登入เมื่อกลับมาถึงห้องนอน... ความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดทั้งคืนก็ปะทุออกมาทันที ภรภัทรปิดประตูห้องเสียงดังลั่น ก่อนจะหันมากดสายตาคมกริบมองนรินทิพย์ด้วยความกรุ่นโกรธ
“ปากก็บอกใครต่อใครว่าเป็นภรรยาผม... แต่พอลับสายตา กลับไปยืนหัวเราะต่อกระซิกกับคนอื่น!” น้ำฟ้าชะงักกึก หันมองชายตรงหน้าด้วยความงุนงง “พี่นะ พูดอะไรออกมา...” “อย่ามาเรียกผมว่า นะ! ผมชื่อภรภัทร ไม่ได้ชื่อ นะ! แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่ามีเหตุผลอะไรที่คุณต้องมาเรียกชื่อนี้กับผม...” ภรภัทรแค่นยิ้มเหยียด สายตาเต็มไปด้วยอคติ “อ๋อ... คนรักเก่าของคุณชื่อ นะ สินะ ถึงได้เอาชื่อมันมาตู่ใส่ผม!” น้ำฟ้าแววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด... ชื่อเรียกสั้นๆ ที่เธอเคยตั้งให้เขามันย่อมาจาก นรินทิพย์ ซึ่งเป็นชื่อจริงของเธอเอง เมื่อสามปีก่อนตอนที่เขายังเป็นแค่ นายหลง ชายหนุ่มที่ขับรถตกเหวจนความจำเสื่อม ไร้หัวนอนปลายเท้า และจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง เธอจึงแบ่งปันชื่อของเธอให้เขาใช้ ชื่อที่แสนอบอุ่นซึ่งเธอเคยใช้เรียกเขาด้วยความรัก วันนี้กลับถูกเขาถีบหัวส่งและมองเป็นเรื่องน่ารังเกียจ “ค่ะ... ไม่เรียกก็ไม่เรียกค่ะ คุณต้น...” หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน พลางก้มหน้านิ่งเพื่อซ่อนหยดน้ำตา “คุณถอนหายใจทำไม! คุณรำคาญผมเหรอ!” ภรภัทรสาวเท้าเข้าหา ย้ำเสียงตวาดอย่างเอาเรื่อง “เปล่าค่ะ... แต่ฟ้าว่าตอนนี้เราคงพูดกันไม่รู้เรื่อง” “พูดไม่รู้เรื่อง... หรือว่าไอ้อาการป่วยที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ มันทำให้คุณ ของขาด กันแน่!” คำพูดร้ายกาจใส่หน้าอย่างไร้ซึ่งเกียรติ ทำให้น้ำฟ้าจุกจนพูดไม่ออก ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขอบตาร้อนผ่าว... มันไม่ใช่แค่ความเหินห่างอีกต่อไป แต่คือการถูกตบหน้าด้วยคำพูดดูถูกที่ไร้ความเห็นใจอย่างสิ้นเชิง! “คุณจะไปร่าน สำส่อนกับใครก็ได้... แต่ต้องไม่ใช่กับน้องเขยผม!” เพียะ!! ฝ่ามือน้อยๆ ของนรินทิพย์ประทับลงบนใบหน้าหล่อคมเต็มแรง จนหน้าของภรภัทรหันไปตามแรงตบ ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้องนอนทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธจัดของคนทั้งคู่ “มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณต้น!” น้ำฟ้าตวาดเสียงสั่น นัยน์ตาคู่สวยเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความน้อยใจและจุกแน่นในอก “การที่คุณจำอะไรช่วงสามปีที่ผ่านมาไม่ได้... มันไม่ได้หมายความว่าความเป็นคนของคุณจะหายไปด้วย!” ภรภัทรค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา มือหนายกขึ้นแตะที่มุมปากซึ่งมีรอยแดงฉาน สายตาคมกริบฉายแววดุดัน ร้ายกาจ และอันตรายถึงขีดสุด ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกระตุ้นความคลั่ง “ได้! ในเมื่อคุณไม่ได้เห็นว่าผมเป็นคน... ผมก็จะเป็นอย่างอื่น!” พูดจบ ภรภัทรก็คว้าหมับเข้าที่ไหล่บางทั้งสองข้างอย่างแรง ร่างสูงใหญ่กดประชิดกระชากร่างเล็กเข้ามาปะทะอกแกร่ง ก่อนจะเอียงใบหน้าบดจูบลงบนกลีบปากหวานอย่างดุดัน บ้าคลั่ง และไร้ซึ่งความนุ่มนวล! “อื้อ!... อ่อย!” น้ำฟ้าพยายามดิ้นรน ระเบิดกำปั้นทุบลงบนอกกว้างพัลวัน ทว่าบั้นเอวและเรือนร่างของเธอกลับถูกแขนแกร่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงกวาดต้อนความหวานอย่างหิวโหย บดขยี้อย่างเอาแต่ใจจนรสขมผื่นของเลือดบวกกับกลิ่นกายหอมอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอปลุกสัญชาตญาณความดิบในกายชายหนุ่มให้ปะทุสูงขึ้น!“คุณต้น... อย่า! ฮึก...”
