LOGIN“อ้อนอะไรนมชื่นอีกหล่ะ ยัยตัวแสบ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงของคุณหญิงราตรี ภริยาสุดสวยของท่านนายพลใหญ่ โรสที่กำลังกอดอ้อนนมชื่นอยู่ ถึงกับผงะออกทันที แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่ด้วยออดอ้อน
“คิดถึงแม่จังเลยค่ะ”
คุณหญิงราตรีที่เห็นคนเป็นลูกพูดแบบนั้น นางถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“เป็นอะไรหล่ะ ทำไมวันนี้มาแปลกๆ”
“อยากได้อะไรหรือเปล่า ถึงได้บอกคิดถึงแม่”
“โถ่ นมชื่น ดูคุณผู้หญิงของบ้านพูดสิค่ะ ลูกสาวสุดสวยอุตส่าห์บอกว่าคิดถึง แต่กลับมองว่าลูกอยากจะได้อะไร ชิ”
“ก็มันเป็นแบบนั้นมาตลอดไม่ใช่เหรอ”
คุณหญิงราตรีเอ่ยเหน็บคนเป็นลูกอย่างไม่จริงจังนัก เธอเลี้ยงลูกเธอมาตั้งแต่เกิด ถึงจะมีแม่นมคอยช่วยเลี้ยงดูก็เถอะ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าลูกสาวกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ
“สรุปมีเรื่องอะไร บอกแม่ได้ตลอดนะ”
“เฮ่อ หนูแอบชอบคนๆ หนึ่งอยู่ค่ะ แต่เขาไม่ชอบหนูเลย หนูก็เลยเศร้า”
“ห๊า แอบชอบใคร ลูกเต้าเหล่าใครหล่ะ แม่เคยเห็นไหม”
“ไม่เคยเห็นค่ะ เป็นผู้ชายธรรมดา ไม่มีอะไร แต่หล่อ ขยัน นิสัยดี และที่สำคัญหนูชอบเขามากเลยค่ะ”
“โอ๊ย ฉันจะเป็นลม ตายๆ ลูกสาวคนเดียวของฉัน”
“อิอิ อย่าพึ่งเป็นลมค่ะ ช่วยรับฟังหนูก่อน”
“เฮ่อ นี้ลูกพูดจริงๆ หรือแค่อำแม่เล่นๆ ห๊ะยัยโรส”
“พูดจริงค่ะ”
“อย่าให้คุณพ่อรู้เรื่องนี้เชียวนะ ลูกก็รู้นี่ ว่าคุณพ่อตามใจเราทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องคู่ครอง”
“เข้าใจค่ะ ไม่งั้นหนูจะเลือกปรึกษาคุณแม่ทำไมหล่ะ เพราะหนูรู้ ว่าคุณแม่จะอยู่ข้างหนู อิอิ นมชื่นด้วย”
เฮ่อ!! “ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ รู้ไหมคนแก่หัวใจจะวายตายกันพอดี”
คุณหญิงราตรีกับนมชื่นถึงกับถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กัน เพราะหากเรื่องนี้รู้ถึงหูผู้เป็นสามีเธอ ที่ทั้งหวงและห่วงลูกสาวอย่างกับอะไร ว่าคนที่ลูกแอบชอบ เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีเงินทองมากมาย มีหวังระเบิดลงอย่างแน่นอน
“แล้วมานั่งเศร้าทำไมหล่ะ หรือเขาไม่ชอบเรา”
“หนูไม่แน่ใจเลยค่ะ”
“อ่าว!!”
