Mag-log inโรสเอ่ยบอกด้วยความน้อยใจ ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนๆ ที่นั่งรออยู่บนอัฒจรรย์เชียร์
“เลขวันเกิดฉันเอง”
โรสหันหวับกลับมามองทันที แต่ก็พบว่าแดนดินนั้นได้เดินกลับไปยังจุดพักของนักเตะแล้ว
“31 วันเกิดเหรอ วันเดียวกันกับเราเลย”
หญิงสาวเอ่ยพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยเขาก็ตอบคำถามเธอถึงแม้จะตอบแบบเย็นชาก็เถอะ
เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน การแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรก็เริ่มต้นขึ้น เสียงผู้คนต่างร้องเชียร์ทีมที่ตัวเองชื่นชอบดังกึ่งก้องไปทั่วสนาม เช่นเดียวกันกับพวกเธอทั้ง 4 คน ต่างก็จับตาดูการแข่งขันด้วยความตื่นเต้น
ปรี๊ดดด!!
“เย้!! ดินเตะเข้าประตูนำหน้าไปแล้ว”
โรสร้องบอกกับเพื่อนๆ ด้วยความดีใจ เช่นเดียวกันกับสาวๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ พวกเธอ ต่างก็พากันร้องเชียร์แดนดินแถมยังทำป้ายไฟมาเชียร์อีกต่างหาก
‘พี่ดินหล่อมาก เก่งมาก ฉันอยากเป็นแฟน ทำยังไงจะได้พี่เขามาเป็นแฟน’
‘ใช่แก นี้ฉันนะไปกดติดตามพี่เขาทุกช่องทางเลยนะ’
‘ฉันเจอพี่เขาที่คณะวันก่อน พี่เขายิ้มให้ฉันด้วยแหละ’
‘ฉันว่าพรุ่งนี้ฉันจะซื้อคุกกี้ไปฝากพี่เขาด้วยนะ’
โรสมองดูหญิงสาวพวกนั้นเอ่ยชื่นชมแดนดินด้วยความหมั่นไส้
“เชอะ!! ฝันไปเถอะ อยากจีบดินก็ไปต่อแถวหลังฉันนู่น”
“รู้ได้ไงอ่ะ ว่าตัวเองอยู่หัวแถว ดินอาจจะมีคนที่ชอบอยู่ก็แล้วนะ อิอิ”
“เอ๊ะ!! ยัยบัวนี้”
“พอ พอเลย เลิกทะเลาะกันได้แล้ว นู่นมัวแต่เถียงกัน เห็นไหมว่าดินโดนชนจนล้มแล้วนะ”
“ห๊ะ!! ไหน” โรสมองลงไปที่สนามทันทีด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่พุดซ้อนบอกว่าดินโดนชนจนล้มลงไป
โชคดีหน่อยที่ดินไม่ได้เจ็บอะไรมาก หลังจากที่แพทย์สนามเข้าไปตรวจเช็คอาการ ก็สามารถกลับมาลงเตะได้เหมือนเดิม
ปรี๊ดดด!!
