Share

บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก
บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก
Author: อาเป่า

บทที่ 1

Author: อาเป่า
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”

ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่ม

หัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมาก

จนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่า

แต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?

“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”

เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวัง

การที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดี

ซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”

“แต่ว่า ฉัน...”

เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

ผู้ชายตรงหน้าแม้จะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ แต่สายตาที่เฉียบคมของเขากลับดูลึกล้ำยากจะคาดเดา

จู่ ๆ เธอก็มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเขากระโจนเข้าใส่แล้วจับกดลงบนเตียง เพื่อทำอะไรตามอำเภอใจซะอย่างนั้น

เวินหร่านรีบส่ายหัวไปมา

ให้ตายสิ!

เธอมีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร?

เขาเป็นแค่หมอ วัน ๆ หนึ่งต้องตรวจคนไข้แบบเธอตั้งหลายสิบคน

นี่เป็นงานประจำวันของเขา

เวินหร่านปลอบใจตัวเองเรื่อย ๆ เธอฝืนข่มความอับอายเอาไว้ ค่อย ๆ ดึงกางเกงลงแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงคนไข้

“ไม่สบายตรงไหนครับ?”

ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามพลางเตรียมอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยความอับอาย “ฉัน... ตรงนั้น...”

เมื่อเห็นว่าเธอพูดต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเพศสัมพันธ์มากเกินไป? ได้รับบาดเจ็บหรือครับ?”

หญิงสาวอายุน้อยอย่างเธอที่มาตรวจแผนกสูตินรีเวช ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาพวกนี้

แต่ผลปรากฏว่าเวินหร่านกลับหน้าแดง ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่เคยมีเพศสัมพันธ์...”

ซางเลี่ยรุ่ยชะงักมือ หันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจและสงสัยแวบหนึ่ง

หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณเนียนนุ่มราวกับจะบีบน้ำออกมาได้ ทั้งอ่อนหวานและมีเสน่ห์เย้ายวน เป็นความงามที่ผสมผสานระหว่างความเซ็กซี่และความไร้เดียงสาเอาไว้

ทำให้คนที่ได้มองเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกประทับใจจนยากจะลืมเลือน

สาวสวยระดับนี้ รอบตัวน่าจะมีคนตามจีบเป็นพรวน แต่เธอกลับบอกว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เนี่ยนะ?

“ฉัน... คือว่า... ตรงนั้น... มันทรมาน... นิดหน่อยค่ะ...”

ภายใต้สายตาที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม เธอหน้าแดงก่ำแล้วตอบตะกุกตะกัก

นิ้วของซางเลี่ยรุ่ยที่กำลังคีบสำลีฆ่าเชื้อเผลอเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ภายนอกกลับดูไม่ออกถึงความผิดปกติอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ “ทรมาน?”

เวินหร่าน “...”

เธอควรจะอธิบายอย่างไรดีล่ะ?

“ก็ ก็คือ...”

เธอกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เหมือนอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอายของหญิงสาว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย

ร่างกายเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

เขาสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ “สาเหตุเกิดจากอะไรครับ?”

เวินหร่านพูดตะกุกตะกัก เธออายเกินกว่าจะพูดออกไปจริง ๆ “ก็ ก็คือ... ฉัน...”

จะให้เธอบอกได้อย่างไรล่ะว่าตัวเองมีความต้องการสูงมาก และจริง ๆ แล้วก็อยากมาก ๆ ด้วย?

แต่แต่งงานมาปีกว่าแล้ว ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอไม่เคยแตะต้องเธอเลย

อีกทั้งเมื่อความต้องการของเธอเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกต้องการมากขึ้น

ฟู่จิ่งเฉิงกลับเอาแต่หลบหน้าเธอ

ถึงขนาดกลัวเป็นพิเศษว่าเธอจะเรียกร้องเรื่องนั้น

ด้วยความจนใจ เวินหร่านจึงต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง

แต่แค่นั้นเห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ

เธอต้องการ

ต้องการมากกว่านี้

ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตปฏิกิริยาของเธอ “แต่งงานหรือยังครับ?”

เวินหร่านพยักหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แววตาของซางเลี่ยรุ่ยหม่นลง “นอนลงก่อนครับ ผมขอตรวจดูหน่อย”

เวินหร่านเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

มือเรียวเล็กกำหมัดแน่น

รู้สึกแค่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม ร้อนรุ่มอย่างมาก

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างบอกไม่ถูก “อย่าขยับนะครับ!”

“...”

