LOGIN“มีอีก”
“อะไรของแกอีก”
“แกขึ้นคาน”
“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง” เพลิงพิณทำหน้าไม่เชื่อ
“ปีนี้แกอายุเท่าไหร่แล้ว”
“สามสิบเอง”
“โอ๊ย! สามสิบเองเหรอแก แกน่ะต้องบอกว่าตั้งสามสิบแล้วย่ะ กำลังจะย่างเข้าสู่วัยทอง”
“แกพูดเวอร์ ไม่ใช่เสียหน่อย” เพลงพิณใจคอไม่ดี
“พอแกสามสิบ ต่อไปแกจะสี่สิบไม่รู้ตัว อายุมันจะขึ้นเร็วมากนะแก”
“แกพูดเป็นเล่นไป”
“แล้วแกก็จะนั่งอยู่แต่หน้าคอมจนแกสี่สิบและแกก็จะขึ้นคานสมใจอยาก”
“แกชอบพูดให้ทุกอย่างเลวร้าย” เพลงพิณเสียงแผ่วลงเรื่อยๆ
“ตอนนั้นแกจะโหยหาความรัก โหยหาผู้ชายสักคนมาดูแลแก เห็นคนอื่นมีลูกเต้าก็คิดถึงตัวเอง ตอนแก่แกจะทำยังไง จะมีใครดูแล และแกก็จะเป็นคนแก่ที่มัวแต่นั่งหน้าคอม ร่างกายของแกก็จะทรุดโทรม และที่สำคัญ...”
“ที่สำคัญอะไรแก”
“แกจะไม่รู้รสชาติของการร่วมรัก ได้แต่จินตนาการเหมือนพวกประสบการณ์โชกโชน ฟินเวอร์ล้านแปด แซ่บสยิวกิ้วเหมือนแฟนนิยายแกว่า แต่แกแค่มโน”
“แกพูดมีเหตุผล”
“แกคิดได้แล้วสิว่าจะมองหาผู้ชายบ้าง มีคนสนใจแกแกก็ไม่เคยเปิดใจ”
“เปล่า แค่คิดว่าเรื่องที่แกพูดน่าจะเอาไปเขียนนิยายสักเรื่อง”
“นังเพลง!!!!” เพลงพิณยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทัน ทำไมต้องมาเสียงดังใส่เธอด้วยนะ ก็แค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้นเอง
“แก...” เฌอร์รินหน้าซีดเผือดขณะเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก หลังจากนั้นอีกหลายเดือน
“อะไรของแกนังเฌอร์” เพลงพิณเอ่ยถามคนที่มากอดซบอยู่ที่อกอย่างสงสัย
“ฉันตกงานแล้วแก” เฌอร์รินพูดเสียงอ่อน ร่างกายก็เหนื่อยล้าเหลือเกิน เกิดมาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะตกงานเอาตอนอายุเท่านี้ งานยุ่งหาๆ ยากอยู่ด้วย ยิ่งแก่ๆ งานยิ่งหายากกว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวล
“เฮ้ย! หลายเดือนก่อนแกยังดีๆ อยู่เลย”
“เศรษฐกิจไม่ดี เค้าปลดพนักงานแก ปลดกลางอากาศเลยล่ะ”
“อะไรจะเร็วขนาดนั้น” เพลงพิณทำหน้าตกใจ
“เค้ามีปัญหาภายใน ฉ้อโกงอะไรกันไม่รู้ ฉันจะทำยังไงดีอะแก”
“โธ่ๆๆ แกอย่าเครียดเลยนะ ยังไงแกก็ยังมีฉันอยู่”
“จริงดิ๊ ยังไงแกก็ต้องช่วยฉันอยู่แล้วใช่ไหม”
“ก็จริงน่ะสิ ช่วงนี้แกก็พิสูจน์อักษรช่วยฉันไปก่อนนะ”
“อีบ้า!!!”