เย้!! ดินเก่งอ่ะ เตะเข้าลูกที่ 2 แล้ว แบบนี้คณะวิศวะชนะแน่นอน
“ใช่ๆ ไม่เคยรู้เลยนะเนี้ย ว่าดินเตะบอลเก่งขนาดนี้”
จนการแข่งขันเดินทางมาถึงช่วงนาทีสุดท้ายปรากฏว่าทีมของแดนดินชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 สร้างความดีอกดีใจให้กับคนที่มาเชียร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรส
“ดิน นายมีนัดที่ไหนต่อไหม”
โรสเอ่ยถามแดนดินหลังจากที่เขาฝ่าวงล้อมของบรรดากองเชียร์ที่มารอขอถ่ายรูปและขอลายเซ็นออกมาหาพวกเธอ
“ไม่ได้ไปไหน”
“งั้นไปทานข้าวกับพวกเราไหม เดียวเราเลี้ยงเอง ฉลองให้กับชัยชนะของนายไง นายเก่งมากเลยนะ”
“ไม่ต้องเลี้ยงฉันหรอก เก็บเงินของเธอไว้เถอะ”
แดนดินเอ่ยบอกกับโรสไปแบบนั้น จนทำให้หญิงสาวที่ตั้งใจจะมาชวนถึงกับชะงักไปทันที
“ถ้าอยากกิน ก็ไปกินเย็นตาโฟหน้าสนามกีฬากลางนี้แหละ เดียวฉันเลี้ยงเอง พวกเธอเลี้ยงน้ำฉันมาหลายรอบแล้ว ไปด้วยกันนะมะลิ เธอสองคนด้วย”
“อ่อ ได้ๆ” บัวและพุดซ้อนมัวแต่เป็นกังวลกับความรู้สึกของโรสที่โดนปฏิเสธ รีบตอบตกลงทันที
“ที่หน้าร้านมันไม่มีที่จอด พวกเธอจอดรถที่ไหน”
“หน้าสนามกีฬากลางนั้นแหละ” โรสเอ่ยบอก
“งั้นเราเดินไปก็แล้วกันนะ กินเสร็จพวกเธอจะได้เดินไปขึ้นรถเลย ใกล้กันอยู่”
“อืมๆ งั้นไปกันเถอะ เราเริ่มจะหิวแล้ว”
“ดิน ให้พวกเราช่วยถือของไหม จะได้เดินสะดวก ของฝากแฟนๆ นี้เยอะมากเลยนะ”
“อืม ขอบใจนะ”
แดนดินจึงทยอยแบ่งถุงของฝากและกล่องของขวัญให้กับสาวๆ ได้ช่วยถือ เนื่องจากมันมีจำนวนมาก หากให้เขาถือกลับเองก็คงจะทุลักทุเลน่าดู
เมื่อทั้ง 5 คนเดินมาถึงร้านเย็นตาโฟชื่อดัง แดนดินก็ไม่รอช้าที่จะชี้ไปยังโต๊ะประจำที่เขาและเพื่อนๆ เคยมานั่งกิน ให้พวกสาวๆ เดินไปนั่งรอ ส่วนเขาจะเดินไปขอกระดาษและปากกาจากเจ้าของร้านมาจดเมนูเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
“คนเยอะเหมือนกันนะ”
“อืมใช่ ดินกับเพื่อนๆ มากินที่นี้ประจำ”
“อ่อ งั้นเหรอ”
“เอาเส้นอะไรกันบ้าง เดียวเราจดให้”
“เราเอาเส้นใหญ่”
“บัวเอาเหมือนมะลิ เส้นใหญ่เหมือนกัน”
“ส่วนเราเอาเส้นเล็ก” พุดซ้อนเอ่ยบอกเส้นที่เธอชอบทาน
จนมาถึงโรส แดนดินไม่ได้เอ่ยถามย้ำ เพียงแต่มองหน้าของเธอเพื่อขอคำตอบเท่านั้น
“เราเอาวุ้นเส้น”
“อืม”
เมื่อจดเมนูครบทั้ง 5 คน แดนดินก็ถือกระดาษไปส่งให้กับป้าเจ้าของร้านทันที ก่อนที่จะเดินไปหยิบเอาขวดน้ำดื่มในตู้เย็นออกมา 5 ขวด สำหรับเขาและ 4 สาวที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะ
“อ่ะ พอดีมันมีแต่หลอดสั้น พวกเธอยกดื่มกันได้ไหม ถ้าไม่ได้เดียวเราไปขอแก้วกับป้าเจ้าของร้านให้”
“ได้ๆ ไม่ต้องลำบากนายหรอกดิน นายยิ่งเจ็บขาอยู่ไม่ใช่เหรอ อย่าเดินบ่อยเลย”
“ไม่เจ็บเท่าไรแล้ว เดียวกับหอไปเอายานวดก็น่าจะหาย”
“ข้าวของ ของนายตั้งมากมายจะกลับรถโดยสารประจำทางไหวเหรอ อีกอย่างรอแท็กซี่ก็น่าจะนานนะ ให้พวกเราไปส่งไหม หอนายก็อยู่ทางเดียวกับทางกลับบ้านของยัยโรสเลย เดียวให้ยัยโรสแวะส่งก็ได้”
“ไม่เป็นไร เราเกรงใจ เรากลับรถโดยสารประจำทางได้ แค่นี้เองสบายมาก”