เดิมทีเวินหร่านก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

ประกอบกับโรคที่เธอเป็นอยู่ จะให้เธอนอนนิ่ง ๆ ให้เขาตรวจแต่โดยดีได้อย่างไร?

“เปลี่ยนเป็นหมอผู้หญิงให้ฉันแทนได้ไหมคะ?”

เธอเอ่ยปากร้องขอด้วยความขัดอาย

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยมืดมนลง “ไม่พอใจผมเหรอครับ?”

“มะ... ไม่ใช่ค่ะ...” เวินหร่านรีบอธิบาย

แต่เธอยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิวตรวจที่คุณจองวันนี้คือคิวของผม ถ้าไม่อยากรักษาก็เชิญครับ!”

ผู้ชายคนนี้ดุจัง

ไว้ตรวจเสร็จเธอจะไปร้องเรียนเขาแน่

แต่โรคของเธอ จะปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ลองเชื่อฝีมือการรักษาของเขาสักครั้งก็แล้วกัน

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาฉันให้หายด้วยนะคะ” เวินหร่านเอ่ยปากขอร้องเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่ซางเลี่ยรุ่ยมาเข้าเวรแทน

ใครจะคิดว่าต้องมาเจอคนไข้หญิงที่พิเศษขนาดนี้?

โรคของเธอช่าง... แล้วเธอดันสวยขนาดนี้อีก...

นี่มันท้าทายความอดทนของเขาในฐานะผู้ชายชัด ๆ

“เลิกพูดมากได้แล้วครับ!”

เขาตวาดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอีกครั้ง

เขาสวมถุงมือ หยิบก้านสำลีฆ่าเชื้อขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอ...

เวินหร่านอับอายจนทนไม่ไหวต้องหลับตาปี๋

ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาให้ผู้ชายอีกคนดูเนี่ยนะ

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอ แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกว่ามันผ่านไปได้ยากอยู่ดี

“อ๊ะ!”

เวินหร่านเผลอหลุดเสียงครางออกมา

เสียงของเธอทั้งอ่อนหวานและเย้ายวน

ซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ ร่างกายตึงเครียด เขาชะงักมือเล็กน้อย

“ผมทำคุณเจ็บเหรอครับ?”

ดวงตาคู่สวยของเวินหร่านคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

เธอเผยอริมฝีปากสีแดง แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายออกไปอย่างไรดี

สติสัมปชัญญะบอกเธอว่าเวลานี้ควรจะอดกลั้นไว้ แต่โรคของเธอทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้...

ท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมแบบนี้ของเธอ ทำให้คนอดใจไม่ไหวจริง ๆ

“งั้นผมจะเบามือลงหน่อย”

ซางเลี่ยรุ่ยกระแอมไอ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการตรวจ...

หลังจากตรวจเสร็จ เวินหร่านกลับรู้สึกว่างเปล่าและทรมานยิ่งกว่าเดิม

“คุณหมอคะ อาการของฉันหนักมากใช่ไหมคะ?”

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย

ซางเลี่ยรุ่ยควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ถอดถุงมือออก

“นี่เป็นโรคฮิสทีเรียที่เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่คุณขาดการมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานานครับ”

ขาดการมีเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ?

เวินหร่านหลุบตาลง ใบหน้าสวยหวานแสดงความอับอายวูบหนึ่ง

เธอไม่ได้ขาดการมีเพศสัมพันธ์ แต่เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยต่างหาก

สามีของเธอ ฟู่จิ่งเฉิงเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน พวกเขาแทบจะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันเลย

แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เธอกลับยิ่งโหยหา

ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายแทบจะรอไม่ไหว ต้องการที่จะได้รับการโอบกอด และสัมผัส...

“เดี๋ยวผมจะจ่ายยาแก้อักเสบให้คุณสักหน่อย เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนนะครับ!”

ซางเลี่ยรุ่ยนั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์และสั่งยาให้เธอ

“แต่ผมขอแนะนำให้คุณกลับไป... ทำเรื่องอย่างนั้นกับสามีให้บ่อยขึ้นหน่อย แล้วโรคของคุณก็จะทุเลาลงมากครับ!”

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมาแล้ว

เธอสวมกางเกงให้เรียบร้อย แล้วลงจากเตียงคนไข้

รับใบสั่งยาจากมือของซางเลี่ยรุ่ย “ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

ทันทีที่เธอเดินออกจากห้องตรวจไป ก็มีแพทย์หญิงในชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาทางประตูหลัง

“ซางเลี่ยรุ่ย นี่นายฉวยโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ มาตรวจคนไข้ของฉันงั้นเหรอ?!”