ภายในห้องทำงานหรูของคฤหาสน์ศักดา บรรยากาศเงียบกริบชวนอึดอัด ควันซิการ์ลอยคลุ้ง นิสายืนกอดอกมองบิดาที่นั่งเคาะโต๊ะรอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ “ป่านนี้พวกมันน่าจะลงมือเสร็จแล้วนะคะคุณพ่อ แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีทางรอดมือคนของเราไปได้หรอก” นิสาเหยียดยิ้มสะใจ นึกถึงภาพน้ำฟ้าถูกลากตัวไปขัง ทว่าเสียงโทรศัพท์ที่แผดดังขึ้นมาขัดจังหวะ กลับทำลายความหวังนั้นลงในพริบตา ศักดารีบกดรับสายแล้วเปิดลำโพงทันที “เป็นยังไง จัดการนังนั่นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ศักดาตวาดถามด้วยความกระหายชัยชนะ “นายครับ แย่แล้วครับ” เสียงลูกน้องที่โทรเข้ามาสั่นเครือและหอบเหนื่อย ปนเสียงครางเจ็บปวดจากปลายสาย “งานพลาดครับนาย” “พลาดได้ยังไงวะ ไอ้พวกกระจอก” ศักดาลุกพรวดจนเก้าอี้ไถลไปข้างหลัง เส้นเลือดขมับปูดโปน “คนของพวกมึงมีตั้งสามคน แค่จับผู้หญิงคนเดียวทำไมถึงพลาด” “ตอนแรกพวกเราชนรถมันจนตกข้างทาง ลากลงมาต่อยท้องจนหมดแรงจะจับขึ้นรถแล้วครับ แต่จู่ๆ มีไอ้ผู้ชายตัวโตคนหนึ่งขับรถตามมายิงสกัดไว้ ฝีมือมันร้ายกาจมากครับนาย ทั้งปืนทั้งหมัด พวกผมสู้ไม่ไหว โดนด้ามปืนฟาดหัวแตกไปคนหนึ่ง แถมมันยังยิงปืนขู่จนต้องถอยหนีออกมาก่อนครับ” “แล้ว
ธาวินหันขวับไปมองหมอเจฟทันที คราวนี้แววตาไม่ได้มีแค่ความระแวงแบบคนหวงน้องสาว แต่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงปนซาบซึ้งใจ “ขอบคุณมากครับหมอเจฟ ถ้าไม่ได้หมอช่วยไว้ น้องสาวผมคงแย่ไปแล้ว” ปลัดหนุ่มกล่าวขอบคุณจากใจจริง น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น “ไม่เป็นไรครับ เป็นเรื่องที่ใครเจอตรงนั้นก็ต้องช่วย” เจฟตอบรับอย่างสุภาพ เรียบนิ่ง ไม่ได้ถือโอกาสยกความดีความชอบมาอวดอ้าง “แล้วจะเอายังไงต่อไอ้ต้น” ธาวินหันขวับกลับมาหาภรภัทร แววตาดุดันฉายแววพร้อมเปิดศึก “กล้ามาลูบคมถึงถิ่น ดักทำร้ายคนในครอบครัวกูแบบนี้ คิดว่ากูจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลเหรอ” “ตอนนี้พวกมันคงพุ่งเป้ามาที่กูกับน้ำฟ้า ยิ่งตอนนี้มันพลาด มันยิ่งระวังตัว แต่คงอีกไม่นานมันคงหาทางเล่นงานกูแน่” ภรภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดัน “แต่กูก็เตรียมรับมือพวกมันไว้หมดแล้ว” “รับมือยังไงของมึงวะ” ธาวินถามพลางขมวดคิ้วรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “มันเพิ่งเสียเงินมัดจำไปตั้งสี่สิบล้าน สภาพคล่องทางบัญชีของบริษัทมันกำลังพังยับ กูจะให้ทนายกับคนของเราไปไล่กว้านซื้อหนี้ ไอ้แตมมันจัดการเจาะระบบข้อมูลส่งมาให้กูหมดแล้ว ทั้งเช็กที่ผลัดผ่อนทั้งหนี้น
