Share

บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก
บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก
Penulis: อาเป่า

บทที่ 1

Penulis: อาเป่า
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”

ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่ม

หัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมาก

จนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่า

แต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?

“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”

เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวัง

การที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดี

ซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”

“แต่ว่า ฉัน...”

เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

ผู้ชายตรงหน้าแม้จะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ แต่สายตาที่เฉียบคมของเขากลับดูลึกล้ำยากจะคาดเดา

จู่ ๆ เธอก็มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเขากระโจนเข้าใส่แล้วจับกดลงบนเตียง เพื่อทำอะไรตามอำเภอใจซะอย่างนั้น

เวินหร่านรีบส่ายหัวไปมา

ให้ตายสิ!

เธอมีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร?

เขาเป็นแค่หมอ วัน ๆ หนึ่งต้องตรวจคนไข้แบบเธอตั้งหลายสิบคน

นี่เป็นงานประจำวันของเขา

เวินหร่านปลอบใจตัวเองเรื่อย ๆ เธอฝืนข่มความอับอายเอาไว้ ค่อย ๆ ดึงกางเกงลงแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงคนไข้

“ไม่สบายตรงไหนครับ?”

ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามพลางเตรียมอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยความอับอาย “ฉัน... ตรงนั้น...”

เมื่อเห็นว่าเธอพูดต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเพศสัมพันธ์มากเกินไป? ได้รับบาดเจ็บหรือครับ?”

หญิงสาวอายุน้อยอย่างเธอที่มาตรวจแผนกสูตินรีเวช ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาพวกนี้

แต่ผลปรากฏว่าเวินหร่านกลับหน้าแดง ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่เคยมีเพศสัมพันธ์...”

ซางเลี่ยรุ่ยชะงักมือ หันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจและสงสัยแวบหนึ่ง

หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณเนียนนุ่มราวกับจะบีบน้ำออกมาได้ ทั้งอ่อนหวานและมีเสน่ห์เย้ายวน เป็นความงามที่ผสมผสานระหว่างความเซ็กซี่และความไร้เดียงสาเอาไว้

ทำให้คนที่ได้มองเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกประทับใจจนยากจะลืมเลือน

สาวสวยระดับนี้ รอบตัวน่าจะมีคนตามจีบเป็นพรวน แต่เธอกลับบอกว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เนี่ยนะ?

“ฉัน... คือว่า... ตรงนั้น... มันทรมาน... นิดหน่อยค่ะ...”

ภายใต้สายตาที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม เธอหน้าแดงก่ำแล้วตอบตะกุกตะกัก

นิ้วของซางเลี่ยรุ่ยที่กำลังคีบสำลีฆ่าเชื้อเผลอเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ภายนอกกลับดูไม่ออกถึงความผิดปกติอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ “ทรมาน?”

เวินหร่าน “...”

เธอควรจะอธิบายอย่างไรดีล่ะ?

“ก็ ก็คือ...”

เธอกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เหมือนอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอายของหญิงสาว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย

ร่างกายเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

เขาสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ “สาเหตุเกิดจากอะไรครับ?”

เวินหร่านพูดตะกุกตะกัก เธออายเกินกว่าจะพูดออกไปจริง ๆ “ก็ ก็คือ... ฉัน...”

จะให้เธอบอกได้อย่างไรล่ะว่าตัวเองมีความต้องการสูงมาก และจริง ๆ แล้วก็อยากมาก ๆ ด้วย?

แต่แต่งงานมาปีกว่าแล้ว ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอไม่เคยแตะต้องเธอเลย

อีกทั้งเมื่อความต้องการของเธอเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกต้องการมากขึ้น

ฟู่จิ่งเฉิงกลับเอาแต่หลบหน้าเธอ

ถึงขนาดกลัวเป็นพิเศษว่าเธอจะเรียกร้องเรื่องนั้น

ด้วยความจนใจ เวินหร่านจึงต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง

แต่แค่นั้นเห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ

เธอต้องการ

ต้องการมากกว่านี้

ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตปฏิกิริยาของเธอ “แต่งงานหรือยังครับ?”

เวินหร่านพยักหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แววตาของซางเลี่ยรุ่ยหม่นลง “นอนลงก่อนครับ ผมขอตรวจดูหน่อย”

เวินหร่านเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

มือเรียวเล็กกำหมัดแน่น

รู้สึกแค่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม ร้อนรุ่มอย่างมาก

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างบอกไม่ถูก “อย่าขยับนะครับ!”

“...”

