ๊า...ซี๊ดวินาท
“กี่โมงแล้ว”“ตีสองแล้วครับ”“อยากกลับบ้าน”“เธอครับ....” คนที่ตั้งใจว่าจะนอนกอดหญิงสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย ถึงกับหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที“ฉันแค่อยากอาบน้ำ อยากล้างเครื่องสำอางออก มันไม่สบายตัว จะอาบที่นี้ก็ไม่สะดวก เพราะนายนั้นแหละ”“หึ ก็นึกว่าอะไร อาบที่นี้นะ ส่วนเสื้อผ้าของเธอก็มี ดินยังคงซักเก็บไว้รอเธอเสมอ ส่วนของใช้ส่วนตัวเธอ ดินก็ซื้อมาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”“วางแผนมาดีนะ”โรสเอ่ยเหน็บคนเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนว่าการมาห้องของเขาในครั้งนี้ถือว่าเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว“ก็ไม่ขนาดนั้น ดินก็แค่อยากให้เธอสะดวกสบาย ให้เหมือนกับว่ามันเป็นบ้านอีกหลังของเธอไง”โรสมองหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังพยายามแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม เธอมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้งแล้วก็เริ่มเอะใจ ทำไมห้องของแดนดินมันถึงมีลักษณะคล้ายกับห้องเธอเลย“เอ๊ะ!! ทำไมห้องของนายมันเหมือนกับห้องของฉันเลยหล่ะ หรือว่า...”เพราะมัวแต่โมโหที่แดนดินไม่ยอมไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยไม่ได้สังเกตห้องของแดนดินเลยตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนเมื่อเริ่มได้สติ จึงเริ่มสังเกตข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเขาอีกครั้ง เพราะเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้อยู่คอนโดแบบนี้







