Masuk“ก็บอกให้หาผัว”
“ฉันยังไม่อยากแต่งงาน”
“แกจะเก็บเงินไปไหนของแก วันๆ แทบไม่ใช้จ่ายอะไร แกไม่ต้องเปลืองค่าน้ำมันรถ ไม่มีค่าเครื่องสำอาง ค่าเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว ทำกับข้าวกินเองที่ห้อง เงินแกจะโดนปลวกกินแล้วนะ”
“ปลวกบ้าบออะไรของแก มันอยู่ในธนาคาร”
“เปรียบเปรยให้ฟังย่ะ” เฌอร์รินประชด
“นะๆๆๆ แกไปเที่ยวกันนะ”
“ก็ได้ จะหาเวลาไปก็แล้วกัน แต่ช่วงนี้ลาไม่ได้”
“แกลาได้ตอนไหนอะเฌอร์”
“พ่อตาย แม่ตาย ญาติสนิทเสียและแต่งงาน”
“โหดอะ”
“ฉันไม่ได้ทำงานอิสระเหมือนแกนะนังเพลง” เฌอร์รินขึ้นเสียงแปดหลอด
“แกก็ลาออกมาสิ จะได้ไปไหนมาไหนอิสระ ทำงานประจำน่าเบื่อจะตายแก ไหนจะเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ภาษีสังคม ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ปวดหัวกับลูกค้า กับงาน โอ๊ย! ต้องตื่นเช้าตาลีตาเหลือกไปทำงาน กลับบ้านมาก็เหนื่อย ดึกดื่นกว่าจะได้นอน เป็นแบบนี้ทุกวันเห็นแล้วเหนื่อยอะแก”
“ลาออกมานี่นะ คิดได้นะย่ะหล่อน จะให้ฉันลาออกมากินแกลบรึไง ถึงเหนื่อยก็ยังมีเงินเดือน ยังไงคนทุกคนก็ต้องทำงาน ก็ต้องเหนื่อยกันทั้งนั้น ขนาดเสี่ยเลี้ยงยังเหนื่อยเลย”
“เหนื่อยไงอะแก”
“โอ๊ย! เดี๋ยวเหอะแก ก็อยู่บนเตียงเหมือนนางเอกแกไง ไม่เหนื่อยรึไง”
“น่าจะฟินมากกว่านะ คิกๆ”
“ทะลึ่งนะแก ไหนหาว่าฉันลามก แกนี่ลามกตัวแม่เลยยายเพลง ถ้าไม่ลามกเขียนนิยายแบบนี้ไม่ได้นะแก”
“เปล่าเสียหน่อยนะแก” เพลงพิณทำปากยื่นใส่เพื่อน ไม่ยอมรับความจริง
“เคยยอมรับอะไรบ้างไหมแก”
“แกเก่งกราฟฟิก แกก็รับจ๊อบได้” เพลงพิณวกกลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง
“เศรษฐกิจแบบนี้นี่นะ ฉันขอกอดงานประจำก่อนแล้วกัน ใครจะเหมือนแก เขียนนิยายแล้วรุ่ง”
“แต่ฉันก็ดูเหมือนจะรุ่งหริ่งว่ะแก”
“แกคิดมาก แกนั่งคิดๆ ขีดๆ เขียนๆ ไปเดี๋ยวก็ได้เอง ก็เห็นแกบ่นมาห้าปีแหละ ตอนนี้แกก็มีหนังสือเป็นสี่ห้าสิบเล่มเข้าไปแล้ว ก็ไม่เห็นจะหยุดเขียนสักกะหน่อย เดี๋ยวแกก็คิดออกเอง เชื่อฉันเถอะ”
“แต่คราวนี้ตันจริงนะแก”
“แกก็ไปขัดห้องน้ำสิ เห็นบอกตันมาหลายเรื่องแล้ว แกก็ยังเขียนจบ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นไง”
“ขัดแล้ว” เพลงพิณทำหน้าเมื่อย
“แกยังคิดไม่ออกหรือไง ไหนบอกขัดห้องน้ำแล้วแกจะคิดออก คิดได้ตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง”
“ขัดจนน้ำยาขัดห้องน้ำกัดมือจนเปื่อยแหละ ยังคิดไม่ออก”
“คราวนี้แกเป็นหนัก หรือแกจะตายด้าน หมดสมรรถภาพทางเพศ”