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดึงเจฟออกจากภวังค์ความคิด“คุณหมอคะ คุณต้นให้มาเชิญไปร่วมรับประทานอาหารเย็นค่ะ” เสียงแม่บ้านเอ่ยบอกผ่านบานประตู“ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป”เจฟตอบรับพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองที่สุภาพ ก่อนจะเปิดประตูเดินลงบันไดมาชั้นล่าง ทว่าเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากห้องรับแขกบอกให้รู้ว่าในบ้านมีแขกมาเยือนเพิ่มขึ้นภาพเบื้องหน้าคือคู่สามีภรรยาที่กำลังก้าวเข้ามาในบ้าน โดยฝ่ายชายอุ้มเด็กน้อยแก้มกลมวัยสองขวบไว้ในอ้อมแขน“พาน้องธามมาหาคุณย่า เลยได้ข่าวว่าโอนที่ดินกันเรียบร้อยแล้ว ไวจริงนะไอ้คุณต้น” ธาวินเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มกว้าง“อย่างนี้แถวนี้ก็จะมีโรงพยาบาลดีๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแห่งแล้วสิคะ” อั้มกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงยินดีจังหวะนั้นเจฟก้าวลงมาถึงเชิงบันไดพอดี ภรภัทรจึงหันไปเอ่ยทัก“อ้าว ลงมาพอดีเลยหมอเจฟ”ธาวินกับอั้มหันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ภรภัทรจึงรีบแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก“นี่หมอเจฟ รุ่นพี่ของหมอน้ำฟ้าสมัยเรียนที่อเมริกา เพิ่งบินมาเที่ยวที่นี่ แล้วเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวไร่พราวฟ้า” ภรภัทรผายมือไปทางผู้มาเยือนทั้งสอง “หมอครับ นี่ปลัดธาวิน ส่วนนี่
“แต่เด็กในบ้าน…” “เดี๋ยวฟ้าจะกำชับว่าไม่ให้พูดค่ะ พี่อลิชพักที่นี่ให้หายก่อนนะคะ” น้ำฟ้ายิ้มปลอบพลางแตะมือเพื่อนเบาๆ ตัดความกังวล “คืนนี้หมอก็พักที่นี่แหละครับ ไม่ต้องกลับโรงแรม” ภรภัทรหันไปบอกเจฟอย่างมีน้ำใจ “มีห้องรับรองหลายห้อง สะดวกกว่าขับรถเทียวไปเทียวมาตอนดึกๆ” พอได้ยินคำชวน นัยน์ตาคมกริบของหมอเจฟก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขายกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ปรายตามองคนเจ็บที่เพิ่งทำตาโตอ้าปากค้าง “ขอบคุณครับคุณต้น... ถือว่าผมอยู่ทำหน้าที่เป็นหมอประจำตัวคนไข้ดื้อแถวนี้ด้วยแล้วกัน เผื่อดึกๆ ตื่นมางอแงจะได้มีคนคอยดูแล” “ใครจะงอแงใส่คุณมิทราบ” อลิชาตวัดค้อน แก้มเนียนที่เคยซีดกลับแดงซ่านขึ้นมาอีกรอบด้วยความโมโหปนเขินจนลืมอาการจุกไปชั่วขณะ เพลิงเห็นท่าทีของทั้งคู่ก็หลุดหัวเราะในลำคอ บรรยากาศตึงเครียดพลันผ่อนคลายลง “เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้วครับคุณหมอกับคนไข้” ภรภัทรตัดบทด้วยรอยยิ้มบางๆ “ฟ้าพายัยอลิชขึ้นไปพักเถอะ ให้ยาออกฤทธิ์แล้วจะได้หลับยาว ส่วนเรื่องไอ้ศักดา... ปล่อยให้พวกผู้ชายจัดการเอง” น้ำฟ้ากับพราวฟ้าช่วยกันประคองอลิชาขึ้นไปชั้นบน จัดแจงให้นอนพักในห้องรับรองแขกฝั่งปีกตะวันออกของ
