LOGINแม้จะแปลกใจอย่างมาก แต่รอยยิ้มก็ปรากฏเต็มใบหน้าด้วยความตื่นเต้นยินดี
“ขอบคุณนะคะพี่ต้น” เธอพูดเบา ๆ กับหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเอามันมาแนบที่อกโดยลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
ธิมาดายิ้มพอใจกับท่าทีปลื้มปริ่มของรุ่นน้อง โธ่เอ๊ย! ถ้าไม่ได้เธอเป็นสะพานจะคืบหน้าไหมล่ะ
“พี่ต้นส่งอะไรมาเหรอ” แกล้งโง่ถามออกไปทั้งที่อ่านแล้ว
“อุ้ย! พี่แฟน”
“อะไร ตกใจอะไรจ้ะปลาย”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ปลายง่วงแล้ว” แล้วรีบปิดหน้าจอโทรศัพท์ ล้มตัวลงนอนแล้วหันหลังหนีอีกฝ่ายอย่างเขินอาย “ฝันดีค่ะพี่แฟน”
“งั้นก็นอนหลับฝันดีนะคะน้องปลายของพี่แฟน” ธิมาดาล้อเลียนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
ทิตยาเขินอายจนพูดไม่ออกเมื่อถูกล้อ ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ อยู่กับหมอน
ธิมาดามองด้านหลังรุ่นน้องอย่างเอ็นดู เฮ้อ! อายุก็ตั้งยี่สิบเจ็ดแล้ว เด็กกว่าเธอแค่ปีเดียว แต่ก็ยังไร้เดียงสาอยู่เลย ผิดกับคนที่ต้องสู้ชีวิตอย่างเธอเหลือเกิน
เช้าวันใหม่
ยุทิตย์เดินเข้าไปในห้องอาหาร แต่ไม่เห็นสองสาวนั่งอยู่จึงมองหาคนรับใช้ แต่ก็ไม่เห็นใครนอกจากแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของครอบครัว
“คนอื่นไปไหนกันหมดป้าแจ่ม”
“กำลังยกอาหารมาค่ะ บางคนก็ทำงานของตัวเองอยู่ คุณหนูอยากได้อะไรเหรอคะ”
“ป้าแจ่มครับ ผมบอกว่าอย่าเรียกคุณหนูไง ผมโตจนจะแก่แล้วนะ” เขาเอ็ดแม่บ้านเก่าแก่ไม่จริงจังนัก
“ขอโทษค่ะ แจ่มลืมตัวทุกที ว่าแต่คุณเป้ต้องการอะไรคะ บอกแจ่มได้นะ”
“ว่าจะให้ไปตาม อ้อ! มาโน่นแล้ว” เขาหันไปตามเสียงหัวเราะที่ดังแว่วเข้ามา แล้วเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะแทนบิดา ที่ตอนนี้ไปเที่ยวพักผ่อนทางโซนยุโรปกับมารดา โดยมีเลขาและผู้ช่วยอีกสองคนติดตามไปดูแลรับใช้
“สวัสดีค่ะคุณเป้” ธิมาดาทักทายเจ้านาย “สวัสดีค่ะป้าแจ่ม ยังแข็งแรงเหมือนเดิมเลยนะคะ” แล้วหันไปยกมือไหว้แม่บ้านสูงวัยที่คุ้นเคยกันอย่างดี
“สวัสดีค่ะ หนูแฟนก็สวยขึ้นทุกวันเลยนะคะ” ป้าแจ่มยิ้มแก้มปริ ทักทายหญิงสาวกลับอย่างเอ็นดู “ทานเยอะ ๆ นะคะ วันนี้ป้าทำข้าวต้มรวมมิตรทะเลของโปรดของทุกคนเลยนะคะ” นางจำได้ว่าทั้งสามคนและรวมถึงฐวรรษอีกคน ที่ชอบกินข้าวต้มรวมมิตรทะเลที่นางทำมาก
“พี่เป้ขา” เมื่อนั่งประจำที่แล้วทิตยาก็เรียกพี่ชายอย่างออดอ้อน
“หือ” เขาเลิกคิ้วถาม
“ปลายน้อยใจป้าแจ่มจังเลยค่ะ ปลายอยู่กับป้าแจ่มมาตั้งแต่เกิด ไม่เห็นป้าแจ่มจะชมปลายว่าสวยบ้างเลย” เธอตีหน้าเศร้า
