Share

บทที่ 17

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-04 04:39:35

คำถามนั้นทำให้เมฆินทร์เงียบไป เขาไม่อาจอธิบายเรื่องสายเลือดและแรงสะท้อนของอาคมให้คนทั่วไปฟังได้และยิ่งไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าหยดเลือดของตนกำลังเชื่อมกับรอยบนตัวริสาอย่างอ่อน ๆ

“เธอพยายามโทรหาผม”

พลอยขมวดคิ้ว “แต่โทรศัพท์พี่ริสาตกอยู่ข้างเตียง ยังไม่ได้กดโทรออกเลยนะคะ”

เมฆินทร์สบตาเธอนิ่งก่อนตอบเสียงเรียบ “บางทีเธออาจโทรก่อนอาการหนัก”

คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้พลอยหายสงสัยแต่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกเสียก่อน แพทย์เวรเดินออกมาพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด

“ใครเป็นญาติของคุณริสาครับ”

พลอยรีบยกมือ “ฉันเป็นเพื่อนร่วมงานค่ะ ครอบครัวอยู่กรุงเทพฯ กำลังติดต่ออยู่”

“ตอนนี้ชีพจรกับความดันกลับมาคงที่ชั่วคราวแล้วแต่เรายังหาสาเหตุของอาการไม่ได้ ผลเลือดเบื้องต้นไม่พบการติดเชื้อรุนแรง ไม่พบสารพิษทั่วไป และภาพเอ็กซเรย์ก็ไม่พบความผิดปกติที่อธิบายอาการได้”

“แล้วรอยดำที่ขาล่ะคะ”

“เรากำลังส่งตรวจเพิ่มเติม แต่มีเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง” แพทย์เวรขมวดคิ้ว “รอยที่เห็นชัดเมื่อครู่จางลงหลังจากชีพจรกลับมาทั้งๆที่ยังไม่ได้ให้ยาที่ควรทำให้เกิดผลเช่นนั้น”

พลอยหันไปมองเมฆินทร์โดยอัตโนมัติแต่ชายหนุ่มยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

“คนไข้รู้สึกตัวหรือยังครับ” เขาถาม

“ยังไม่เต็มที่ เราจะรับไว้สังเกตอาการก่อน คืนนี้คงต้องอยู่โรงพยาบาล”

เมฆินทร์มองผ่านช่องกระจกเข้าไปภายในห้อง ริสานอนนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้ายังคงซีด มีสายออกซิเจนพาดอยู่ใต้จมูก แม้เครื่องมือแพทย์จะประคองร่างกายไว้ได้แต่อาคมสีดำยังฝังอยู่ใต้ผิวหนังและกำลังรอเวลาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“เธออยู่ที่นี่ไม่ได้”

แพทย์เวรหันมามอง “หมายความว่าอย่างไรครับ”

“อาการจะกลับมาอีก”

“คุณเป็นแพทย์หรือเป็นญาติของคนไข้ครับ”

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง”

“ถ้าอย่างนั้นผมคงให้คุณพาคนไข้ออกไปไม่ได้ โดยเฉพาะหลังเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง”

เมฆินทร์กำมือแน่นแต่ไม่ได้โต้เถียง เขารู้ดีว่าต่อให้พยายามอธิบายเรื่องอาคมไป ก็ไม่มีใครยอมให้ย้ายริสาออกจากโรงพยาบาลในสภาพแบบนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือเฝ้าจนกว่าเธอจะรู้สึกตัวแล้วให้เจ้าตัวเป็นคนตัดสินใจเอง

พลอยมองชายหนุ่มสลับกับแพทย์ก่อนกล่าวขึ้นอย่างระมัดระวัง “คุณหมอคะ ขอให้เขาเข้าไปเยี่ยมพี่ริสาสักครู่ได้ไหมคะ เขาน่าจะรู้เรื่องรอยที่ขามากกว่าพวกเรา”

แพทย์เวรมีสีหน้าลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมให้เข้าเยี่ยมได้ครั้งละหนึ่งคนหลังย้ายคนไข้ไปยังห้องสังเกตอาการ เกือบครึ่งชั่วโมงต่อมา เมฆินทร์จึงได้เข้าไปในห้อง ริสายังคงหลับอยู่โดยที่ใบหน้าดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ชายหนุ่มลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงก่อนเปิดผ้าห่มตรวจดูรอยบริเวณข้อเท้า เส้นดำจางลงจริงแต่ไม่ได้หายไป มันเพียงหดกลับไปซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเพื่อรอให้แรงกดจากเลือดของเขาอ่อนลงก็เท่านั้น