“ให้โรสแวะส่งเถอะ ถือว่าเราขอ ขาก็เจ็บยังจะมาแบกข้าวของอีกตั้งมากมาย นะ”
มะลิเอ่ยขอร้องให้แดนดินยอมกลับกับพวกเธอ โดยหวังจะให้คนที่น้อยใจเพราะถูกปฏิเสธได้มีโอกาสได้พูดคุยกับแดนดินตามลำพังบ้าง เพื่อโรสนั้นจะได้มีกำลังใจในการจีบต่อ
“อืม รบกวนด้วยนะ”
“มะ ไม่เป็นไร ทางผ่านกลับบ้านเราพอดี เราไปส่งได้"
“งั้นเดียวเราไปเจอกันอีกทีในห้องประชุมนะ ท่านรองประธาน ลุงดีใจนะที่โรสเรียนจบกลับมา จะได้มาบริหารบริษัทไปด้วยกัน”“ขอบคุณค่ะ ลุงปราบ”เมื่อคนทั้งสามเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของโรส เลขาที่คุณหญิงราตรีจัดเตรียมไว้ให้คนเป็นลูก ก็ลุกขึ้นรีบทำความเคารพเจ้านายทันที“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน คุณท่าน และท่านรอง ดิฉันชื่อเมลดา หรือเมย์ค่ะ”“เมลดาจะเป็นเลขาส่วนตัวของลูก อายุมากกว่าลูก 2 ปี แต่เธอทำงานเก่งมาก แม่รับรองเลย”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และก็ดีใจที่จะได้ร่วมงานกัน”“เช่นกันค่ะ เมย์จะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านประธานและท่านรองไว้วางใจเลยค่ะ”เมื่อถึงเวลานัดหมายของบอร์ดประชุม ผู้บริหารทุกฝ่าย ผู้จัดการทุกแผนกต่างก็มานั่งรอกันอย่างพร้อมเพียง เพราะวันนี้ทางบอร์ดบริหารแจ้งว่าจะเป็นการประชุมประจำเดือนและถือเป็นการแนะนำและทำความรู้จักกับท่านรองประธานบริษัทคนใหม่ไปในตัวด้วยทันทีที่โรสปรากฏตัวขึ้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างก็ยิ้มต้อนรับด้วยความอบอุ่น พนักงานบางคนอาจจะคุ้นเคยกับหญิงสาวแล้ว แต่บางคนก็เคยเห็นโรสผ่านทางสื่อสังคมในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเวลากาลกึก!!โรสกวาดสาย
“ได้ตัวลูกสาวฉันไปแล้ว ไม่ยอมพามาส่งที่บ้านเลยนะ”ทันทีที่โรสและแดนดินเดินทางกลับมายังคฤหาสน์เวลากาลในช่วงเย็นของอีกวัน ท่านนายพลประภาสที่กำลังจะรับประทานมื้อเย็นกับคุณหญิงราตรี ก็เอ่ยทักท้วงว่าที่ลูกเขยขึ้นมาทันที ที่เจอหน้ากัน“สวัสดีครับ คุณท่าน คุณหญิง”“จ๊ะ พากันมานั่งก่อนสิ แม่บ้านจะได้ตักข้าวให้ วันนี้แม่เข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดยัยโรสกับว่าที่ลูกเขย”“โอ้โห คุณหญิงราตรีถึงกับต้องเข้าครัวเองเลยเหรอค่ะ”“ไม่ได้สิ ถือว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย ใช่ไหมค่ะคุณพี่”คุณหญิงราตรีหันไปขอความคิดเห็นจากคนเป็นสามี ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งกอดอก วางท่าใส่ว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นแหละ“เฮ้อ ถึงเวลาแล้วสินะ”“ใช่ค่ะ มันถึงเวลาที่เราจะต้องปล่อยให้ลูกมีชีวิตของเขาเอง เด็กทั้งคู่ก็พยายามพิสูจน์ตัวเองให้พวกเราเห็นแล้ว ฉะนั้นควรปล่อยวางได้แล้วค่ะ”“ผมสัญญากับคุณท่านทั้งสองว่าผมจะรักและดูแลโรสให้ดีที่สุดครับ จะไม่ทำให้โอกาสที่ผมได้รับจากพวกท่านในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถดูแลโรสได้เท่ากับที่คุณท่านทั้งสองดูแล แต่ผมจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมจะทำได้ค
