Share

บทที่ 4

Author: อาเป่า
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืน

ความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลย

โชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสาย

แต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล

“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับเธอ

ที่แท้ก็มีท่านประธานคนใหม่มานั่นเอง

มิน่าวันนี้ตอนเธอมาถึงบริษัทก็พบว่าเพื่อนร่วมงานหญิงต่างถือกระจกเติมเครื่องสำอางกันอยู่

“เวินหร่าน ทำไมเธอยังไม่รีบแต่งตัวอีก?”

หลีลี่เห็นเธอได้ยินข่าวแล้วยังเฉยอยู่จึงรีบดึงเธอนั่งลง “เธอแต่งหน้าอ่อนเกินไป เดี๋ยวฉันช่วยเติมให้เธอสวยขึ้นเอง”

เวินหร่านหลบหลีกเป็นพัลวัน พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านประธานมารับตำแหน่ง เกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนะ!”

เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ถูกแม่ใหญ่ส่งมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้

พูดเสียน่าฟังว่า ให้เธอมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่บริษัทอื่น

ความจริงก็คือกีดกันไม่ให้เธอเข้าไปมีตำแหน่งสำคัญในกิจการของตระกูลเวิน

ส่วนกิจการของตระกูลเวินเก็บไว้ให้เวินจ้าวเหลียงพี่ชายและเวินฉีพี่สาวสืบทอด

ลูกสาวที่เกิดจากแม่เล็กและไม่ได้รับความสำคัญอย่างเธอไม่มีคุณสมบัติจะเข้าไปได้เลย

ถึงแม้ว่าเวินหร่านจะมีผลการเรียนเป็นอันดับต้น ๆ มาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังมุมานะบากบั่นกว่าพี่ชายและพี่สาวก็ตามที

แต่เธอไม่ใช่ทั้งเวินจ้าวเหลียงที่จะได้สืบทอดวงศ์ตระกูลและไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเหมือนเวินฉีพี่สาว

ดังนั้น หลังเรียนจบ เธอก็ถูกแม่ใหญ่กีดกันไว้นอกกิจการตระกูลเวิน

ส่วนแม่เล็กก็ไม่เคยช่วยพูดแทนเธอเลยแม้ประโยคเดียว

การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้ เธอได้เจอมานักต่อนักตั้งแต่เด็กจนโต เวินหร่านชินชามานานแล้ว

รู้ว่าแม่ใหญ่ไม่ชอบให้เธอโดดเด่น แม่เล็กก็ไม่มีทางปกป้องเธอ

สองปีมานี้ เธอจึงเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาในบริษัทแห่งนี้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

ไม่แข่งขัน ไม่แย่งชิง

พยายามไม่ไปมีผลประโยชน์ขัดแย้งกับพี่ชายพี่สาวอย่างเต็มที่

เธอทั้งไม่อยากเลื่อนตำแหน่งและไม่อยากขึ้นเงินเดือน ดังนั้น ท่านประธานสายฟ้าแลบจึงไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย

หลีลี่กดเธอนั่งลงที่เดิมแล้วพูดอย่างขัดใจว่า “ได้ยินว่าท่านประธานจะมา เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเนี่ยนะ? เธอยังเป็นคนปกติอยู่ไหมเนี่ย? ตอนนี้คนทั้งบริษัทกำลังพยายามแต่งหล่อแต่งสวยกันสุดชีวิต อยากได้รับความสนใจจากท่านประธานตั้งแต่แรกพบกันใจจะขาด ถึงเธอจะมีโครงหน้าสวยอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันได้ยินมาว่าท่านประธานคนใหม่หนุ่มแน่นแถมยังหล่อสะบัด จะต้องไม่ทำให้พวกเราผิดหวังแน่ ๆ...”

เวินหร่านอยากจะบ้าตาย “งั้นเธอก็แต่งให้สวยเองเถอะ สำหรับฉันไม่จำเป็นจริง ๆ ฉันยังมีหลายเรื่องต้องทำ...”