ซางหยวนที่มาถึงได้ทันเวลา ตวาดใส่น้องชายตัวเองด้วยความโมโห

ซางเลี่ยรุ่ยตอบกลับอย่างไม่รีบร้อน “อย่าลืมสิว่าตอนเรียนหมอ ผลการเรียนของผมอยู่อันดับหนึ่งมาตลอด ส่วนพี่ก็เป็นได้แค่ที่สอง ตอนนี้ผมมาตรวจคนไข้ให้ฟรี ๆ ถือว่าเป็นบุญของคนไข้พี่แล้ว! อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลก็เป็นของผมแล้วด้วย!”

“นาย!” ซางหยวนถลึงตาใส่เขา

ไอ้เด็กนี่มันเถียงข้าง ๆ คู ๆ

แต่น้องชายของเธอคนนี้ปกติก็เป็นพวกรักความสะอาด ไม่เฉียดเข้าใกล้ผู้หญิง วันนี้กลับยอมเป็นฝ่ายตรวจคนไข้หญิงเองแบบนี้ มันน่าแปลกจริง ๆ!

“ในเมื่อพี่ไม่ต้อนรับผมขนาดนี้ งั้นผมไปล่ะ” ซางเลี่ยรุ่ยล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาจับจ้องไปทางที่เวินหร่านเพิ่งจะเดินหายไป

“จะไปไหน? วันนี้ฉันเรียกนายมา เพื่อให้มาทำความรู้จักกับหมอหวัง แผนกโรคหัวใจที่เพิ่งย้ายมาใหม่ต่างหาก เธอทั้งสาวทั้งสวย แถมฝีมือการรักษาก็ยอดเยี่ยม เป็นถึงดาวประจำโรงพยาบาลเราเลยนะ ที่สำคัญคือตอนนี้เธอยังโสด ไม่มีแฟน...” ซางหยวนรีบเรียกน้องชายเอาไว้ และพยายามแนะนำอย่างสุดความสามารถ

“ไว้ค่อยว่ากัน”

ซางเลี่ยรุ่ยไม่มีความสนใจ เขาตอบส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่งแล้วเดินจากไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 568

    ฉินเยว่เชายังคงพ่นคำพูดพร่ำเพรื่อไม่หยุดอยู่ตรงนั้นคนขับรถก็เหยียบเบรกจอดลงเสียก่อน“คุณชายฉิน ถึงแล้วครับ!”ฉินเยว่เชาชะงักไปครู่หนึ่งทำไมถึงได้เร็วขนาดนี้?ทว่าคฤหาสน์ของเขาอยู่ห่างจากโรงแรมที่เพิ่งไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ตั้งไกลไม่ใช่หรือไงผลปรากฏว่าพอเขาหันหน้าออกไปมองนอกกระจกหน้าต่างกลับกลายเป็นฉินซื่อไปเสียอย่างนั้น?“คืนนี้ฉันจะกลับไปนอนบ้าน ไม่ได้จะนอนที่บริษัทสักหน่อย”ความหมายแฝงของฉินเยว่เชาก็คือ ต้องการให้คนขับรถไปส่งเขาที่คฤหาสน์ตระกูลฉินสายตาขอความเห็นของคนขับรถตวัดกลับไปมองซางเลี่ยรุ่ยอีกครั้งซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยขึ้นมาเพียงสองคำเบา ๆ “ลงรถ!”น้ำเสียงแฝงอำนาจอันน่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงความโกรธเกรี้ยว“อารุ่ย นายคงไม่ได้มามุกนี้จริงใช่มั้ย?” ฉินเยว่เชากำลังจะเอ่ยปากบ่นบ่นโวยวายแต่ซางเลี่ยรุ่ยกลับเพิ่มน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นอีกระดับ “อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง”มุมปากของฉินเยว่เชากระตุกกัก ๆ อย่างแรงด้วยความอับจนปัญญา จึงจำต้องเปิดประตูและก้าวลงจากรถไป“ใจกล้าดีนี่ วันหน้าอย่าได้...”คำขู่คาดโทษยังไม่ทันไร ซางเลี่ยรุ่ยก็สั่งให้คนขับรถบึ่งรถออกไปทันที