เดิมทีเวินหร่านก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

ประกอบกับโรคที่เธอเป็นอยู่ จะให้เธอนอนนิ่ง ๆ ให้เขาตรวจแต่โดยดีได้อย่างไร?

“เปลี่ยนเป็นหมอผู้หญิงให้ฉันแทนได้ไหมคะ?”

เธอเอ่ยปากร้องขอด้วยความขัดอาย

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยมืดมนลง “ไม่พอใจผมเหรอครับ?”

“มะ... ไม่ใช่ค่ะ...” เวินหร่านรีบอธิบาย

แต่เธอยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิวตรวจที่คุณจองวันนี้คือคิวของผม ถ้าไม่อยากรักษาก็เชิญครับ!”

ผู้ชายคนนี้ดุจัง

ไว้ตรวจเสร็จเธอจะไปร้องเรียนเขาแน่

แต่โรคของเธอ จะปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ลองเชื่อฝีมือการรักษาของเขาสักครั้งก็แล้วกัน

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาฉันให้หายด้วยนะคะ” เวินหร่านเอ่ยปากขอร้องเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่ซางเลี่ยรุ่ยมาเข้าเวรแทน

ใครจะคิดว่าต้องมาเจอคนไข้หญิงที่พิเศษขนาดนี้?

โรคของเธอช่าง... แล้วเธอดันสวยขนาดนี้อีก...

นี่มันท้าทายความอดทนของเขาในฐานะผู้ชายชัด ๆ

“เลิกพูดมากได้แล้วครับ!”

เขาตวาดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอีกครั้ง

เขาสวมถุงมือ หยิบก้านสำลีฆ่าเชื้อขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอ...

เวินหร่านอับอายจนทนไม่ไหวต้องหลับตาปี๋

ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาให้ผู้ชายอีกคนดูเนี่ยนะ

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอ แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกว่ามันผ่านไปได้ยากอยู่ดี

“อ๊ะ!”

เวินหร่านเผลอหลุดเสียงครางออกมา

เสียงของเธอทั้งอ่อนหวานและเย้ายวน

ซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ ร่างกายตึงเครียด เขาชะงักมือเล็กน้อย

“ผมทำคุณเจ็บเหรอครับ?”

ดวงตาคู่สวยของเวินหร่านคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

เธอเผยอริมฝีปากสีแดง แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายออกไปอย่างไรดี

สติสัมปชัญญะบอกเธอว่าเวลานี้ควรจะอดกลั้นไว้ แต่โรคของเธอทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้...

ท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมแบบนี้ของเธอ ทำให้คนอดใจไม่ไหวจริง ๆ

“งั้นผมจะเบามือลงหน่อย”

ซางเลี่ยรุ่ยกระแอมไอ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการตรวจ...

หลังจากตรวจเสร็จ เวินหร่านกลับรู้สึกว่างเปล่าและทรมานยิ่งกว่าเดิม

“คุณหมอคะ อาการของฉันหนักมากใช่ไหมคะ?”

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย

ซางเลี่ยรุ่ยควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ถอดถุงมือออก

“นี่เป็นโรคฮิสทีเรียที่เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่คุณขาดการมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานานครับ”

ขาดการมีเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ?

เวินหร่านหลุบตาลง ใบหน้าสวยหวานแสดงความอับอายวูบหนึ่ง

เธอไม่ได้ขาดการมีเพศสัมพันธ์ แต่เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยต่างหาก

สามีของเธอ ฟู่จิ่งเฉิงเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน พวกเขาแทบจะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันเลย

แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เธอกลับยิ่งโหยหา

ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายแทบจะรอไม่ไหว ต้องการที่จะได้รับการโอบกอด และสัมผัส...

“เดี๋ยวผมจะจ่ายยาแก้อักเสบให้คุณสักหน่อย เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนนะครับ!”

ซางเลี่ยรุ่ยนั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์และสั่งยาให้เธอ

“แต่ผมขอแนะนำให้คุณกลับไป... ทำเรื่องอย่างนั้นกับสามีให้บ่อยขึ้นหน่อย แล้วโรคของคุณก็จะทุเลาลงมากครับ!”

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมาแล้ว

เธอสวมกางเกงให้เรียบร้อย แล้วลงจากเตียงคนไข้

รับใบสั่งยาจากมือของซางเลี่ยรุ่ย “ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

ทันทีที่เธอเดินออกจากห้องตรวจไป ก็มีแพทย์หญิงในชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาทางประตูหลัง

“ซางเลี่ยรุ่ย นี่นายฉวยโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ มาตรวจคนไข้ของฉันงั้นเหรอ?!”