“ก็เขาเฉยชาใส่หนูตลอด พยายามตีตัวออกห่างทุกครั้งที่เจอหน้ากันเลย”
“นี้เขาเป็นเพื่อนที่มหาลัยเหรอ”
“เปล่าค่ะ เขาเป็นเพื่อนกับมะลิ เติบโตมาจากบ้านไออุ่นด้วยกัน เขาเรียนอีกมหาลัยหนึ่งค่ะ”
“ห๊า!!! นมชื่น!! เป็นคนธรรมดาไม่พอ ยังเป็นเด็กกำพร้าอีก ตายๆ เอาไงดีเรานมชื่น”
“โธ่ คุณแม่ค่ะ ไม่พูดแบบนั้นสิ ไม่รู้หล่ะ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคุณพ่อเมื่อไหร่ คุณแม่และนมชื่นจะต้องอยู่ข้างหนูเสมอ ไม่อนุญาตให้ย้ายทีมค่ะ”
“ดึกแล้ว คนสวยง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะ รักคุณแม่ รักนมชื่นที่สุดในโลกเลยนะ”
ฟอด / ฟอด โรสหอมแก้มบุคคลทั้งสองก่อนที่จะวิ่งร่าขึ้นไปยังห้องนอนของตนเองทันที โดยที่ไม่รอให้ให้คนเป็นแม่ได้ดุด่าต่อเลยซักนิด
“ดู ดูเอาเถอะนมชื่น ฉันจะเป็นลม เฮ่อ”
Line : Din
Rose : เราถึงบ้านแล้วนะ
Rose : นายนอนหรือยัง
ทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องนอน โรสก็กดส่งข้อความไปหาแดนดินทันที เพราะกลัวว่าเขาจะหลับไปเสียก่อน
“ทำไมไม่อ่านนะ หรือว่าเขานอนแล้ว เฮ่อ ไม่รอกันเลย”
เมื่อเห็นว่าผ่านไปซักพัก ยังไม่มีการเปิดอ่านหรือโต้ตอบใดๆ จากอีกฝ่ายเลย โรสจึงตัดสินใจล็อกโทรศัพท์แล้วเข้าไปอาบน้ำเพื่อกลับมานอน เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายน่าจะหลับไปแล้ว
ส่วนอีกฝั่งที่นั่งรอไลน์ของใครบางคนอยู่ ก็ยิ้มออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเธอคนนั้นส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว
สาเหตุที่เขาไม่ยอมเปิดอ่านข้อความ เพราะหากขึ้นสถานะว่าอ่านแล้ว มีหวังคืนนี้คงไม่ได้หลับนอนกันเสียที เพราะเธอจะต้องส่งข้อความมาก่อกวนเขาอีกเรื่อยๆ อย่างเป็นแน่
“ได้ตัวลูกสาวฉันไปแล้ว ไม่ยอมพามาส่งที่บ้านเลยนะ”ทันทีที่โรสและแดนดินเดินทางกลับมายังคฤหาสน์เวลากาลในช่วงเย็นของอีกวัน ท่านนายพลประภาสที่กำลังจะรับประทานมื้อเย็นกับคุณหญิงราตรี ก็เอ่ยทักท้วงว่าที่ลูกเขยขึ้นมาทันที ที่เจอหน้ากัน“สวัสดีครับ คุณท่าน คุณหญิง”“จ๊ะ พากันมานั่งก่อนสิ แม่บ้านจะได้ตักข้าวให้ วันนี้แม่เข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดยัยโรสกับว่าที่ลูกเขย”“โอ้โห คุณหญิงราตรีถึงกับต้องเข้าครัวเองเลยเหรอค่ะ”“ไม่ได้สิ ถือว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านเราด้วย ใช่ไหมค่ะคุณพี่”คุณหญิงราตรีหันไปขอความคิดเห็นจากคนเป็นสามี ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งกอดอก วางท่าใส่ว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นแหละ“เฮ้อ ถึงเวลาแล้วสินะ”“ใช่ค่ะ มันถึงเวลาที่เราจะต้องปล่อยให้ลูกมีชีวิตของเขาเอง เด็กทั้งคู่ก็พยายามพิสูจน์ตัวเองให้พวกเราเห็นแล้ว ฉะนั้นควรปล่อยวางได้แล้วค่ะ”“ผมสัญญากับคุณท่านทั้งสองว่าผมจะรักและดูแลโรสให้ดีที่สุดครับ จะไม่ทำให้โอกาสที่ผมได้รับจากพวกท่านในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”“แม้ว่าผมอาจจะไม่สามารถดูแลโรสได้เท่ากับที่คุณท่านทั้งสองดูแล แต่ผมจะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่ชีวิตผมจะทำได้ค
