FAZER LOGINเมื่อความรักมาพร้อมกับคำว่าคู่ควร เขาจะสู้เพื่อให้ได้ดอกฟ้าอย่างเธอมาอยู่ข้างกาย หรือต้องปล่อยให้เธอนั้นไปเจอคนที่ดี และคู่ควรกว่า ...คนหนึ่งดิ้นรนแทบตาย เพื่อให้เธอและเขาได้อยู่ด้วยกัน... ...อีกคนยอมเจ็บ ยอมถอย เพื่อให้เธอได้ไปเจอคนที่ดีกว่า... “คำว่า ‘รัก’ นายกับฉัน เข้าใจความหมายเหมือนกันไหม?”
Ver maisโรส กุหลาบทิพย์
ทายาทเพียงคนเดียวของท่านนายพลและคุณหญิงราตรี หญิงสาวที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรัก ความเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง อำนาจและบารมี
‘นายรอฉันอยู่ตรงนั้นแหละ ฉันจะเดินเข้าไปหานายเอง’
ดิน แดนดิน
เด็กกำพร้า ที่เติบโตมาจากบ้านไออุ่น ทั้งชีวิตมีแต่ความมืดมน จนกระทั่งเธอผู้เป็นดั่งแสงสว่างก้าวเท้าเข้ามาในชีวิต
‘ได้โปรดเดินผ่านหน้าฉันไป ที่ตรงนี้มันไม่เหมาะกับเธอ’
“ตัวเองเป็นใคร แล้วไอ้เด็กนั้นมันเป็นใคร แตกต่างกันแค่ไหน ทำไมแค่นี้ลูกคิดไม่ได้ ลูกเป็นถึงทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลนะ จะทำอะไรก็ให้นึกถึงนามสกุลที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดด้วย”
“แล้วดินเขาไม่ดีตรงไหนค่ะ คุณพ่อ”
“ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่เขากับลูกมันคนละชั้น คนละสังคมนะ ผู้ชายคนนั้นไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวของพ่อเลย”
“คุณพ่อไม่มีเหตุผล คุณพ่อกับคุณแม่บอกกับหนูเสมอ ว่าทุกคนบนโลกใบนี้มีความเป็นคนเท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าเขาคนนั้นจะจน หรือรวยก็ตาม”
“ใช่ลูก แต่มันไม่ใช่สำหรับคนที่จะมาเป็นแฟนหรือคู่ชีวิตของลูกสาวพ่อนะ”
“แม่เห็นด้วยกับคุณพ่อเขานะ ลูกกับนายดินมันไปด้วยกันไม่ได้หรอก”
“ไม่ค่ะ”
“หนูจะทำให้ทุกคนเห็น ว่าหนูกับดินจะประคองและเดินจับมือไปด้วยกันจนถึงเส้นชัยได้ หากวันไหนดินไม่ไหว หนูนี้แหละจะเป็นคนที่เดินเข้าไปประคองเขาเอง”
“เหลือจะเชื่อลูกสาวคนเดียวของฉัน”
=====
“ตรงนี้มันไม่เหมาะกับคนอย่างเธอหรอกนะ”
“นายจะยอมแพ้เหรอดิน ไหนนายเคยบอกกับเราไง ไม่ว่าจะเจออุปสรรคมากแค่ไหน นายก็จะไม่ปล่อยมือเรา”
“ใช่เราเคยพูด แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว”
“เปลี่ยนไปยังไง เราก็ยังเป็นเรา”
“รองเท้าที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ ราคาเท่าไหร่”
โรสก้มมองดูรองเท้าที่เธอสวมใส่ในวันนี้ Louis Vuitton รุ่น Gala ราคา 67,000 บาท
“ราคารองเท้าของเธอคู่เดียว เท่ากับเงินเดือนของเราเกือบสามเดือนเลยนะ”
“แล้วยังไงดิน”
“เราต่างกันเกินไป เราสองคนเดินไปด้วยกันไม่ได้หรอก”
“นายเอาอะไรมาตัดสิน ว่าเราจะเดินไปด้วยกันไม่ได้”
โรส คนที่อยากจะได้อะไรในโลกใบนี้ เพียงแค่เธอชี้นิ้วสั่ง ของสิ่งนั้นก็จะมากองอยู่ตรงหน้าของเธอทันที กำลังเอ่ยถามผู้ชายที่เป็นรักแรก และรักเดียวของเธอมาตลอด ผู้ชายที่ไม่มีอะไรเทียบเท่ากับเธอเลยซักนิด ว่าเขามีเหตุผลอะไร ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราไปด้วยกันไม่ได้