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 567

    สีหน้าอธิบดีหวังตื่นตะลึงงัน “เธอเป็นแฟนของคุณเหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอเป็นผู้ช่วยของคุณหรอกหรือไง?”ฉินเยว่เชายกยิ้มมุมปากแฝงความหมายคลุมเครือ “กลางวันเธอเป็นผู้ช่วยสาวของผม แต่ตอนกลางคืน แน่นอนว่าต้องเป็นแฟนของผมสิครับ”อธิบดีหวังฟังความหมายแฝงออกพลันเข้าใจในทันทีเดิมทีหากเวินหร่านเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาหญิงธรรมดา ๆ ของฉินเยว่เชาเขาก็คงจะเอ่ยปากขอตัวเธอจากฉินเยว่เชาได้เพื่อเปิดโอกาสให้เธอมาคอยปรนนิบัติเขาเป็นอย่างดีในคืนนี้ทว่ายามนี้เวินหร่านกลับกลายเป็นคนของฉินเยว่เชาไปเสียแล้วเขาย่อมไม่สะดวกใจที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวอีกอธิบดีหวังยิ้มเจื่อน ๆ พลางเอ่ยแก้เกี้ยว “แฟนของประธานฉินสวยเปร่งประกายจริง ๆ เป็นผมเองที่เสียมารยาทแล้ว”เวินหร่านพอได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ถึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกฉินเยว่เชาเอ่ยทักทายร่ำลาอธิบดีหวังตามมารยาทก่อนจะเดินออกจากโรงแรมไปพร้อมกับเธอรถหรูคันหนึ่งเลื่อนมาจอดตรงหน้าพวกเขาทั้งสองเวินหร่านนึกว่าเป็นรถของฉินเยว่เชาทว่าพอเขม้นมองลงไป ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถหรูคันนั้นกลับกลายเป็นซางเลี่ยรุ่ยไปเสียได้?นี่เป็นรถของซางเลี่ยรุ่ยงั้นเหรอ?

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 566

    “นี่คุณ!”เวินหร่านปัดมือของเขาออกทันควัน“ยังคิดจะจับตรงไหนอีกคะ?”เธอปัดสายตามองค้อนใส่เขาอย่างอดเสียไม่ได้รู้จักพอเหมาะพอควรหน่อยจะได้ไหม?ซางเลี่ยรุ่ยอ่านความรู้สึกต่อต้านในใจของเธอออกจึงไม่ได้แกล้งเย้าเธอต่ออีก“ฟ้ายังไม่สว่าง คุณยังนอนต่อได้อีกสักพักนะ” เขาลดเสียงต่ำลง มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนเวินหร่านจะไปข่มตาหลับลงได้ยังไงกัน?เธอนอนหลับข้ามวันข้ามคืนมาขนาดนี้“ฉันอยากกลับบ้านแล้วค่ะ”เธอเลิกผ้าห่มออก ทำท่าจะก้าวลงจากเตียงซางเลี่ยรุ่ยรีบยื่นมือมาขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทันที“ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่ครึ่งเอง คุณจะไปไหน?”เวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่งที่แท้ก็เข้าสู่นานช่วงกลางดึกแล้วหรือนี่“อีกอย่าง ร่างกายคุณยังไม่ฟื้นตัวดีเลย นอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ” เขาเอ่ยหว่านล้อมเธอต่อเวินหร่านลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม “แล้วคุณล่ะคะ?”พริบตาที่คำพูดนี้หลุดออกจากปาก เธอก็พลันรู้สึกนึกเสียดายขึ้นมาทันทีทำราวกับว่าเธออยากให้เขามานอนด้วยกันกับเธอขนาดนั้นอย่างนั้นแหละซางเลี่ยรุ่ยมองตอบเธอด้วยสายตาลึกซึ้งมีเลศนัย “คุณอยากให้ผมนอนตรงไหน ผมก็นอนตรงนั้นแหละ”เวินหร่านแสดงสีหน้ากร

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 565

    เวินหร่านถึงกับจุกพูดไม่ออกช่างมันเถอะบอกว่าเคยคบหากันยังจะดีเสียกว่าขืนบอกว่าเป็นคู่นอนบนเตียงกัน มีหวังได้อับอายขายหน้ายิ่งกว่าเดิมแน่“ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอนพักสักหน่อย คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ”เวินหร่านไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะเอ่ยปากพูดอะไรกับเขาอีกจึงเบือนหน้าหนีไปทางอื่นซางเลี่ยรุ่ยยังคงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคอยเป็นเพื่อนเธอตลอดเวลากระทั่งเธอผล็อยหลับไป เขาก็ยังไม่ได้จากไปไหนอันที่จริงวันนี้เขามีภารกิจการงานมากมายให้ต้องจัดการทว่าเพื่อเธอแล้วกิจการงานอื่นใดทั้งหมดจึงถูกเขาวางทิ้งไว้ข้างทางในสายตาของเขา เวินหร่านคือคนที่สำคัญที่สุดเสมอซางเลี่ยรุ่ยนั่งอยู่ข้างเตียงเช่นนั้น คอยเคียงข้างเธอเงียบ ๆ อย่างสงบตลอดเวลาไม่รู้ว่าเพราะเหน็ดเหนื่อยเกินไป หรือเป็นเพราะไม่ได้ล้มตัวลงนอนตลอดทั้งคืนกันแน่ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าใด ซางเลี่ยรุ่ยถึงกับฟุบหลับลงไปข้างเตียงโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งเวินหร่านลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดค่ำเสียแล้วเธอปรือตาขึ้นมองเห็นเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอก่อนที่จะค่อย ๆ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 564

