LOGIN“ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะไม่บอกใคร เราจะรู้กันแค่สองคน...นั่นเพราะฉันมีงานพิเศษให้หนูทำนอกเหนือจากตำแหน่งวิศวกรที่เธอสมัครเอาไว้” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังหนักแน่นยิ่งขึ้นไปอีก “เอาละ...ฉันมีเวลาไม่มาก เอาเป็นว่าฉันขอเข้าประเด็นเลยแล้วกัน...ฉันสนใจจะจ้างหนูเป็น ‘สปาย’” ถ้อยคำกระชับรัดกุมและได้ใจความครบถ้วนถูกเอ่ยผ่านลำโพงอย่างเข้าเรื่อง
“หา อะไรนะคะ” รินรดาถามย้ำเสียงหลง
“ฉันรู้ว่าหนูได้ยินที่ฉันพูดชัดเจน” อีกฝ่ายย้ำอย่างไม่สนในน้ำเสียงแหลมของรินรดา “แล้วหน้าที่ของเธอก็ไม่ยาก แค่ตามสืบชีวิตประจำวันของผู้ชายที่ชื่อ คาร์รีม บิน คาดาร์ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าของโรงงานที่เธอจะไปทำงานด้วยยังไงล่ะ”
แล้วว่าที่นายจ้างก็อธิบายรายละเอียดของงานและหน้าที่ของงานสปายให้เธอฟังอย่างละเอียดยิบ ราวกับว่าเธอรับงานนี้ไปแล้วและในทันทีที่ทางโน้นพูดจบ...
“มะ ไม่ดีมั้งคะ หนูคิดว่าหนูคงทำงานนี้ไม่ได้หรอกค่ะ” เธอละล่ำละลักปฏิเสธ ถึงงานที่ถูกจ้างจะเป็นแค่สปายชีวิตประจำวันของผู้ชายคนหนึ่ง แต่ก็เป็นเจ้านายเธอ ถึงจะไม่ได้บ่อนทำลายธุรกิจของใครก็ตามแต่ก็ยังได้ชื่อว่าสปายอยู่ดี...
“...ฉันจะให้ค่าตอบแทนเป็นสองเท่าของเงินเดือนที่หนูจะได้ และเงินหนึ่งล้านบาทจะถูกโอนเข้าบัญชีหนูที่เมืองไทยทันที ถ้าหนูตอบตกลง แล้วถ้างานนี้สำเร็จฉันจะตกรางวัลให้หนูอย่างงาม” น้ำเสียงแหบๆ ยังดังออกมาต่อเนื่องราวกับไม่ได้ยินคำปฏิเสธของเธอ
รินรดาคิดหนัก ใจหนึ่งก็อยากรับ ใจหนึ่งก็อยากจะปฏิเสธ แต่งานตำแหน่งนี้กับบริษัทนี้เป็นงานที่เธอใฝ่ฝัน เธอจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพอย่างมหาศาล รวมทั้งเธอจะได้ทำงานที่เธอรัก เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ ‘สปาย’ เพิ่มด้วยนิดหน่อย และเธอก็คงไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรมมากไปกว่าแฮ็กข้อมูลส่วนตัวของคนที่ชื่อคาร์รีมอะไรนั่น
“ทำไมต้องเป็นหนูด้วยล่ะคะ” เธออึกอักถามคิ้วขมวดจนเป็นปมยุ่งจนแทบแกะไม่ออก
“ฉันเชื่อว่าหนูจะทำงานนี้ได้ดี เพราะหนูเป็นผู้หญิงประเภทที่คาร์รีมไม่ชอบมากที่สุด” เสียงนั้นตอบมาอย่างหนักแน่นและมั่นใจ แต่มันทำให้คนฟังเจ็บใจนัก
“หมายความว่ายังไงคะ” รินรดาถามย้ำเสียงหลง อะไรกันยังไม่ทันได้เห็นหน้าผู้ว่าจ้าง เธอก็โดนปรามาสเอาไว้เสียแล้ว อีตานั่นเป็นใครและหน้าตาดีขนาดไหนกันเชียว ทำไมต้องมีสปายตามติดตามสืบ...