“อ้าว... แกด่าฉันทำไมนี่” เพลงพิณใบหน้าเหลอหลา
“แกก็รู้ว่าฉันสอบตกภาษาไทย แต่ได้เกรด 4 วิชาศิลปะ”
“แกก็ต้องฝึกหัดพัฒนาสิ ดูฉันสิเมื่อก่อนก็อ่อนภาษาไทย เดี๋ยวนี้บก.ชมว่าภาษาดีมากเชียวนะ”
“แกฝึกมากี่ปีแล้ว แต่ฉันไม่เคยฝึกเลย แกให้ฉันช่วยทำปกนิยายยังดีซะกว่าเลย” เฌอร์รีนทำหน้าขอร้อง
“แกหมายความว่ายังไง”
“แกควรบอกบก.ของแก ให้รับฉันไปวาดปกให้สนพ.แก”
“บก.ไม่รับกราฟฟิกประจำ รับเฉพาะฟรีแลนซ์”
“ฟรีแลนซ์ก็ได้”
“แต่บก.ฉันมีคนทำปกแล้วนะแก”
“แกก็บอกว่าฝีมือฉันยอดเยี่ยมกระเทียมเจียมสิแก ให้ฉันลองออกแบบไปให้ก็ได้ นะๆๆ แก รับรองว่าบก. ต้องชอบฝีมือของฉันแน่ๆ”
“แกเอาตรงๆ ป่ะวะ”
“อ้อมก็ได้ ฉันยังทำใจไม่ค่อยได้”
“อ้อมๆ ก็ได้ ฉันถามแกข้อนึง บก.ของฉันรับแกแล้วมันดียังไง”
“ก็ได้ปกนิยายสวยๆ ไง”
“งั้นแกดูปกนิยายสนพ.ฉันก่อน”
“ดูทำไม”
“แกว่าสวยไหมล่ะ”
“ฝีมือก็งั้นๆ แก เป็นฉันทำสวยกว่านี้อีก”
“หรา...” เพลงพิณลากเสียงหมั่นไส้เพื่อน
“อืม...” เฌอร์รีนพยักหน้าหงึกๆ
“แกรู้ไหมไอ้ฝีมืองั้นๆ ที่แกว่า บก.ทำเองนะแก”
“ห๊ะ ไหนบอกจ้างฟรีแลนซ์”
“ก็จ้างบ้าง แต่บก.มีหัวด้านนี้ เลยทำเอง พอจ้างแล้วทำไม่ถูกใจ”
“บก.แกต้องรวยมากๆ แน่ๆ เลย”
“ทำไมล่ะแก”
“ก็ทำทุกอย่างเองสากกะเบือยันเรือรบ”
“ตอนนี้แกตกงานแล้วใช่ป่ะ”
“แกอย่าย้ำนักได้ไหม”
“ไม่ย้ำก็ได้ แต่แกไปเที่ยวกับฉันได้แล้วใช่ไหม”
“ไปเที่ยวไหน”
“ยายตรีชวนไปเที่ยวไร่ ฉันก็อยากไปหาไอเดียร์ใหม่ๆ ในการเขียนนิยาย ไปเที่ยวพักผ่อน มันคิดนิยายไม่ออกอะแก สมองแป๊กสุดๆ”
“แกเลี้ยงเหรอ”
“โอ๊ย! ยายงก ค่ารถอะไรเดี๋ยวออกให้ ไปอยู่โน้นยายตรีเลี้ยงเอง มันเพิ่งชวนนี่แหละ บอกมีงานเลี้ยงที่ไร่ แกโอเคป่ะล่ะ”
“โอเค”
“แหม... แล้วทีแรกมาทำอิดออด”
“ฉันล้อแกเล่นหรอกนะ ฉันรู้ว่าแกมีความฝันของแก ฉันไม่ผลาญเงินแกหรอก ฉันก็มีเก็บของฉัน”
“ไม่หรอกแก ถ้าแกลำบากฉันก็จะช่วยแก แกก็รู้นี่นา” เพลงพิณกอดเพื่อนแรงๆ อย่างรักใคร่
“ตอนฉันทำงานประจำก็รับฟรีแลนซ์บ้างแหละ เลยมีเงินเก็บ อย่างน้อยก็ผ่อนรถหมดแล้วแก เราขับรถไปกันเองดีกว่าไหมแก จะได้เที่ยวไปด้วย ถือว่ากำไรชีวิต เพราะเราเอาแต่ทำงานไม่ได้เที่ยวมาหลายปีแล้ว”
“ก็ดีนะแก กว่าจะถึงบ้านยายตรีก็ได้เที่ยวไปอีกหลายที่แหละแก”
“ยายตรีนี่น่ารักอะไรแบบนี้ มาตอนที่ฉันกำลังลำบากพอดี แกบอกยายตรีหรือยังว่าจะพวกเราจะไปหา”
“ยังเลย รอแกอยู่นี่แหละ”