“คงจริงว่ะ”
“แกดูหนังสิเผื่อจะมีอารมณ์”
“ไม่มี”
“งั้นการ์ตูน”
“เบื่อ”
“เฮ้ย! จริงอะ” เฌอร์รินยื่นหน้าเข้าไปหาเพื่อนรัก เพลงพิณถอนใจเฮือก เคาะนิ้วกับโต๊ะคอมอย่างเซ็งๆ
“คราวนี้แกท่าจะเป็นหนักจริงอะ บอกแล้วให้หาผัวก็ไม่เชื่อ”
“เอาอีกแล้ว ไม่อยากมีผัว แกนี่ยังไง”
“อกหักดีกว่ารักไม่เป็นนะแก ไม่แน่นะ แกมีผัวนิยายอีโรติกของแกอาจจะฟินก็ได้ ที่แกจิ้นไม่ออกเพราะแกไม่เคยเจอของจริง แกจะรักษาพรหมจรรย์ไปพบยมบาลหรือไง”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่มันยังไม่อยากมีครอบครัว ไม่อยากแต่งงาน แกเข้าใจอารมณ์ป่ะเพื่อน”
“ไม่เข้าใจว่ะ”
“แกคงอยากไล่ฉันไปไกลๆ ให้ไปมีผัว” เพลงพิณพูดเสียงตัดพ้อ
“เฮ้ยๆๆ แกอย่ามาดราม่าน้ำตาแตก ฉันไม่ได้ไล่ แต่แกก็น่าจะหาใครดูแล ดูอย่างฉันสิ ไปกันไม่รอดก็เลิกกัน จะไปยากอะไร”
“แกก็พูดได้สิ แกไม่เป็นฉันนี่นา”
“แกคงจะเทิดทูนพรหมจรรย์เหมือนกับนางเอกนิยายแกมั้ง และพระเอกนิยายแกก็โรคจิตเนอะ” เฌอร์รินเบ้ปากใส่เพื่อน
“โรคจิตยังไง” เพลงพิณหน้าตาเหลอหลา เท่าที่จำความได้ เธอไม่เคยเขียนพระเอกโรคจิต ซาดิสก์ จิตไม่ปกติเลยสักครั้งเดียว
“ก็ต้องได้นางเอกบริสุทธิ์เป็นเมียอะ คนอื่นแค่ทางผ่าน แกเขียนแบบนี้ทุกเรื่อง แล้วพระเอกของแกเป็นอะไรนักหนา กับคนอื่นใส่ถุงยางอนามัย เซฟตัวเองดีสุดๆ แต่กับนางเอกดันปล่อยตัวไม่ยอมใส่เครื่องป้องกัน”
“เฮ้ย! จริงอะ”
“จริง” เฌอร์รินทำเสียงสูง
“แกก็ไม่ต้องทำหน้าจริงจังแบบนั้นก็ได้” เพลงพิณทำคอหด
“แล้วนิยายของแก จะต้องมีคำว่า ซาตาน อสูร พิศวาส ทาสรัก บ้าบอทุกเรื่อง”
“ไม่จริงมั้ง”
“แกลองมองไปที่ชั้นหนังสือของแกสิ” เฌอร์รินมองไปที่ชั้นหนังสือ แล้วแทบผงะหลายหลัง
“แกเห็นอะไรไหม”
“ก็ไม่ทั้งหมดนะแก”
“หรา... นี่ยังไม่พอนะ”
“อะไรอีกล่ะแก” เพลงพิณทำหน้ายู่ ไม่น่าปลุกมันขึ้นมาบ่นเลย หูชาแน่ๆ งานนี้
“ถ้าแกไม่ใช้หนี้ก็จะแก้แค้น ไม่ก็โดนจับแต่งงานกัน ไม่ก็นางเอกจนพระเอกโคตรรวย รวยมากแก ตายไปสิบชาติยังใช้ไม่หมด”
“ถ้าพระเอกรวยมันจิ้นแล้วฟินไงแก”
“เหรอ... นางเอกของแกซินเดอริลล่าว่างั้นเหอะ”
“แหม... ก็คนชอบนี่แก”
“ไม่ก็กินเด็ก ฉันเห็นแกมีคุณอามีคุณน้าคุณลุง หลายเรื่อง”
“ก็จะให้ฉันเขียนเรื่องอะไรล่ะแก มันก็วนๆ กันอยู่แบบนี้ คนอ่านก็อ่านได้ เพราะเขาชอบ”
“แต่ฉันก็ชมแกอย่างนึงนะ”
“อะไรเหรอ”
“เสียงแกระริกระรี่เชียวนะ”
“ก็นานๆ แกจะชมฉันสักทีนี่นา” เพลงพิณยิ้มแป้นให้เพื่อน
