INICIAR SESIÓNแท้จริงแล้ว เวินหร่านไม่อยากไปไหนเลยในตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งสิ้นเธอทำได้เพียงเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ฉันอยากขอลาหยุดสามวันค่ะ”เมื่อซางเลี่ยรุ่ยเห็นท่าทางใจลอยไร้จิตวิญญาณของเธอเช่นนั้น เขาก็พยักหน้ารับโดยไม่ได้คิดอะไรมาก “ได้สิ”เวินหร่านไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม เธอเม้มริมฝีปากแน่นแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกเป็นห่วงจนเตรียมจะก้าวเดินตามไป“คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!” เวินหร่านตะโกนขึ้นมากะทันหันท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นเพราะภาพถ่ายระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยที่หลุดรั่วออกไป จึงทำให้แม่ของเธอถูกกระตุ้นจนต้องเข้าโรงพยาบาลในตอนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาจริง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้วโดยอัตโนมัติ ฝ่าเท้าของเขาคล้ายถูกตรึงไว้ด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนหยุดนิ่งอยู่กับที่ทอดสายตามองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของเวินหร่านที่ค่อย ๆ เดินจากไปทว่าภายในใจของเขากลับยังคงรู้สึกเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลาหลังจากขึ้นรถแล้ว เขาออกคำสั่งให้คนขับรถขับตามหลังเวินหร่านไปตลอดทางคอยปกป้องคุ้มครองเธออยู่เงียบ ๆ เวินหร่านที่กำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดของตนเอง จึงไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ารถของซา
สีหน้าของเวินฉีเปลี่ยนสีทันที “เวินหร่าน แกพูดว่าอะไรนะ?”เวินหร่านมองสบตาเธอ “ถ้าพูดถึงวิชาการแย่งผัวชาวบ้าน ฝีมือของพี่ก็คงไม่เป็นสองรองใครหรอก! ในเมื่อคนที่แอบกินด้วยก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นน้องเขยของตัวเอง ขนาดกระต่ายมันยังไม่กินหญ้าข้างรัง แต่พี่แม้กระทั่งคนในครอบครัวก็ยังไม่เว้น แล้วที่ฉันทำ มันจะไม่เรียกว่าเหนือกว่าพี่ได้ยังไง?”เวินฉีโกรธจนจุกอกในพริบตา “แก...”เธอพุ่งตัวเข้าไปหมายจะสั่งสอนเวินหร่าน แต่กลับถูกเวินจ้าวเหลียงยื้อตัวเอาไว้เสียก่อน“หุบปากไปซะ!”เวินฉีเบิกตากว้างมองเวินจ้าวเหลียงด้วยความไม่อยากเชื่อ เอ่ยเสียงแหลมขึ้นทันที “คนที่มั่วสุมเรื่องชู้สาวตอนนี้คือเวินหร่าน แกไม่ตำหนิยัยนี่ แต่กลับมาต่อว่าฉันเนี่ยนะ?”เวินจ้าวเหลียงแค่นเสียงฮึดฮัด “พี่ก็เคยเที่ยวไปมั่วสุมมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง มีสิทธิ์อะไรไปว่าเธอ?”ใบหน้าของเวินฉีแดงก่ำจนกลายเป็นสีเลือดในทันที “ฉัน...”ไม่ทันที่เธอจะได้ด่าทอถ้อยคำหยาบคายใดออกมาอีก เวินจ้าวเหลียงก็ลากตัวเธอออกไปเสียก่อนเมื่อปลอดเสียงรบกวนของเวินฉี เวินหร่านจึงได้ความสงบกลับคืนมาครู่หนึ่งเธอยืดตัวขึ้นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค
เวินหร่านหันขวับไปมอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น“หมายความว่าไง?”เวินฉีแค่นหัวเราะ “ก็เพราะแกเป็นคนชั้นต่ำไงล่ะ ถึงได้พลอยทำให้แม่ของแกต้องซวยไปด้วย”ในใจของเวินหร่านพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่สู้ดีขึ้นมาเธอเบิกตากว้าง หันไปมองเวินจ้าวเหลียง “หรือว่า... จะเกี่ยวข้องกับฉัน?”สีหน้าของเวินจ้าวเหลียงซับซ้อน อ้ำอึงอยู่นานก็ยังพูดออกมาเป็นประโยคที่สมบูรณ์ไม่ได้ในที่สุดเวินหร่านก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ“บอกมาซิ ว่ามันเกี่ยวข้องกับฉันใช่ไหม?”เธอรั้งแขนของเวินจ้าวเหลียงไว้ทันที เอ่ยถามด้วยความร้อนรนเวินจ้าวเหลียงมองหน้าเธอ สีหน้ายังคงลำบากใจเช่นเคยเมื่อเห็นท่าทางหลบเลี่ยงของเขา หัวใจของเวินหร่านก็ร่วงดิ่งลงไปวูบหนึ่ง“ใช่!”เวินฉีเอ่ยยอมรับแทนเวินจ้าวเหลียง สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ก็เพราะแกนั่นแหละ...”“เวินฉี อย่าพูดถึงอีก!” เวินจ้าวเหลียงร้องห้ามขึ้นมากะทันหันเพื่อหยุดเธอ“ทำไมถึงไม่ยอมให้ฉันพูด? ตอนนี้แกเข้าข้างยัยนี่แล้วหรือไง?” เวินฉีถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธเวินจ้าวเหลียงคิดว่าตัวเองกับเวินหร่านเป็นพี่น้องร่วมคลานตามกันมาหรือยังไง?ผิดแล้ว!คนที่เกี่ยวโยงทา