“แล้วห้องนี้ล่ะ จะยังไงดี เพราะยายตรีชวนไปเที่ยวไร่ก็อยากให้เราอยู่นานๆ”
“ชวนไปอยู่นานเลยเหรอ แสดงว่าชวนแกคนเดียวสิ ฉันอยู่ได้นานซะเมื่อไหร่ล่ะ ตอนนั้นยังทำงานประจำเลย”
“ประมาณนั้นแหละ แต่มันฝากชวนแกนะ แต่เกรงใจ รู้ว่าแกไม่ว่าง นี่ถ้ารู้ว่าแกจะไปอยู่ด้วยนานๆ คงดีใจแทบกรี๊ด”
“ยายตรีมันยังไม่แต่งงานเลยนะแก”
“แต่งกับอะไรล่ะ ถ้าแต่งมันก็ชวนแล้วสิแก”
“มันก็สามสิบเหมือนพวกเราแล้วนะ ยังหาสามีไม่ได้หรือไง ออกจะแรด”
“แน่ะ ไปว่ามัน แกนั่นแหละแรด ยายเฌอร์”
“โอ๊ย! คิดถึงยายตรีจังเลยแก ไปเที่ยวคราวนี้คงสนุกมากแน่ๆ”
“เฌอร์ ถ้าแกไม่อยากทำงานประจำอีก แกก็ทำฟรีแลนซ์สิ เห็นนักเขียนนิยายในเฟซบุ๊กของฉันบางคนหาคนทำปกนิยายขายอีบุ๊กนะแก แกก็รับจ๊อบไปสิ”
“จริงเหรอแก”
“จริงสิ เดี๋ยวประกาศให้ ทำเสร็จโอนเงิน แกไม่ต้องเปลืองน้ำมันรถ เปลืองค่าชุด แต่งหน้า แต่งตัว ค่าอะไรก็ประหยัดไปเยอะ”
“เอา ก็ได้ ขอบใจนะแก”
“สำหรับแก ฉันยินดีช่วย”
“แล้วนิยายแก คิดออกหรือยังล่ะ”
“ยัง”
“อะไร หลายเดือนแล้ว แกไม่ได้สักครึ่งเรื่องไปแล้วเหรอ”
“โอ๊ย! ถ้าได้ครึ่งเรื่องก็ดีสิแก สามบรรทัดเองแก รอบนี้แป๊กหนัก”
“แล้ววันๆ แกมัวแต่ทำอะไรของแก”
“ก็โปรโมทงาน และทำงานบ้านไง แล้วก็ดูหนัง ฟังเพลง นอน”
“เจริญล่ะแก ถ้าฉันมาเป็นฟรีแลนซ์มิอดตายรึ”
“เงินแกเหลือเพราะแกรับงานฟรีแลนซ์ไม่ใช่รึนังเฌอร์”
“เออจริง เงินเดือนแทบไม่เหลือ”
“มันก็มีช่วงเวลาที่คิดออกนะแก ฉันก็จะปั่นแหลก สมองกำลังแล่น พอคิดไม่ออก คิดให้ตายก็คิดไม่ออก”
“ก็แค่เขียนๆ”
“มันไม่ใช่โว้ยแก มันต้องใส่ใจ ฉันลองจิ้มๆ ดูนะตอนสมองตัน ออกทะเลลบไปสามสิบสี่สิบหน้าว่ะแก”
“ออกทะเลคืออะไรของแก” เฌอร์รีนทำหน้างง
“ก็ออกนอกเรื่องไง บ้าบอคอแตกอะไรไม่รู้ เหมือนมันจะออกทะเลอ่าวไทย ต้องเอาแหเอาอวลไปลากกลับมา”
“เออ... ฟังแล้วงง”
“พอมันคิดออกก็ออกนะแก แต่ตอนที่ฉันคิดออกคือตอนที่ไม่ได้ตั้งใจจะเขียน พอคิดออก บางทีคิดจนจบเรื่อง พอมาเขียนจิ้มได้สามบรรทัด”
“ฮ่าๆๆ อนาถจริงๆ เลยแก”
“อืม... เวลาแกทำกราฟฟิก ถ้าสมองแกไม่แล่น แกคิดออกด้วยเหรอ”
“ก็มีนะ แต่ดูเหมือนแกจะหนักกว่าเยอะเลย หลายเดือนยังไม่ได้งานสักเรื่อง”
“รอบนี้เท่านั้น ฉันเขียนมาเยอะ เริ่มตันว่ะแก”
“ช่วงนี้หนังสือแกยังได้รับความนิยมหรือเปล่าล่ะ”
“เศรษฐกิจไม่ดี แฟนนิยายนิยมแต่ต้องประหยัดน่ะแก แฟนนิยายบางคนมาบอกว่ารอหน่อยนะพี่ เดี๋ยวจะมาสอย”