“ก็หมายความว่า...คาร์รีมไม่มีทางเหลียวหางตาไปแลหนูเป็นแน่ เพราะไม่ว่ายังไง...คุณชายคาร์รีมก็จะต้องแต่งงานกับลูกสาวของฉันคนเดียวเท่านั้น”
สองเดือนต่อมารินรดาก็แพ็กกระเป๋าและเดินทางไปยังประเทศฮาฟาร์พร้อมเพื่อนสนิทซึ่งจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันคือเอกภพและธเนศ ซึ่งทั้งสามจะมาทำงานร่วมกับทีมวิศวกรจากประเทศอื่นๆ อีกหลายสิบคน เพื่อติดตั้งระบบในโรงงานผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ รวมทั้งงานสปายนายคาร์รีมนั่นด้วย...
ใช่ ในที่สุดเธอก็รับงานนี้ จะว่าตอบตกลงก็ไม่เชิง แต่เพราะโดนมัดมือชกด้วยเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทที่ถูกโอนเข้ามาในบัญชีของเธอในวันรุ่งขึ้นนั่นต่างหาก จึงทำให้เธอต้องรับงานนี้ไปโดยปริยาย แต่สำหรับคนอย่างเธอ ลองว่าถ้าไม่สนใจงานนี้จริงๆ ต่อให้โอนเงินมามากกว่านี้เธอก็ไม่สน...
จำได้ว่าวันนั้น...วันที่สัมภาษณ์งานกับนายจ้างแสนลึกลับนั่น หลังจากถูกวางสายไปแบบดื้อๆ เธอก็นั่งนิ่งเป็นหุ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เกือบชั่วโมง เพราะความสับสนและงุนงงกับอาชีพใหม่ของตัวเอง...และอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง...แต่มันคือเรื่องจริง เพราะตอนนี้เธอและเพื่อนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ก็ได้ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและมายืนรอกระเป๋าอยู่ตรงสายพานเรียบร้อยแล้ว
“แกเอากระเป๋ามาแค่นี้เองหรือไอ้ริน” เสียงเอกภพร้องถามเมื่อเห็นเจ้าตัวกำลังคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าขนาดกลางออกจากสายพานที่วิ่งวนอยู่และมีกระเป๋าอยู่บนนั้นมากมาย รินรดาจึงหยิบฉวยได้อย่างทุลักทุเล
“มาฉันช่วย” ชายคนเดิมเสนอก่อนรีบเข้าไปยกกระเป๋าให้หญิงสาวขึ้นมาวางบนรถเข็นแทนทันที
“อืม เอามาแค่ลูกเดียว จะขนมาทำไมมากมาย” รินรดาตอบพลางสอดส่องสายตามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะเป็นคนง่ายๆ กินอยู่สบายไม่เรื่องมาก เธอจึงไม่ใช่พวกต้องมีพิธีรีตองและบ้าหอบฟางเหมือนผู้หญิงรักสวยรักงามทั้งหลาย
“แต่มาอยู่ที่นี่ตั้งหกเดือนนะ แกเอาข้าวของเครื่องใช้มาพอใช้หรือ” เอกภพยังเป็นห่วงเพราะขนาดเขาที่เป็นชายแท้ยังมีกระเป๋าที่ขนเสื้อผ้าของใช้มาถึงสองใบ “ดูไอ้เน็ตมันขนอย่างย้ายบ้านมาอยู่ที่ฮาฟาร์” เขาพูดพลางชี้ไปยังเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ขนกระเป๋าเสื้อผ้ามาถึงสี่ใบใหญ่สำหรับการเดินทางมาทำงานที่นี่เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม
“อย่าไปเทียบกับไอ้เน็ตตี้มันเลย มันต้องทำสวยเยอะจึงขนมาแบบฟูลออฟชั่น” รินรดาแขวะเพื่อนชายใจสาวที่ไม่มีใครหน้าไหนรู้ เพราะเจ้าตัวนั่นมีรูปร่างหน้าตาและการแต่งตัวเป็นชายเต็มร้อย
“ฉันไม่เน่าเหมือนแกนี่ไอ้รินที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ กันได้” ธเนศหันมาย้อนกลับโดยเก๊กหน้าขรึมเป็นชายแท้ ไม่กรีดกรายให้ใครได้สงสัย
“ขี้เกียจซัก ซักบ่อยๆ เปลืองน้ำ” รินรดาตอบคล้ายๆ ยอมรับในคำกล่าวหาของเพื่อน
“ยี้ ซกมก แล้วอย่างนี้จะมีใครยอมเอาแกไปเป็นเมียวะนังริน” หนุ่มสะอาดโวยวายด้วยเสียงที่แหลมขึ้น
“ก็แกไงถ้าแกไม่นอนกับฉัน ฉันจะปล้ำแกเองไอ้เน็ต” รินรดายิ้มขี้เล่นแล้วก่อนชี้ไปทางเจ้าตัว พลางกระโดดขึ้นขี่หลังร่างใหญ่อย่างสนิทสนมด้วย
“อีกอย่างฉันเป็นผู้หญิงตัวไม่เหม็นโว้ย” เธอตะโกนใส่หูอย่างหมั่นไส้พ่อคนรักสะอาด พร้อมหอมแก้มเพื่อนสาวแอ๊บแมนฟอดใหญ่อย่างมันเขี้ยว โดยไม่ทันเห็นสายตาคมหม่นแสงลงของเอกภพที่ยืนดูการหยอกล้ออย่างสนิทสนมของทั้งสองตามประสาคนแอบรักเพื่อนสาวมาเป็นเวลานาน หากได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ...