เมฆินทร์หยิบผ้ายันต์แผ่นเล็กออกจากกระเป๋าแล้วสอดไว้ใต้หมอนของหญิงสาว จากนั้นจึงแตะสองนิ้วลงบนข้อมือเพื่อตรวจชีพจร ทันทีที่ทือของเขาสัมผัสกับผิวบาง เปลือกตาของริสาก็ขยับเล็กน้อยก่อนค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก

ดวงตาพร่ามัวกะพริบหลายครั้งจนมองเห็นใบหน้าคมเข้มของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงชัดขึ้น

“คุณ...มาได้ยังไง” น้ำเสียงของเธอแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียง

เมฆินทร์มองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“ผมเตือนคุณแล้ว”

ริสาหลับตาลงอย่างอ่อนแรง “รู้แล้ว...ไม่ต้องซ้ำ”

“ถ้ารู้จริง คุณคงไม่ทิ้งตะกรุดไว้แล้วมาโรงพยาบาล”

หญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้ง “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันทิ้งไว้”

“ถ้าคุณพกมันอยู่ อาการคงไม่ทรุดเร็วขนาดนี้”

“ฉันคิดว่าหมอจะช่วยได้”

“หมอช่วยร่างกายคุณได้ แต่อาคมไม่ใช่สิ่งที่ตรวจเจอในเลือดหรือภาพเอ็กซเรย์”

ริสาเม้มริมฝีปาก สีหน้าของเธอแสดงความไม่พอใจแต่ครั้งนี้กลับไม่มีแรงพอจะเถียงเช่นเดิม เมฆินทร์มองท่าทางนั้นแล้วถอนหายใจเบา ๆ

“รอยถูกกดไว้ชั่วคราว คุณยังไม่ปลอดภัย”

“ชั่วคราวอีกแล้วหรือ”

“เพราะคุณไม่ยอมทำตามที่ผมบอก”

“ฉันไม่สามารถเชื่อทุกอย่างที่คนแปลกหน้าพูดได้ทันที”

“แต่คุณเชื่อข้อความจากเบอร์แปลกหน้าแล้วเดินเข้าป่าคนเดียว”

ริสาเงียบไปทันที เมฆินทร์จึงลุกขึ้น เตรียมเดินออกจากห้องแต่หญิงสาวกลับยกมือคว้าชายเสื้อของเขาไว้เบา ๆ แรงของเธอแทบไม่มีแต่ว่าเพียงพอให้ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า

“จะไปไหน”

“ไปเอาของที่คุณทิ้งไว้”

“ตอนนี้หรือ”

“ก่อนรอยจะตื่นขึ้นมาอีก”

ริสาค่อย ๆ คลายมือออกจากชายเสื้อ ท่าทางคล้ายไม่อยากยอมรับว่าตนรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเขากำลังจะจากไป เมฆินทร์มองมือของหญิงสาวก่อนเลื่อนสายตากลับไปยังใบหน้าซีดเผือด

“ผมจะกลับมา”

“ฉันไม่ได้ถามว่าจะกลับมาหรือเปล่า”

“คุณแน่ใจหรือ”

ริสาขมวดคิ้ว “คุณชอบคิดเองจริง ๆ”

“นอนพักไปเถอะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจปล่อยให้หมอรักษาคุณตามลำพัง”

เขากล่าวจบก็เดินออกจากห้อง ปล่อยให้ริสามองตามแผ่นหลังกว้างไปจนประตูปิดลง หญิงสาวเอนศีรษะกลับลงบนหมอน ความอ่อนล้าทำให้เปลือกตาหนักขึ้นอีกครั้งแต่ก่อนที่เธอจะหลับ เธอกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่วางอยู่ใต้หมอน

ริสาสอดมือเข้าไปหยิบออกมา มันคือผ้ายันต์แผ่นเล็กที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมและผูกด้วยด้ายสีขาว หญิงสาวมองของในมืออยู่ครู่หนึ่งก่อนกำมันไว้แน่นโดยไม่คิดจะวางคืน

ด้านนอกห้อง เมฆินทร์เดินผ่านทางเดินยาวของโรงพยาบาลแต่เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์ เขากลับหยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน บนพื้นกระเบื้องสีขาว มีรอยเท้าเปียกชื้นปรากฏอยู่เป็นทางยาว รอยเท้าเปล่าของผู้หญิงเริ่มต้นจากหน้าห้องของริสาก่อนทอดตรงไปยังบันไดหนีไฟซึ่งปิดสนิท

ทุกย่างก้าวมีคราบดินสีดำติดอยู่และตรงกลางรอยเท้าสุดท้ายมีเส้นผมยาวเปียกน้ำขดอยู่หนึ่งเส้น เมฆินทร์ก้มลงมองอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมของเขาเย็นลงทันที สิ่งนั้นไม่ได้ตามเพียงร่างของริสามาที่โรงพยาบาล แต่มันกำลังมองหาทางพาเธอกลับไปจริง ๆ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status