ซางหยวนที่มาถึงได้ทันเวลา ตวาดใส่น้องชายตัวเองด้วยความโมโห

ซางเลี่ยรุ่ยตอบกลับอย่างไม่รีบร้อน “อย่าลืมสิว่าตอนเรียนหมอ ผลการเรียนของผมอยู่อันดับหนึ่งมาตลอด ส่วนพี่ก็เป็นได้แค่ที่สอง ตอนนี้ผมมาตรวจคนไข้ให้ฟรี ๆ ถือว่าเป็นบุญของคนไข้พี่แล้ว! อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลก็เป็นของผมแล้วด้วย!”

“นาย!” ซางหยวนถลึงตาใส่เขา

ไอ้เด็กนี่มันเถียงข้าง ๆ คู ๆ

แต่น้องชายของเธอคนนี้ปกติก็เป็นพวกรักความสะอาด ไม่เฉียดเข้าใกล้ผู้หญิง วันนี้กลับยอมเป็นฝ่ายตรวจคนไข้หญิงเองแบบนี้ มันน่าแปลกจริง ๆ!

“ในเมื่อพี่ไม่ต้อนรับผมขนาดนี้ งั้นผมไปล่ะ” ซางเลี่ยรุ่ยล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาจับจ้องไปทางที่เวินหร่านเพิ่งจะเดินหายไป

“จะไปไหน? วันนี้ฉันเรียกนายมา เพื่อให้มาทำความรู้จักกับหมอหวัง แผนกโรคหัวใจที่เพิ่งย้ายมาใหม่ต่างหาก เธอทั้งสาวทั้งสวย แถมฝีมือการรักษาก็ยอดเยี่ยม เป็นถึงดาวประจำโรงพยาบาลเราเลยนะ ที่สำคัญคือตอนนี้เธอยังโสด ไม่มีแฟน...” ซางหยวนรีบเรียกน้องชายเอาไว้ และพยายามแนะนำอย่างสุดความสามารถ

“ไว้ค่อยว่ากัน”

ซางเลี่ยรุ่ยไม่มีความสนใจ เขาตอบส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่งแล้วเดินจากไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 464

    เวินหร่านรู้ดีว่า การที่ประจำเดือนมาในเวลานี้มันเป็นการทำลายอารมณ์ของชายหนุ่มอย่างร้ายแรงเพียงใดทว่าเธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะประจวบเหมาะขนาดนี้เธอรีบก้าวลงจากเตียงแล้ววิ่งตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วจัดการเปลี่ยนกางเกงตัวสะอาดใหม่อย่างเร่งรีบครั้นพอก้าวเท้ากลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง กลับพบว่าซางเลี่ยรุ่ยจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่เสร็จสรรพเธอถึงกับนิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดด้วยความขวยเขินอย่าบอกนะว่าเมื่อครู่นี้... เธอเผลอทำผ้าปูที่นอนของเขาเปรอะเปื้อนเข้าจริง ๆ ?“ส่งอันนี้มาให้ฉันเถอะค่ะ”เวินหร่านรีบพุ่งตัวเข้าไป ยื่นมือรับผ้าปูที่นอนผืนเก่าที่ชายหนุ่มถอดเปลี่ยนออกมา“คุณไปพักผ่อนเถอะ ผืนนี้ผมจัดการซักเอง!” ซางเลี่ยรุ่ยเสนอตัวเอ่ยปากขึ้นมาเองเวินหร่านชะงักอึ้ง แทบจะอยากคิดว่าตัวเองหูฟาดฟังผิดไปเขาที่เป็นผู้ชายอกสามศอก... ถึงขั้นยินยอมช่วยเธอซักผ้าปูที่นอนที่เปรอะเปื้อนรอยเลือดเนี่ยนะ?ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นถึงซางเลี่ยรุ่ยเชียวนะ!นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!ทว่าเธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากทัดทานสิ่งใด ซางเลี่ยรุ่ยก็ถือผ้าปูที่นอนผืนนั้นตรงดิ่งไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 463