    “ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้คุณยังไม่ได้กินอะไรเลย” ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยเตือนเธอเวินหร่านเองก็รู้สึกจริง ๆ ว่าเวลานี้ท้องไส้ของเธอกำลังกิ่วจนแทบจะกิ่วติดหลังอยู่แล้ว“รีบลุกขึ้นเถอะ อาหารเช้าเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว” ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเวินหร่านกำลังจะขยับตัวลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำกลับเพิ่งมาเฉลียวใจคิดขึ้นได้ว่าบนเรือนร่างของตนเองเวลานี้ไม่ได้สวมใส่อะไรไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียวเมื่อครู่นี้ตอนที่นอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ เพราะมีฟองสบู่ปกคลุมอยู่จึงไม่ทันได้สังเกตทว่าในยามนี้พอเธอยันกายลุกขึ้น เรือนร่างทุกสัดส่วนกลับแทบจะเปิดเผยเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าต่อตา“กรี๊ด!”เวินหร่านส่งเสียงร้องกรี้ดออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะทรุดล้มพับกลับลงไปในอ่างอาบน้ำตามเดิมซ้ำร้ายยังสำลักน้ำเข้าไปอีกสองอึกใหญ่“แคก ๆ ๆ !”เธอไอคอกแคกออกมาด้วยความทรมานไม่หยุดซางเลี่ยรุ่ยยื่นมือไปตบหลังเธอเบา ๆ รอจนกระทั่งอาการไอของเธอค่อย ๆ บรรเทาลงแล้ว จึงโอบอุ้มช้อนร่างของเธอขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ“คุณจะทำอะไรน่ะ?”เวินหร่านได้สติกลับคืนมาจากความตกใจพลันร้องตะโกนลั่นด้วยความหวาดวิตกฟ้าดินเป็นพยาน

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 563

    แพทย์ท่านนี้คือ สวี่เจ๋ออวี่ เพื่อนร่วมชั้นเรียนในอดีตของซางเลี่ยรุ่ยนั่นเองเขาเอ่ยเตือนอย่างไร้ข้อห้ามใด ๆ “นายเองก็เคยเรียนหมอมาก่อนก็น่าจะรู้นี่ว่า วิธีถอนฤทธิ์ยาประเภทนี้ได้ดีที่สุดและเร็วที่สุดคือวิธีไหน”แน่นอนว่าก็คือการที่เขาใช้ร่างกายของตัวเองช่วยเวินหร่านถอนฤทธิ์ยานั่นเองซางเลี่ยรุ่ยนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใดสวี่เจ๋ออวี่เห็นเขายังคงเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมพูดจาจึงอดประหลาดใจไม่ได้ “อย่าบอกนะว่านายไม่ได้คิดอะไรกับเธอ?”ท่าทางร้อนใจและห่วงใยอย่างหนักตอนที่ซางเลี่ยรุ่ยอุ้มเวินหร่านเข้ามาในห้องฉุกเฉินเมื่อครู่นั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสักครั้งยิ่งไปกว่านั้น คืนนี้เดิมทีไม่ใช่เวรของเขาแท้ ๆ แต่เป็นเพราะสายโทรศัพท์ทวงชีวิตของซางเลี่ยรุ่ยที่กระหน่ำสายด่วนเรียกเขากลับมาต่างหากหากเขาไม่ได้มีใจให้ผู้หญิงคนนี้ มีหรือจะยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อเธอ?ใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยฉายแววหม่นหมอง “เธอปฏิเสธฉันไปแล้ว”อีกอย่าง เขาก็ไม่อยากฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นกำลังไร้ทางสู้เช่นนี้ด้วยสิ่งที่เขาต้องการ คือความยินยอมพร้อมใจของเวินหร่านต่างหากสวี่เจ๋ออวี่ตกตะลึงโพล่งขึ้น “นายว

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 7

    เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 6

    เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 5

    หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ

  • บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก   บทที่ 4

    เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status