หลีลี่กดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย “เผื่อถ้าฉันไม่เข้าตา แต่เธอเข้าตาท่านประธานก็ยังดีไงล่ะ! ฉันเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ถ้าอยากจะยืนหยัดอย่างมั่นคงในโลกการทำงาน นอกจากมีความสามารถที่โดดเด่นและจิตใจที่ทนทานต่ออุปสรรคทั้งปวงแล้ว อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการมีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง! ถ้าท่านประธานคนใหม่ถูกใจพวกเรา ต่อไปในบริษัทก็ไม่มีใครกล้ารังแกพวกเราอีก...”

เวลาสิบโมงเช้า

บริเวณโถงชั้นล่างของบริษัทมีผู้คนคลาคล่ำมาพักใหญ่แล้ว

ทุกคนต่างวางตัวสุภาพมีมารยาท ยืดคอมองไปที่ประตูทางเข้า รอคอยการมาถึงของท่านประธาน

หลีลี่ลากเวินหร่านแหวกฝูงชนไปจนถึงแถวหน้าสุดอย่างยากลำบาก

“นี่อยู่หน้าเกินไปแล้ว”

เวินหร่านอยากถอยไปยืนข้างหลัง ท่านประธานสายฟ้าแลบก็มาถึงเสียแล้ว

รถบอดี้การ์ดสิบกว่าคันอารักขารถโรลส์-รอยซ์สุดหรูคันหนึ่งมาหยุดลงตรงหน้าประตูบริษัท

ประตูรถเปิดออก ผู้ชายสวมแว่นกันแดดสีดำในชุดสูทกับรองเท้าหนังคนหนึ่งออกมาจากรถ

ชายหนุ่มมีลักษณะหล่อเหลาเย็นชา ท่าทางทรงอำนาจราวกับราชา

ท่ามกลางการอารักขาของบอดี้การ์ดหลายสิบนาย เขาเดินเข้ามาในบริษัทอย่างเอิกเกริกอลังการ

ภาพตรงหน้าทั้งน่าเกรงขามและเปี่ยมอำนาจกดดัน จนยากจะละสายตา

ทุกคนในที่นั้นล้วนแต่ปากอ้าตาค้าง

ถูกออร่าอันท่วมท้นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาสะกดไว้อย่างราบคาบ

เวินหร่านเองก็เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ มองไปทางชายหนุ่ม

พอเห็นก็ต้องตกใจ!

ทำไมถึงเป็นเขาไปได้?

รูม่านตาเธอพลันหดเล็ก สีหน้าฉายแววเหลือเชื่อ

ท่านประธานสายฟ้าแลบก็คือหมอหนุ่มที่ตรวจอาการให้เธอที่โรงพยาบาลวันนั้นหรือ?

นี่ เป็นไปได้อย่างไรกัน?

เขาไม่ใช่หมอหรอกเหรอ?

เวินหร่านเกือบเข้าใจว่าตัวเองเห็นภาพหลอนไปเสียแล้ว

เธอรีบหลับตาแล้วส่ายหน้าไปมา

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ชายคนนั้นกลับหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเธอพอดี

เวินหร่านลมหายใจแทบจะหยุดนิ่ง

เห็นซางเลี่ยรุ่ยค่อย ๆ หันหน้ามองมาทางเธอ

ระยะใกล้ขนาดนี้ เธอไม่มีทางจำผิดแน่

ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบราวแกะสลักตรงหน้านี้ก็คือพระเอกในจินตนาการเมื่อคืนวานของเธอ

เป็นเขาจริง ๆ ด้วย!

พระเจ้าช่วย

เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?

ทันใดนั้น ในหัวเวินหร่านราวกับมีระเบิดตูม ส่งเสียงดังอึงอล

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยหยุดอยู่ที่เธอไม่ถึงสองวินาทีก็ผละไป ท่าทางเย็นชาเหมือนไม่รู้จักเธอกระนั้น

ทุกคนราวกับเพิ่งได้สติคืนมา ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ท่านประธาน...”