“นิยายนักเขียนบางคนฉันอ่านๆ ดูที่แก้ไปช่วยเขาอุดหนุนน่ะ พระเอกจะต้องหล่อ โคตรรวย กินหญ้าทุกวัน ต่อให้บรรยายว่าพระเอกเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประสบความสำเร็จยังไง ฉลาดยังไง แต่ในเรื่องไม่เห็นทำงานทำการอะไร ต้องหูเบา โคตรโง่ นางร้ายนี่โคตรฉลาด ฉลาดที่สุดในเรื่อง นางเอกโง่ น่าสงสาร ยอมคนไม่เคยทันอะไรใครเลย”
“ฉันไม่ชอบผู้ชายโง่ กินหญ้า หูเบา และเจ้าชู้”
“ดีมาก เพราะฉันเข้าใจว่าแกไม่อยากได้ชอบผู้ชายโง่ๆ มาเป็นสามี”
“เหมือนแกชมฉันเลยนะ”
“ใช่ยายเพลง ฉันชมแก และฉันก็ดีใจนะที่นางเอกแกสวย ทำเป็นทุกอย่างโดยเฉพาะงานก้นครัว และนางเอกแกต้องจน”
“เดี๋ยวก่อนๆ นางเอกฉันก็ไม่ได้จนทุกคนนะ” เพลงพิณรีบค้าน
“ก็จริงของแก ต่อให้นางเอกแกรวยแล้วกัน เรียนจบเมืองนอกเมืองนา พ่อก็อาจเล่นการพนัน ถูกโกง บริษัทล่ม และพระเอกคือเจ้าหนี้รายใหญ่ ที่นางเอกของแกจะต้องไปใช้หนี้”
“เดี๋ยวก่อนอันนี้ของนักเขียนคนอื่นหรือของฉันกันแน่”
“เหมือนจะมีของแกด้วยนะ”
“จริงเหรอเฌอร์”
“อือ... จริง และนางเอกของแกก็ต้องเอาตัวเข้าแลก เรียนจบที่ไหนไม่สำคัญเลยจริงๆ จบสูงถึงปริญญาโทก็ต้องนอนกับพระเอกใช้หนี้ ไม่รู้จะเรียนไปทำไม”
“นี่แกด่าฉันหรือด่านักเขียนคนอื่น”
“ไม่ได้ด่าแค่วิจารณ์เฉยๆ”
“อ้อ... เหรอ” เพลงพิณลากเสียงยาว
“ไหนแกบอกไม่ชอบนิยายไงเฌอร์”
“เปล๊า ฉันก็ไม่ได้ชอบหรอก แต่หนังสือพวกนี้แกเยอะฉันเลยอ่าน ไอ้ที่พระเอกลืมใส่ถุงยางกับนางเอกคนเดียว ท้องแล้วหนีไป นางร้ายสวย เปรี้ยว หุ่นนางแบบ ฉลาดทุกเรื่องก็อีก”
“พอเถอะ”
“และนางเอกเป็นอะไรไม่รู้ ต้องจิ้นมาให้พระเอกฟัน แต่กับคนอื่นดันไม่ยอม สู้ขาดใจ แต่กับพระเอกอ่อนระทวยสู้ไม่ไหว”
“หรือฉันจะลองเขียนนางเอกไม่จิ้นว่ะแก” เพลงพิณถามเพื่อน
“แกเคยถามฉันแล้ว”
“ถามแล้ว?” เพลงพิณชี้นิ้วมาหาตัวเองทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ
“เออ... แกไปโพสต์ถามในเฟซบุ๊คของแก แกบอกว่าแฟนนิยายแกรับไม่ได้ แกกับแฟนนิยายของแกเป็นเจ้าของลัทธิรักษาพรหมจรรย์”
“จริงอะ”
“แกอย่ามาทำหน้างง เดี๋ยวตบสมองกลับ”
“ก็จำไม่ได้นี่นา แกก็ชอบซาดิสก์กับฉันเรื่อยเลย”
“แกทำงานเยอะเกินไงเลยจำไม่ได้”
“ฉันควรพักใช่ไหม”
“ก็บอกแล้ว แกทำงานจนปลวกจะกินเงินแกแหละ พักบ้างไรบ้างแก ปัจจุบันแกเป็นโรคอะไรบ้าง ไหนสาธยายมาใหม่สิ”
“ปวดหลัง”
“มีอีก”
“ปวดคอ”
“แล้ว” เฌอร์รินทำหน้าเมื่อย
“ปวดแขน มือชา ด้านที่คลิกเม้าท์น่ะหนักสุด ตาพร่า ตัดแว่นเพราะสายตาสั้นและเอียง หมดเงินไปกับค่านวดเยอะมาก น้ำหนักขึ้น ขาแตกลาย อ้วนเป็นหมู”