“โธ่คุณปลายคะ ป้าก็ชมทุกคนแหละค่ะ คุณเป้ก็หล่อคมเข้ม คุณปลายก็สวยหุ่นดีเหมือนนางแบบฝรั่ง ส่วนหนูแฟนก็สวยน่ารักแบบ..อือ..แบบไหนน้า...” นางรู้แต่เรียกไม่ถูกว่าอะไร
“บอบบางน่าทะนุถนอม” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนแทรกขึ้นมาอย่างลืมตัว เรียกสายตาแปลกใจของสองสาวได้อย่างดี
“ใช่ค่ะใช่ แบบที่คุณเป้พูดนั่นแหละค่ะ ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ เหมือนนางเอกหนังจีนเลยค่ะ”
ยุทิตย์เมื่อรู้ตัวว่าหลุดปากออกไปแล้วก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ รีบวางโทรศัพท์แล้วมาจับช้อนกินข้าวแทน
“กินกันได้แล้ว เดี๋ยวสายนะ” แล้วตักข้าวต้มใส่ปาก แต่แล้วก็รีบวางช้อนแล้วรีบยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม.. “ป้าแจ่มครับ ข้าวต้มร้อนทำไมไม่บอกผมล่ะ” เขาโวยเบา ๆ
“โทษป้าแจ่มได้ไงคะ พี่เป้ไม่เห็นควันลอยขึ้นมาเหรอ แล้วทำไมไม่คนก่อนล่ะ” ทิตยาออกรับแทนป้าแจ่ม ขำกับอาการของพี่ชายที่เทำตัวเหมือนเด็กน้อย
ธิมาดาได้แต่นั่งเม้มริมฝีปากฝืนกลั้นขำเอาไว้ ไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะกลัวเขาอาย ไม่กล้ามองหน้าน้องสาวเขาเพราะกลัวจะหลุดขำ ได้แต่นั่งคนข้าวต้มไปเงียบ ๆ
อาหารมื้อนี้ผ่านไปด้วยความเอร็ดอร่อยของสองสาว แต่กลับกลายเป็นมื้อที่ไม่มีรสชาติสำหรับชายหนุ่ม อิ่มจากอาหารเช้ากันแล้ว พวกเขาก็เตรียมตัวเดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์คันเดียวกัน
“พี่เป้ขา”
“หือ” ขานรับในลำคออย่างอ่อนโยน
“วันนี้ปลายมีธุระต้องทำนิดหน่อย ฝากพี่แฟนไปทำงานด้วยคนนะคะ” เธอตั้งใจจะไปส่งรุ่นพี่ก่อนแล้วค่อยออกไปทำธุระ แต่เมื่อเห็นว่าพี่ชายต้องเข้าบริษัทอยู่แล้ว จึงฝากฝังไปกับเขา จะได้ไม่เสียเวลา
“ได้สิ แล้วน้องปลายจะไปไหนล่ะ” เขารับปากอย่างเต็มใจ เพราะเป็นของฝากที่ถูกใจเขาที่สุด
“ปลายจะไปทำบัตรประชาชนใหม่ค่ะ บัตรปลายใกล้จะหมดอายุแล้ว”
“โอเค งั้นเราก็ไปกันเถอะหนูแฟน” เขาเปิดประตูให้เธอ เพราะมันใกล้ที่เขายืนพอดี
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวอย่างเกรงใจก่อนเข้าไปนั่ง
ชายหนุ่มเดินอ้อมไปทางฝั่งคนขับ โบกมือตอบน้องสาวแล้วจึงเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่แล้วขับออกไป
“เอกสารต่าง ๆ วาระการประชุมที่ผ่านมาสรุปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เขาเหลือบไปมองเธอขณะถามเรื่องงาน ใจจริงอยากบอกเธอว่าเขาคิดถึงเธอมากกว่า แต่ก็ไม่กล้าพอ
“ค่ะคุณเป้”
“หนูแฟน พี่ขออะไรอย่างได้ไหม”