    เมื่อได้รับสัญญาณตอบรับจากเธอ รสจูบของซางเลี่ยรุ่ยก็ยิ่งเพิ่มความดุดันบ้าคลั่งหนักหน่วงยิ่งขึ้นคลอเคลียไปด้วยเสียงดูดดึงและเสียงหายใจหอบกระชั้น จนเกิดเสียงชวนให้คนฟังใบหน้าซับสีเลือดร้อนผ่าวขึ้นมาภายในห้องโดยสารคนทั้งสองแทบจะจุดชนวนระเบิดอารมณ์บนรถเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าท้ายที่สุดเวินหร่านก็ผลักเขาออกห่างได้ทันท่วงที พลางเอ่ยปากบอกว่าไม่ได้ซางเลี่ยรุ่ยรู้ดีว่าเธอเขิน จึงเคารพในการปฏิเสธของเธอสุดท้ายเขาทำเพียงข่มใจกดจูบลงบนหน้าผากของเธอเบา ๆ หนึ่งที แล้วเอ่ยปากสั่งคนขับรถให้เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นคนขับรถบึ่งรถตรงดิ่งไปยังคฤหาสน์ของซางเลี่ยรุ่ยด้วยความรวดเร็วทันทีที่ก้าวเท้าถึงบ้าน ซางเลี่ยรุ่ยก็ดันร่างเธอแนบชิดกับบานประตูแล้วโถมจูบอย่างบ้าคลั่งทันใดทว่าเธอกลับเบนหน้าหนีหลบเลี่ยงสัมผัสของเขา “ไม่เอาค่ะ ฉันหิวแล้ว!”ลมหายใจของซางเลี่ยรุ่ยหนักหน่วงถี่กระชั้น “พอดีเลย เดี๋ยวผมป้อนให้เอง!”เวินหร่านใช้กำปั้นทุบลงบนอกแกร่งของเขา “ฉันไม่ได้หมายถึงหิวแบบนั้นสักหน่อย ฉันหิวจริง ๆ นะคะ! ยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเลยด้วยซ้ำ”ยามนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงพอจะไปร่วมบรรเลงบทรักกับเขาหรอกดวงตาค

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 462

    “อื้อ...”เสียงครางเล็ดลอดออกจากลำคอของเวินหร่านถูกซางเลี่ยรุ่ยบุกรุกสอดแทรกลึกเข้ามาในเรียวปากอิ่มอย่างรวดเร็วตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ที่ไม่ได้พบหน้ากันซางเลี่ยรุ่ยยามนี้ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่าดุร้ายแทบอยากจะกลืนกินฉีกร่างเธอลงท้องไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดเวินหร่านคิดอยากจะผลักตัวเขาออกห่าง ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานไหวจำต้องตกเป็นฝ่ายรองรับสัมผัสจูบอันดุดันและบ้าคลั่งของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอแทบจะขาดอากาศหายใจยามเรียวลิ้นและคมฟันของคนทั้งสองพัวพันนัวเนีย อุณหภูมิภายในตัวรถก็พลันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง“พะ พอแล้ว...”เวินหร่านรีบร้องบอกให้เขาหยุดลงทันทีเพราะหวาดกลัวว่าหากปล่อยให้เขาจูบต่อไปแบบนี้ มีหวังได้จุดไฟเผาตัวเองจนมอดไหม้แน่ ๆ คนขับรถก็ยังคงนั่งอยู่ข้างหน้าแท้ ๆ การที่เขามาระเริงจูบเธอในรถหรูแบบนี้ มันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย“ไม่พอ ต่อให้ผมจูบคุณมากกว่านี้ก็ไม่มีวันพอ!”ซางเลี่ยรุ่ยยิ่งบดเบียดเน้นย้ำรอยจูบให้ลึกล้ำหนักหน่วงยิ่งขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอย่างถึงที่สุดเวินหร่านถูกเขาจูบจนเรือนร่างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงต้านทานดวงตาคู่สวยฉ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 461

    ตลอดหลายวันที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างง่วนอยู่กับธุระของตนเองแทบไม่มีเวลาติดต่อกันเลยเวินหร่านเดิมทีคิดว่าเขาน่าจะยังต้องใช้เวลาอีกสองสามวันถึงจะเดินทางกลับมาคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอในคืนนี้สีหน้าของซางเลี่ยรุ่ยหม่นหมองลง “ผมบอกไปแล้ว คุณต่างหากที่ไม่ได้ใส่ใจ”“คุณบอกตอนไหนคะ?”เวินหร่านเอ่ยถามด้วยความสงสัยเอ่ยจบเธอก็รีบก้มหน้าลงเปิดไล่เช็กดูข้อความในไลน์และประวัติการโทรทันทีช่วงหลายวันที่ผ่านมาเธอกับเขาก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลย เขาแอบไปบอกเธอไว้ตอนไหนกัน?ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “วันแรกที่ผมเดินทางไปคุยงาน ผมก็ส่งข้อความทิ้งไว้ให้คุณแล้ว คุณเปิดเข้าไปไล่ดูประวัติเอาเองก็แล้วกัน”เวินหร่านพลันนึกขึ้นมาได้ในทันทีจริงด้วยสิ วันแรกที่เขาเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เขาเคยส่งข้อความทิ้งไว้ให้เธอจริง ๆ ว่าเขาต้องไปทำงานนอกสถานที่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เธอคาดไม่ถึงเลยว่าที่เขาบอกว่าหนึ่งสัปดาห์ จะเป็นหนึ่งสัปดาห์จริง ๆ เป๊ะ ๆ ขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ เวินหร่านมัวแต่ง่วนอยู่กับงาน จนไม่ได้ใส่ใจนับคำนวณเลยว่าวันที่ซางเลี่ยรุ่ยจะเดินทางกลับมาคือวันไหนกัน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 460

