ริสานิ่งค้างอยู่บนเตียงในขณะที่สายตายังคงจับจ้องเส้นผมสีดำที่ค่อย ๆ เลื้อยออกมาจากความมืดใต้ร่างราวกับว่ามันมีชีวิตและกำลังคลำหาบางสิ่งอยู่ตามชายผ้าห่ม เสียงกระซิบแผ่วเบายังคงดังอยู่ด้านล่าง มันชัดเจนเสียจนเธอรู้สึกเหมือนริมฝีปากของผู้พูดแนบอยู่กับพื้นเตียง
“เขาช่วยเจ้าไม่ได้หรอก...”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามไม่ขยับแม้แต่น้อย คำเตือนของเมฆินทร์ผุดขึ้นในหัวอย่างชัดเจน
ถ้าเห็นใครยืนข้างเตียง อย่ามองหน้ามัน
แต่สิ่งนี้ไม่ได้ยืนอยู่ข้างเตียง แต่มันอยู่ใต้ตัวเธอ ริสาค่อย ๆ เลื่อนมือไปทางปุ่มเรียกพยาบาลบนโต๊ะข้างเตียงแต่ทันทีที่ปลายนิ้วเกือบแตะถึง สายโทรศัพท์กลับขยับเอง มันค่อย ๆ เลื้อยออกจากโต๊ะแล้วตกลงกระทบพื้นเบา ๆก่อนถูกแรงบางอย่างลากหายเข้าไปใต้เตียง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ความเย็นแล่นผ่านปลายเท้าขึ้นมาตามลำตัว อากาศภายในห้องเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานแต่ความเย็นที่แผ่ออกมานั้นกลับไม่เหมือนอากาศจากเครื่อง มันเป็นความเย็นชื้นซึ่งมีกลิ่นดินเก่า กลิ่นน้ำขังและกลิ่นดอกไม้เน่าปะปนอยู่ด้วย
ริสาเหลือบมองประตูห้องเพราะหวังว่าจะมีสักคนที่เปิดเข้ามาแต่มันยังคงปิดสนิท ไม่มีเสียงฝีเท้าของพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่เดินผ่าน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ทางเดินด้านนอกเต็มไปด้วยเสียงคนและเสียงรถเข็น แต่ว่าตอนนี้กลับเงียบจนผิดปกติ
เส้นผมใต้เตียงค่อยๆเลื้อยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนพันรอบขาเตียงช้า ๆ ปลายเส้นบางส่วนกระดิกไหวราวกับนิ้วมือกำลังเกาะเกี่ยวกับเนื้อไม้ เสียงหัวเราะแผ่วดังขึ้นอีกครั้งอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มาจากใต้เตียงเพียงอย่างเดียว หากสะท้อนดังก้องไปทั่วห้อง
“เขามาไม่ทันหรอก...”
ริสากัดฟันแน่น พยายามบังคับมือให้ยกขึ้นคว้าผ้ายันต์ซึ่งเมฆินทร์สอดไว้ใต้หมอนแต่ร่างกายกลับหนักอึ้งจนแทบขยับไม่ได้ นิ้วมือชาและเย็นจัด หัวใจเต้นแรงจนเจ็บกลางอก ขณะที่รอยดำบนขาซึ่งจางลงก่อนหน้าเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง เส้นสีคล้ำเคลื่อนตัวผ่านใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็วและมุ่งสูงขึ้นมาจนเกือบถึงต้นขา
“ไม่...” เธอพึมพำเบา ๆ
ทันใดนั้น เตียงทั้งหลังก็สั่นสะเทือน ครั้งแรกเพียงเบา ๆ คล้ายมีใครชนจากด้านล่างก่อนแรงกระแทกจะรุนแรงขึ้นจนขวดน้ำบนโต๊ะข้างเตียงตกลงมาแตกกระจาย แรงกระแทกทำให้เศษแก้วสีใสกระเด็นกระดอนไปทั่วพื้น ริสารีบคว้าขอบเตียงไว้แน่นในขณะที่เสียงบางอย่างยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ใต้ตัวเธอเหมือนกำลังพึงพอใจที่ทำให้เธอกลัวได้
ตึง! พื้นเตียงยุบตัวลงตรงกลางราวกับมีมือจากเบื้องล่างดึงเอาไว้
ตึง! แรงกระชากครั้งที่สองทำให้ร่างของริสาไถลลงเล็กน้อย ผ้าห่มถูกดึงหายไปครึ่งผืน หญิงสาวรีบตะครุบชายผ้าเอาไว้แต่เส้นผมสีดำกลับพันรอบข้อมือของเธอในชั่วพริบตา
ความเย็นจัดแทรกผ่านผิวหนังเข้าถึงกระดูก ริสาสะบัดมือสุดแรงแต่เส้นผมกลับรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนผิวบริเวณข้อมือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เสียงกระซิบใต้เตียงดังขึ้นใกล้กว่าเดิม ราวกับว่าเจ้าของเสียงกำลังคลานขึ้นมาตามด้านในของโครงเตียง
“กลับไปกับข้า...”