“สงสัยเฮียต้องให้รางวัลเพื่อนเราหนักๆ แล้วล่ะ” พฤทธิ์หัวเราะอย่างถูกใจงานแต่งงานทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ก็มาถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอ ตรีชฎาก้มลงกราบบิดาอย่างซาบซึ้งใจ ท่านจะยกที่ดินและเงินทองค่าสินสอดทั้งหมดให้เธอกับพฤทธิ์หลังจากมีลูกคนแรก ท่านไม่ได้อยากได้ที่ดินหรือทรัพย์สินพวกนั้น แค่ท่านต้องการเห็นความจริงใจของพฤทธิ์เท่านั้นดูเหมือนครั้งนี้บิดาจะยอมอ่อนลงไปมาก โดยเฉพาะกับโทธวิท ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายคนรองที่ไม่เอาไหนจะกอบกู้ทุกอย่างที่เป็นกิจการของที่บ้านกลับมาได้สำเร็จ จากคนมีหนี้สินกลายเป็นไม่มีหนี้สินอะไรเลยเพลงพิณสงสัยว่าสามีที่ไม่เอาไหนอย่างที่ใครๆ ว่าทำไมถึงชอบหายไปไหนโดยไม่บอกกล่าว จึงสะกดรอยตามไปดู พบว่าเขาที่ไร่สตอเบอร์รี่และมะเขือเทศของพฤทธิ์ ซึ่งครึ่งหนึ่งมีหุ้นส่วนคนสำคัญคือโทธวิท ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นคือเขามีฟาร์มแพะเป็นของตัวเองทำกำไรปีๆ หนึ่งมากมายจริงๆพี่สะใภ้เคยเล่าให้เธอฟังว่าตอนได้เสียกันครั้งแรก โทธวิทพาไปเที่ยวน้ำตก และบอกว่าที่ดินที่นี่เป็นของเขา แต่เพื่อนของเธอไม่เชื่อ ก็เขาดูไม่เอาไหน ที่ไหนได้ โทธวิทไปแอบซื้อเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ทุกคนเลยดูอึ้งกั
“ผมยินดีครับ” พฤทธิ์ตอบรับก่อนกลับไป ชยุตม์เหมือนจะอารมณ์เย็นลงเมื่ออีกฝ่ายรับข้อเสนอของเขา“รู้แบบนี้ก็สบายใจแล้วใช่ไหมยายตรี” เพื่อนรักที่อยู่ข้างๆ ตรีชฎาลุ้นจนตัวโก่งว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร พฤทธิ์จะรับข้อเสนอของชยุตม์หรือไม่ แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายขนาดนี้“เป็นไง นี่เป็นแผนของเฮียโทเองแหละที่คิดกับเฮียพริก” เพลงพิณเล่าทุกอย่างให้เพื่อนรักฟังตรีชฎานึกขอบคุณพี่ชายคนรองและพี่ชายคนโตถึงแม้เอกวัฒน์นั้นจะไม่ค่อยพูดและเป็นคนพูดน้อยแต่ก็รักพี่น้องเวลาที่บิดาด่าไม่ว่าจะพี่ชายคนรองหรือเธอ พี่ชายคนโตของเธอมักจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้บิดาใจเย็นลงเสมอ และน่าแปลกที่บิดามักจะใจเย็นเมื่อพี่ชายคนโตไกล่เกลี่ยให้ อาจเพราะพี่ชายนั้นเป็นหมอมีความสุภาพเรียบร้อย ระวังคำพูดคำจา และเป็นคนใจเย็นทำให้คนอารมณ์ร้อนๆ อย่างบิดาใจเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมดในความรู้สึกของตรีชฎา หลังจากที่พฤทธิ์กลับไปแล้ว ครอบครัวของเขาก็มาสู่ขอเธออย่างเป็นทางการ เธอได้มีโอกาสคุยกับพฤทธิ์เลย เพิ่งมาได้คุยตอนที่บิดาเปิดรับครองครัวของชายหนุ่มนั่นเองเธอต่อว่าเขาเรื่องที่เขาโกหกว่าเธอท้อง เพราะเธอไม่ได้ท้อง