“ถ้านายไม่สบายใจ งั้นต่อไปฉันไม่ใส่ก็ได้ ไอ้ของแบรนด์เนมพวกนี้ ฉันใช้ของธรรมดาเหมือนกับคนทั่วไปก็ได้ ฉันปรับตัวเก่งมากนะ เพื่อนายจะยังไม่รู้”
“เหตุผลของเรามีข้อเดียวนั้นก็คือ เรามีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“เธอเดินไปข้างหน้าเถอะโรส คนที่ดีและคู่ควรกับเธอ กำลังรอเธออยู่ อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างเราเลย”
ดินเอ่ยจบ ก็เดินหันหลังออกไปทันที โดยที่ไม่ยอมหันกลับมามองผู้หญิงที่เป็นดั่งแสงสว่างของชีวิตอีกเลย เพราะตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตาของลูกผู้ชายที่มันไหลจนไม่รู้จะไหลยังไงแล้ว
07.00 น. ก๊อกๆ ก๊อกๆ“ขออนุญาตเข้าห้องนะคะคุณหนู”เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากพี่แม่บ้าน โรสก็ค่อยๆ ปรือตาสู่กับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอน ก็พบว่ามันเช้าแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องตื่นเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเองอย่างเช่นทุกวัน“คร๊า...”“ได้เวลาแล้วค่ะ เช้านี้คุณหนูจะแช่น้ำอุ่นไหมคะ”“ไม่ค่ะ เดียวโรสอาบเอง พี่ๆ ลงไปรอด้านล่างเถอะ เดียวโรสตามลงไป”“ได้ค่ะ คุณหนู”เมื่อพี่แม่บ้านเดินออกไปจากห้องนอนแล้ว โรสก็เอื้อมมือไปคว้าเอาโทรศัพท์มือถือเพื่อมาเปิดดูไลน์ที่ส่งไปให้แดนดินตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อเช็คดูว่าเขาได้เปิดอ่านหรือยัง หรือมีการตอบกลับหรือไม่“โห่ รู้อยู่ว่าไม่ชอบตอบกลับ แต่ก็อ่านซักนิดก็ยังดี เฮ่อ”หญิงสาวเอ่ยพึมพำด้วยความน้อยอกน้อยใจ เพราะเธอส่งข้อความไปบอกแดนดินตั้งแต่เมื่อคืน แต่จนป่านนี้ชายหนุ่มนั้นยังไม่เปิดอ่านข้อความของเธอเลยด้วยซ้ำ“ไปอาบน้ำให้สบายตัว สบายใจดีกว่า คิดมากไปก็เท่านั้น”ตอนแรกโรสคิดว่าจะลองส่งสติกเกอร์ทักไปหาเขาอีกรอบ แต่คิดไปคิดมา ไม่ส่งดีกว่า เดียวจะหาว่าตัวเธอเองจู้จี้เขามากจนเกินไป“อรุณสวัสค่ะ สุดหล่อของหนู”โรสที่อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาเสร็จเรียบร้อย
“ไฟเขียวแล้ว”ดินที่เห็นหญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ จึงเอ่ยบอกทันที เมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษนะ”เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วหญิงสาวจึงรีบเหยียบคันเร่งออกไปทันที ทั้งที่ภายในหัวสมองของเธอนั้นมัวแต่คิดถึงรูปผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ว่ามันมีความสำคัญยังไงกับชายหนุ่มกันแน่ เขาถึงได้ลงทุนเอามาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ขนาดนั้น“ปกติขับรถเองบ่อยเหรอ”“อ่อ ไม่เท่าไหร่นะ จะขับเองก็ต่อเมื่อเรามีธุระ หรือนัดกับเพื่อนๆ แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นก็จะใช้คนขับรถที่บ้าน”“อืม ดีแล้วยิ่งกลับบ้านค่ำ เธอไม่ควรที่จะขับรถเองนะ”“เป็นห่วงเราเหรอ”โรสถามกลับชายหนุ่มด้วยท่าทีติดกวน จนคนที่ถูกถามถึงกับหันขวับมาจ้องหน้าของเธอทันที“คนอื่นฉันก็เป็นห่วงแบบนี้เหมือนกัน”“โธ่ ไอ้เราก็อุตส่าห์ดีใจ นึกว่าจะพิเศษกว่าคนอื่น”“แต่แค่นายเป็นห่วง เราก็ดีใจแล้วแหละ”“พูดไปเรื่อย” แดนดินเอ่ยตำหนิหญิงสาวก่อนที่จะก้มหน้าทำทีท่าว่าเล่นโทรศัพท์มือถือ แต่อันที่จริงเขาก็รู้สึกอายนั้นแหละ แต่แค่ไม่แสดงออกเฉยๆ เดียวใครบางคนจะได้ใจจนโรสขับรถมาถึงหอพักของแดนดิน ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะรีบเก็บเอาของฝากและข้าวของต่างๆ ท