“สงสัยเฮียต้องให้รางวัลเพื่อนเราหนักๆ แล้วล่ะ” พฤทธิ์หัวเราะอย่างถูกใจงานแต่งงานทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ก็มาถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอ ตรีชฎาก้มลงกราบบิดาอย่างซาบซึ้งใจ ท่านจะยกที่ดินและเงินทองค่าสินสอดทั้งหมดให้เธอกับพฤทธิ์หลังจากมีลูกคนแรก ท่านไม่ได้อยากได้ที่ดินหรือทรัพย์สินพวกนั้น แค่ท่านต้องการเห็นความจริงใจของพฤทธิ์เท่านั้นดูเหมือนครั้งนี้บิดาจะยอมอ่อนลงไปมาก โดยเฉพาะกับโทธวิท ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายคนรองที่ไม่เอาไหนจะกอบกู้ทุกอย่างที่เป็นกิจการของที่บ้านกลับมาได้สำเร็จ จากคนมีหนี้สินกลายเป็นไม่มีหนี้สินอะไรเลยเพลงพิณสงสัยว่าสามีที่ไม่เอาไหนอย่างที่ใครๆ ว่าทำไมถึงชอบหายไปไหนโดยไม่บอกกล่าว จึงสะกดรอยตามไปดู พบว่าเขาที่ไร่สตอเบอร์รี่และมะเขือเทศของพฤทธิ์ ซึ่งครึ่งหนึ่งมีหุ้นส่วนคนสำคัญคือโทธวิท ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นคือเขามีฟาร์มแพะเป็นของตัวเองทำกำไรปีๆ หนึ่งมากมายจริงๆพี่สะใภ้เคยเล่าให้เธอฟังว่าตอนได้เสียกันครั้งแรก โทธวิทพาไปเที่ยวน้ำตก และบอกว่าที่ดินที่นี่เป็นของเขา แต่เพื่อนของเธอไม่เชื่อ ก็เขาดูไม่เอาไหน ที่ไหนได้ โทธวิทไปแอบซื้อเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ทุกคนเลยดูอึ้งกั
“ผมยินดีครับ” พฤทธิ์ตอบรับก่อนกลับไป ชยุตม์เหมือนจะอารมณ์เย็นลงเมื่ออีกฝ่ายรับข้อเสนอของเขา“รู้แบบนี้ก็สบายใจแล้วใช่ไหมยายตรี” เพื่อนรักที่อยู่ข้างๆ ตรีชฎาลุ้นจนตัวโก่งว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร พฤทธิ์จะรับข้อเสนอของชยุตม์หรือไม่ แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายขนาดนี้“เป็นไง นี่เป็นแผนของเฮียโทเองแหละที่คิดกับเฮียพริก” เพลงพิณเล่าทุกอย่างให้เพื่อนรักฟังตรีชฎานึกขอบคุณพี่ชายคนรองและพี่ชายคนโตถึงแม้เอกวัฒน์นั้นจะไม่ค่อยพูดและเป็นคนพูดน้อยแต่ก็รักพี่น้องเวลาที่บิดาด่าไม่ว่าจะพี่ชายคนรองหรือเธอ พี่ชายคนโตของเธอมักจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้บิดาใจเย็นลงเสมอ และน่าแปลกที่บิดามักจะใจเย็นเมื่อพี่ชายคนโตไกล่เกลี่ยให้ อาจเพราะพี่ชายนั้นเป็นหมอมีความสุภาพเรียบร้อย ระวังคำพูดคำจา และเป็นคนใจเย็นทำให้คนอารมณ์ร้อนๆ อย่างบิดาใจเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมดในความรู้สึกของตรีชฎา หลังจากที่พฤทธิ์กลับไปแล้ว ครอบครัวของเขาก็มาสู่ขอเธออย่างเป็นทางการ เธอได้มีโอกาสคุยกับพฤทธิ์เลย เพิ่งมาได้คุยตอนที่บิดาเปิดรับครองครัวของชายหนุ่มนั่นเองเธอต่อว่าเขาเรื่องที่เขาโกหกว่าเธอท้อง เพราะเธอไม่ได้ท้อง
