เข้าสู่ระบบภรภัทรดันร่างบางลงไปบนเตียงหนานุ่ม ชายหนุ่มขึ้นคร่อมสยบเธอไว้ใต้พันธนาการ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างกระชากชุดเดรสหรูออกจนกระดุมหลุดขาดวิ่น เสียงเนื้อผ้าแหวกออกจากกันดังลื่นหู เผยให้เห็นผิวกายเนียนละเอียดผ่าวนวลตาภายใต้แสงไฟสลัว
“คุณต้น... อย่า! ฮึก...” น้ำฟ้าเบือนหน้าหนี ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนด้วยความตกใจและเสียขวัญ “อย่าเหรอ!” ภรภัทรเค้นเสียงต่ำชิดซอกคอขาว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้โน้มตัวลงไปกดจูบ สร้างร่องรอยสีเข้มประทับลงบนลาดไหล่เนียนอย่างหนักหน่วง ฟันคมกดครูดเบาๆ บนผิวบางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของจนร่างบางต้องเกร็งสะท้าน “อ๊ะ!... เจ็บ” “เจ็บสิจะได้จำ!” ภรภัทรตวาดเสียงพร่า นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยไฟหึงหวงที่ควบคุมไม่อยู่ “จำไว้ว่าคนที่กำลังขยี้ร่างกายคุณอยู่ตรงนี้คือผม! อย่าคิดถึงคนอื่นเวลานอนกับผมเด็ดขาด!” มือหนาขยับลงต่ำ ลูบไล้ผ่านแผ่นหลังเนียนลื่นเค้นคลึงสะโพกมนอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสอันรุกรานและรุ่มร้อนทำให้ร่างกายของน้ำฟ้าเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างห้ามไม่ได้ ความคุ้นเคยจากอ้อมกอดและกลิ่นกายอันอบอุ่นที่เคยผูกพันกันมานานสองปี ทำให้ความกลัวในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามอันน่าหลงใหล มือหนาเลื่อนแหวกแพนตี้ตัวจิ๋วออกด้านข้าง นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปในโพรงรักหยุ่นนุ่มที่มีน้ำหวานเริ่มผลิตออกมา “ปากร้องอย่า... แต่ร่างกายคุณมันต้องการผม น้ำฟ้า” นิ้วเรียวยังคงชักเข้าออกจนน้ำหวานเปรอะเปื้อนมือหนา “พอแล้ว... อื้อ!” เรียวขาเล็กพยายามหุบเข้าหากัน ทว่าเขายิ่งแทรกกายเบียดชิดและจัดการสลัดอาภรณ์น้อยใหญ่ของตัวเองออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว “ไม่นะคุณต้น พอแล้ว... คุณยัง...” พูดไม่ทันจบ ริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาบนเรียวปากบางสีระเรื่ออีกครั้ง สัมผัสดุดันคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นวาบหวาม ท้องน้อยของหมอสาวปั่นป่วนไปหมด เมื่อเห็นว่าหญิงสาวโอนอ่อนผ่อนตามจูบตอบกลับอย่างดูดดื่ม เขาไม่รอช้า ชักรูดตัวตนใหญ่โตสองสามครั้งจนน้ำสีใสปริ่มที่ปลาย แล้วสอดเข้าสู่ช่องทางคับแคบจนมิดลำในคราวเดียว! “อ่าส์... เจ็บ!” ด้วยขนาดเกินมาตรฐานชายไทยและไร้ซึ่งความอ่อนโยน ภรภัทรออกแรงถาโถมเข้าหาไม่ฟังเสียงทัดทาน พั่บ! พั่บ! พั่บ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องนอน “ผมรู้คุณไม่เจ็บหรอกอย่ามาเสแสร้ง... เสียวก็ครางออกมาดังๆ เรียกชื่อผมดังๆ!” น้ำฟ้าพยายามกลั้นเสียงคราง เล็บเรียวเจิกจิกลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่าน แต่ด้วยความโหยหา จังหวะรักอันดุดันและหนักแน่นที่โหมกระหน่ำก็พาให้สติของเธอหลุดลอย... “ฮัด... คุณต้น... อื้อ!” “คุณเป็นของผม... อ่าส์... แน่นชิป!” เขาสบถเบาๆ เมื่อภายในของเธอบีบรัดหนุบหนับตอบรับในทุกจังหวะเข้าออก น้ำฟ้าเชิดหน้าขึ้น แอ่นอกรับสัมผัสอันเร่าร้อน สองมือที่หลุดจากการพันธนาการเปลี่ยนเป็นยกขึ้นไขว่คว้า จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนที่พุ่งสูงขึ้น ภรภัทรขยับกายเข้าออกเน้นย้ำในทุกจังหวะ เสียงหายใจหอบกระเส่าของคนทั้งคู่สอดประสานไปกับเสียงเตียงนอนที่สั่นคลอน ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อ ริมฝีปากบางเผยอออกส่งเสียงครางแผ่วเบา... ภาพนั้นยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มกวาดต้อนและตักตวงจากเธอหนักหน่วงยิ่งขึ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปประกบจูบปิดปากเธออีกครั้ง คราวนี้บดเบียดลึกซึ้งและละมุนละไมขึ้นโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว! “อ๊ะ... ฟ้า... ไม่ไหวแล้ว” “อืม... พร้อมกัน” ภรภัทรพึมพำเสียงทุ้มพร่าในลำคอ โอบรัดร่างบางไว้แน่น ขยับบั้นเอวเน้นย้ำจังหวะสุดท้ายอย่างรุนแรงและลึกซึ้ง ก่อนจะปลดปล่อยความวาบหวามทั้งหมดเข้าสู่กายเธอ ส่งให้คนทั้งคู่แตะขอบฟ้าแห่งความสุขสมไปพร้อมๆ กัน! “อ่าส์... / อือ...” เมื่อคลื่นอารมณ์อันดุเดือดสงบลง ภรภัทรลุกขึ้นจากเตียง จัดแจงไปชำระร่างกายด้วยสีหน้านิ่งเรียบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง “หึ... ร่านดีนี่” ร่างบางที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลซึมลงหมอน... สมเพชตัวเองเหลือเกินที่ปล่อยให้หัวใจและร่างกายทรยศเกียรติของตัวเองถึงเพียงนี้!ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ภรภัทรเดินตรวจความเรียบร้อยรอบโรงแรม ขณะกำลังจะก้าวผ่านประตูห้องจัดเลี้ยงที่ประตูด้านข้างเปิดแง้มไว้ เสียงพูดคุยของพนักงานหญิงสองคนที่กำลังจัดเตรียมสถานที่ก็ลอยเข้ามากระทบหู “เมื่อวานแกไปโรงพยาบาลมาใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง” “อ๋อ ไปหาหมอมา แก... ฉันเจอคุณหมอน้ำฟ้าด้วยนะ แต่สภาพคุณหมอดูไม่ค่อยดีเลย หน้าซีดเซียวเหมือนคนจะวูบ เดินแทบไม่ไหว ท่าทางเหมือนจะไม่สบายหนักเลยแก” “จริงเหรอ น่าสงสารจัง ปกติคุณหมอออกจะแข็งแรงและใจดี...” กึ้ก! สองเท้าของประธานหนุ่มชะงักหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจและร้อนรุ่ม นัยน์ตาคู่คมวาววับไปด้วยความกังวลใจที่แล่นขึ้นมาจุกอก ‘ไม่สบายอย่างนั้นเหรอ... หน้าซีดจนจะวูบเลยงั้นเหรอ’ ความปากแข็งและอีโก้ที่เคยมี พังทลายลงด้วยความห่วงใย ภรภัทรไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขาสาวเท้าเดินตรงไปยังลานจอดรถ สั่งให้เรนขับรถพาบึ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที ตกเย็นของวันเดียวกัน... รถยนต์คันหรูของประธานบริหารหนุ่มแล่นมาจอดนิ่งอยู่ตรงบริเวณหน้าอาคารตรวจโรคของโรงพยาบาล ภรภัทรนั่งประจำตำแหน่งเบาะหลัง สายตาคมกริบจ้องมองผ่านกระจกติดฟิล์มมืดไปยัง
ทันทีที่ร่างของรดาพ้นประตูห้องทำงานไป ความเงียบสงบอันชวนอึดอัดก็กลับมาครอบคลุมห้องกว้างอีกครั้ง ภรภัทรเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงาน มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เริ่มปวดตึงขึ้นมาอีกระลอก ‘ได้ยินมาจากแม่บ้านเรือนคุณป้าจอมขวัญงั้นเหรอ...’ ประธานหนุ่มขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาคู่คมวูบวาบไปด้วยความฉงนใจ เรื่องน้ำฟ้าออกจากบ้านเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วัน และเป็นเรื่องภายในคฤหาสน์ที่ไม่มีใครกล้าเอาไปพูด แล้วยัยรดาไปรู้มาจากไหนเร็วขนาดนี้ ซ้ำยังรู้ลึกถึงขั้นมาเสนอตัวแทนที่อีกต่างหาก ยิ่งคิด หัวใจของชายหนุ่มก็ยิ่งร้อนรุ่ม สายตาคมมองต่ำลงไปยังถุงยาและกระปุกยาอันเป็นชนวนเหตุบนโต๊ะทำงาน ภาพใบหน้าหวานที่สั่นระริก หยาดน้ำตานองหน้า และฝ่ามือบางที่ตบฉาดลงบนหน้าเขาเพื่อปกป้องจรรยาบรรณแพทย์แล่นกลับเข้ามาตอกย้ำในหัวสมองอย่างรุนแรง ‘อย่าเอาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพของฉัน... มาย่ำยีด้วยความคิดต่ำทรามของคุณ!’ น้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความแหลกสลายของภรรยา ดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน หมอน้ำฟ้า คนที่เป็นที่รักและเคารพของหมอและพยาบาลทั้งโรงพยาบาล คนที่ไม่เคยแม้แต่จะเรียกร้องเงินทองหรือบัตรแบล็กการ์ดที่เขายื่นให้ ผู
ป้ายา แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นหมอน้ำฟ้ามาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ วิ่งตามออกมาร้องไห้สะอื้นปานจะขาดใจ “คุณหมอ... คุณหมออย่าไปเลยนะคะคุณหมอ!” ภาพที่แม่บ้านเก่าแก่น้ำตานองหน้า พยายามร้องไห้วอนขอผู้หญิงใจร้ายไม่ให้ออกจากบ้านไปยังคงติดตาเขาอยู่อย่างนั้น “คุณต้นห้ามคุณหมอสิคะ! ทำไมถึงปล่อยให้คุณหมอไปแบบนี้!” ป้ายาหันกลับมาร้องไห้ขอร้องนายผู้ชายของบ้านด้วยความสะเทือนใจ “จะไปห้ามเขาทำไมกันครับป้า...” ภรภัทรเค้นเสียงหัวเราะในคอด้วยความขื่นขม สายตาคมเข้มจ้องมองไปยังความมืดมิดนอกประตูบ้านที่ไร้เงาของหญิงสาวแล้ว “ในเมื่อเขาเลือกที่จะไปมีความสุขของเขา...” แม่บ้านเก่าแก่หน้าสลดลงทันที น้ำตาไหลซึมด้วยความสงสารและจุกอกเมื่อนึกถึงคุณหมอน้ำฟ้า คนที่ดีและใส่ใจทุกคนในบ้านมาโดยตลอด ทำไมเรื่องราวถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ หลังจากร่างบางขับรถออกจากบ้านไปอย่างไม่แยแส ภรภัทรก็ทิ้งตัวลงนั่งดื่มเหล้าคนเดียวอยู่ที่บาร์ในห้องรับแขก น้ำสีอำพันถูกกระดกลงคอแก้วแล้วแก้วเล่าจนเวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น ความรู้สึกร้อนรุ่มและความคับแค้นใจสุมแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด เมื่อความเมาทวีคูณจนพยุงกายแทบไม่ไหว ร่างสูง
เพียะ! ฝ่ามือบางตบฉาดเข้าที่ใบหน้าคมเข้มของภรภัทรอย่างจังและรุนแรง! แรงตบส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดหันไปตามแรงมือ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องรับแขกทันตา มีเพียงเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนทั้งคู่ ภรภัทรชะงักกึก ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนปรางแก้ม นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความช็อกและตกใจ ทอดมองภรรยาแต่งอย่างไม่เชื่อสายตา หมอน้ำฟ้ายืนสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย ฝ่ามือบางที่เพิ่งตบหน้าเขายังคงสั่นระริก หยาดน้ำตานองหน้าไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้ตัดพ้อและแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี “อย่าเอาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพของฉัน... มาย่ำยีด้วยความคิดต่ำทรามของคุณ!” หมอน้ำฟ้าเค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยตอบ นัยน์ตาสุกใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามี “ฉันรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดร้ายหรือหวังผลประโยชน์จากใคร โดยเฉพาะคุณพ่อพร้อมพัฒน์ที่ฉันเคารพรักเหมือนพ่อแท้ๆ!” “ถ้าคุณไม่ได้ทำ... แล้วเอกสารผลตรวจยานี่มันคืออะไร!” ภรภัทรขบฟันกรอด พยายามงัดศักดิ์ศรีขึ้นมาเค้นถามทั้งที่หัวใจสั่นคลอน “ไม่จริง... คุณกำลังเข้าใจผิดทั้งหมด” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา
คำถามคาดคั้นทำเอาหมอน้ำฟ้าชะงักกึก หญิงสาวเผลอกำสายกระเป๋าสะพายในมือแน่นขึ้นนิดด้วยความประหม่า ความจริงเรื่องผลตรวจครรภ์ที่เธอกระตือรือร้นจะบอกเขาในเย็นวันนี้ กลับชะงักไปเพราะบรรยากาศอันตึงเครียดตรงหน้า “ไม่มีนี่คะ...” “ดี! ดีมาก!” ภรภัทรเค้นเสียงต่ำ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งอย่างคนที่พยายามข่มอารมณ์เดือดดาลไว้ลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำเอาหมอน้ำฟ้าถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “คุณพ่อเป็นโรคหัวใจ...” “จริงเหรอคะ!” น้ำฟ้าตาโตด้วยความตกใจ “ทำไมฟ้าถึงไม่รู้...” “ไม่รู้! หรือคุณจงใจไม่บอกผม!” ภรภัทรตวาดเสียงแข็งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องหน้าภรรยาด้วยสายตาแค้นเคือง “นี่คุณบอกว่าคุณไม่รู้เหรอ คุณเป็นหมอ... แถมยังเป็นคนที่คอยดูแลท่านตลอดเวลาเนี่ยนะ!” “ฟ้าไม่รู้จริงๆ ค่ะคุณต้น...” “แล้วนี่มันคืออะไร!” ภรภัทรไม่ฟังคำอธิบาย ชายหนุ่มโน้มตัวมาคว้ากระเป๋าสะพายของหมอน้ำฟ้าไปถือไว้ ก่อนจะล้วงมือลงไปหยิบกระปุกยาที่เธอเพิ่งแวะไปรับมาจากคลินิกตามคำสั่งของคุณพร้อมพัฒน์ ออกมาโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธออย่างแรง! กึ้ก! หมอน้ำฟ้าจ้องมองกระปุกยาบนโต๊ะด้วยความสับสน “ยา... ยาของคุณพ่อไงคะ” “ยังจะมาทำ
เช้าวันนี้... อาการพะอืดพะอมและเวียนหัวอย่างรุนแรงของหมอน้ำฟ้ากลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง หญิงสาวฝืนทนยืนอ่านผลตรวจของคนไข้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวเดินกลับห้องตรวจ โลกทั้งใบก็หมุนเคว้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ร่างบางวูบดับและทำท่าจะล้มพับลงกับพื้น โชคดีที่พยาบาลแถวนั้นปราดเข้ามาช่วยประคองร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะรีบพานำส่งห้องพักแพทย์เป็นการด่วน ภายในห้องพักแพทย์ หมอแพรวา แพทย์สูตินรีเวชเพื่อนสนิท คอยดูแลอยู่ข้างเตียงด้วยความห่วงใย ทันทีที่น้ำฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา หมอแพรวาก็ระบายยิ้มอ่อนโยน เอ่ยทักทายเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงสดใส “ฟ้า แกเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง” แพรวาเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังชะงักกึก “...นี่แกกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะ” น้ำฟ้าขมวดคิ้วแน่นมองหน้าเพื่อนด้วยความสับสน “หมายความว่าไงแพร...” “แกท้องได้หกสัปดาห์แล้วฟ้า!” เพื่อยืนยันความจริง หมอแพรวาจึงจัดแจงเข็นเครื่องอัลตราซาวนด์เข้ามาข้างเตียง ปาดเจลเย็นลงบนหน้าท้องเรียบเนียนของเพื่อนรัก แล้วค่อยๆ วางหัวตรวจลงไป ภาพสีขาวดำบนหน้าจอปรากฏขึ้นพร้อมกับสัญญาณเสียงการเต้นของหัวใจดวงเล็กๆ ดัง ตึ