“อ่าวดิน เตะบอลเสร็จแล้วเหรอ”ทุกคนในโต๊ะแหงนหน้าขึ้นมองยังบุคคลที่เดินเข้ามาทักแดนดินพร้อมกันทันที แล้วก็พบชายหนุ่มหน้าตาดี น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับแดนดินที่เดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวย หุ่นเซ็กซี่ แต่ท่าทีของหล่อนนั้นไม่ค่อยจะเอนจอยกับสถานที่เลย“อ่าวตะวัน ไปไงมาไงถึงได้โผล่มาที่ร้านนี้”“ก็ เบื่อๆ เซ็งๆ กับข้าวที่บ้านนะ เลยออกมาหาอะไรกิน ว่าแต่วันนี้มีสาวๆ ลุมล้อมเชียวนะ”“อ่อ นี้เพื่อนๆ กูเอง คนนี้มะลิ เพื่อนสนิท เติบโตมาจากบ้านไออุ่นด้วยกัน ส่วนนั้นบัว พุดซ้อน แล้วก็โรส เพื่อนสนิทของมะลิเขานะ”“ส่วนนี้ไอ้ตะวัน เพื่อนสนิทกลุ่มเราเอง เรียนสาขาเดียวกันนะ”“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ”ตะวันเอ่ยทักทายสาวๆ ทั้ง 4 คน ด้วยท่าทีกรุ้มกริ่มตามประสาหนุ่มเจ้าสำราญของกลุ่ม“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ”โรสเป็นตัวแทนเพื่อนอีก 3 คน กล่าวทักทายยังเพื่อนใหม่ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับใครบางคนที่เอาแต่นั่งเท้าคางแล้วหันมองออกไปทางอื่น ราวกับว่าใครจะมา ใครจะไปก็เรื่องของเขา“หึ งั้นกูไปก่อนนะ เจอกันที่มอพรุ่งนี้”“อืม”“เราไปก่อนนะสาวๆ ไว้มีโอกาสค่อยนัดเจอกันนะ”ชายหนุ่มเจ้าสำราญเอ่ยลาเพื่อนสนิทของตน
“เมื่อวานไปเยี่ยมพี่เขามาเป็นยังไงบ้าง”“ยังไม่ฟื้นเลย พึ่งผ่าตัดเสร็จเมื่อวาน เห็นพี่สาวที่เป็นหมอรักษาบอกว่าตอนนี้อาการทรงตัวแล้ว รอให้พี่เขาฟื้นอีกที แล้วก็ค่อยรักษาตามอาการนะ”ทั้ง 4 สาวพูดคุยกันในระหว่างที่รออาจารย์เข้าสอน ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วที่พวกเธอจะเป็นนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วทุกคนก็จะมีเส้นทางที่เลือกไว้ เช่นเดียวกันกับโรส ที่พ่อแม่ปูทางไว้ตั้งแต่เธอขึ้นปีสอง นั้นก็คือไปต่อปริญญาโทที่ฝรั่งเศล แต่ตัวของเธอนั้นไม่อยากไป เธออยากต่อโทที่ประเทศไทยมากกว่า“เลิกเรียนแล้วไปสนามกีฬากลางกันไหม”“หืม ไปทำไมค่ะ คุณหนูโรส”“ไปดูเขาแข่งบอลกัน”“ใครแข่งกับใคร คณะเราเหรอ”“โอ๊ย!! ไม่ใช่คณะเราหรือมหาวิทยาลัยเราหรอก”“อ่าว แล้วเธอชวนพวกเราไปเชียร์ใคร”“ดินนะ เขาลงเตะนัดกระชับมิตรภายในมอเขา”“ว่าหล่ะ” บัว พุดซ้อนและมะลิถึงกับกรอกตาแล้วมองบนทันทีที่ได้ยินโรสบอก“นะ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ นะๆ”“เอ่อๆ เลี้ยงชาเขียวพวกฉันเลยนะ ร้อนก็ร้อน ยังจะชวนกันไปอีก เฮ่อ”“เย้ๆๆ พวกเธอน่ารักที่สุดเลย ป่ะๆ เอารถฉันไปนะ”“วันนี้ขับรถมาเองเหรอ นึกว่าให้คนขับรถที่บ้านขับมาส่งเหมือ

