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน.....“คุณพ่อขา น้องอยากกลับ”เด็กหญิงวัย 6 ขวบครึ่งกำลังยืนกระทืบเท้าอยู่กับที่ เธอกระตุกแขนคนเป็นพ่อให้พาเธอกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ว่าคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นยังติดแจกจ่ายสิ่งของ เครื่องใช้ที่มันจำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเด็กน้อยกำพร้าแห่งบ้านไออุ่นอยู่“วันนี้น้องเป็นอะไรครับ ทำไมน้องงอแงจังหึ”พันตำรวจเอกประภาส เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“น้องอยากกลับบ้าน”“อีกแปปเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะลูกสาว น้องรอคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมเอ่ย”“น้องไม่อยากรอ” เด็กน้อยยังคงกอดอกหน้ามุ้ย ยืนยันว่าจะกลับบ้านอย่างเดียว“งั้นเอาอย่างนี้ค่ะ เดียวคุณแม่จะให้นมชื่นพาน้องออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอดีไหมเอ่ย ที่ตรงนั้นมีผีเสื้อเยอะมากเลยนะ น้องอยากไปไหม”เด็กน้อยแก้มยุ้ย ทำหน้าคุ้นคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะยอมพยักหน้าให้นมชื่นพาไปเดินเล่นรอที่สวนดอกไม้“ก็ได้ค่ะ น้องจะไปกับนมชื่น”“เก่งมากค่ะ เด็กดีต้องไม่งอแงนะ”คุณราตรี ทายาทของนักธุรกิจใหญ่ หอมแก้มบุตรสาวเป็นรางวัล ก่อนที่จะเรียกให้นมชื่น พี่เลี้ยงของลูกสาวมาพาเธอออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้รอ“นมชื่น
“กี่โมงแล้ว”“ตีสองแล้วครับ”“อยากกลับบ้าน”“เธอครับ....” คนที่ตั้งใจว่าจะนอนกอดหญิงสาวให้หายคิดถึงเสียหน่อย ถึงกับหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที“ฉันแค่อยากอาบน้ำ อยากล้างเครื่องสำอางออก มันไม่สบายตัว จะอาบที่นี้ก็ไม่สะดวก เพราะนายนั้นแหละ”“หึ ก็นึกว่าอะไร อาบที่นี้นะ ส่วนเสื้อผ้าของเธอก็มี ดินยังคงซักเก็บไว้รอเธอเสมอ ส่วนของใช้ส่วนตัวเธอ ดินก็ซื้อมาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”“วางแผนมาดีนะ”โรสเอ่ยเหน็บคนเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนว่าการมาห้องของเขาในครั้งนี้ถือว่าเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว“ก็ไม่ขนาดนั้น ดินก็แค่อยากให้เธอสะดวกสบาย ให้เหมือนกับว่ามันเป็นบ้านอีกหลังของเธอไง”โรสมองหน้าของแฟนหนุ่มที่กำลังพยายามแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม เธอมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้งแล้วก็เริ่มเอะใจ ทำไมห้องของแดนดินมันถึงมีลักษณะคล้ายกับห้องเธอเลย“เอ๊ะ!! ทำไมห้องของนายมันเหมือนกับห้องของฉันเลยหล่ะ หรือว่า...”เพราะมัวแต่โมโหที่แดนดินไม่ยอมไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยไม่ได้สังเกตห้องของแดนดินเลยตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จนเมื่อเริ่มได้สติ จึงเริ่มสังเกตข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเขาอีกครั้ง เพราะเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้อยู่คอนโดแบบนี้
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวคู่บ่าวสาว บรรดาแขกทั้งหลายก็ต่างทยอยกันกลับ จะเหลือก็แต่บรรดาเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังช่วยกันอำนวยความสะดวกให้กับแขกที่ยังคงเหลืออยู่แทนคู่บ่าวสาว ที่ตอนนี้น่าจะเข้าหอกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“บัว ยัยบัว!”