ส่วนคนถูกหอมแก้มก็ยกมือถูแก้มจนผิวขาวเกินหญิงแดงเถือกไปหมด พลางทำตัวสั่นอย่างขนลุกขยะแขยงในกิริยาของเพื่อนสาว
“ยายบ้า ผู้หญิงเหมือนกันมาทำอย่างนี้ได้ไงยะ เดี๋ยวฟ้าก็ผ่าตายหรอก ฉันยังไม่อยากตายก่อนได้สามีหล่อๆ รวยๆ นะยะ” ธเนศโวยวายลั่นอย่างลืมตัว ก่อนทำเสียงเข้มให้เป็นแมนเต็มร้อยอีกครั้ง
Epilogue: บทส่งท้ายดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมของบ้านบินคาดาร์ไปแล้ว ที่ทุกวันอาทิตย์ลูกๆ หลานๆ จะมารวมตัวกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่ เพื่อมีกิจกรรมน่ารักๆ และช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ร่วมกัน ส่วนคนไกลบ้านอย่างนาซิมนั้นก็จะหอบลูกจูงเมียกลับมาเยี่ยมบ้านทุกสองเดือน แต่บางเดือนก็งดไปบ้าง เพราะต้องพาอนามิกาและหลานๆ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายและครอบครัวที่เมืองไทยและตอนนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวก็กำลังร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อและเสียงหัวเราะอันแสนสุข“เมื่อไหร่ฟาห์จะมีน้องให้ยายจามิลาห์ซะทีล่ะ หลานสาวของพี่จะได้มีเพื่อนเล่นดูสิสาวๆ เขาท้องกันหมดแล้ว” นาซิมถามน้องสาวยิ้มๆ พลางชี้มือไปยังรินรดาซึ่งอุ้มท้องลูกคนที่สองย่างเข้าเดือนที่แปดแล้ว หลังจากคลอดบุตรแฝดชายหญิงเด็กหญิงราวิยาห์แฝดพี่ และเด็กชายคามิลแฝดน้องซึ่งลืมตาดูโลกห่างกันเพียง10นาทีไปเมื่อสามปีที่แล้ว น้องชายของเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาผลิตทายาทคนต่อไปทันทีส่วนภรรยาของตัวเองก็กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนที่สามได้ 4 เดือนแล้ว หน้าคมคร้ามของคนกำลังโม้ว่าตัวเองมีความสามารถผลิตลูกน้อยได้สำเร็จในที่สุด ก็บานยิ่งกว่าจาน
Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 3สามวันต่อมาคุณหมอก็อนุญาตให้ทั้งคุณแม่และเด็กหญิงจามิลาห์ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งให้พ้องกับคุณพ่อกลับบ้านได้ คราแรกทั้งจามาลและลาติฟาห์คิดว่าการกลับมาอยู่บ้านจะช่วยให้สงครามย่อยๆ ระหว่างคุณยายและคุณย่าดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะคิดผิดเสียแล้ว เพราะสตรีสูงวัยทั้งสองยังคงแย่งกันอุ้มและดูแลหลานสาวตัวน้อยเช่นเดิม ไม่ต่างกับตอนที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเลยสักนิด“ฉันเป็นยายนะ ลูกสาวฉันเป็นคนอุ้มท้อง เพราะงั้นเธอต้องส่งหลานมาให้ฉันอุ้มก่อนสิ” คุณยายออกคำสั่งกับคุณย่าเสียงเขียว พลางยื้อแย่งหลานที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย“อะไรเล่าส่งหลานมาให้ฉันอุ้มก่อนนะ และถ้าไม่ได้ลูกชายฉันลูกสาวเธอจะท้องได้ไง” คุณย่าก็ไม่ยอมพยายามยื้อหลานสาวในมือไว้กับตัวสุดฤทธิ์“อุแว้ๆ ๆ” และแล้ว...สงครามแย่งอุ้มหลานก็มีจุดจบเหมือนดังเช่นทุกครั้ง นั่นคือคนกลางแผดเสียงร้องไห้จ้าอย่างตกใจและหวาดกลัวกับเสียงทะเลาะของทั้งคุณยายคุณย่านั่นเอง เดือดร้อนถึงคุณแม่คนสวยที่ต้องรับลูกสาวตัวน้อยมาป้อนนม และเห่กล่อมจนหนูน้อยสงบและหลับไปในที่สุดแม้สงครามแย่งอุ้มหลานจะจบลงแล้ว แต่สงครามโยนความผิ
Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 2ครึ่งชั่วโมงต่อมา ว่าที่คุณแม่ใกล้คลอดก็ถูกพาตัวมาส่งโรงพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดโดยไม่มีความฉุกละหุกเกิดขึ้นเลยสักนิด เพราะสมาชิกในครอบครัวและสาวใช้ประจำคฤหาสน์ได้รับการฝึกฝน และเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เป็นอย่างดี เพราะมีว่าที่คุณแม่ใกล้คลอดอยู่ในบ้านถึงสองคน โดยรินรดาเองก็อายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้วในห้องพักพิเศษ ลาติฟาห์ที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ก็มีอาการเจ็บท้องเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ ปากมดลูกก็เปิดกว้างขึ้นๆ ให้พร้อมสำหรับการให้กำเนิดที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า คุณหมอและพยาบาลก็หมุนเวียนเข้ามาตรวจดูอาการหญิงสาวเป็นระยะๆ และเมื่อไรก็ตามที่ปากมดลูกเปิดกว้างได้แปดถึงสิบเซนติเมตรตามกำหนด เธอก็จะถูกนำตัวไปยังห้องคลอดทันทีพ่อแม่พี่น้องก็คอยให้กำลังอยู่รายรอบเตียงไม่ห่าง ส่งเสียงสอบถามอาการอย่างเป็นห่วงเป็นใยไม่ขาดสาย ทว่าลาติฟาห์ในเวลานี้ กลับไม่ต้องการใคร ไม่อยากเห็นหน้าใครมากไปกว่าผู้ชายที่เธอยังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นพ่อของลูกเธอ“จะ...จามาล จามาลล่ะคะ จามาลอยู่ที่ไหน โทรตามเขาให้ฟาห์หน่อยนะคะพี่ชาย” เสียงหวานร่ำร
ตอนพิเศษ 2 Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 1แต่แล้ว…ลาติฟาห์ก็ไม่ได้ใจร้ายใจแข็งอย่างที่ตั้งมั่นเอาไว้เลยสักนิด ทั้งๆ ที่ประกาศกร้าวว่าจะสั่งสอนพ่อของลูกให้หลาบจำ ให้สาสมกับการกระทำอันไม่น่าให้อภัยของเขา เพราะว่าที่คุณแม่ซึ่งทุกวันนี้อายุครรภ์ใกล้ครบกำหนดคลอดเข้าไปทุกทีๆ กลับอนุญาตให้พ่อของลูกเข้าออกนอกในคฤหาสน์หลังงามได้อย่างสบายใจเฉิบ…แต่เป็นเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้มีเวลากับลูกน้อยในครรภ์บ้างการดิ้นครั้งแรกของลูกในวันนั้นทำให้หญิงสาวได้รู้คำตอบแล้วว่าลูกของเธอต้องการมีบิดาอยู่เคียงข้างในทุกๆ วินาทีที่หนูน้อยเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในท้อง หรือภายหลังจากการลืมตาดูโลก และเธอเองก็มีความสุขอย่างยิ่งยวดทุกครั้งที่พบเจอหน้าเขา หากแต่ยังคงมีท่าทีหมางเมินเหินห่างสื่อออกมาทั้งทางสายตาและการกระทำ ให้อีกฝ่ายได้เจ็บปวดเล่นๆ ตลอด เพราะมันคือบทลงโทษคนเคยร้ายเช่นจามาลนั่นเองการตัดสินใจในครั้งนี้ของลาติฟาห์ นอกจากจะทำให้ว่าที่คุณพ่อยิ้มไม่หุบและนับวันรอเวลาที่จะได้เจอหน้าลูกหน้าเมียแล้ว สมาชิกในบ้านบินคาดาร์เองก็ยินดีกับการตัดสินใจของเธอด้