มองตามแผ่นหลังที่เดินเข้าไปในลิฟต์สำหรับประธานบริษัทของชายหนุ่ม หัวใจเวินหร่านจมดิ่งลงวูบ

เธอรีบหยิกตัวเองแรง ๆ ทีหนึ่ง

เจ็บอยู่ ไม่ใช่ความฝัน

ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง!

ท่านประธานคนใหม่คนนี้กับหมอหนุ่มในวันนั้นบังเอิญหน้าตาเหมือนกัน

แต่ความจริงเป็นคนละคน

เวินหร่านคิดอย่างมีความหวัง

หลีลี่เพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ สะกิดเธออย่างสงสัย “เวินหร่าน เธอกับบอสใหญ่รู้จักกันเหรอ?”

เวินหร่านพลันได้สติคืนมา “อะไรนะ?”

หลีลี่ดวงตาเป็นประกาย “เมื่อกี้ฉันเห็นบอสใหญ่หยุดตรงหน้าเธอสองวินาที คงไม่ได้ถูกใจเธอเข้าแล้วหรอกนะ?”

เวินหร่าน “จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอตาฝาดไปแล้วล่ะ!”

พูดจบก็ไปห้องน้ำ ใช้น้ำเย็นล้างหน้าตัวเอง

เพื่อให้ตัวเองสงบสติอารมณ์

หลีลี่อึ้งอยู่กับที่ด้วยสีหน้างุนงง

เธอตาฝาดไปจริงหรือ?

……

เวินหร่านกลับมาที่ออฟฟิศอีกครั้งก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานทั้งออฟฟิศกำลังคุยกันเรื่องท่านประธานคนใหม่

“พวกเธอได้ยินกันหรือยัง? แม่ของบอสใหญ่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนหนานหยาง ส่วนพ่อคือผู้นำระดับสูงที่ออกข่าวในทีวี เขาโตมาในเขตบ้านพักทหาร หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนจบปริญญาโททั้งด้านการแพทย์และการเงินสองสาขา เดิมทีหลังกลับมาจากต่างประเทศ เขาควรจะไปรับช่วงต่อโรงพยาบาลของแม่ แต่ไม่รู้เพราะอะไรสุดท้ายถึงมาที่บริษัทเราซะได้?”

เวินหร่านได้ยินพวกเขาคุยกันแล้วก็แอบตกใจเล็กน้อย

โรงพยาบาลเอกชนหนานหยางที่เพื่อนร่วมงานพูดถึงก็คือโรงพยาบาลที่เธอไปตรวจร่างกายมาก่อนหน้านี้นั่นเอง

ที่แท้แม่ของท่านประธานคนใหม่คือผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนั้น ตัวเขาเองยังเรียนจบแพทย์มาอีกด้วย

แย่แล้ว แย่แล้ว!

ร่องรอยทุกอย่างชี้ชัดว่า เขาก็คือหมอหนุ่มที่ตรวจอาการให้เธอในวันนั้น

ว่ากันว่า กลัวสิ่งใดมักได้สิ่งนั้นจริง ๆ!

วันนั้นหลังตรวจเสร็จ เวินหร่านก็อยากหลบเขาไปเสียให้ไกล ๆ

ใครจะคาดคิดว่าเขาจะมาที่บริษัทเธอ ทั้งยังเป็นท่านประธานสายฟ้าแลบอีกต่างหาก?

แต่ยังดีที่เขาเป็นประธาน

ส่วนตัวเธอเป็นแค่พนักงานตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาคนหนึ่ง

คงไม่ได้ข้องแวะกันหรอก

เวินหร่านเพิ่งปลอบใจตัวเองเสร็จก็ได้ยินผู้จัดการหวงอี้อันเดินมาหาเธอแล้วสั่งว่า “เวินหร่าน บอสเรียกเธอไปพบที่ออฟฟิศ!”

