เข้าสู่ระบบรินรดาที่เดินจนขาแทบขวิดตามหลังชายหนุ่มอยู่ขมวดคิ้วคิดอย่างเซ็งจัด แล้วเมื่อร่างเล็กที่สูงเพียงใต้รักแร้ก็โดนร่างใหญ่ลากเข้ามาในห้องทำงานสุดหรูดูแล้วไม่ต่างกับห้องสวีตของโรงแรมห้าดาว ร่างอิ่มเอิบของนางแบบบราซิลเลี่ยนที่รออยู่ในห้องก็ถลาเข้ามากอดร่างใหญ่ไว้ทันที
รินรดาหันไปมองใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยเครื่องสำอางอย่างดีนั่น และไม่ต้องพิศมากเธอก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ผู้หญิงคนที่เขายืนแลกลิ้นกันแบบไม่อายฟ้าดินหน้าแอร์พอร์ตเมื่อวันก่อน...
มั่ว...นั่นคือความคิดของรินรดา
“ส่งตัวเธอกลับด้วย” น้ำเสียงของคนที่ยังกุมข้อมือเล็กของเธออยู่ดังออกมา แต่เขาไม่ได้พูดกับเธอหรือสาวสวยเกินคนเดินดินธรรมดาคนนั้น หากเป็นการสั่งความกับเลขาของเขาต่างหาก
แล้วนางแบบสาวก็พูดจาออดอ้อนเขาอยู่สองสามประโยคประมาณว่าขออยู่ต่อ...อะไรทำนองนั้น แล้วเสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นกร้าวขึ้นโต้เถียงกันไปมาสักพักแต่เถียงกันเรื่องอะไรเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ มารู้ตัวอีกทีห้องทั้งห้องก็เหลือเพียงเธอกับเขาและมือน้อยของเธอก็ถูกเขาปล่อยเป็นอิสระแล้ว...
รินรดาที่พยายามเก็บซ่อนความหวั่นเกรงเอาไว้เงยหน้าขึ้นมองคนที่เธอมั่นใจว่าเป็นเจ้านายเธอแน่แท้แล้ว ก็พบว่าดวงตาคมกริบดั่งมีดโกนของเขากำลังจ้องเธออยู่เช่นกัน และถ้ามันเป็นมีดโกนจริงๆ เลือดเธอคงไหลหมดตัวเพราะโดนมันบาดจนเลือดไหลซิบแล้ว นัยน์ตาคมไร้ความเป็นมิตรนั่นก็กำลังสำรวจตรวจตราเธอราวกับกำลังประเมินสินค้าที่เขากำลังตัดสินใจตกลงซื้อขายอยู่...
“เธอเป็นใคร แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” คาร์รีมเปิดฉากถามอย่างเอาเรื่องเต็มที่ถึงจะเดาได้จากชุดช่างบนร่างเล็กแล้วก็เถอะ
เขาจำได้แม่นยำว่าไม่มีรายชื่อของผู้หญิงร่วมอยู่ด้วยตอนที่เลขารายงานผลการสัมภาษณ์และคัดเลือกทีมวิศวกรให้เขาฟัง และมันก็สร้างความพึงพอใจแก่เขาเป็นอย่างยิ่ง เพราะการต้องมาทำงานหนักและติดอยู่ในโรงงานกลางทะเลทรายแบบนี้เป็นเวลานานๆ ผู้หญิงอาจจะทนความลำบากได้ไม่ดีพอ ถึงแม้ที่พักรวมทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทางบริษัทจัดหาไว้ให้นั้นสวยงามและสะดวกสบายไม่ต่างจากโรงแรมหรูเสียด้วยซ้ำ
“ฉันก็เป็นวิศวกรของที่นี่น่ะสิ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ” ถึงจะตกใจกับน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากของเจ้านายตัวเองแต่เธอก็ถามกลับอย่างใจเย็น
“แต่ฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยจ้างพนักงานผู้หญิงมาให้งานฉันเสียหรอก แล้วโดยเฉพาะผู้หญิงหน้าตาดูไม่จืด หุ่นก็เหมือนไม้กระดานเดินได้อย่างเธอด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่” คนที่แวดล้อมด้วยผู้หญิงพันธุ์เนื้อนมไข่ดูแคลน ปกติเจ้าของโรงงานหนุ่มก็ไม่ชอบร่วมงานกับผู้หญิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะผู้หญิงสำหรับเขาแล้วควรมีหน้าที่ให้ความสุขกับเขาอยู่บนเตียงเท่านั้น
นัยน์ตากลมโตของคนฟังโชนแสงแวววับทันทีกับคำดูถูกจากคุณชายคาร์รีม...ผู้ชายที่หน้าตาพอใช้ พอจะพาไปวัดไปวาได้แบบไม่อายใคร แต่ไม่ใช่สเปกเธอสักนิด ตัวก็ใหญ่อย่างกับยักษ์ หน้าตาก็ไม่ต่างกัน ไม่รู้ตาลุงผู้ว่าจ้างอยากจะเก็บไปให้ลูกสาวได้ยังไง นอกจากไม่หล่อและมั่วไม่เลือกแล้ว ปากคอร้ายกาจแถมยังดูถูกผู้หญิงอย่างกับอะไรดี...เผลอๆ ได้ตำแหน่งโรคจิตชอบโชว์ไปอีกหนึ่ง...
