Share

บทที่ 19

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-04 04:45:32

น้ำเสียงหนักแน่นของเขาทำให้อีกฝ่ายลังเลเพียงครู่ก่อนรีบเดินออกไป เมื่อประตูปิดลง เมฆินทร์จึงหยิบผ้ายันต์สี่แผ่นติดไว้ตามมุมเตียงอย่างรวดเร็ว จากนั้นนำสายสิญจน์พันรอบข้อมือริสาแล้วผูกปลายอีกด้านเข้ากับข้อมือของตน ทันทีที่ปมด้ายถูกผูก ความเย็นจัดก็แล่นผ่านเส้นสายเข้ามาในแขนของเขา ตามมาด้วยภาพพร่ามัวซึ่งไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เสียงฝนกระทบหลังคาไม้ แสงเทียนสีแดง มือผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคว้าข้อมือของชายผู้ถือเข็มสัก ภาพเหล่านั้นปรากฏเพียงเสี้ยววินาทีก่อนแตกสลาย เมฆินทร์สูดลมหายใจลึกและรีบตั้งสติ เขาไม่พยายามไล่ตามความทรงจำซึ่งยังไม่ชัดเจนออกไปเพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือดึงจิตของริสาให้กลับมา

ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงเหนือหน้าผากของเธอโดยไม่แตะผิว ก่อนเริ่มบริกรรมคาถา

“นะเรียกขวัญ โมเรียกจิต พุทปิดภาพ ธาปิดฝัน ยะห้ามทาง ผู้ใดนำจิตนางไป จงปล่อย”

สิ้นบทบริกรรม ร่างของริสากระตุกขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจซึ่งเคยขาดช่วงเริ่มสม่ำเสมอขึ้นแต่เสียงเคาะบนผนังกลับดังรุนแรงกว่าเดิม

โครม! เมฆินทร์หันไปมองจามเสียงนั้น ผิวผนังตรงกลางยุบลงเหมือนถูกกระแทกจากอีกด้าน ก่อนรอยแตกเส้นเล็กจะค่อย ๆ ลามออกเป็นรูปมือ

โครม! รอยแตกขยายกว้างขึ้น ฝุ่นสีขาวร่วงลงบนพื้นขณะที่เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังแทรกมากับเสียงกระแทก

“พานางกลับมา...”

เมฆินทร์หยิบมีดหมอขึ้นมาแล้วกรีดปลายนิ้วตนเอง เลือดหนึ่งหยดไหลออกมาช้าๆ เขาใช้นิ้วลากเป็นอักขระลงบนผนังตรงกลางรอยแตกก่อนกดผ้ายันต์ทับลงไปอีกที

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า”

เสียงหัวเราะเงียบลงชั่วขณะ ชายหนุ่มกดฝ่ามือลงบนผ้ายันต์แน่นขึ้นก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นจัด

“ถ้าแตะเธออีกครั้ง ผมจะตามไปส่งคุณไปนรกด้วยมือของผมเอง”

เปลวไฟสีฟ้าลุกวาบขึ้นจากผ้ายันต์ เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นจากอีกด้านของผนังก่อนรอยแตกทั้งหมดจะหยุดลาม ความเย็นภายในห้องค่อย ๆ จางลงและม่านซึ่งไหวอยู่ก่อนหน้านี้ก็กลับมานิ่งสนิท

เมฆินทร์ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอีกครู่เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นถอยไปแล้วก่อนหันกลับมามองริสา เปลือกตาของหญิงสาวค่อย ๆ เปิดขึ้น ดวงตายังพร่ามัวแต่มีสติชัดเจนกว่าก่อนหน้า

“คุณกลับมาแล้วหรือ” น้ำเสียงของริสาสั่นเครือก่อนน้ำตาจะค่อยๆเอ่อขึ้นเคล้าคลอดวงตาคู่งาม

“ฉัน…กลัว” เสียงนั้นแผ่วเบาแต่เมฆินทร์กลับได้ยินมันอย่างชัดเจน น้ำใสที่ไหลออกมาจากหางตาช้าๆถูกปาดทิ้งโดยมือหนาชายหนุ่มที่พึ่งเจอได้ไม่กี่วัน แต่ความรู้สึกกลับผูกพันธ์มากเสียจนคิดว่าทั้งคู่เคยพบกันมาก่อน

“ผมบอกแล้วว่าจะกลับมา”

ริสากะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบห้องอีกห้อง “เมื่อกี้ฉันฝัน”

“ฝันว่าอะไร”

“ไม่รู้” เธอขมวดคิ้วก่อนพยายามนึก “มีใครบางคนกำลังทำพิธี แล้วฉันพยายามห้ามเขา แต่ฉันมองไม่เห็นหน้า”

เมฆินทร์นิ่งไปเล็กน้อย “จำอย่างอื่นได้ไหม”

หญิงสาวส่ายหน้าก่อนเลื่อนสายตาไปยังสายสิญจน์ซึ่งผูกข้อมือของทั้งคู่เข้าด้วยกัน

“นี่คืออะไร”

“กันไม่ให้จิตคุณหลุดไปอีก”

“ต้องผูกกับคุณด้วยหรือ”

“ถ้าไม่มีหลักยึด มันจะดึงคุณกลับไปได้ง่าย”