“ตรีก็รู้นี่ครับว่าเฮียรักตรีมากแค่ไหน เฮียอยากดูแลตรีไปตลอดชีวิต ตลอดระยะเวลาที่เฮียจีบตรี ไม่ได้จีบเล่นๆ แต่จีบจริงๆ อยากได้ตรีมาเคียงข้างจริงๆ”“ป๊าจะบังคับให้ตรีแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ตรีรู้ดีว่าป๊าเป็นคนแข็ง ยังไงก็ไม่ยอม ตรีอขอมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ผู้ชายที่มีตรีรัก” ตรีชฎาโผเข้ากอดชายหนุ่ม ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น หากไม่ได้แต่งงานกับเขาจริงๆ ก็ขอมอบกายใจให้ผู้ชายที่รักดีกว่า“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้วอยากแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น” เธอพูดกับเขาทั้งน้ำตา“ตรีกลับไปก่อนนะคนดี เฮีย
“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้ว“ตรีไม่“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ
“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ จริงๆ ปําแกก็ไม่เห็นจะเข้มงวดมากมายอะไร แกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ท่านปล่อยให้แกออกไปข้างนอกไปนู่นไปนี่ได้นะ อาจจะมีบางครั้งที่อยากให้แกพาลูกน้องไปด้วย เพราะเป็นห่วงแต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นทุกครั้งนี่นา” เฌอร์รินแสดงความคิดเห็นตามความเป็นจริง เพราะอยู่กันหลายเดือน จึงรู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ดี“แกยังไม่รู้จักป๊าของฉันดี ถ้าแกรู้จักจริงๆ จะไม่พูดแบบนี้ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้”ตรีชฎาพูดด้วยความกังวลอยู่มาก บิดาของเธอไม่ค่อยเข้มงวดกับเธอเท่าที่ควร ทำให้เธอคิดว่ามันแปลก และผิดปกติ ซึ่งไปไหนมาไหนต้องมีคนขับรถ หรือจะไปไหนก็ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน แ
“ฉันแกะดูได้ไหม อยากรู้ว่าเฮียพริกทำเซอร์ไพร้ส์อะไรแก” เฌอร์รินเอ่ยถาม“ลองแกะดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” ตรีชฎาพยักหน้าให้เพื่อนรัก เธอกับเพื่อนไม่มีความลับกันอยู่แล้ว“ว้าว... ชาคาโมมายกับชาหญ้าหวานนี่นา เฮียพริกเขียนจดหมายแนบมาด้วย บอกว่าให้แกชงดื่มก่อนนอนหรือหลังทานอาหารแล้วครึ่งชั่วโมง แก้ปวดท้องประจำเดือน แก้อาการนอนไม่หลับทำให้ผ่อนคลาย