หญิงสาวพยายามร้องเรียกใครสักคนแต่ลำคอกลับแห้งผาก ไม่มีเสียงหลุดออกมาแม้แต่น้อย เธอยกมืออีกข้างคลำหาใต้หมอนอย่างร้อนรนและในที่สุด ปลายนิ้วบางสัมผัสเข้ากับผ้ายันต์พับสามเหลี่ยมที่เมฆินทร์สอดเอาไว้ให้
ทันทีที่กำมันไว้ แสงสีเหลืองจาง ๆ ก็วาบขึ้นจากอักขระบนผืนผ้า เส้นผมที่พันรอบข้อมือกระตุกอย่างรุนแรงก่อนส่งเสียงแหลมคล้ายสัตว์ถูกน้ำร้อนลวกและคลายออกอย่างรวดเร็ว
ริสารีบดึงมือกลับมากอดไว้กับอก ผิวหนังบริเวณข้อมือปรากฏรอยดำเป็นวงคล้ายถูกเชือกรัดแต่ทว่าความโล่งใจอยู่ได้เพียงชั่วครู่เพราะเสียงบางอย่างเริ่มข่วนอยู่ใต้พื้นเตียงอีกครั้ง
ครืด... ครืด... ครืด...
เสียงนั้นค่อย ๆ เคลื่อนจากปลายเตียงมาหยุดตรงใต้ศีรษะของเธอก่อนแผ่นฟูกด้านบนจะนูนขึ้นช้า ๆ เหมือนกับมีใครยื่นหน้าแนบขึ้นมาจากเบื้องล่าง ลมหายใจเย็นจัดเป่าผ่านเนื้อผ้าขึ้นมาถึงต้นคอ ริสาหลับตาแน่นในขณะที่มือกำผ้ายันต์ไว้จนขอบกระดาษบาดฝ่ามือ เธอพยายามนึกถึงเสียงของเมฆินทร์ นึกถึงน้ำเสียงเย็นชาและคำสั่งซ้ำ ๆ ของเขา แม้จะน่าหงุดหงิดแต่กลับเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้สติของเธอไม่ให้หลุดลอยไปกับเสียงกระซิบ
อย่าตอบ อย่ามอง อย่าเดินตาม
เสียงข่วนหยุดลงกะทันหัน ความเงียบปกคลุมทั้งห้องอีกครั้ง
ริสาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างระมัดระวัง ไม่มีเส้นผม ไม่มีเงาดำและไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวอยู่ใต้เตียง ความเย็นในห้องลดลงเล็กน้อยแต่แสงไฟเหนือศีรษะกลับยังคงกะพริบเป็นจังหวะช้า ๆ
เธอรวบรวมแรงขยับตัวไปใกล้ขอบเตียงก่อนก้มลงมองพื้นอย่างลังเล ก่อนจะพบว่าใต้เตียงมืดสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงกริ่งเรียกพยาบาลวางอยู่เกือบชิดผนัง
ริสาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วโน้มตัวลงทีละน้อย ปลายนิ้วยื่นไปทางกริ่งนั้นอย่างระมัดระวัง อีกเพียงเล็กน้อยก็จะเอื้อมถึงแต่ทันใดนั้น ดวงตาคู่หนึ่งก็ลืมขึ้นในความมืด มันอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอไม่ถึงคืบ
ริสาสะดุ้งสุดตัวและรีบผงะกลับ เสียงกรีดร้องหลุดออกจากลำคอในที่สุด ร่างซีดขาวใต้เตียงพุ่งออกมาพร้อมเส้นผมที่กระจายเต็มพื้นแต่ยังไม่ทันสัมผัสตัวเธอ ประตูห้องก็เปิดออกอย่างแรง
พยาบาลคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมพลอย
“พี่ริสา!” แสงจากทางเดินสาดเข้ามาในห้อง ความมืดใต้เตียงสลายไปในทันที เหลือเพียงกริ่งเรียกพยาบาลวางอยู่บนพื้นอย่างไร้สิ่งผิดปกติ ไม่มีหญิงผมยาว ไม่มีคราบดิน และไม่มีเส้นผมแม้แต่เส้นเดียว
พลอยรีบเข้ามาจับแขนเธอ “เป็นอะไรพี่”
ริสาหอบหายใจแรง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตายังคงจับจ้องใต้เตียงอย่างหวาดระแวง