ผู้ชายคนนี้...เป็นพรรค์ที่ต้องหลีกหนีไปให้ไกลต่างหาก ไม่ใช่พรรค์ที่คิดจะจับไปทำพันธุ์ด้วย แล้วนี่เธอต้องมาเป็นสปายชีวิตของอีตานี่เหรอ...
‘คิดผิดหรือเปล่าเนี่ย ที่รับงานนี้’ รินรดาฮึ่มฮั่มอยู่ในใจ เม้มปากเขม้นตามองหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างไม่มีความเกรงกลัวอีกต่างหาก...
‘หน็อย…แล้วมาดูถูกใครไม่ดูถูก ดันมาดูถูกสาวคัปซีเป็นสาวไม้กระดานไปได้ เดี๋ยวปัดเอาหนองโพแม่ให้มาตบอีตาถั่วให้หายปากเสียซะเลย แต่มาคิดอีกทีอย่าดีกว่าเสียของแท้ไม่มีซิลิโคนเจือปนเสียเปล่าๆ อีกอย่างจะเชื่อใจว่าอีตาคาร์รีมนี่ปลอดเชื้อได้แค่ไหนเชียวก็เห็นมั่วซะ...’คนโดนดูถูกยังไม่เลิกเข่นเขี้ยว
“...แถมยังโรคจิตชอบถ้ำมองผู้ชายในห้องน้ำด้วย” อีกหนึ่งคำดูถูกทว่าในเชิงเย้าหยอกหลุดตามมาจากเรียวปากได้รูปเป็นกระจับสวยงามของเจ้านายหนุ่ม และมันก็หยุดความคิดที่กำลังฟุ้งซ่านของอีกคนไว้ได้เป็นอย่างดี
คาร์รีมเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมถึงได้พูดอย่างนี้ออกมา มันออกมาเองโดยอัตโนมัติและไม่ใช่นิสัยเขาสักนิดส่วน คนฟังอ้าปากค้างตาเบิกโพลงแก้มสาวร้อนวูบ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่หน้าแตกของตัวเอง แล้วใบหน้าคมของเขาก็ไม่ได้ดูเหมือนยักษ์สักเท่าใดนักอีกต่อไป
“ถ้าฉันเป็นพวกถ้ำมองคุณก็พวกชอบโชว์” รินรดาเชิดหน้าพูด
“มีดีให้โชว์ ก็ยังดีกว่าพวกไม่มีอะไรให้โชว์” อีกครั้งที่คาร์รีมเถียงในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เน้นคำพูดของตัวเองด้วยการกวาดสายตาไปบนร่างเล็กแล้วหยุดนิ่งตรงไม้กระดานแบนแฟบซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเขามากมาย
“ไม่มีอะไรให้โชว์ ก็ยังดีกว่าพวกชอบโชว์ของเน่าๆ” คนโดนดูถูกนับหนึ่งถึงสิบในใจก่อนตอกกลับเสียงเรียบทำเอาอีกฝ่ายหน้าหงายและเลือดก็พุ่งขึ้นหน้ามาด้วย
“เธอ!!” เสียงคาร์รีมเกรี้ยวกราดขึ้นทันใด ใบหน้าคมถมึงทึงกรามก็ถูกบดจนเห็นสันชัดเจน และรินรดายังได้ยินเสียงฟันกระทบกันด้วยเพราะอารมณ์ของเขากำลังพุ่งสูงขึ้นนั้นเอง
วิศวกรสาวเสียวสันหลังวาบรู้สึกราวกับว่าร่างเล็กกำลังลุกเป็นไฟ เพราะโดนดวงตาคมแผดเผาอยู่แต่ก็แอบสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าเพราะเธอก็ยังไม่อยากโดนยักษ์บีบคอหรือซ้ำร้ายไปกว่านั้นโดนยักษ์จับกิน...