แก้ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวด้วยนะ ฉันเคยได้ยินว่าชาคาโมมายหรือหญ้าหวานเป็นสมุนไพรที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เฮียพริกของแกโคตรน่ารักเลย ใครได้เป็นแฟนถือว่าโชคดีนะนี่” เฌอร์รินชมว่าที่เพื่อนเขยไม่ขาดปาก“ยิ้มหน้าบานเชียวนะแก ลายมือผู้ชายคนนี้สวยนะ ดูสิเขียนตัวบรรจงยิ่งกว่าคัดไทยเสียงอีก ท่าทางจะเป็นผู้ชายเรียบร้อยน่ารัก เสมอต้นเสมอปลาย และมีความยุติธรรม” เพลงพิณวิจารณ์แล้วอมยิ้ม“แกรู้ได้ยังไง แค่เห็นลายมือก็พูดไปโน้นแล้ว” ตรีชฎาทำหน้างง“ลายมือเขาเรียบร้อยบ่งบอกว่าเป็นคนเรียบร้อย ลายมือบางคนเล็กแคบหรือยุ่งเหยิง บ่งบอกว่าขี้เหนียว มันก็ดูได้หลายอย่างนะ”“แกเก่งนะ ไปหัดดูมาจากไหน ยังกับหมอดูแนะ” ตรีชฎาถามอย่างสงสัย“เคยอ่านเจอน่ะ ฉันมั่วๆเอา
“แล้วเธอล่ะเป็นใคร เข้ามาอยู่ในงานนี้ได้ยังไง”“ฉันก็เป็นเพื่อนกับลูกสาวเจ้าของไร่นี้ยังไงล่ะ ฟังแล้วอึ้งไปเลยใช่ไหม” เพลงพิณพูดอย่างอวดๆ แต่คนตรงหน้ากลับบิดปากมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“เป็นเพื่อนลูกสาวเจ้าของไร่แต่ทำท่าเหมือนเป็นเจ้าของไร่เสียเอง”“อนาคตก็ไม่แน่” เฌอร์รินพูดบ้าง“หมายความว่ายังไง”
“แฟนนิยายแกก็ยังน่ารักนะ”“บางคนก็หายไปเลย แต่ก็มีหน้าใหม่เข้ามา เด็กโตขึ้นทุกวัน”“ฉันเห็นเด็กๆ ชอบอ่านการ์ตูนหรือนิยายอะไรที่ปกเป็นการ์ตูนน่ะแก ข้างในเคยไปเปิดดูในร้าน ภาษาอะไร อ่านแล้วชวนปวดหัว”“ก็ตามวัยน่ะแก”“แก..”“หือ... แกเรียกทำไม ทำเสียงแบบนี้ ขนลุกว่ะ”“โอ๊ย! แกจะขนลุกทำไมฉันผ่าตัดแปลงเ
“มีอีก”“อะไรของแกอีก”“แกขึ้นคาน”“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง” เพลิงพิณทำหน้าไม่เชื่อ“ปีนี้แกอายุเท่าไหร่แล้ว”“สามสิบเอง”“โอ๊ย! สามสิบเองเหรอแก แกน่ะต้องบอกว่าตั้งสามสิบแล้วย่ะ กำลังจะย่างเข้าสู่วัยทอง”“แกพูดเวอร์ ไม่ใช่เสียหน่อย” เพลงพิณใจคอไม่ดี“พอแกสามสิบ ต่อไปแกจะสี่สิบไม่รู้ตัว อายุมันจะขึ้นเร็ว
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า เรือนร่างงดงามอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ผิวสีแทนของเขาน่ามองยิ่งนัก ช่วงขาเพรียว สะโพกสอบแข็งแรง ใบหน้าของเขาคมสันหล่อเหลา เรือนกายแข็งแกร่งแสนเซ็กซี่ ดวงตาคมเข้มยามทอดสายตามองนั้นดูอ่อนหวานเร่าร้อนจนคนถูกมองแทบละลายหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มถูกโอบกอดในอ้อมอกของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม







