공유

บทที่ 4

작가: อาเป่า
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืน

ความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลย

โชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสาย

แต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล

“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับเธอ

ที่แท้ก็มีท่านประธานคนใหม่มานั่นเอง

มิน่าวันนี้ตอนเธอมาถึงบริษัทก็พบว่าเพื่อนร่วมงานหญิงต่างถือกระจกเติมเครื่องสำอางกันอยู่

“เวินหร่าน ทำไมเธอยังไม่รีบแต่งตัวอีก?”

หลีลี่เห็นเธอได้ยินข่าวแล้วยังเฉยอยู่จึงรีบดึงเธอนั่งลง “เธอแต่งหน้าอ่อนเกินไป เดี๋ยวฉันช่วยเติมให้เธอสวยขึ้นเอง”

เวินหร่านหลบหลีกเป็นพัลวัน พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านประธานมารับตำแหน่ง เกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนะ!”

เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ถูกแม่ใหญ่ส่งมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้

พูดเสียน่าฟังว่า ให้เธอมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่บริษัทอื่น

ความจริงก็คือกีดกันไม่ให้เธอเข้าไปมีตำแหน่งสำคัญในกิจการของตระกูลเวิน

ส่วนกิจการของตระกูลเวินเก็บไว้ให้เวินจ้าวเหลียงพี่ชายและเวินฉีพี่สาวสืบทอด

ลูกสาวที่เกิดจากแม่เล็กและไม่ได้รับความสำคัญอย่างเธอไม่มีคุณสมบัติจะเข้าไปได้เลย

ถึงแม้ว่าเวินหร่านจะมีผลการเรียนเป็นอันดับต้น ๆ มาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังมุมานะบากบั่นกว่าพี่ชายและพี่สาวก็ตามที

แต่เธอไม่ใช่ทั้งเวินจ้าวเหลียงที่จะได้สืบทอดวงศ์ตระกูลและไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเหมือนเวินฉีพี่สาว

ดังนั้น หลังเรียนจบ เธอก็ถูกแม่ใหญ่กีดกันไว้นอกกิจการตระกูลเวิน

ส่วนแม่เล็กก็ไม่เคยช่วยพูดแทนเธอเลยแม้ประโยคเดียว

การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้ เธอได้เจอมานักต่อนักตั้งแต่เด็กจนโต เวินหร่านชินชามานานแล้ว

รู้ว่าแม่ใหญ่ไม่ชอบให้เธอโดดเด่น แม่เล็กก็ไม่มีทางปกป้องเธอ

สองปีมานี้ เธอจึงเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาในบริษัทแห่งนี้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

ไม่แข่งขัน ไม่แย่งชิง

พยายามไม่ไปมีผลประโยชน์ขัดแย้งกับพี่ชายพี่สาวอย่างเต็มที่

เธอทั้งไม่อยากเลื่อนตำแหน่งและไม่อยากขึ้นเงินเดือน ดังนั้น ท่านประธานสายฟ้าแลบจึงไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย

หลีลี่กดเธอนั่งลงที่เดิมแล้วพูดอย่างขัดใจว่า “ได้ยินว่าท่านประธานจะมา เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเนี่ยนะ? เธอยังเป็นคนปกติอยู่ไหมเนี่ย? ตอนนี้คนทั้งบริษัทกำลังพยายามแต่งหล่อแต่งสวยกันสุดชีวิต อยากได้รับความสนใจจากท่านประธานตั้งแต่แรกพบกันใจจะขาด ถึงเธอจะมีโครงหน้าสวยอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันได้ยินมาว่าท่านประธานคนใหม่หนุ่มแน่นแถมยังหล่อสะบัด จะต้องไม่ทำให้พวกเราผิดหวังแน่ ๆ...”

เวินหร่านอยากจะบ้าตาย “งั้นเธอก็แต่งให้สวยเองเถอะ สำหรับฉันไม่จำเป็นจริง ๆ ฉันยังมีหลายเรื่องต้องทำ...”