    ต่างประเทศซางเลี่ยรุ่ยโหมงานจนกระทั่งยามค่ำคืนเขาเปิดโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา ด้วยความหวังตั้งเป้าเฝ้ารอคอยว่าเวินหร่านจะส่งข้อความอะไรมาหาเขาบ้างทว่าผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา เวินหร่านไม่ได้ส่งข้อความอะไรมาหาเขาเลยสักฉบับตั้งแต่เขาเดินทางมาคุยงานต่างประเทศ เธอกับเขาก็แทบจะอยู่ในภาวะขาดการติดต่อกันโดยสิ้นเชิงซางเลี่ยรุ่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพ่ายแพ้และคับข้องใจอยู่ลึก ๆ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงการแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้นบนจอโทรศัพท์เขารีบปลดล็อกหน้าจอเปิดดูทันที แต่กลับพบว่าเป็นรูปภาพหลายรูปที่ซางหยวนพี่สาวของเขาเป็นคนส่งมาให้【ช่วยฉันเลือกหน่อยสิ ว่ากระเป๋าใบไหนสวยที่สุด!】ซางเลี่ยรุ่ยในยามนี้ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจไปยุ่งเรื่องไร้สาระของเธอจึงส่งข้อความตอบกลับไปอย่างส่งเดช【ถ้าลังเลเลือกไม่ได้ก็ซื้อมาให้หมดเลยสิ】ส่งข้อความเสร็จ เขาก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกายครั้นพออาบน้ำเสร็จเดินออกมา เสียงกระดิ่งโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาพอดีซางเลี่ยรุ่ยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันเกาะกุมรอบเอวท่อนล่างเอาไว้ม

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 459

    เวินหร่านเม้มริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อ “แผลแค่นี้มันยังไม่เข้าข่ายเจตนาทำร้ายร่างกายหรอก”ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องรอให้หลีลี่ช่วยแจ้งความ เธอคงเป็นฝ่ายโทรแจ้งตำรวจด้วยตัวเองไปนานแล้วหลีลี่ “แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”เวินหร่าน “จะเกิดอะไรขึ้นได้อีกละ...”เธอเล่าเรื่องราวตื้นลึกหนาบางและสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดปากเสียงกับพ่อเมื่อช่วงเช้าให้อีกฝ่ายฟังครั้นพอหลีลี่ฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมา “พ่อแกนี่มันเข้าตำรายามมีศึกเรียกใช้ ยามสงบไร้คนเหลียวมองชัด ๆ ! ในฐานะลูกสาว การที่แกบอกให้เขาแต่งงานกับแม่แก เพื่อคืนสถานะอันชอบธรรมให้พวกแกสองคนแม่ลูกมันก็เป็นเรื่องธรรมดามากเลยนะ ไม่ยอมให้ก็แค่นั้น ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย? เป็นคนแก่ที่ไร้ทางเยียวยาจริง ๆ !”เวินหร่านถอนหายใจออกมา “บางทีในสายตาของเขา การที่ฉันบอกให้เขาหย่ากับแม่ใหญ่แล้วมาแต่งงานกับแม่ฉัน คงเป็นข้อเรียกร้องที่เกินไปมั้ง”บางทีในจิตใจของเวินจี้หลี่ คงไม่เคยคิดที่จะแต่งงานยกย่องแม่ของเธอขึ้นมาเลยสักครั้งดังนั้น คนที่น่าสมเพชจึงไม่ใช่ตัวเธอ แต่เป็นแม่ของเธอต่างหากที่น่าสมเพชยิ่งกว่าทว่าสิ่งเดียวที่เวินหร่านไม่อ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 4

    เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 3

    เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 2

    เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status