แชร์

บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก
บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก
ผู้แต่ง: อาเป่า

บทที่ 1

ผู้เขียน: อาเป่า
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”

ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่ม

หัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมาก

จนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่า

แต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?

“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”

เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวัง

การที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดี

ซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”

“แต่ว่า ฉัน...”

เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

ผู้ชายตรงหน้าแม้จะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ แต่สายตาที่เฉียบคมของเขากลับดูลึกล้ำยากจะคาดเดา

จู่ ๆ เธอก็มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเขากระโจนเข้าใส่แล้วจับกดลงบนเตียง เพื่อทำอะไรตามอำเภอใจซะอย่างนั้น

เวินหร่านรีบส่ายหัวไปมา

ให้ตายสิ!

เธอมีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร?

เขาเป็นแค่หมอ วัน ๆ หนึ่งต้องตรวจคนไข้แบบเธอตั้งหลายสิบคน

นี่เป็นงานประจำวันของเขา

เวินหร่านปลอบใจตัวเองเรื่อย ๆ เธอฝืนข่มความอับอายเอาไว้ ค่อย ๆ ดึงกางเกงลงแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงคนไข้

“ไม่สบายตรงไหนครับ?”

ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามพลางเตรียมอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยความอับอาย “ฉัน... ตรงนั้น...”

เมื่อเห็นว่าเธอพูดต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเพศสัมพันธ์มากเกินไป? ได้รับบาดเจ็บหรือครับ?”

หญิงสาวอายุน้อยอย่างเธอที่มาตรวจแผนกสูตินรีเวช ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาพวกนี้

แต่ผลปรากฏว่าเวินหร่านกลับหน้าแดง ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่เคยมีเพศสัมพันธ์...”

ซางเลี่ยรุ่ยชะงักมือ หันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจและสงสัยแวบหนึ่ง

หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณเนียนนุ่มราวกับจะบีบน้ำออกมาได้ ทั้งอ่อนหวานและมีเสน่ห์เย้ายวน เป็นความงามที่ผสมผสานระหว่างความเซ็กซี่และความไร้เดียงสาเอาไว้

ทำให้คนที่ได้มองเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกประทับใจจนยากจะลืมเลือน

สาวสวยระดับนี้ รอบตัวน่าจะมีคนตามจีบเป็นพรวน แต่เธอกลับบอกว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เนี่ยนะ?

“ฉัน... คือว่า... ตรงนั้น... มันทรมาน... นิดหน่อยค่ะ...”

ภายใต้สายตาที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม เธอหน้าแดงก่ำแล้วตอบตะกุกตะกัก

นิ้วของซางเลี่ยรุ่ยที่กำลังคีบสำลีฆ่าเชื้อเผลอเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ภายนอกกลับดูไม่ออกถึงความผิดปกติอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ “ทรมาน?”

เวินหร่าน “...”

เธอควรจะอธิบายอย่างไรดีล่ะ?

“ก็ ก็คือ...”

เธอกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เหมือนอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอายของหญิงสาว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย

ร่างกายเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

เขาสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ “สาเหตุเกิดจากอะไรครับ?”

เวินหร่านพูดตะกุกตะกัก เธออายเกินกว่าจะพูดออกไปจริง ๆ “ก็ ก็คือ... ฉัน...”

จะให้เธอบอกได้อย่างไรล่ะว่าตัวเองมีความต้องการสูงมาก และจริง ๆ แล้วก็อยากมาก ๆ ด้วย?

แต่แต่งงานมาปีกว่าแล้ว ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอไม่เคยแตะต้องเธอเลย

อีกทั้งเมื่อความต้องการของเธอเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกต้องการมากขึ้น

ฟู่จิ่งเฉิงกลับเอาแต่หลบหน้าเธอ

ถึงขนาดกลัวเป็นพิเศษว่าเธอจะเรียกร้องเรื่องนั้น

ด้วยความจนใจ เวินหร่านจึงต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง

แต่แค่นั้นเห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ

เธอต้องการ

ต้องการมากกว่านี้

ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตปฏิกิริยาของเธอ “แต่งงานหรือยังครับ?”

เวินหร่านพยักหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แววตาของซางเลี่ยรุ่ยหม่นลง “นอนลงก่อนครับ ผมขอตรวจดูหน่อย”

เวินหร่านเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

มือเรียวเล็กกำหมัดแน่น

รู้สึกแค่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม ร้อนรุ่มอย่างมาก

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างบอกไม่ถูก “อย่าขยับนะครับ!”

“...”

เดิมทีเวินหร่านก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

ประกอบกับโรคที่เธอเป็นอยู่ จะให้เธอนอนนิ่ง ๆ ให้เขาตรวจแต่โดยดีได้อย่างไร?

“เปลี่ยนเป็นหมอผู้หญิงให้ฉันแทนได้ไหมคะ?”

เธอเอ่ยปากร้องขอด้วยความขัดอาย

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยมืดมนลง “ไม่พอใจผมเหรอครับ?”

“มะ... ไม่ใช่ค่ะ...” เวินหร่านรีบอธิบาย

แต่เธอยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิวตรวจที่คุณจองวันนี้คือคิวของผม ถ้าไม่อยากรักษาก็เชิญครับ!”

ผู้ชายคนนี้ดุจัง

ไว้ตรวจเสร็จเธอจะไปร้องเรียนเขาแน่

แต่โรคของเธอ จะปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ลองเชื่อฝีมือการรักษาของเขาสักครั้งก็แล้วกัน

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาฉันให้หายด้วยนะคะ” เวินหร่านเอ่ยปากขอร้องเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่ซางเลี่ยรุ่ยมาเข้าเวรแทน

ใครจะคิดว่าต้องมาเจอคนไข้หญิงที่พิเศษขนาดนี้?

โรคของเธอช่าง... แล้วเธอดันสวยขนาดนี้อีก...

นี่มันท้าทายความอดทนของเขาในฐานะผู้ชายชัด ๆ

“เลิกพูดมากได้แล้วครับ!”

เขาตวาดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอีกครั้ง

เขาสวมถุงมือ หยิบก้านสำลีฆ่าเชื้อขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอ...

เวินหร่านอับอายจนทนไม่ไหวต้องหลับตาปี๋

ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาให้ผู้ชายอีกคนดูเนี่ยนะ

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอ แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกว่ามันผ่านไปได้ยากอยู่ดี

“อ๊ะ!”

เวินหร่านเผลอหลุดเสียงครางออกมา

เสียงของเธอทั้งอ่อนหวานและเย้ายวน

ซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ ร่างกายตึงเครียด เขาชะงักมือเล็กน้อย

“ผมทำคุณเจ็บเหรอครับ?”

ดวงตาคู่สวยของเวินหร่านคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

เธอเผยอริมฝีปากสีแดง แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายออกไปอย่างไรดี

สติสัมปชัญญะบอกเธอว่าเวลานี้ควรจะอดกลั้นไว้ แต่โรคของเธอทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้...

ท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมแบบนี้ของเธอ ทำให้คนอดใจไม่ไหวจริง ๆ

“งั้นผมจะเบามือลงหน่อย”

ซางเลี่ยรุ่ยกระแอมไอ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการตรวจ...

หลังจากตรวจเสร็จ เวินหร่านกลับรู้สึกว่างเปล่าและทรมานยิ่งกว่าเดิม

“คุณหมอคะ อาการของฉันหนักมากใช่ไหมคะ?”

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย

ซางเลี่ยรุ่ยควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ถอดถุงมือออก

“นี่เป็นโรคฮิสทีเรียที่เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่คุณขาดการมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานานครับ”

ขาดการมีเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ?

เวินหร่านหลุบตาลง ใบหน้าสวยหวานแสดงความอับอายวูบหนึ่ง

เธอไม่ได้ขาดการมีเพศสัมพันธ์ แต่เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยต่างหาก

สามีของเธอ ฟู่จิ่งเฉิงเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน พวกเขาแทบจะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันเลย

แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เธอกลับยิ่งโหยหา

ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายแทบจะรอไม่ไหว ต้องการที่จะได้รับการโอบกอด และสัมผัส...

“เดี๋ยวผมจะจ่ายยาแก้อักเสบให้คุณสักหน่อย เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนนะครับ!”

ซางเลี่ยรุ่ยนั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์และสั่งยาให้เธอ

“แต่ผมขอแนะนำให้คุณกลับไป... ทำเรื่องอย่างนั้นกับสามีให้บ่อยขึ้นหน่อย แล้วโรคของคุณก็จะทุเลาลงมากครับ!”

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมาแล้ว

เธอสวมกางเกงให้เรียบร้อย แล้วลงจากเตียงคนไข้

รับใบสั่งยาจากมือของซางเลี่ยรุ่ย “ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

ทันทีที่เธอเดินออกจากห้องตรวจไป ก็มีแพทย์หญิงในชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาทางประตูหลัง

“ซางเลี่ยรุ่ย นี่นายฉวยโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ มาตรวจคนไข้ของฉันงั้นเหรอ?!”