Forever In Love: นิรันดรแห่งรัก - 5สองวันต่อมาคาร์รีมก็พาภรรยาขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเดินทางมาถึงฮาฟาร์ โดยมีว่าที่คุณปู่คุณย่าไปรอรับลูกสะใภ้และหลานในท้องถึงสนามบิน จากนั้นทั้งหมดก็ยกโขยงกันพาว่าที่คุณแม่ซึ่งแพ้ท้องมาตลอดการเดินทางไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแล้วคาร์รีมและรินรดาก็ต้องดีใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อคุณหมอชี้ให้ดูหัวใจสองดวงซึ่งเต้นตุบๆ อย่างน่ารักอยู่ในจออัลตราซาวนด์“สุดยอด ผมนี่เก่งชะมัดครั้งเดียวติด แถมยังได้ลูกแฝดด้วย”คาร์รีมที่แทบควบคุมความปีติยินดีเอาไว้ไม่อยู่ ยังไม่เลิกยกยอปอปั้นตัวเองซึ่งเขาทำตั้งแต่อยู่ในห้องตรวจ และตลอดช่วงเวลาเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ รินรดาเขินอายบุพการีของเขาซึ่งนั่งอยู่ในรถลีมูซีนคันยาวด้วยกันนั้น จนทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ซุกหน้าอยู่บนอกแกร่งของคนตัวโตที่กอดรัดเธอเอาไว้ไม่ให้ห่างกาย“พี่แพ้ผมราบคาบ” คาร์รีมคุยโวทับถมไปถึงนาซิมอีกด้วย“จ้า พ่อคนเก่งทีเมื่อก่อนทำเป็นปฏิเสธไม่แต่งไม่แต่งท่าเดียว รู้งี้ไม่หาเมียให้เสียก็ดี” มารดาที่นั่งซับน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มอดประชดไม่ได้ บุตรชายที่เคยหัวแข็งได้แต่ยิ้มแฉ่งอย่างซาบซึ้งพระคุณไม่คิดต่อปากต่อคำ
Forever In Love: นิรันดรแห่งรัก - 4รินรดาตาโตกัดกลีบปากอิ่มแน่น แต่ก็ไม่ใช่เวลามานั่งอาย งานการก็แต่งกันแล้ว พยานแห่งรักก็อยู่ในท้อง แล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยรักเขาแบบนี้สักหน่อย และรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เธอพยักหน้ารับก่อนเลื่อนตัวต่ำลงไปด้านล่างโดยแนบกลีบปากร้อนๆ ไปบนผิวสีน้ำตาลทองของร่างใหญ่ซึ่งขนลุกเกรียวกราวกับรสสัมผัสนั่น“ปะ...เป็ดน้อย” ร่างใหญ่ที่แทบลุกเป็นไฟครวญครางราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้ เมื่อภรรยาสาวเผยอกลีบปากนุ่มอุ่นจัดโอบรัดความเป็นชายที่แข็งแกร่งและตั้งชันอย่างน่าเกรงขามจากสัมผัสของมือน้อยเมื่อครู่ รินรดาดูดดื่มสามีหนุ่มอย่างเร่าร้อนหิวกระหายและโหยหาไม่ต่างกับในตอนที่เขาปรนเปรอรักให้กับเธอ แสดงให้เห็นถึงความรักที่เธอมอบให้เขาเช่นกัน“โอที่รัก...เบาหน่อยครับ...ผมจะทนไม่ไหวเอา” ชายหนุ่มครางห้ามเสียงหลงเมื่อดูเหมือนหญิงสาวจะเพลิดเพลินกับตัวตนเขาจนความปรารถนาในกายที่ถูกอัดแน่นมานานแทบทะลักทลายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่“พะ พอก่อนดีกว่าครับ...ผมอยากรักคุณมากกว่า” เขาร้องห้ามพลางตะปบศีรษะเล็กเอาไว้ แล้วจัดร่างเล็กซึ่งหัวเราะคิกอย่างถูกใจกับอาการร้อนรนของสามีให้พลิกลงนอนตะแคงข้างแล