เมื่อเห็นหน้าคนเป็นพ่อและแม่ เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเจ็บและขวัญเสียก็รีบโผลเข้ากอดพวกท่านทั้งน้ำตา“น้องเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไมลูก บอกพ่อกับแม่หน่อยครับคนเก่ง”พันตำรวจเอกประภาส คุกเข่าลงกอดเอาบุตรสาวเข้ามาปลอบ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เจ็บ น้องเจ็บแขน ฮึกๆ ฮือๆ”“ไหนลูก พ่อขอดูหน่อยครับ”ทันทีที่เห็นแขนของบุตรสาวมีรอยถลอก แถมเหมือนมีรอยเลือดซิบ แต่ดูเหมือนว่ามันถูกเช็ดออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ถึงกับหล่นตุ้บด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก“ตายแล้วคุณพี่ ทำไมแขนลูกเป็นแผลแบบนั้น”ทั้งพันตำรวจเอกประภาส คุณราตรี รวมไปถึงพี่เลี้ยงและแม่ครูต่างก็กระวนกระวายกับบาดแผลของเด็กหญิงตัวน้อย ทุกคนต่างวิ่งกันฉุกระหุก เพื่อทำการปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้กับเด็กหญิงตัวน้อย ก่อนที่คนเป็นพ่อและแม่จะพาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาล“แขนน้องไปโดนอะไรมาค่ะ บอกคุณแม่หน่อยเร็ว”คุณราตรีพยายามชวนลูกสาวพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อยในขณะที่พี่เลี้ยงและคุณพ่อของเธอกำลังทำแผลให้“กิ่งไม้ร่วง โดนแขนน้อง เจ็บ ฮึก ฮึกๆ”“โธ่เอ่ย คุณหนูของนม เพราะนมแท้ๆ เลย คุณหนูถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ นมขอโท
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน.....“คุณพ่อขา น้องอยากกลับ”เด็กหญิงวัย 6 ขวบครึ่งกำลังยืนกระทืบเท้าอยู่กับที่ เธอกระตุกแขนคนเป็นพ่อให้พาเธอกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นยังติดแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้ที่มันจำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเด็กน้อยกำพร้าแห่งบ้านไออุ่นอยู่“วันนี้น้องเป็นอะไรครับ ทำไมน้องงอแงจังหึ”พันตำรวจเอกประภาส เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“น้องอยากกลับบ้าน”“อีกแปปเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะลูกสาว น้องรอคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมเอ่ย”“น้องไม่อยากรอ” เด็กน้อยยังคงกอดอกหน้ามุ้ย ยืนยันว่าจะกลับบ้านอย่างเดียว“งั้นเอาอย่างนี้ค่ะ เดียวคุณแม่จะให้นมชื่นพาน้องออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอดีไหมเอ่ย ที่ตรงนั้นมีผีเสื้อเยอะมากเลยนะ น้องอยากไปไหม”เด็กน้อยแก้มยุ้ย ทำหน้าคุ้นคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะยอมพยักหน้าให้นมชื่นพาไปเดินเล่นรอที่สวนดอกไม้“ก็ได้ค่ะ น้องจะไปกับนมชื่น”“เก่งมากค่ะ เด็กดีต้องไม่งอแงนะ”คุณราตรี ทายาทของนักธุรกิจใหญ่ หอมแก้มบุตรสาวเป็นรางวัล ก่อนที่จะเรียกให้นมชื่น พี่เลี้ยงของลูกสาวมาพาเธอออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอ“นมชื่น