รถกระบะแล่นผ่านซุ้มประตูใหญ่เข้ามาในอาณาเขตของตระกูลอัศวธารากุล ชะลอความเร็วลงบนถนนลาดยางสายในที่ทอดยาวผ่านแนวทิวสนร่มรื่น “บ้านฉันหลังโน้น” อลิชาชี้มือไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ถัดไปในบริเวณเดียวกัน “เลี้ยวไปส่งฉันที่บ้านเลย” “แวะทำแผลให้หมอน้ำฟ้าตรวจก่อน หรืออยากให้ผมตรวจเอง” เจฟหักพวงมาลัยไปทางบ้านหลังใหญ่ของภรภัทรหน้าตาเฉย พลางปรายตามองคนข้างกายอย่างหยอกเย้า “ไอ้หมอบ้า” อลิชาแหวใส่เสียงขุ่น พลางเอามือกุมท้องแน่น “อ้าว ก็ผมเป็นหมอ คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย” คำถามหน้าตายทำเอาอลิชาหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ภาพความทรงจำวาบหวามใต้ผ้าห่มเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัวจนทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่เม้มปากแน่นแล้วตวัดค้อนใส่ เพื่อซ่อนอาการใจเต้นรัว รถจอดเทียบหน้าบันไดทางขึ้นคฤหาสน์ เจฟรีบดับเครื่องแล้วก้าวลงไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร “ลงมาได้แล้วครับคนเก่ง ให้คุณหมอน้ำฟ้าเขาดูอาการก่อน ถ้าข้างในไม่ช้ำค่อยกลับไปพัก” น้ำเสียงกึ่งสั่งกึ่งห่วงใยทำให้คนดื้อจำต้องยอมจำนน อลิชาค่อยๆ ขยับตัวลงจากรถ แต่เพียงแค่ปลายเท้าแตะพื้น ความเจ็บจุกก็แล่นริ้วจนเผลอร้องคราง เซถลาเข้าหาแผงอกกว้างอย่างห้ามไม่ได้ หมอหนุ่มรวบเ
เจฟลดปืนลง หอบหายใจเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งกลับมาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างร่างบางที่ยังนอนขดตัวงออยู่บนพื้นหญ้า “คุณ... อลิชา คุณเป็นไงบ้าง” “โอ๊ย! เจ็บสิถามได้...” อลิชานิ่วหน้า มือกุมท้องน้อยแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บจุก “พวกมันเป็นใคร ทำไมมาทำร้ายคุณ” “ฉันจะไปรู้เหรอ คุณก็ถามมาได้... โอ๊ยยย เจ็บ!” เธอตัดพ้อเสียงสั่น ร่างกายยังระบมไปหมด เจฟรีบสอดแขนเข้าช้อนแผ่นหลังและข้อพับขา ประคองเธอขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม ความเป็นห่วงฉายชัดในแววตาคมกริบ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอยังปากเก่งได้เหมือนเดิม “ผมว่าชีวิตนี้คุณขาดผมไม่ได้หรอก ห่างกันแค่แป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลยเห็นไหม...” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว น้ำเสียงทุ้มเปลี่ยนเป็นจริงจังและหนักแน่น “งั้นต่อไปนี้... คุณต้องอยู่ในสายตาของผมตลอด” อลิชาที่กำลังเจ็บจุกจนหน้าซีดเหลือบตาขึ้นมองคนตัวโตทันที แม้จะซาบซึ้งที่เขาโผล่มาช่วยชีวิตไว้ได้ทันเวลา แต่ฟอร์มจัดมันค้ำคอ “อยู่ในสายตาบ้าบออะไรของคุณ... โอ๊ย ปล่อยเลยนะ พาฉันลุกขึ้นเดี๋ยวนี้” “ลุกไหวก็เก่งไปแล้ว โดนต่อยท้องขนาดนั้น” เจฟไม่ฟังเสียงทัดทาน แขนแกร่