“แล้วทำไมต้องเป็นคุณ”

คำถามตรงไปตรงมาทำให้เมฆินทร์เงียบไปชั่วขณะ เขาไม่อาจบอกได้ว่าหยดเลือดของตนกำลังตอบสนองกับรอยบนตัวเธอและไม่ต้องการให้หญิงสาวรู้ว่าความเจ็บบางส่วนของเธอกำลังไหลผ่านสายสิญจน์เข้ามาในร่างของเขา

“เพราะตอนนี้มีแค่ผมที่กดรอยนี้ไว้ได้”

ริสามองเขานิ่ง คล้ายรู้ว่าคำตอบนั้นยังไม่ครบถ้วนแต่ครั้งนี้เธอไม่มีแรงมากพอจะซักต่อ

“ตะกรุดของฉันล่ะ”

“ผมกำลังจะไปเอา แต่สิ่งนั้นพยายามเข้ามาใกล้คุณอีก”

“คุณก็เลยกลับมา”

“ใช่”

“แล้วจะทำอย่างไรต่อ”

เมฆินทร์มองเส้นสีดำใต้ผิวหนังบริเวณขาของเธอ มันจางลงจากก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ยังไม่หายไป และยิ่งอยู่ห่างจากเขตบ้านนานเท่าใด แรงอาคมก็ยิ่งฟื้นกลับมาเร็วขึ้นเท่านั้น

“คุณต้องกลับไปกับผม”

ริสาขมวดคิ้ว “หมอบอกให้ฉันพักดูอาการ”

“ที่นี่กันมันไม่ได้”

“แต่ฉันเพิ่งหัวใจเกือบหยุด คุณจะให้ฉันออกจากโรงพยาบาลตอนนี้หรือ”

“ผมไม่ได้บอกว่าตอนนี้”

“แล้วเมื่อไร”

“ทันทีที่แพทย์อนุญาต”

คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คิดจะลากเธอออกไปโดยไม่สนใจการรักษา

“ฉันต้องกลับไปทำงาน”

“คุณยังคิดเรื่องงานอีกหรือ”

“ฉันเป็นนักข่าวภาคสนาม คดีนี้ยังไม่จบ”

“ถ้าคุณยังฝืนลงพื้นที่ รอยนี้จะลามอีก และคุณจะตาย ริสา”

“ฉันจะระวัง”

“เมื่อคืนคุณก็รับปากว่าจะพกตะกรุด”

ริสาเม้มริมฝีปากแน่น “ฉันลืม”

“คุณเกือบตายเพราะคำว่าลืมของคุณ”

น้ำเสียงของเมฆินทร์ไม่ได้ดังแต่กลับหนักแน่นจนเธอเถียงไม่ออก ชายหนุ่มจึงคลายปมสายสิญจน์ออกจากข้อมือตนเองแต่ยังคงพันไว้รอบข้อมือของริสา ก่อนหยิบผ้ายันต์แผ่นใหม่สอดไว้ใต้หมอน

“ผมจะไปเอาตะกรุดและของที่จำเป็น”

ริสามองไปทางผนังซึ่งมีผ้ายันต์แปะอยู่

“แล้วถ้ามันกลับมาอีกล่ะ”

“ผมปิดทางไว้ชั่วคราวแล้ว”

“ชั่วคราวอีกแล้ว”

“ถ้าคุณไม่ชอบคำนี้ ก็หยุดทำให้ทุกอย่างยากขึ้น”

หญิงสาวถอนหายใจอย่างอ่อนแรงก่อนหลับตาลง

“รีบกลับก็แล้วกัน”

เมฆินทร์ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นแต่ไม่ได้ตอบรับ เขาเพียงเดินไปเปิดประตู ก่อนหันกลับมามองเธออีกครั้ง

“อย่าหลับลึกจนกว่าผมจะกลับ”

ริสาลืมตาขึ้น “จะให้คนป่วยควบคุมระดับการนอนหรือไง”

“ถ้าได้ยินเสียงเรียก อย่าตอบ”

“รู้แล้ว”

“ถ้าเห็นใครยืนข้างเตียง….”

“ก็กดเรียกพยาบาล”

“อย่ามองหน้ามัน” คำเตือนสุดท้ายทำให้หญิงสาวเงียบลง เมฆินทร์จึงปิดประตูและเดินออกไป

เมื่อเสียงฝีเท้าของเขาจางหาย ริสาหันมองผ้ายันต์บนผนังก่อนจะพบว่ารอยไหม้สีน้ำเงินยังหลงเหลืออยู่ตามขอบ และตรงพื้นเบื้องล่างมีหยดน้ำสีดำกระจายเป็นทางเล็ก ๆ ไปจนถึงใต้เตียง

หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ริสาค่อย ๆ เลื่อนสายตามองลงไปยังช่องว่างใต้เตียง ข้างล่างมืดสนิทแต่ในความมืดนั้น มีบางสิ่งกำลังขยับช้า ๆ เส้นผมสีดำยาวค่อย ๆ เลื้อยออกมาแตะปลายผ้าห่มก่อนเสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นตรงใต้ร่างของเธอ

“เขาช่วยเจ้าไม่ได้หรอก...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status