“คะ..” เธอทำหน้าสงสัย “คุณเป้ต้องการอะไรคะ”
“พี่อยากให้แฟนเรียกพี่เป้แทนคุณเป้ เรียกพี่เหมือนที่เรียกไอ้ต้นได้ไหม”
“เอ่อคือว่า..มันไม่ดีมั้งคะ เพราะคุณเป้เป็นถึงเจ้าของบริษัท ส่วนพี่ต้นเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน”
สนามบินสุวรรณภูมิสองหนุ่มกับอีกหนึ่งสาว กำลังรอการมาถึงของบุคคลสำคัญที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนด้วยความคิดถึง “พี่เป้คะ ทำไมคุณอาทิตย์กับคุณขวัญแก้วยังไม่ปรากฏตัวอีกคะ” ทิตยาที่ยืนอยู่เคียงข้างกับแฟนหนุ่มถามพี่ชายที่ยืนห่างออกไป “คุณพ่อคุณแม่ออกมาแล้วน้องปลาย” ยุทิตย์ชี้ให้น้องสาวดูทิตยาโบกมือหย็อย ๆ ให้บุพการี รีบวิ่งเข้าไปหาพวกท่านแล้วสวมกอดด้วยความคิดถึง หลังจากทักทายกันด้วยความคิดถึงแล้ว จึงชวนกันเดินออกจากสนามบิน ตรงไปยังร้านอาหารเจ้าประจำที่จองไว้ล่วงหน้า ทุกคนรับประทานอาหารและพูดคุยกันอย่างมีความสุข ทิตยาเอาใจบิดามารดาด้วยการตักอาหารและคอยดูแลไม่ห่าง “คุณพ่อคุณแม่จะกลับมาอยู่ที่บ้านยาวเลยใช่มั้ยครับ หรือว่าจะเดินทางต่ออีก” “ตอนนี้ยังไม่มีโปรแกรมนะลูก ตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวก่อน ปล่อยให้อยู่คนเดียวมานานคงเหงาน่าดู” คุณขวัญแก้วลูบหัวลูกสาวด้วยความรักและเอ็นดู ฐวรรษรีบส่งสายตาให้เพื่อนสนิท แต่อีกฝ่ายกลับทำนิ่ง เขาจึงใช้เท้าสะกิดด้วยความหมั่นไส้ “คุณพ่อกับคุณแม่ลืมอะไรไปหรือเปล่าครับ”
ทั้งสองพูดคุยกันกระหนุงกระหนิงระหว่างรอไอศกรีมมาเสิร์ฟ โดยไม่ได้สนใจกับผู้คนรอบข้าง “บังเอิญอีกแล้วนะคะ”เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองต้องหันไปมอง “คุณพัด เจอกันอีกแล้วนะคะ” เป็นธิมาดาที่ทักขึ้นก่อน เพราะยุทิตย์ไม่ยอมพูดอะไรเลย “ค่ะ พัดกำลังจะมานั่งทานไอศกรีม เห็นคุณแฟนกับคุณเป้นั่งอยู่ก็เลยเข้ามาทัก” เธอสร้างเรื่องให้เป็นความบังเอิญ แต่ความจริงเธอขับรถตามทั้งคู่มาตั้งแต่ที่ธนาคารแล้ว “อ๋อ ทานให้อร่อยนะครับ” ชายหนุ่มเซ็งขึ้นมาทันทีที่เห็นหญิงสาว จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่มีการชวนให้เธอนั่งร่วมโต๊ะด้วยการกระทำของชายหนุ่มพลิกความคาดหมายของพัดชา เธอเสียหน้าเป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนโดนเขาไล่ทางอ้อม “ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นพัดไปก่อนนะคะ” เธอรีบหันหลังเดินจากไป ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาให้เขาเห็น “คุณพัด มานั่งกับเราสิคะ” ธิมาดานึกอยากตำหนิชายหนุ่มที่ทำตัวเฉยเมยใส่พัดชา เธอรู้สึกได้ว่าฝ่ายนั้นกำลังเสียใจจนเสียงสั่นพัดชาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไป “ไม่เป็นไรค่ะคุณแฟน ขอบคุณนะคะ” เธอรีบปฏิเสธแล้วรีบเดินจากไป “พี่เป้ ทำไมพี่เป้ถ