“ตรีก็รู้นี่ครับว่าเฮียรักตรีมากแค่ไหน เฮียอยากดูแลตรีไปตลอดชีวิต ตลอดระยะเวลาที่เฮียจีบตรี ไม่ได้จีบเล่นๆ แต่จีบจริงๆ อยากได้ตรีมาเคียงข้างจริงๆ”“ป๊าจะบังคับให้ตรีแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ตรีรู้ดีว่าป๊าเป็นคนแข็ง ยังไงก็ไม่ยอม ตรีอขอมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ผู้ชายที่มีตรีรัก” ตรีชฎาโผเข้ากอดชายหนุ่ม ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น หากไม่ได้แต่งงานกับเขาจริงๆ ก็ขอมอบกายใจให้ผู้ชายที่รักดีกว่า“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้วอยากแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น” เธอพูดกับเขาทั้งน้ำตา“ตรีกลับไปก่อนนะคนดี เฮีย
“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้ว“ตรีไม่“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ
“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ จริงๆ ปําแกก็ไม่เห็นจะเข้มงวดมากมายอะไร แกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ท่านปล่อยให้แกออกไปข้างนอกไปนู่นไปนี่ได้นะ อาจจะมีบางครั้งที่อยากให้แกพาลูกน้องไปด้วย เพราะเป็นห่วงแต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นทุกครั้งนี่นา” เฌอร์รินแสดงความคิดเห็นตามความเป็นจริง เพราะอยู่กันหลายเดือน จึงรู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ดี“แกยังไม่รู้จักป๊าของฉันดี ถ้าแกรู้จักจริงๆ จะไม่พูดแบบนี้ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้”ตรีชฎาพูดด้วยความกังวลอยู่มาก บิดาของเธอไม่ค่อยเข้มงวดกับเธอเท่าที่ควร ทำให้เธอคิดว่ามันแปลก และผิดปกติ ซึ่งไปไหนมาไหนต้องมีคนขับรถ หรือจะไปไหนก็ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน แ
“ฉันแกะดูได้ไหม อยากรู้ว่าเฮียพริกทำเซอร์ไพร้ส์อะไรแก” เฌอร์รินเอ่ยถาม“ลองแกะดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” ตรีชฎาพยักหน้าให้เพื่อนรัก เธอกับเพื่อนไม่มีความลับกันอยู่แล้ว“ว้าว... ชาคาโมมายกับชาหญ้าหวานนี่นา เฮียพริกเขียนจดหมายแนบมาด้วย บอกว่าให้แกชงดื่มก่อนนอนหรือหลังทานอาหารแล้วครึ่งชั่วโมง