ซางหยวนที่มาถึงได้ทันเวลา ตวาดใส่น้องชายตัวเองด้วยความโมโห

ซางเลี่ยรุ่ยตอบกลับอย่างไม่รีบร้อน “อย่าลืมสิว่าตอนเรียนหมอ ผลการเรียนของผมอยู่อันดับหนึ่งมาตลอด ส่วนพี่ก็เป็นได้แค่ที่สอง ตอนนี้ผมมาตรวจคนไข้ให้ฟรี ๆ ถือว่าเป็นบุญของคนไข้พี่แล้ว! อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลก็เป็นของผมแล้วด้วย!”

“นาย!” ซางหยวนถลึงตาใส่เขา

ไอ้เด็กนี่มันเถียงข้าง ๆ คู ๆ

แต่น้องชายของเธอคนนี้ปกติก็เป็นพวกรักความสะอาด ไม่เฉียดเข้าใกล้ผู้หญิง วันนี้กลับยอมเป็นฝ่ายตรวจคนไข้หญิงเองแบบนี้ มันน่าแปลกจริง ๆ!

“ในเมื่อพี่ไม่ต้อนรับผมขนาดนี้ งั้นผมไปล่ะ” ซางเลี่ยรุ่ยล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาจับจ้องไปทางที่เวินหร่านเพิ่งจะเดินหายไป

“จะไปไหน? วันนี้ฉันเรียกนายมา เพื่อให้มาทำความรู้จักกับหมอหวัง แผนกโรคหัวใจที่เพิ่งย้ายมาใหม่ต่างหาก เธอทั้งสาวทั้งสวย แถมฝีมือการรักษาก็ยอดเยี่ยม เป็นถึงดาวประจำโรงพยาบาลเราเลยนะ ที่สำคัญคือตอนนี้เธอยังโสด ไม่มีแฟน...” ซางหยวนรีบเรียกน้องชายเอาไว้ และพยายามแนะนำอย่างสุดความสามารถ

“ไว้ค่อยว่ากัน”

ซางเลี่ยรุ่ยไม่มีความสนใจ เขาตอบส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่งแล้วเดินจากไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 328

    เวินหร่านขมวดคิ้วแน่นเขายังมีหน้ามาส่งข้อความหาเธออีกหรือ?อย่าบอกนะว่าฟู่ตานฉิงปรนนิบัติเขาไม่ถึงอารมณ์ ถึงได้หันกลับมารำลึกถึงเธอขึ้นมาอีก?เวินหร่านตอบกลับไปอย่างเย็นชา【ฉันไม่ค่อยสบาย ไม่ไปแล้ว!】ซางเลี่ยรุ่ยส่งข้อความกลับมาอย่างรวดเร็ว【ไม่สบายตรงไหน?】เขาคิดว่าเธอไม่สบายกายทว่าไหนเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้วยามนี้เวินหร่านกำลังไม่สบายใจต่างหากเพียงแต่ไม่สะดวกที่จะเอ่ยปากบอกออกไปเท่านั้นเวินหร่าน 【ไม่มีอะไร แค่นอนพักสักตื่นก็หายแล้วค่ะ】ซางเลี่ยรุ่ย 【พักผ่อนดี ๆ ล่ะ ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่หาย เดี๋ยวผมพาไปตรวจที่โรงพยาบาล】เวินหร่านไม่ได้ตอบข้อความเขาอีกเธอโยนโทรศัพท์ไปไว้อีกทาง...“ติ๊งต่อง”หลีลี่เพิ่งจะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสร็จไปชามหนึ่ง ยังไม่ทันจะได้ลงมือกิน เสียงออดหน้าประตูพลันดังขึ้นเธอเดินตรงไปเปิดประตูคนที่ยืนอยู่ภายนอกประตูกลับกลายเป็นเวินหร่านไปเสียได้“หร่านหร่าน ทำไมแกถึงมาหาดึกดื่นป่านนี้ล่ะ?”หลีลี่เห็นเธอเข้า ก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานขึ้นมาอย่างประหลาดใจเวินหร่าน “ฉันนอนคนเดียวไม่หลับ เลยมาหาแกคุยเล่นด้วยน่ะ”หลีลี่ชะงักไป “คุยเล่น?”ดึกดื่นค่อนคืน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 327