“ก็รู้ว่าไม่สะดวกแล้วจะใส่มาทำไม รู้ทั้งรู้ว่าพี่ไปไหนก็ต้องพาเราไปด้วยทุกครั้ง” เขาเอ็ดไม่จริงจัง เพราะเขาเองก็ชอบมองขาสวย ๆ ไหล่เนียน ๆ ของเธอ “ก็มันสบายตัวดี ไม่อึดอัดด้วย” เธอตอบตามความรู้สึก “งั้นเอาอย่างนี้นะ” เขาวางปากกา เอามือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันบนโต๊ะทำงาน จ้องหน้าเธอด้วยมาดนิ่ง ๆ “อะไรคะ” เธอถามด้วยความอยากรู้ “พี่อนุญาตให้แฟนไม่ต้องใส่อะไรเลย เวลาอยู่ในที่รโหฐานกับพี่สองคน จะได้รู้สึกสบายตัวมากกว่านี้อีกหลายเท่า แล้วถ้า...” เขาทำท่ากรุ้มกริ่มใส่เธอ “พอเลยค่ะพี่เป้ ยิ่งนับวันยิ่งลามกขึ้นนะคะ” เธออยากจะเดินไปเย็บปาก เย็บดวงตากรุ้มกริ่มคู่นั้นนัก “พี่ไม่ได้ลามกนะครับ พี่พูดจริง ๆ และคิดว่าอีกไม่นาน” ท้ายประโยคเขาพูดเบา ๆ เพราะไม่อยากให้เธอได้ยิน “คิดว่าอะไรนะคะ แฟนไม่ได้ยิน” เธอทำหน้าสงสัยและตั้งใจฟัง “เปล่า” พูดจบก็จรดปากกาเซ็นลงในเอกสาร แล้วส่งกระเป๋าใบหนึ่งให้เธอถือ แล้วลุกขึ้นหยิบแฟ้มทุกอันที่เซ็นชื่อแล้วมาถือไว้เอง แล้วเอาแฟ้มทั้งหมดไปวางไว้บนโต๊ะของสุภานนท์ “เอาแฟ้มไปแจกคืนให้
“ผมเต็มใจครับ” เขายืนยันพร้อมรอยยิ้ม “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณพัด เดี๋ยวเจ้าของไร่เขารู้ว่าผมแอบอู้งาน กลัวจะโดนหักเงินเดือนครับ” เขาพูดเล่นกับเธอ “ถ้าเป็นพัด พัดก็หักค่ะ” เธอก็รับมุกเขาอย่างดี ทั้งสองจึงหัวเราะให้กัน “เอ่อ ถ้าผมว่าง ผมแวะมาหาคุณพัดอีกได้มั้ยครับ” หมอหนุ่มทำใจกล้าหาโอกาสให้ตัวเอง “ได้สิคะ บ้านไร่แห่งนี้ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ ทุกคนอยู่แล้ว” เธอตอบรับอย่างยินดี “ความจริงพัดตั้งใจจะชวนคุณหมอมาทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ แทนคำขอบคุณที่เอารถมาส่งให้ ไม่ทราบว่าคุณหมอสะดวกหรือเปล่า” “สะดวกมาก ๆ ครับ” สุพจน์รีบตอบ “ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้หนึ่งทุ่มเจอกันที่นี่นะคะ” “ครับคุณพัด แต่ตอนนี้ผมต้องขอตัวไปทำงานจริง ๆ แล้วนะครับ” เขาโค้งศีรษะให้เธอแล้วเดินจากไป“แล้วคุณหมอจะกลับยังไงคะ” พัดชาถามขณะเดินออกไปส่งเขาที่หน้าบ้าน“ผมให้คนงานในไร่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาครับ”“อ๋อค่ะ” พัดชามองตามหลังหมอหนุ่มไปจนลับตา “คุณหมอชอบน้องต่ายเหรอ” เธอสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดจะถามใคร เพราะอยากให้แน่ใจเสียก่อน………………………… ไร่กิตติวุฒิ