หลีลี่กดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย “เผื่อถ้าฉันไม่เข้าตา แต่เธอเข้าตาท่านประธานก็ยังดีไงล่ะ! ฉันเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ถ้าอยากจะยืนหยัดอย่างมั่นคงในโลกการทำงาน นอกจากมีความสามารถที่โดดเด่นและจิตใจที่ทนทานต่ออุปสรรคทั้งปวงแล้ว อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการมีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง! ถ้าท่านประธานคนใหม่ถูกใจพวกเรา ต่อไปในบริษัทก็ไม่มีใครกล้ารังแกพวกเราอีก...”

เวลาสิบโมงเช้า

บริเวณโถงชั้นล่างของบริษัทมีผู้คนคลาคล่ำมาพักใหญ่แล้ว

ทุกคนต่างวางตัวสุภาพมีมารยาท ยืดคอมองไปที่ประตูทางเข้า รอคอยการมาถึงของท่านประธาน

หลีลี่ลากเวินหร่านแหวกฝูงชนไปจนถึงแถวหน้าสุดอย่างยากลำบาก

“นี่อยู่หน้าเกินไปแล้ว”

เวินหร่านอยากถอยไปยืนข้างหลัง ท่านประธานสายฟ้าแลบก็มาถึงเสียแล้ว

รถบอดี้การ์ดสิบกว่าคันอารักขารถโรลส์-รอยซ์สุดหรูคันหนึ่งมาหยุดลงตรงหน้าประตูบริษัท

ประตูรถเปิดออก ผู้ชายสวมแว่นกันแดดสีดำในชุดสูทกับรองเท้าหนังคนหนึ่งออกมาจากรถ

ชายหนุ่มมีลักษณะหล่อเหลาเย็นชา ท่าทางทรงอำนาจราวกับราชา

ท่ามกลางการอารักขาของบอดี้การ์ดหลายสิบนาย เขาเดินเข้ามาในบริษัทอย่างเอิกเกริกอลังการ

ภาพตรงหน้าทั้งน่าเกรงขามและเปี่ยมอำนาจกดดัน จนยากจะละสายตา

ทุกคนในที่นั้นล้วนแต่ปากอ้าตาค้าง

ถูกออร่าอันท่วมท้นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาสะกดไว้อย่างราบคาบ

เวินหร่านเองก็เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ มองไปทางชายหนุ่ม

พอเห็นก็ต้องตกใจ!

ทำไมถึงเป็นเขาไปได้?

รูม่านตาเธอพลันหดเล็ก สีหน้าฉายแววเหลือเชื่อ

ท่านประธานสายฟ้าแลบก็คือหมอหนุ่มที่ตรวจอาการให้เธอที่โรงพยาบาลวันนั้นหรือ?

นี่ เป็นไปได้อย่างไรกัน?

เขาไม่ใช่หมอหรอกเหรอ?

เวินหร่านเกือบเข้าใจว่าตัวเองเห็นภาพหลอนไปเสียแล้ว

เธอรีบหลับตาแล้วส่ายหน้าไปมา

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ชายคนนั้นกลับหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเธอพอดี

เวินหร่านลมหายใจแทบจะหยุดนิ่ง

เห็นซางเลี่ยรุ่ยค่อย ๆ หันหน้ามองมาทางเธอ

ระยะใกล้ขนาดนี้ เธอไม่มีทางจำผิดแน่

ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบราวแกะสลักตรงหน้านี้ก็คือพระเอกในจินตนาการเมื่อคืนวานของเธอ

เป็นเขาจริง ๆ ด้วย!

พระเจ้าช่วย

เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?

ทันใดนั้น ในหัวเวินหร่านราวกับมีระเบิดตูม ส่งเสียงดังอึงอล

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยหยุดอยู่ที่เธอไม่ถึงสองวินาทีก็ผละไป ท่าทางเย็นชาเหมือนไม่รู้จักเธอกระนั้น

ทุกคนราวกับเพิ่งได้สติคืนมา ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ท่านประธาน...”

มองตามแผ่นหลังที่เดินเข้าไปในลิฟต์สำหรับประธานบริษัทของชายหนุ่ม หัวใจเวินหร่านจมดิ่งลงวูบ

เธอรีบหยิกตัวเองแรง ๆ ทีหนึ่ง

เจ็บอยู่ ไม่ใช่ความฝัน

ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง!

ท่านประธานคนใหม่คนนี้กับหมอหนุ่มในวันนั้นบังเอิญหน้าตาเหมือนกัน

แต่ความจริงเป็นคนละคน

เวินหร่านคิดอย่างมีความหวัง

หลีลี่เพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ สะกิดเธออย่างสงสัย “เวินหร่าน เธอกับบอสใหญ่รู้จักกันเหรอ?”

เวินหร่านพลันได้สติคืนมา “อะไรนะ?”

หลีลี่ดวงตาเป็นประกาย “เมื่อกี้ฉันเห็นบอสใหญ่หยุดตรงหน้าเธอสองวินาที คงไม่ได้ถูกใจเธอเข้าแล้วหรอกนะ?”

เวินหร่าน “จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอตาฝาดไปแล้วล่ะ!”

พูดจบก็ไปห้องน้ำ ใช้น้ำเย็นล้างหน้าตัวเอง

เพื่อให้ตัวเองสงบสติอารมณ์

หลีลี่อึ้งอยู่กับที่ด้วยสีหน้างุนงง

เธอตาฝาดไปจริงหรือ?

……

เวินหร่านกลับมาที่ออฟฟิศอีกครั้งก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานทั้งออฟฟิศกำลังคุยกันเรื่องท่านประธานคนใหม่

“พวกเธอได้ยินกันหรือยัง? แม่ของบอสใหญ่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนหนานหยาง ส่วนพ่อคือผู้นำระดับสูงที่ออกข่าวในทีวี เขาโตมาในเขตบ้านพักทหาร หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนจบปริญญาโททั้งด้านการแพทย์และการเงินสองสาขา เดิมทีหลังกลับมาจากต่างประเทศ เขาควรจะไปรับช่วงต่อโรงพยาบาลของแม่ แต่ไม่รู้เพราะอะไรสุดท้ายถึงมาที่บริษัทเราซะได้?”

เวินหร่านได้ยินพวกเขาคุยกันแล้วก็แอบตกใจเล็กน้อย

โรงพยาบาลเอกชนหนานหยางที่เพื่อนร่วมงานพูดถึงก็คือโรงพยาบาลที่เธอไปตรวจร่างกายมาก่อนหน้านี้นั่นเอง

ที่แท้แม่ของท่านประธานคนใหม่คือผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนั้น ตัวเขาเองยังเรียนจบแพทย์มาอีกด้วย

แย่แล้ว แย่แล้ว!

ร่องรอยทุกอย่างชี้ชัดว่า เขาก็คือหมอหนุ่มที่ตรวจอาการให้เธอในวันนั้น

ว่ากันว่า กลัวสิ่งใดมักได้สิ่งนั้นจริง ๆ!

วันนั้นหลังตรวจเสร็จ เวินหร่านก็อยากหลบเขาไปเสียให้ไกล ๆ

ใครจะคาดคิดว่าเขาจะมาที่บริษัทเธอ ทั้งยังเป็นท่านประธานสายฟ้าแลบอีกต่างหาก?

แต่ยังดีที่เขาเป็นประธาน

ส่วนตัวเธอเป็นแค่พนักงานตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาคนหนึ่ง

คงไม่ได้ข้องแวะกันหรอก

เวินหร่านเพิ่งปลอบใจตัวเองเสร็จก็ได้ยินผู้จัดการหวงอี้อันเดินมาหาเธอแล้วสั่งว่า “เวินหร่าน บอสเรียกเธอไปพบที่ออฟฟิศ!”

เปลือกตาเวินหร่านกระตุกยิบ

เธอเห็นเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศต่างมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลก ๆ

ส่วนเธอกลับต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

หัวใจหล่นวูบถึงตาตุ่ม

แม่เจ้า อย่างไรก็หลบไม่พ้นเหรอ?

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 420

    ซางเลี่ยรุ่ยขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็วเดิมทีตั้งใจว่าจะอาบน้ำชำระร่างกายสักหน่อยคาดไม่ถึงว่าขณะที่เขากำลังจะกดรหัสเข้าคฤหาสน์ เสียงอ่อนหวานของสตรีผู้หนึ่งพลันเอ่ยเรียกเขาจากทางด้านหลัง“อารุ่ย!”ซางเลี่ยรุ่ยชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย หันหน้ากลับไปมองพลันเห็นฟู่ตานฉิงสวมชุดแฟชั่นสั่งตัด ย่างก้าวบนรองเท้าส้นสูงตรงเข้ามาหาเขา“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”ใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยเรียบเฉย ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายปฏิเสธผู้คนให้ถอยห่างออกไปริมฝีปากสีแดงสดของฟู่ตานฉิงคลี่ยิ้มชดช้อย “ฉันมารอคุณอยู่ที่นี่นานแล้วค่ะ”ซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้วแน่น “มารอทำไม?”ฟู่ตานฉิงหยิบกล่องของขวัญกล่องหนึ่งมาจากทางด้านหลัง ยื่นส่งตรงหน้าเขาด้วยความตื่นเต้น“ฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เลยซื้อของขวัญมาฝากค่ะ”ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้สนใจเลยสักนิดเพียงเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย “ของขวัญอะไร”ฟู่ตานฉิงแย้มยิ้มหวาน “คุณลองเปิดดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”ของขวัญชิ้นนี้เธอตั้งใจคัดสรรอย่างพิถีพิถันมาจากต่างประเทศเลยทีเดียวทั้งยังเอ่ยถามเรื่องความชอบของเขาจากคุณแม่และพี่สาวของเขามาโดยเฉพาะหากเขาได้เปิดออกดู จะต้องถู

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 419

    ทันใดนั้นเขาก็กระชากร่างเธอเข้ามาประชิดตัวยื่นมือรวบโอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้“คุณจะทำอะไรน่ะ? ปล่อยฉันนะ!”เวินหร่านรู้สึกเพียงว่าฟู่จิ่งเฉิงในเวลานี้ดูอันตรายเป็นพิเศษเธอจึงดิ้นรนขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยสัญชาตญาณทว่าสายตาของฟู่จิ่งเฉิงกลับฉายแววคลั่งไคล้ผิดปกติเขาพลันโน้มกายลงมา หมายจะประทับจูบลงบนริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอสมองของเวินหร่านว่างทึบไปชั่วขณะไม่อาจตั้งตัวหรือตอบสนองได้ทันเลยแม้แต่น้อยทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือกลับแผดร้องขึ้นมาในจังหวะนั้นพอดีเดิมทีฟู่จิ่งเฉิงตั้งใจจะไม่สนใจแต่หลังจากกวาดสายตามองชื่อสายเรียกเข้าบนหน้าจอ เขาก็ยอมปล่อยมือจากเวินหร่าน แล้วเดินไปรับสายที่ริมหน้าต่าง “มีอะไร?”“คุณชายรองครับ!”บอดี้การ์ดทางปลายสายเอ่ยขึ้นด้วยความพรั่นพรึง “คุณเวินฉีหนีไปแล้วครับ!”ฟู่จิ่งเฉิงเดือดดาลขึ้นมาทันที “ฉันไม่ได้สั่งให้พวกนายเฝ้าเธอไว้ให้ดีเหรอ? ปล่อยให้เธอหนีไปได้ยังไง?”บอดี้การ์ดรีบละล่ำละลักอธิบาย “พวกผมเฝ้าดูเธออย่างดีแล้วครับ แต่ผู้หญิงคนนี้มารยาเล่ห์เหลี่ยมเยอะ อยู่ดี ๆ ก็บอกว่ากินอาหารเป็นพิษจนปวดท้อง ยืนกรานจะให้พวกผมพาไปโรงพยาบาลให้ไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 418

