Share

บทที่ 18

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-04 04:45:10

เมฆินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าลิฟต์ สายตาจับจ้องรอยเท้าเปียกชื้นซึ่งทอดยาวไปตามพื้นกระเบื้องสีขาว ทุกย่างก้าวทิ้งคราบดินสีดำเอาไว้ชัดเจนทั้งที่ตลอดทางเดินไม่มีใครสวมรองเท้าเปื้อนโคลนผ่านเข้ามา และนับตั้งแต่เขาออกจากห้องของริสา พื้นบริเวณนี้ก็ยังแห้งสนิท

รอยเท้าเริ่มต้นจากหน้าห้องของหญิงสาวก่อนทอดไปหยุดอยู่ตรงประตูบันไดหนีไฟ เมฆินทร์ก้มลงเก็บเส้นผมยาวซึ่งขดอยู่กลางรอยสุดท้ายขึ้นมา กลิ่นดินชื้นและกลิ่นดอกไม้เน่าลอยแตะจมูกเขาในทันที เส้นผมเย็นจัดราวกับแช่อยู่ในน้ำมานานทั้งยังมีหยดน้ำสีคล้ำไหลลงมาตามปลายนิ้วของเขา

ชายหนุ่มปล่อยเส้นผมนั้นลงบนผ้ายันต์แผ่นเล็กก่อนพับปิดและเก็บใส่กระเป๋า จากนั้นจึงเดินไปหยุดตรงหน้าประตูบันไดหนีไฟ ป้ายสีแดงเหนือบานประตูยังคงสว่างตามปกติแต่กระจกช่องเล็กตรงกลางกลับมืดสนิท มองไม่เห็นแม้แต่แสงไฟจากภายในบันไดทั้งที่ตามปกติควรมีหลอดไฟฉุกเฉินเปิดอยู่ตลอดเวลา

เมฆินทร์ยกมือแตะด้ามประตูก่อนจะสัมผัสได้ถึงความเย็นทีาแล่นผ่านฝ่ามือขึ้นมาตามแขน เขายังไม่ได้เปิด เพียงหลับตาลงและตั้งสมาธิฟังเสียงจากอีกด้าน

เงียบ…ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ มีเพียงเสียงหยดน้ำดังเป็นจังหวะอยู่ลึกลงไปด้านล่าง

หยด... หยด... หยด...

ชายหนุ่มค่อย ๆ ดึงมีดหมอออกมาจากย่าม ปลายมีดแตะลงบนรอยต่อของบานประตูก่อนริมฝีปากจะขยับบริกรรมคาถาเสียงต่ำ

“นะปิดตา โมปิดเงา พุทปิดทาง ธาปิดช่อง ยะข่มวิญญาณ สิ่งใดซ่อนอยู่หลังประตู จงเผยรอย”

สิ้นคำทุ้มต่ำนั้น คมมีดพลันอุ่นขึ้นเล็กน้อย กระจกช่องเล็กบนบานประตูเริ่มมีฝ้าขาวเกาะจากด้านในก่อนรอยมือซีดขาวจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางกระจก นิ้วยาวทั้งห้ากางออกช้า ๆ แล้วลากลงมาเป็นทาง

ครืด... เสียงเล็บขูดกระจกดังขึ้นเบา ๆ เมฆินทร์ไม่ขยับหนี เขากลับกดปลายมีดลงบนด้ามประตูแรงขึ้น แววตาคมเย็นจัดขณะจ้องรอยมือนั้นโดยไม่กะพริบ

“ออกมาไม่ได้สินะ”

เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นจากอีกด้าน ฟังคล้ายเสียงหญิงสาวกำลังหัวเราะอยู่ไกล ๆ ก่อนค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้จนราวกับริมฝีปากแนบอยู่ตรงกระจก

“แต่นางออกมาได้...”

เมฆินทร์ขบกรามแน่น “คุณต้องการอะไรจากเธอ”

ไม่มีคำตอบใดๆ มีเพียงเสียงหัวเราะซึ่งแหลมสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนเงาดำร่างหนึ่งจะเคลื่อนผ่านหลังกระจกอย่างรวดเร็ว ไฟเหนือศีรษะกะพริบวูบ ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากทางด้านหลัง

“ช่วยด้วยค่ะ!”

เมฆินทร์หันไปมองตามเสียงซึ่งเสียงนั้นดังมาจากห้องของริสา เขาไม่เสียเวลาแม้แต่วินาที มือหนารีบเก็บมีดหมอเข้าย่ามข้างกายแล้ววิ่งย้อนกลับไปตามทางเดิน ขณะที่เสียงเครื่องเตือนจากภายในห้องเริ่มดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อเมฆินทร์ผลักประตูเข้าไป เขาพบว่าพยาบาลคนหนึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเตียง ใบหน้าซีดเผือด ในขณะที่ดวงตากำลังจ้องตรงไปยังผนังด้านหลังริสา

“เกิดอะไรขึ้น”

พยาบาลยกมือชี้ด้วยอาการสั่นเทา “เมื่อกี้...มีผู้หญิงยืนอยู่ตรงนั้นค่ะ”

เมฆินทร์หันมองตามแต่ผนังด้านหลังเตียงว่างเปล่า มีเพียงเงาของม่านซึ่งไหวช้า ๆ ตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ

“หน้าต่างเปิดหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ ห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง”

คำตอบนั้นทำให้เขาหันไปมองม่านอีกครั้ง มันกั้นเพียงผนังและอุปกรณ์บางส่วน ไม่มีช่องทางใดให้ลมพัดเข้ามาได้แต่ผืนผ้ากลับยังคงขยับเหมือนมีคนยืนอยู่ด้านหลัง ริสานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดลงกว่าเดิม เหงื่อผุดเต็มหน้าผากแม้ดวงตาจะปิดสนิทแต่ริมฝีปากกลับขยับพึมพำบางอย่างไม่หยุด

เมฆินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ “เธอพูดว่าอะไร”

พยาบาลส่ายหน้า “ฟังไม่ชัดค่ะ เหมือนเรียกชื่อใครสักคน”

ชายหนุ่มโน้มตัวลงใกล้ริมฝีปากของริสา เสียงที่หลุดออกมาเบามากจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ

“อย่า...เปิด...”

เมฆินทร์ขมวดคิ้ว “เปิดอะไร”

ริสาไม่ตอบ เปลือกตาสั่นถี่ขึ้นก่อนมือข้างหนึ่งจะยกขึ้นกลางอากาศราวกับพยายามผลักใครบางคนให้ออกห่าง

“อย่าแตะ...วงนั้น...”

คำพูดขาดห้วงทำให้เมฆินทร์ชะงักไปชั่วขณะ แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อ เสียงเคาะก็ดังขึ้นจากผนังด้านหลังเตียง

ก๊อก... พยาบาลสะดุ้งสุดตัว

ก๊อก...ก๊อก...เสียงเคาะดังซ้ำอีกสองครั้ง ทั้งที่อีกด้านของผนังคือห้องว่างซึ่งปิดปรับปรุงมานานแล้ว

เมฆินทร์หันไปทางพยาบาล “ออกไปก่อน”

“แต่คนไข้….”

“ไปตามหมอ แล้วอย่าให้ใครเข้าห้องนี้จนกว่าผมจะเรียก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status