เวินหร่านเอ่ยด้วยความร้อนรน “แม่ฉันเข้าโรงพยาบาลค่ะ ฉันต้องรีบไปดูสักหน่อย”ซางเลี่ยรุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที “เดี๋ยวผมไปส่ง”เวินหร่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ “ค่ะ!”เธอจัดการล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับซางเลี่ยรุ่ยรถยนต์คันหรูแล่นมาถึงโรงพยาบาลเวินหร่านรีบลงจากรถทันทีคาดไม่ถึงว่าซางเลี่ยรุ่ยจะก้าวลงมาพร้อมกับเธอด้วย“คุณ...”เวินหร่านมองเขาด้วยความประหลาดใจแววตาของซางเลี่ยรุ่ยลึกล้ำ “จะให้ผมเข้าไปข้างในเป็นเพื่อนคุณด้วยไหม?”เวินหร่านรีบส่ายหน้าพัลวัน “มะ ไม่ต้องค่ะ...”ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผย หากให้เขาเดินเข้าไปข้างในด้วยกันจะเป็นอย่างไรล่ะ?เกิดบังเอิญไปเจอคนตระกูลเวินเข้าเธอจะอธิบายอย่างไร?จะบอกว่าเป็นบอสของเธอก็คงไม่ได้?ต่อให้เธอพูดแบบนั้นจริง ๆ ก็คงไม่มีใครเชื่ออยู่ดีจะมีเจ้านายที่ไหนใส่ใจลูกน้องขนาดนี้กันล่ะ?ใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยหมองสลดลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าในอกรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุความรู้สึกที่ทำได้แค่เป็นคู่นอนของเธอน
เวินหร่านทานอาหารมื้อนั้นจนหมดด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นในใจ“ฉันอิ่มแล้วค่ะ”ตอนนี้มีหนทางให้เธอเลือกอยู่แค่สองทางเท่านั้นทางแรกคือสารภาพกับซางเลี่ยรุ่ยตามตรงไปเลยว่าเธอกับฟู่จิ่งเฉิงหย่ากันเรียบร้อยแล้วหรือไม่ก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับซางเลี่ยรุ่ยเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ตัดปัญหาความยุ่งยากในอนาคตออกไปด้วย ไม่อย่างนั้นอีกหนึ่งเดือนให้หลัง หากซางเลี่ยรุ่ยไปหาฟู่จิ่งเฉิงจริง ๆ ล่ะก็ ทุกอย่างคงจบเห่แน่ ๆ “ไปกันเถอะ!”ซางเลี่ยรุ่ยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอทันทีเขาโอบไหล่ของเธอไว้ เตรียมจะพาเธอกลับทว่าเวินหร่านกลับหยุดฝีเท้าลง “ยังไม่ได้จ่ายเงินเลยนะคะ”มื้อนี้ตกลงกันไว้แล้วว่าเธอจะเป็นคนเลี้ยงก่อนหน้านี้เธอยังนึกเสียดายเงินค่าอาหารมื้อนี้จนเจ็บแปลบในอกอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับมีเรื่องที่ชวนให้ปวดหัวยิ่งกว่ารออยู่อย่างมากก็แค่รูดบัตรเครดิตเธอดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ยากเกินรับมือเท่าไรนักซางเลี่ยรุ่ย “ผมจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว”เวินหร่านชะงักงันเธอหันกลับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ “คุณว่าอะไรนะ? คุณจ่ายไปแล้วเหรอ?”เขาจ่ายเงินไปตั้งแต่ตอนไหนกัน?ทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงไม่สัง
แววตาของซางเลี่ยรุ่ยร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง “หมายความว่า ผมอยากให้คุณมาเป็นแฟนผมยังไงล่ะ!”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากขอเธอเรื่องนี้เขาหวังอยากจะให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสามารถเปิดเผยต่อที่สาธารณะได้ไม่ใช่แค่จำกัดอยู่แค่เรื่องทางกายเพียงอย่างเดียวเวินหร่านอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “แต่ก่อนหน้านี้เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าต่างฝ่ายต่างแค่ช่วยสนองความต้องการทางกาย ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น?”ใจของซางเลี่ยรุ่ยจมดิ่งลงเล็กน้อยสีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ “คุณนอนกับผมตั้งหลายครั้ง ไม่เคยคิดในแง่มุมอื่นกับผมสักนิดเลยเหรอ?”เขาว่ากันว่าผู้หญิงมีเซ็กส์เพราะความรักทำไมเธอถึงไม่ใช่แบบนั้นล่ะ? “ไม่คิดค่ะ!” เวินหร่านตอบกลับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยหากจะพูดให้ถูก ไม่ใช่ว่าไม่คิดเลย แต่เธอไม่กล้าคิดต่างหากเธอกลัวว่า หากตัวเองเกิดมีความคิดเรื่องอื่นขึ้นมา เธอจะถอนตัวไม่ขึ้นและสายเกินแก้ทำได้เพียงเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยนั้นไม่มีทางเป็นไปได้บริเวณอกซ้ายของซางเลี่ยรุ่ยเจ็บแปลบขึ้นมาราวกับถูกกระแทกอย่างแรงไม่คิดเลยงั้นเหรอ?เธอไม
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