    เวินหร่านมองเขาด้วยความประหลาดใจหากฟังไม่ผิด นี่ฟู่จิ่งเฉิงกำลังเอ่ยขอโทษเธออยู่อย่างนั้นเหรอ?เธอไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าชาตินี้ยังจะมีโอกาสได้ยินคำขอโทษจากปากฟู่จิ่งเฉิง?ทว่าคำขอโทษที่มาช้าไปเช่นนี้ สำหรับเธอแล้วไม่อาจมีความหมายใด ๆ อีกต่อไป“ช่างมันเถอะค่ะ มันผ่านไปแล้ว!”เธอส่ายหน้าเบา ๆ ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมาพูดอีกในเมื่อหย่าขาดจากกันแล้ว เรื่องราวในอดีตระหว่างเธอกับเขาก็ถือว่าพลิกผ่านไปแล้วเช่นกันยามนี้เวินหร่านเพียงต้องการก้าวเดินไปข้างหน้าเท่านั้นฟู่จิ่งเฉิงไม่ได้เฉลียวใจถึงความหมายนัยลึกซึ้งในคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้น... คุณอยากให้ผมทำยังไงต่อไป?”เวินหร่านชะงักไปอีกหนหลังจากนี้เขาจะทำอย่างไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับเธอด้วยอย่างนั้นเหรอ?หากคำพูดนี้เกิดขึ้นยามที่พวกเขายังแต่งงานกันอยู่ แล้วเขาเอ่ยถามเธอด้วยความจริงใจ เธออาจจะรู้สึกดีใจก็ได้ในตอนนั้น เธอคงจะยอมมอบโอกาสให้เขา และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งไปกับเขาทว่าในตอนนี้...ทุกสิ่งผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับเสียแล้ว“คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 417

    เวินหร่านลังเลอยู่ครู่หนึ่งท้ายที่สุดก็ยอมเปิดประตูให้เขาเดินตามเธอเข้าไปข้างในอย่างไรเสีย ชั้นนี้ก็ไม่ได้มีแค่ห้องเธอเพียงห้องเดียว หากปล่อยให้เพื่อนบ้านมาได้ยินเรื่องยื้อยุดฉุดกระชากระหว่างเธอกับฟู่จิ่งเฉิงคงดูไม่ดีนักนี่นับเป็นครั้งแรกที่ฟู่จิ่งเฉิงมายังที่พักของเวินหร่านหลังจากที่หย่าร้างกันทั้งอบอุ่น และเป็นระเบียบเรียบร้อยบานกระจกทรงสูงจรดพื้นตรงห้องรับแขก สามารถมองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองไปได้ครึ่งค่อนเมืองแม้พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก ทว่ากลับมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน“นี่น่ะเหรอชีวิตแบบที่คุณต้องการ?”สายตาของฟู่จิ่งเฉิงจับจ้องเธออย่างลึกล้ำ น้ำเสียงแหบพร่าลงเล็กน้อยเวินหร่านยักคิ้วขึ้น “ใช่ ชีวิตแบบนี้ฉันรู้สึกว่ามันก็ไม่เลวเลย”ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีเขาอยู่ด้วยเธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวได้อย่างตามใจปรารถนา มีอิสระไม่ต้องคอยคลื่นไส้สะอิดสะเอียนกับเรื่องของเขากับพี่สาวอย่างเวินฉีตลอดทั้งวันอีกต่อไปและไม่ต้องดูสีหน้าคอยเอาใจคนตระกูลฟู่หรือคนตระกูลเวินอีกในบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งนี้ เธอเพียงแค่ได้เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้วฟู่จิ่งเฉิงเดินเข้าม