“ดินก็เสียว รูของเธอดูดแน่นมาก เสียวจนจะอดทนไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!ยิ่งเขาบอกว่าเสียวจนทนไม่ไหว เธอก็ยิ่งได้ใจ ยกขย่มใส่ท่อนเอ็นขนาดใหญ่จนน้ำในอ่างกระเพื่อมออกจนเกือบจะหมด“อ๊ะ อ๊า เสียวจัง ทั้งเสียวทั้งจุก อือ”“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะถามอะไรดิน ขย่มจนลืมไปแล้วหรือไงหืม”“มะ ไม่ลืม แต่อยากเสร็จก่อน อ๊ะ”“งั้นขย่มลงมาเลยครับ ขย่มดุ้นผัวแรงๆ เลย อ๊า”ตับ! ตับ! ตับ!จ๊วบ จ๊วบยิ่งโรสขย่มใส่แรงเท่าไหร่ อกอวบทั้งสองข้างของเธอก็เด้งล่อตาล่อใจของเขาซะเหลือเกิน จนเขาแทบจะอดใจกัดมันไม่ไหวมือใหญ่ข้างซ้ายจับประคองเอวคอดกิ่ว ให้ขย่มขึ้นลงตามแรงอารมย์สวาทของเธอและเขา ส่วนมือข้างขวาก็ไม่น้อยหน้าเพราะมันกำลังทำหน้าที่บีบคั้นเต้าอวบใหญ่เพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่กำลังโจมตีอย่างหนักตับ! ตับ! ตับ!“ที่รัก จะเสร็จ อือ อ๊า”“อีกนิดครับ ดินก็จะไม่ไหวแล้ว ดินเสียวจนแทบจะตายอยู่แล้วเธอ อ๊ะ อ่า ซี๊ด อ๊า”“อือ อ่ะ อ๊า อ๊ะๆ”“ไม่ไหวแล้วๆ จะเสร็จแล้ว” โรสรวบรวมเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ขย่มใส่ท่อนลำอย่างถี่รัว จนในที่สุด“พร้อมกันครับเธอ”“อือ......ฉันรักนายนะ”ตับ! ตับ! ตับ!กรี๊ดด / อ๊า...ซี๊ดวินาท
“กี่โมงแล้ว”“ตีสองแล้วครับ”“อยากกลับบ้าน”“เธอครับ....” คนที่ตั้งใจว่าจะนอนกอดหญิงสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย ถึงกับหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที“ฉันแค่อยากอาบน้ำ อยากล้างเครื่องสำอางออก มันไม่สบายตัว จะอาบที่นี้ก็ไม่สะดวก เพราะนายนั้นแหละ”“หึ ก็นึกว่าอะไร อาบที่นี้นะ ส่วนเสื้อผ้าของเธอก็มี ดินยังคงซักเก็บไว้รอเธอเสมอ ส่วนของใช้ส่วนตัวเธอ ดินก็ซื้อมาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”“วางแผนมาดีนะ”โรสเอ่ยเหน็บคนเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนว่าการมาห้องของเขาในครั้งนี้ถือว่าเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว“ก็ไม่ขนาดนั้น ดินก็แค่อยากให้เธอสะดวกสบาย ให้เหมือนกับว่ามันเป็นบ้านอีกหลังของเธอไง”โรสมองหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังพยายามแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม เธอมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้งแล้วก็เริ่มเอะใจ ทำไมห้องของแดนดินมันถึงมีลักษณะคล้ายกับห้องเธอเลย“เอ๊ะ!! ทำไมห้องของนายมันเหมือนกับห้องของฉันเลยหล่ะ หรือว่า...”เพราะมัวแต่โมโหที่แดนดินไม่ยอมไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยไม่ได้สังเกตห้องของแดนดินเลยตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนเมื่อเริ่มได้สติ จึงเริ่มสังเกตข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเขาอีกครั้ง เพราะเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้อยู่คอนโดแบบนี้