เปลือกตาเวินหร่านกระตุกยิบ

เธอเห็นเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศต่างมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลก ๆ

ส่วนเธอกลับต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

หัวใจหล่นวูบถึงตาตุ่ม

แม่เจ้า อย่างไรก็หลบไม่พ้นเหรอ?

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 344

    เธอหมุนตัวหันหลังให้ผู้เป็นแม่เฉิงหว่านอี๋รับไม่ได้และตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง “เวินหร่าน! ฉันเป็นแม่แกนะ!”เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่เวินหร่านกล้าปฏิบัติต่อตนเองเช่นนี้ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตเห็นว่าเวินหร่านไม่อยากสนใจเธอจริง ๆ จึงส่งสายตาให้ รปภ. พาตัวเฉิงหว่านอี๋ออกไปพร้อมทั้งออกคำสั่งให้คนอื่น ๆ แยกย้ายกันกลับไปทำงานเวินหร่านเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอนึกไว้แล้วว่าเรื่องที่เธอมีปากเสียงกับแม่ใหญ่และพี่สาว ผู้เป็นแม่จะต้องต่อว่าเธออย่างแน่นอนแต่ไม่คาดคิดเลยว่าแม่จะบุกมาอาละวาดเสียงดังถึงในบริษัทของเธอโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งสิ้นในใจของแม่มีเธอบ้างไหม เคยคิดว่าเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งบ้างหรือเปล่า?ทำไมทั้งที่แม่ใหญ่กดขี่รังแกแม่ลูกมาโดยตลอด แต่แม่กลับยังคงปกป้องอีกฝ่ายถึงเพียงนี้?ยิ่งคิดเวินหร่านก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจจนโกรธขึ้นมายิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิจดจ่อกับการทำงานได้เลยแม้แต่น้อยจู่ ๆ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายเวินหร่านพยายามสูดลมหายใจเข้าลึ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 343

    ผู้เป็นแม่ก็ยังคงเหมือนกับเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยนขอแค่เธอมีเรื่องขัดแย้งกับแม่ใหญ่ ไม่ว่าถูกหรือผิดแม่ก็จะสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษเสมอไม่เคยคิดจะสนใจเลยว่าเธอต้องทนรับความคับแค้นใจมากแค่ไหนทั้งที่ตลอดหลายปีมานี้คนที่ถูกแม่ใหญ่กดขี่รังแกมาโดยตลอดคือเธอแท้ ๆ แต่ทุกครั้งที่เธอต้องการออกหน้าแทนแม่ กลับถูกแม่หันมาสั่งสอนตักเตือนเสียเองจนสุดท้ายคนที่แม่ใหญ่เกลียดชังมากที่สุด กลับกลายเป็นตัวเธอเสียเอง“ต้องเป็นเพราะแกไปทำให้แม่ใหญ่โกรธแน่ ๆ แม่ใหญ่ถึงได้ลงมือตบแก!” เฉิงหว่านอี๋ตัดสินใจสรุปทันทีโดยแทบไม่ต้องคิดเวินหร่านรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจอย่างประหลาดไม่อยากจะเอ่ยปากพูดอะไรกับผู้เป็นแม่ต่ออีกแล้วและไม่มีทางอธิบายให้เข้าใจได้เช่นกัน“ถ้าแม่ยืนกรานจะคิดแบบนั้น งั้นก็ตามใจแม่แล้วกันค่ะ”เธอหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าไปในห้องทำงาน ไม่อยากเสียเวลาและพลังใจมานั่งอธิบายต่ออีกแล้วอย่างไรเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีแต่ความผิดหวังอยู่ดีทว่าเฉิงหว่านอี๋กลับพยายามขัดขวาง ไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปเสียเฉย ๆ “ฉันถามแกเป็นครั้งสุดท้าย ตกลงว่าแกจะยอมกลับไปกับฉัน แล้วไปขอโทษแม่ใหญ่ดี ๆ ไหม?”“ไม่ค่ะ.