“ต่ายรู้แล้วค่ะ” นิภานั่งลงบนสตูลผ้าปลายเตียง “นั่งรออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวพี่ไปหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้” แล้วเดินไปเปิดตู้ เลือกเดรสยืดตัวโคร่งสั้นแค่เข่าใส่สบาย ๆ มาให้ญาติผู้น้อง “พี่เช็ดตัวให้นะ” “ขอบคุณพี่พัดมากนะคะ” เธอยื่นมือไปรับชุดมาถือไหว้ รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพัดชามาก “ไม่ต้องเช็ดตัวให้ต่ายหรอกค่ะ ต่ายทำเองได้” “ทำยังไง มือก็พันแผลทั้งสองข้างแบบนั้น พี่ทำให้น่ะดีแล้ว” ความจริงเธอจะเรียกเด็กรับใช้ในบ้านมาทำให้ก็ได้ แต่เธออยากดูแลหญิงสาวด้วยตัวเองมากกว่า “พี่พัดดีกับต่ายจริง ๆ ผู้หญิงแบบพี่ต่างหากที่เหมาะกับคุณเป้ที่สุด” “มันไม่เห็นเกี่ยวกันเลยนะต่าย” พัดชาหน้าแดง เมื่อถูกจับคู่กับชายหนุ่มที่เธอไปเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นตามคำยุของน้องสาว “เกี่ยวสิคะ ผู้หญิงที่ดีพร้อมแบบพี่พัด ก็ต้องเหมาะกับผู้ชายที่ดีพร้อมแบบคุณเป้ค่ะ ไม่ใช่ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบผู้หญิงคนนั้น” เธอเคียดแค้นเมื่อเอ่ยถึงธิมาดา “ต่ายหมายถึงใคร” พัดชาทำหน้าฉงน “จะใครล่ะคะ ก็แม่ผู้ช่วยที่มีแต่ความสวยของคุณเป้ไง” ถึงจะเจ็บแผลท
“แฟนไม่ได้เจ็บหรอกค่ะ เพียงแต่หมั่นไส้คุณต่ายเท่านั้น” “ก็เลยใช้พี่เป็นเครื่องมือแกล้งเขา” เขาต่อให้เธออย่างรู้ใจ “ก็ทำนองนั้นแหละค่ะ” เธอยอมรับพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆเขาจอดรถบริเวณไหล่ทางใต้เงาต้นไม้ใหญ่ “เกิดอะไรขึ้น เล่าให้พี่ฟังได้มั้ย” “พี่เป้อยากฟังเรื่องจริง หรือเรื่องใส่ไข่ล่ะ” “ยอกย้อน เดี๋ยวจับจูบซะตรงนี้เลย” เขาพูดจริง และอยากทำเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ เธอลอยหน้าลอยตาเข้าไปใกล้ ๆ แล้วล้อเลียนเขา “ช่างยอกย้อน เดี๋ยวจับจูบซะเลย” แล้วจุ๊บไปที่ริมฝีปากหนาหนึ่งที ก่อนชักหน้าหนีอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวเขาจะฉวยโอกาสทำซ้ำ ยุทิตย์ยิ้มกว้างแก้มแทบแตก ถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้ แต่เธอก็มักจะเล่นทีเผลอ ทำให้หัวใจเขากระชุ่มกระชวยได้เสมอ “ว้า เสียเปรียบอีกแล้วเรา ไม่เคยทันเขาซะที” แกล้งตัดพ้อหน้าบาน “ไหนเล่ามาซะที พี่กำลังรอฟังอยู่”เธอส่งยิ้มอาย ๆ ให้เขา แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียดไม่มีหมกเม็ด “น่าสงสารคุณต่ายเธอนะ หน้าเยินซะขนาดนั้น” ยุทิตย์พูดขึ้นเมื่อฟังจบ แอบหนักใจกับความแสบสัน