“เอาละ ฉันรู้แล้วว่าคุณเป็นเจ้านาย ไม่ใช่สิ เป็นเจ้าของที่นี่ แต่ถ้าคุณจะเรียกฉันมาเถียงด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ฉันขออนุญาตกลับออกไปทำงานของฉันต่อดีกว่า” น้ำเสียงของคนตั้งใจทำงานนั้นหนักแน่นและจริงจังไม่มีท่าทีต่อปากต่อคำกับเขาอีกต่อไป
Epilogue: บทส่งท้ายดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมของบ้านบินคาดาร์ไปแล้ว ที่ทุกวันอาทิตย์ลูกๆ หลานๆ จะมารวมตัวกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่ เพื่อมีกิจกรรมน่ารักๆ และช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ร่วมกัน ส่วนคนไกลบ้านอย่างนาซิมนั้นก็จะหอบลูกจูงเมียกลับมาเยี่ยมบ้านทุกสองเดือน แต่บางเดือนก็งดไปบ้าง เพราะต้องพาอนามิกาและหลานๆ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายและครอบครัวที่เมืองไทยและตอนนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวก็กำลังร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อและเสียงหัวเราะอันแสนสุข“เมื่อไหร่ฟาห์จะมีน้องให้ยายจามิลาห์ซะทีล่ะ หลานสาวของพี่จะได้มีเพื่อนเล่นดูสิสาวๆ เขาท้องกันหมดแล้ว” นาซิมถามน้องสาวยิ้มๆ พลางชี้มือไปยังรินรดาซึ่งอุ้มท้องลูกคนที่สองย่างเข้าเดือนที่แปดแล้ว หลังจากคลอดบุตรแฝดชายหญิงเด็กหญิงราวิยาห์แฝดพี่ และเด็กชายคามิลแฝดน้องซึ่งลืมตาดูโลกห่างกันเพียง10นาทีไปเมื่อสามปีที่แล้ว น้องชายของเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาผลิตทายาทคนต่อไปทันทีส่วนภรรยาของตัวเองก็กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนที่สามได้ 4 เดือนแล้ว หน้าคมคร้ามของคนกำลังโม้ว่าตัวเองมีความสามารถผลิตลูกน้อยได้สำเร็จในที่สุด ก็บานยิ่งกว่าจาน
Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 3สามวันต่อมาคุณหมอก็อนุญาตให้ทั้งคุณแม่และเด็กหญิงจามิลาห์ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งให้พ้องกับคุณพ่อกลับบ้านได้ คราแรกทั้งจามาลและลาติฟาห์คิดว่าการกลับมาอยู่บ้านจะช่วยให้สงครามย่อยๆ ระหว่างคุณยายและคุณย่าดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะคิดผิดเสียแล้ว เพราะสตรีสูงวัยทั้งสองยังคงแย่งกันอุ้มและดูแลหลานสาวตัวน้อยเช่นเดิม ไม่ต่างกับตอนที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเลยสักนิด“ฉันเป็นยายนะ ลูกสาวฉันเป็นคนอุ้มท้อง เพราะงั้นเธอต้องส่งหลานมาให้ฉันอุ้มก่อนสิ” คุณยายออกคำสั่งกับคุณย่าเสียงเขียว พลางยื้อแย่งหลานที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย“อะไรเล่าส่งหลานมาให้ฉันอุ้มก่อนนะ และถ้าไม่ได้ลูกชายฉันลูกสาวเธอจะท้องได้ไง” คุณย่าก็ไม่ยอมพยายามยื้อหลานสาวในมือไว้กับตัวสุดฤทธิ์“อุแว้ๆ ๆ” และแล้ว...สงครามแย่งอุ้มหลานก็มีจุดจบเหมือนดังเช่นทุกครั้ง นั่นคือคนกลางแผดเสียงร้องไห้จ้าอย่างตกใจและหวาดกลัวกับเสียงทะเลาะของทั้งคุณยายคุณย่านั่นเอง เดือดร้อนถึงคุณแม่คนสวยที่ต้องรับลูกสาวตัวน้อยมาป้อนนม และเห่กล่อมจนหนูน้อยสงบและหลับไปในที่สุดแม้สงครามแย่งอุ้มหลานจะจบลงแล้ว แต่สงครามโยนความผิ
Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 2ครึ่งชั่วโมงต่อมา ว่าที่คุณแม่ใกล้คลอดก็ถูกพาตัวมาส่งโรงพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดโดยไม่มีความฉุกละหุกเกิดขึ้นเลยสักนิด เพราะสมาชิกในครอบครัวและสาวใช้ประจำคฤหาสน์ได้รับการฝึกฝน และเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เป็นอย่างดี เพราะมีว่าที่คุณแม่ใกล้คลอดอยู่ในบ้านถึงสองคน โดยรินรดาเองก็อายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้วในห้องพักพิเศษ ลาติฟาห์ที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ก็มีอาการเจ็บท้องเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ ปากมดลูกก็เปิดกว้างขึ้นๆ ให้พร้อมสำหรับการให้กำเนิดที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า คุณหมอและพยาบาลก็หมุนเวียนเข้ามาตรวจดูอาการหญิงสาวเป็นระยะๆ และเมื่อไรก็ตามที่ปากมดลูกเปิดกว้างได้แปดถึงสิบเซนติเมตรตามกำหนด เธอก็จะถูกนำตัวไปยังห้องคลอดทันทีพ่อแม่พี่น้องก็คอยให้กำลังอยู่รายรอบเตียงไม่ห่าง ส่งเสียงสอบถามอาการอย่างเป็นห่วงเป็นใยไม่ขาดสาย ทว่าลาติฟาห์ในเวลานี้ กลับไม่ต้องการใคร ไม่อยากเห็นหน้าใครมากไปกว่าผู้ชายที่เธอยังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นพ่อของลูกเธอ“จะ...จามาล จามาลล่ะคะ จามาลอยู่ที่ไหน โทรตามเขาให้ฟาห์หน่อยนะคะพี่ชาย” เสียงหวานร่ำร
ตอนพิเศษ 2 Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 1แต่แล้ว…ลาติฟาห์ก็ไม่ได้ใจร้ายใจแข็งอย่างที่ตั้งมั่นเอาไว้เลยสักนิด ทั้งๆ ที่ประกาศกร้าวว่าจะสั่งสอนพ่อของลูกให้หลาบจำ ให้สาสมกับการกระทำอันไม่น่าให้อภัยของเขา เพราะว่าที่คุณแม่ซึ่งทุกวันนี้อายุครรภ์ใกล้ครบกำหนดคลอดเข้าไปทุกทีๆ กลับอนุญาตให้พ่อของลูกเข้าออกนอกในคฤหาสน์หลังงามได้อย่างสบายใจเฉิบ…แต่เป็นเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้มีเวลากับลูกน้อยในครรภ์บ้างการดิ้นครั้งแรกของลูกในวันนั้นทำให้หญิงสาวได้รู้คำตอบแล้วว่าลูกของเธอต้องการมีบิดาอยู่เคียงข้างในทุกๆ วินาทีที่หนูน้อยเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในท้อง หรือภายหลังจากการลืมตาดูโลก และเธอเองก็มีความสุขอย่างยิ่งยวดทุกครั้งที่พบเจอหน้าเขา หากแต่ยังคงมีท่าทีหมางเมินเหินห่างสื่อออกมาทั้งทางสายตาและการกระทำ ให้อีกฝ่ายได้เจ็บปวดเล่นๆ ตลอด เพราะมันคือบทลงโทษคนเคยร้ายเช่นจามาลนั่นเองการตัดสินใจในครั้งนี้ของลาติฟาห์ นอกจากจะทำให้ว่าที่คุณพ่อยิ้มไม่หุบและนับวันรอเวลาที่จะได้เจอหน้าลูกหน้าเมียแล้ว สมาชิกในบ้านบินคาดาร์เองก็ยินดีกับการตัดสินใจของเธอด้