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 416

    เวินหร่านกับหลีลี่ยืนรอเจียงจื่อหยวนขับรถมารับอยู่ที่ชั้นหนึ่งของบริษัททันใดนั้น รถเบนท์ลีย์คันหนึ่งก็แล่นมาจอดลงตรงหน้าพวกเธอกระจกหน้าต่างเบาะหลังค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาคุ้นตาของฟู่จิ่งเฉิง“ขึ้นรถ”ฟู่จิ่งเฉิงปรายสายตามองเธอ แล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันเวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่งเหตุผลที่เธอนัดเพื่อนสนิทออกมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน ก็เพื่อที่จะหลบหน้าเขาแท้ ๆ นึกไม่ถึงว่าหลบพ้นในบริษัทมาได้แล้วสุดท้ายกลับมาเจอเขาเข้าอย่างจังที่หน้าประตูบริษัทเสียอย่างนั้น“ฉันนัดทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนไว้แล้ว”เวินหร่านเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยประจวบเหมาะกับที่เจียงจื่อหยวนขับรถเข้ามาพอดีเวินหร่านและหลีลี่จึงเดินตรงเข้าไปแล้วก้าวขึ้นรถของเจียงจื่อหยวนฟู่จิ่งเฉิงมองดูเธอขึ้นรถชายอื่นแล่นลับไปต่อหน้าต่อตา ใบหน้าหล่อเหลาพลันบิดเบี้ยวทันทีภายในใจเกิดความอึดอัดแน่นอกขึ้นมาอย่างน่าประหลาดบรรยากาศอันตรายคุกคามรอบกายพวยพุ่งโหมกระหน่ำขึ้นมาอย่างระงับไว้ไม่อยู่...เวินหร่าน หลีลี่ และเจียงจื่อหยวนพากันไปที่ร้านหม้อไฟแห่งหนึ่งใกล้กับบริษัทเจียงจื่อหยวนคอยเอาอกเ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 415

    เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอับอายขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?การได้เข้ามาพัวพันติดสอยห้อยตามเขามันทำให้เธอนึกรังเกียจจนอยากจะหลบหนีขนาดนี้เชียวหรือ?ความรู้สึกหงุดหงิดขัดใจพวยพุ่งขึ้นมาในอกของซางเลี่ยรุ่ยเวินหร่านเม้มริมฝีปากอิ่มสีแดง “คุณเป็นถึงบอส คุณก็ไม่กลัวน่ะสิคะ! แต่ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แค่คำครหาและน้ำลายของคนอื่นก็มากพอจะกดดันจนฉันจมน้ำตายได้แล้วล่ะค่ะ”ต่อให้ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเพราะซางเลี่ยรุ่ยที่เป็นฝ่ายรุกไล่ต้อนเธอก่อนแล้วอย่างไรเล่า?คนภายนอกพวกนั้นมีใครสักคนที่กล้าเอ่ยปากต่อว่าประณามเขาบ้างไหมล่ะ?ถึงเวลาก็คงมีแต่จะสาดโคลนทั้งหมดมาให้เธออยู่ฝ่ายเดียว!หัวคิ้วหนาของซางเลี่ยรุ่ยขมวดเข้าหากันแน่น “ใครกล้าทำให้คุณจมน้ำตาย ผมจะไล่คนนั้นออกเดี๋ยวนี้เลย”“คุณจะไล่พนักงานคนอื่น ๆ ออกทั้งหมดได้เหรอคะ? อีกอย่าง ถ้าคนอื่นเขาแอบนินทาลับหลัง คุณจะไปทำอะไรพวกเขาได้?”เวินหร่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนปัญญา “ถ้าคุณหวังดีกับฉันจริง ๆ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะคะ? อย่างน้อยฉันจะได้ทำงานอยู่ในบริษัทนี้ต่อไปได้อีกสักระยะ”ทันทีที

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 6

    เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status