“อะ อะไร เรียกทำไม”“ไป กลับบ้านได้แล้ว แขกคนอื่นๆ น่าจะกลับกันหมดแล้ว พ่อคนที่สองและสามของแกรออยู่หน้าห้องจัดเลี้ยง”“โห้ ไอ้เราก็นึกว่าพากันกลับแล้ว เซ็งเลย”ฮ่า ฮ่า“เธอจะมาเซ็งอะไร ถ้าเธอไม่กลับบ้านแล้วเธอจะไปนอนที่ไหนย่ะ” พุดซ้อนเอ่ยถามบัวบูชาด้วยความปลงขั้นสุด ที่เมื่อไหร่แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย นางก็จะออกอาการรัวแบบนี้ตลอด“อืม ไปนอนกับยัยคุณหนูโรสดีกว่า”คนเมาไม่พูดเปล่า กับเดินเซไปกอดแขนเพื่อนสาวคนสนิทด้วยท่าทีออดอ้อน พร้อมทั้งส่งสายตาอย่างน่าสงสาร“ขอฉันนอนด้วยน๊า เอิ๊ก!”“อิอิ น๊า ยัยคุณหนูโรสสส”โรสที่อยู่ในอาการมึนเมาไม่ต่างกัน แต่พยายามพยุงร่างของบัวบูชาไม่ให้เซล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น“ก่อนที่แกจะไปนอนกับฉัน นู่น พ่อคนที่สองและสามแกเดินตรงมานู่นแล้ว ฮ่า ฮ่า”เมื่อสิ้นเสียงของโรส ทุกคนต่างมองตามกันไปที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงก็เ
“ผู้โชคดีของเราในค่ำคืนนี้ น่าจะได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปอย่างแน่นอนค่ะ เพราะมีคนแสดงตัวแล้ว”เจ้าสาวอย่างมะลิที่ยังไม่ยอมคืนไมค์ให้กับพิธีกร เอ่ยแซวโรสและแดนดินที่ตอนนี้เพื่อนของเธอทั้งสองกำลังเดินตรงมายังเวที“ปล่อยมือฉันได้แล้วดิน”โรสที่โดนแดนดินกุมมือไม่ยอมปล่อย พยายามกระซิบบอกให้เขานั้นรีบปล่อยมือเธอได้แล้ว เพราะตอนนี้คนทั้งงานจับจ้องมาที่พวกเธอทั้งสองอย่างไม่ละสายตาเลย“ไม่ปล่อย ทุกคนในงานจะได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว”“จะบ้าหรือไง”“ไม่ได้บ้า ค่อยๆ เดินขึ้นไปบนเวทีนะ ระวังชายกระโปรงด้วย เดี๋ยวมันเกี่ยวกับส้นรองเท้าอีก”“รู้แล้วน่า ปล่อยมือได้แล้ว อายคนอื่นเขา”“หึ ไปครับ”เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าเวที แดนดินก็ส่งโรสขึ้นไปกล่าวคำอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวในงาน ก่อนที่เขานั้นจะเดินกลับมานั่งโต๊ะของตนเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ก็ไม่วายที่จะก้มหัวเชิงขออนุญาตท่านนายพลประภาสและคุณหญิงราตรี เมื่อเผลอไปสบตากับท่านทั้งสองโดยบังเอิญ“เล่นแบบนี้เลยเหรอมึง”ฮ่า ฮ่า “ก็มัดมือชกไปเลยเพื่อนกู ร้ายกว่าที่คิด”แดนดินไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเอาแต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น รอดูว่าคนที่ขึ้นไปบนเวทีเมื่อซักครู่นี้ จะว่าย
นับตั้งแต่นั้นมาแดนดินก็กลายเป็นแขกประจำของคฤหาสน์เวลากาลไปเลย เพราะทุกเช้าชายหนุ่มจะคอยแวะเวียนซื้อขนม นมเนย มาฝากท่านนายพลประภาสและคุณหญิงราตรี อยู่บ่อยครั้ง เพื่อแอบตีเนียนจะได้ทานมื้อเช้ากับโรส ที่ตอนนี้ผ่านมาจะครบหนึ่งอาทิตย์แล้ว เธอยังไม่ยอมใจอ่อน ยกโทษให้เขาเลย แต่แดนดินก็ไม่เคยย่อท้อ พยายามทำทุกวิธีทางเพื่อไถ่โทษ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะโดนเธอกับท่านนายพลประภาสแกล้ง แต่ทุกครั้งแดนดินก็จะมีคุณหญิงราตรีและนมชื่นคอยช่วยเหลือตลอด“มาทำไม”“อ้าว ก็มารับเธอไปโรงแรมไง เราต้องไปแต่งตัวที่นั้นนะ”วันนี้เป็นวันแต่งงานของมะลิ ซึ่งแดนดินและโรสต่างก็เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว โดยทางเจ้าภาพเองก็จัดเตรียมสถานที่ไว้สำหรับแต่งหน้า แต่งตัวของเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวไว้ที่โรงแรมที่ใช้จัดงานที่เดียวกัน“ฉันไปเองก็ได้ นายไม่เห็นต้องลำบากมารับเลย”“จะลำบากได้ไง เธอเป็นแฟนดินนะ”“อย่ามาขี้ตู่ ยังไม่หายโกรธ ฉะนั้นนายยังไม่ใช่แฟน”“อ๊ะๆ ไม่ใช่แฟนก็ไม่ใช่แฟน...อย่าให้ได้ข้ามขั้นไปเรียกผัวนะ” ประโยคท้ายแดนดินพึมพำเบาๆ กลัวว่าเธอจะได้ยิน“อะไร!!”“เปล่า ไปกันเถอะเดียวรถติด แล้วคุณท่านทั้งสองจะไป