    เวินหร่านเดาความคิดของเขาในยามนี้ไม่ออก จึงเลือกตอบปฏิเสธไปเสีย “ไม่แล้ว!”สีหน้าของฟู่จิ่งเฉิงพลันหม่นหมองลงทันตาเขาปล่อยมือหลุดออกช้า ๆ ลู่ไหล่ลงอย่างหมดแรงก่อนจะเดินจากไปด้วยสีหน้ามืดมนเคร่งเครียดเขาไม่ได้เอ่ยปากทวงถามผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นกับเวินหร่านอีกเลยทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขาก็ดึงโทรศัพท์มือถือออกมา กดโทรออกหาปลายสายทันที“หาทางสืบหาตัวเพื่อนร่วมชั้นหญิงรอบตัวเวินหร่านดูสิว่า มีใครที่นามสกุลเฉิงบ้างไหม”“ครับ คุณชายรอง!”ฟ่านเจิ้งรับคำสั่ง ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยรายงานต่อ “ทางด้านคุณชายใหญ่ อาการป่วยกำเริบหนักมากครับ ช่วงสองสามวันมานี้คุณท่านกับคุณนายต่างปักหลักเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอด ดูท่าคงจะยื้อไว้ได้อีกไม่นานแล้ว”แววตาของฟู่จิ่งเฉิงพาดผ่านรังสีอำมหิตลึกล้ำ “อืม เข้าใจแล้ว”ขอเพียงพี่ชายคนโตตายไป เขาก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้สืบทอดแห่งตระกูลฟู่ได้อย่างราบรื่นถึงเวลานั้น มีสิ่งใดบ้างเล่าที่เขาจะไขว่คว้ามาครอบครองไม่ได้?...เวินหร่านขนย้ายกล่องพัสดุหลายใบที่จัดเก็บมาจากบ้านหลังเก่า กลับมายังบ้านหลังใหม่หลังจากง่วนกับการปัดกวาดเช็ดถูอยู่พักใหญ่ ข้อความให

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 326

    ฟู่จิ่งเฉิงราวกับปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอกำลังพูดโกหกเขาแค่นหัวเราะทีหนึ่ง “เรื่องนี้มีแค่ตัวคุณเองเท่านั้นที่รู้แก่ใจ”เวินหร่านเห็นเขาไม่เชื่อใจตนเองถึงเพียงนี้ จึงขี้เกียจที่จะอธิบายถกเถียงกับเขาอีก“คุณอยากจะคิดแบบนั้นก็คิดไปเถอะ”เธอไม่อยากจะถกเถียงกับเขาอีกแล้วบรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาชั่วขณะฟู่จิ่งเฉิงยังคงรังควานไม่ยอมเลิกรา “ตกลงว่าผ้าเช็ดหน้าจะคืนเมื่อไร?”เวินหร่านรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยเขาไม่ยอมเชื่อเธอ ทั้งยังคอยบีบบังคับให้เธอคืนของอยู่นั่นแหละ“ผ้าเช็ดหน้าฉันส่งคืนให้เจ้าของเดิมไปแล้ว!”เวินหร่านเลียริมฝีปากอิ่มสีแดงสด สายตาและสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา“คืนให้เจ้าของเดิม?”ฟู่จิ่งเฉิงลังเลไปชั่วขณะ “ทำไมคุณถึงได้ปักใจนักว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไม่ใช่ของเวินฉี?”เวินหร่านสบตาเขาโดยตรง “เพราะฉันรู้ดีว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น แท้จริงแล้วเป็นของใคร”ฟู่จิ่งเฉิงชะงักไปสายตาจดจ้องดวงตาของเธอแน่นนิ่งเมื่อพิจารณาจากท่าทางของเธอแล้ว กลับดูไม่เหมือนคนที่กำลังพูดโกหกเลยสักนิดความเงียบอันชวนอึดอัดเข้าครอบงำอีกครั้งเขายื่นมือไปคว้าข้อมือของเวินหร่านไว้หมับ “คุณอย่า

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 325

    เวินหร่านสะท้านเฮือกในใจ “สิ่งแทนใจเหรอ?”ผ้าเช็ดหน้าของเธอไปกลายเป็นสิ่งแทนใจระหว่างเวินฉีกับฟู่จิ่งเฉิงไปได้อย่างไรกัน?ฟู่จิ่งเฉิงเหลือบมองเธอแวบหนึ่งแล้วเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ “ตอนที่ผมเพิ่งย้ายเข้าไปเรียนในโรงเรียนไฮโซแล้วโดนกลั่นแกล้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เคยโดนพวกเด็กตระกูลใหญ่รุมรังแกจนล้มลงไปนอนกองกับพื้นและใกล้จะหมดสติ ตอนนั้นคนที่ช่วยผมเอาไว้คือเวินฉี... และผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นก็คือสิ่งที่เธอใช้เช็ดหน้าให้ผมในตอนนั้น...”ในหัวของเวินหร่านดังอื้อขึ้นมาวูบใหญ่ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดไม่นึกเลยว่าฟู่จิ่งเฉิงจะยังคงจดจำเรื่องในช่วงเวลานั้นได้...เพียงแต่เขากลับจำคนสลับกัน และเข้าใจผิดคิดว่าเธอคนนั้นคือเวินฉีไปเสียสนิท!“แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าคนที่ช่วยคุณไว้ในตอนนั้นคือเวินฉี?” เวินหร่านหรี่ตามองเขาแล้วเอ่ยถามขึ้นหรือว่าตอนนั้นฟู่จิ่งเฉิงใกล้จะหมดสติจนมองหน้าคนผิดไปกันแน่?ฟู่จิ่งเฉิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราวกับเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมอยู่แล้ว “ก็ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็นของฉีฉี ดังนั้นคนที่ช่วยผมก็ต้องเป็นเธออยู่แล้วสิ”คำพูดของเขาเป็นเครื่องยืนยัน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 324

    เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดีเวินหร่านจึงไม่ต้องไปบริษัทเพื่อเจอหน้าซางเลี่ยรุ่ยคนที่เธอรู้สึกกลัวที่จะต้องเจอหน้ามากที่สุดในตอนนี้ก็คือเขาเพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะหาเรื่องมาฟัดเธอใหม่อีกรอบเดิมทีตอนที่ยังไม่ได้ตกลงสถานะคู่นอนกัน เขายังพอมีความเกรงอกเกรงใจอยู่บ้างแต่พอเธอตอบตกลง เขาก็มีข้ออ้างอันชอบธรรมในการลากเธอขึ้นเตียงได้ตลอดเวลาเวินหร่านแค่อยากพักผ่อนให้เต็มที่สักระยะ ไม่อยากปวดเอวปวดหลังไปมากกว่านี้แล้วอาศัยจังหวะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เธอกลับไปที่เรือนหอหลังที่เคยอยู่ร่วมกับฟู่จิ่งเฉิงและก็เป็นไปตามคาด ฟู่จิ่งเฉิงเก็บข้าวของในห้องของเขาออกไปจนเกลี้ยงและย้ายออกไปหมดแล้วเธอจึงเริ่มลงมือจัดการเก็บกวาดข้าวของตั้งใจว่าอีกสักครู่จะติดต่อหาบริษัทนายหน้าให้มาช่วยปล่อยขายบ้านหลังนี้เสียทีข้าวของที่ต้องขนย้ายออกไปนั้นมีไม่มากนัก เพราะของใช้ส่วนตัวของเวินหร่านเองก็ถูกขนย้ายออกไปก่อนหน้านี้แล้วส่วนเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นอย่างเช่นตู้เสื้อผ้า ก็เป็นแบบบิวท์อินติดผนังที่มากับตัวบ้านสิ่งที่สามารถขนย้ายไปได้ก็จะมีพวกโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ และข้าวของทำนองนั้นแต่

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 323

    พวกเขาก็ตกลงกันไว้แล้วแต่แรกว่าจะเป็นแค่คู่นอนกันเท่านั้นเขาก็ไม่ใช่แฟนของเธอเสียหน่อย แถมยังไม่ได้เป็นสามีของเธอด้วยซ้ำเธอจะติดต่อกับใคร หรือคุยแชตอยู่กับใคร มันจะไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ?เธอช่วยเลิกนิสัยเวลาเผลอตัวนอนกับเขาแล้วก็พลอยเผลอคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่าเขาเป็นผู้ชายของเธอสักทีได้ไหมนะเวินหร่านคอยเตือนสติและบอกกล่าวตัวเองอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่าเธอจำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากซางเลี่ยรุ่ยให้ดีเสียแล้วซางเลี่ยรุ่ยมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอประกายประหลาดไหววับพาดผ่านก้นบึ้งนัยน์ตาเขามองออกว่าตอนที่เวินหร่านพูดประโยคนี้ออกมา เธอกำลังมีความประหม่าและตื่นเต้นจนเห็นได้ชัดนั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้พูดความจริงเมื่อครู่เธอกำลังคุยแชตอยู่กับคนอื่นจริง ๆ แถมคน ๆ นั้นก็มีเปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นผู้ชายซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอนั่นเองความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านพลันก่อตัวขึ้นในใจของซางเลี่ยรุ่ยโดยไร้สาเหตุความรู้สึกหึงหวงพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เขานึกมาตลอดว่าในเมื่อเขาเคยหลับนอนกับเวินหร่านมาตั้งหลายครั้งแล้ว เธอก็ควรจะเป็นผู้หญ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 6

    เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 4

    เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status