แก้ปวดท้องประจำเดือน แก้อาการนอนไม่หลับทำให้ผ่อนคลาย แก้ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวด้วยนะ ฉันเคยได้ยินว่าชาคาโมมายหรือหญ้าหวานเป็นสมุนไพรที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เฮียพริกของแกโคตรน่ารักเลย ใครได้เป็นแฟนถือว่าโชคดีนะนี่” เฌอร์รินชมว่าที่เพื่อนเขยไม่ขาดปาก“ยิ้มหน้าบานเชียวนะแก ลายมือผู้ชายคนนี้สวยนะ ดูสิเขียนตัวบรรจงยิ่งกว่าคัดไทยเสียงอีก ท่าทางจะเป็นผู้ชายเรียบร้อยน่ารัก เสมอต้นเสมอปลาย และมีความยุติธรรม” เพลงพิณวิจารณ์แล้วอมยิ้ม“แกรู้ได้ยังไง แค่เห็นลายมือก็พูดไปโน้นแล้ว” ตรีชฎาทำหน้างง“ลายมือเขาเรียบร้อยบ่งบอกว่าเป็นคนเรียบร้อย ลายมือบางคนเล็กแคบหรือยุ่งเหยิง บ่งบอกว่าขี้เหนียว มันก็ดูได้หลายอย่างนะ”“แกเก่งนะ ไปหัดดูมาจากไหน ยังกับหมอดูแนะ” ตรีชฎาถามอย่างสงสัย“เคยอ่านเจอน่ะ ฉันมั่วๆเอา
“แล้วเธอล่ะเป็นใคร เข้ามาอยู่ในงานนี้ได้ยังไง”“ฉันก็เป็นเพื่อนกับลูกสาวเจ้าของไร่นี้ยังไงล่ะ ฟังแล้วอึ้งไปเลยใช่ไหม” เพลงพิณพูดอย่างอวดๆ แต่คนตรงหน้ากลับบิดปากมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“เป็นเพื่อนลูกสาวเจ้าของไร่แต่ทำท่าเหมือนเป็นเจ้าของไร่เสียเอง”“อนาคตก็ไม่แน่” เฌอร์รินพูดบ้าง“หมายความว่ายังไง”
“ทำรักได้ทั้งวันทั้งคืน นางเอกท้องโย้ก็ไม่เว้น ไม่รู้กินอะไรเข้าไป บางคนครั้งนึงวันนึงก็หลับจะตายแหละ เอาเถอะใหม่ๆ อาจจะทุกวันวันละสองครั้งเอา นานๆ ไปอาทิตย์ละวัน เดือนละครั้ง แต่พระเอกยายเพลงเอากันกับนางเอกวันนึงทุกที่ในบ้าน ไม่ทำมาหากินอะไรเลย”“บ้า!!!” เพลงพิณค้อนเพื่อน“หรือว่าฉันพูดไม่จริงย่ะ
ตรีชฎาเคยให้ดูภาพครอบครัวนานแล้ว บอกว่าตัวเองเป็นลูกคนละแม่กับพี่ชายทั้งสอง และตอนที่พี่ชายทั้งสองมาเยี่ยม ก็ไม่เคยได้เจอกับสองสาวเพื่อนซี้ จึงไม่สนิทสนมกันอย่างที่เห็น เนื่องจากทั้งเฌอร์รินและเพลงพิณไม่ค่อยกล้าไปที่บ้านของคุณป้าของตรีชฎาสักเท่าไหร่ ท่านเป็นคนดุ หัวโบราณและซักถามเหมือนจำเลย เวลาจะ
“ยายหน้าจืด มายืนเซ่ออะไรอยู่แถวนี้ ไม่เห็นหรือไงว่านี่มันถนน อยากตายนักหรือไงห๊ะ” คนที่ลงมาจากพูดลิ้นพันกัน น้ำเสียงอ้อแอ้ ชี้หน้าเพลงพิณอย่างเอาเรื่อง สภาพโงนเงนจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ทำให้เพลงพิณถอยหลังไปอีกหลายก้าว“คนเมาอะแก” เฌอร์รินกระซิบที่หูของเพื่อน“เห็นแล้ว หน้าตาเหมือนโจรเลยแก ซวยอะไรแบบนี