Forever In Love: นิรันดรแห่งรัก - 5สองวันต่อมาคาร์รีมก็พาภรรยาขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเดินทางมาถึงฮาฟาร์ โดยมีว่าที่คุณปู่คุณย่าไปรอรับลูกสะใภ้และหลานในท้องถึงสนามบิน จากนั้นทั้งหมดก็ยกโขยงกันพาว่าที่คุณแม่ซึ่งแพ้ท้องมาตลอดการเดินทางไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแล้วคาร์รีมและรินรดาก็ต้องดีใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อคุณหมอชี้ให้ดูหัวใจสองดวงซึ่งเต้นตุบๆ อย่างน่ารักอยู่ในจออัลตราซาวนด์“สุดยอด ผมนี่เก่งชะมัดครั้งเดียวติด แถมยังได้ลูกแฝดด้วย”คาร์รีมที่แทบควบคุมความปีติยินดีเอาไว้ไม่อยู่ ยังไม่เลิกยกยอปอปั้นตัวเองซึ่งเขาทำตั้งแต่อยู่ในห้องตรวจ และตลอดช่วงเวลาเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ รินรดาเขินอายบุพการีของเขาซึ่งนั่งอยู่ในรถลีมูซีนคันยาวด้วยกันนั้น จนทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ซุกหน้าอยู่บนอกแกร่งของคนตัวโตที่กอดรัดเธอเอาไว้ไม่ให้ห่างกาย“พี่แพ้ผมราบคาบ” คาร์รีมคุยโวทับถมไปถึงนาซิมอีกด้วย“จ้า พ่อคนเก่งทีเมื่อก่อนทำเป็นปฏิเสธไม่แต่งไม่แต่งท่าเดียว รู้งี้ไม่หาเมียให้เสียก็ดี” มารดาที่นั่งซับน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มอดประชดไม่ได้ บุตรชายที่เคยหัวแข็งได้แต่ยิ้มแฉ่งอย่างซาบซึ้งพระคุณไม่คิดต่อปากต่อคำ
Forever In Love: นิรันดรแห่งรัก - 4รินรดาตาโตกัดกลีบปากอิ่มแน่น แต่ก็ไม่ใช่เวลามานั่งอาย งานการก็แต่งกันแล้ว พยานแห่งรักก็อยู่ในท้อง แล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยรักเขาแบบนี้สักหน่อย และรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เธอพยักหน้ารับก่อนเลื่อนตัวต่ำลงไปด้านล่างโดยแนบกลีบปากร้อนๆ ไปบนผิวสีน้ำตาลทองของร่างใหญ่ซึ่งขนลุกเกรียวกราวกับรสสัมผัสนั่น“ปะ...เป็ดน้อย” ร่างใหญ่ที่แทบลุกเป็นไฟครวญครางราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้ เมื่อภรรยาสาวเผยอกลีบปากนุ่มอุ่นจัดโอบรัดความเป็นชายที่แข็งแกร่งและตั้งชันอย่างน่าเกรงขามจากสัมผัสของมือน้อยเมื่อครู่ รินรดาดูดดื่มสามีหนุ่มอย่างเร่าร้อนหิวกระหายและโหยหาไม่ต่างกับในตอนที่เขาปรนเปรอรักให้กับเธอ แสดงให้เห็นถึงความรักที่เธอมอบให้เขาเช่นกัน“โอที่รัก...เบาหน่อยครับ...ผมจะทนไม่ไหวเอา” ชายหนุ่มครางห้ามเสียงหลงเมื่อดูเหมือนหญิงสาวจะเพลิดเพลินกับตัวตนเขาจนความปรารถนาในกายที่ถูกอัดแน่นมานานแทบทะลักทลายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่“พะ พอก่อนดีกว่าครับ...ผมอยากรักคุณมากกว่า” เขาร้องห้ามพลางตะปบศีรษะเล็กเอาไว้ แล้วจัดร่างเล็กซึ่งหัวเราะคิกอย่างถูกใจกับอาการร้อนรนของสามีให้พลิกลงนอนตะแคงข้างแล