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 342

    รอยแผลบนใบหน้าของเวินหร่านใช้เวลาถึงสามวันจึงจะยุบหายบวมเธอสวมหน้ากากอนามัยไปทำงาน โชคดีที่เพื่อนร่วมงานต่างรู้กันโดยนัยและไม่มีใครซักไซ้ไล่เลียงอะไรณ มุมชงกาแฟ ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่ฉินเยว่เชาเพิ่งไปติดพันกับดาราหญิงคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้“ไม่นึกเลยว่าคุณชายฉินเพิ่งจะหย่าได้ไม่นาน ก็เลี้ยงดูดาราหญิงเสียแล้ว”“สำหรับผู้ชายที่มีฐานะและหน้าตาทางสังคมแบบเขา นี่นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรกัน?”“ประเด็นคือฉันได้ยินมาว่าอดีตภรรยาของคุณชายฉินเพิ่งจะก่อเรื่องฆ่าตัวตายที่โรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันก่อน...”“จริงเหรอเนี่ย? หรือว่าจะเป็นเพราะคุณชายฉินไปคบกับดาราหญิงคนนั้นกัน?”เวินหร่านเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนเหล่านี้จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า การที่เวินฉีพยายามฆ่าตัวตายครั้งก่อนนั้น ไม่ใช่แค่เพราะฉินเยว่เชาต้องการหย่ากับเธอเท่านั้นแต่ยังมีสาเหตุที่สำคัญยิ่งกว่าอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือฉินเยว่เชามีรักครั้งใหม่ทันทีที่หย่าเสร็จเวินฉีได้รับกรรมตามสนองเสียแล้วหลังจากที่เธอแต่งงานกับฉินเยว่เชาแล้ว เวินฉีก็ยังคงตามตื๊อฟู่จิ่งเฉิงอดีตสามีของเธอมาโดยตลอดรักษาสัมพันธ์อันคลุมเครือกับน้องเ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 341

    เมื่อยามเขินอาย พวงแก้มทั้งสองข้างก็แต้มด้วยสีแดงระเรื่อยิ่งขับเน้นความเย้ายวนให้เด่นชัดขึ้นมาทว่านัยน์ตากลับทอประกายความบริสุทธิ์ใสซื่อตามธรรมชาติทั้งอ่อนหวานและมีชีวิตชีวาชวนให้ผู้คนเผลอไผลถูกดึงดูดเข้าหาเธอหัวปักหัวปรำโดยไม่รู้ตัวเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปซางเลี่ยรุ่ยจึงสามารถพิจารณาเครื่องหน้าของเธอได้อย่างละเอียดกระทั่งมองเห็นขนอ่อนเส้นเล็กบนผิวแก้มของเธอแพขนตาของเธอกำลังสั่นระริกด้วยความประหม่าหัวใจของเขาก็กระตุกวูบไหวเขาใช้มือเชยคางของเธอขึ้น ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากสีแดงสดที่ชวนลิ้มลองนั้นเวินหร่านดิ้นรนตามสัญชาตญาณทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับกระชับเอวบางของเธอแน่น บังคับให้เธอยอมรับจูบนี้แต่โดยดีเวินหร่านมองเห็นประกายแสงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในก้นบึ้งดวงตาของเขาไม่ใช่แค่เปลวไฟแห่งความปรารถนา แต่คล้ายกับประกายความตื่นเต้นดีใจเสียมากกว่าแค่จูบเดียว ถึงกับทำให้เขาตื่นเต้นขนาดนี้เลยเหรอ?เวินหร่านงุนงงไปชั่วขณะดวงตาทั้งสองข้างมองเขาอย่างเหม่อลอยปล่อยให้เขาเพิ่มความเร่งเร้า และจูบเธออย่างร้อนแรงไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ซางเลี่ยรุ่ยถึงยอมผ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 340

    เวินหร่านเบนสายตาหลบ พลันแย้มยิ้มขมขื่น “แม่ใหญ่ฉันเองค่ะ!”คิ้วของซางเลี่ยรุ่ยขมวดแน่นเข้าหากันยิ่งกว่าเดิมเขารู้ดีว่าตระกูลเวินมักจะมีเสิ่นอ้าวหลัน ผู้เป็นภรรยาหลวงของคุณพ่อเธอเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเขาก็พอจะคาดเดาออกว่า ช่วงหลายปีมานี้การใช้ชีวิตในตระกูลเวินของเธอคงไม่ง่ายดายนักทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเลวร้ายถึงเพียงนี้เติบใหญ่จนโตป่านนี้แล้ว ยังต้องโดนลงไม้ลงมืออีก!สายตาของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องอยู่ที่แก้มขวาของเธอตาไม่กะพริบมันบวมช้ำขึ้นมาอย่างหนักคาดว่าเส้นเลือดฝอยใต้ชั้นผิวหนังคงจะแตกเสียแล้วผิวพรรณของเธอมักจะขาวผ่องบอบบางอยู่เสมอแต่คนที่ลงมือกลับไม่ละเว้นหรือเมตตาไว้หน้าให้เลยสักนิดซางเลี่ยรุ่ยยื่นมือออกไปสัมผัสลงบนแก้มขวาของเธอการเคลื่อนไหวแผ่วเบานุ่มนวลแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมระมัดระวังอย่างถึงที่สุดฝ่ามืออันอบอุ่นของเขา ขัดกับสีหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็งอย่างสิ้นเชิง“เจ็บไหม?”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามด้วยความปวดใจเวินหร่านผลักมือของเขาออกไปเบา ๆ เม้มริมฝีปากสีสด รู้สึกกระดากอายและยากจะเผชิญหน้าเหตุผลที่เธอลาหยุด และไม่อยากออกไปทำงานที่บริษัทในวันพรุ่งนี

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 339

    ผลปรากฏว่ายัยเด็กนั่นกลับได้ใจปีนเกลียว ไม่เห็นหัวเธอและ “ลูกสาว” ของเธอเลยสักนิดเวินจ้าวเหลียงอดไม่ได้ที่จะพึมพำงึมงำ “จะพูดยังไง เธอก็เป็นลูกแท้ ๆ ของคุณพ่อ เป็นน้องสาวของผมอยู่วันยันค่ำ!”“พูดจาเพ้อเจ้อ!” เสิ่นอ้าวหลันตวาด “น้องสาวของแกมีแค่คนเดียวเท่านั้น คือเวินฉี!”เอ่ยจบเธอก็ยื่นมือไปบิดดึงหูลูกชายอย่างแรง “แกจำใส่หัวเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ”เวินจ้าวเหลียงร้องเจ็บปวดขึ้นมาทันควัน รีบเอ่ยปากขอร้องอ้อนวอน “แม่ ผมเจ็บนะ ปล่อยนะครับ!”เสิ่นอ้าวหลันทำสีหน้าเข้มงวดดุดัน “ถ้าไม่เจ็บแกก็ไม่รู้จักจำใส่หัว!”เวินฉีนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย มองดูผู้เป็นแม่สั่งสอนพี่ชาย โดยมีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความสมน้ำหน้าและสะใจวูบหนึ่งแม่ใหญ่ในยามนี้ยังคงไม่รู้เลยว่า เวินหร่านต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ สายเลือดเดียวกันของตนเองการได้เห็นสองแม่ลูกต้องมาระหองระแหงแตกหักกันต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ในใจของเธอจึงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก...เวินหร่านเดินทางกลับมาถึงบ้านใบหน้าซีกขวาข้างที่โดนเสิ่นอ้าวหลันตบยังคงปวดแสบปวดร้อนระบมไม่หายพอลองส่องกระจกดูกลับพบว่า มันปู

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 6

    เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status