LOGIN“แฟนนิยายแกก็ยังน่ารักนะ”
“บางคนก็หายไปเลย แต่ก็มีหน้าใหม่เข้ามา เด็กโตขึ้นทุกวัน”
“ฉันเห็นเด็กๆ ชอบอ่านการ์ตูนหรือนิยายอะไรที่ปกเป็นการ์ตูนน่ะแก ข้างในเคยไปเปิดดูในร้าน ภาษาอะไร อ่านแล้วชวนปวดหัว”
“ก็ตามวัยน่ะแก”
“แก..”
“หือ... แกเรียกทำไม ทำเสียงแบบนี้ ขนลุกว่ะ”
“โอ๊ย! แกจะขนลุกทำไมฉันผ่าตัดแปลงเพศแล้ว”
“แล้วแกเรียกทำไม”
“ถามจริงๆ เลยนะแก”
“อือ... ถามสิ” เพลงพิณตอบรับ มองเพื่อนอย่างระแวง
“แกเขียนฉากนั้น ไม่อยากมีผัวบ้างเหรอ”
“โอ๊ย! แกถามคำถามนี้อีกแล้วนะ” เพลงพิณทำท่าจะลุกหนี
“อย่าเพิ่งไป ฉันจริงจัง” เฌอร์รินกดไหล่เพื่อนเอาไว้
“ไม่อยากมี”
“แกไม่มีอารมณ์บ้างเหรอ คืออยากสยิวกิ้วเหมือนนางเอกไรงี้”
“อยากก็ได้ แต่กับพระเอกที่ฉันเขียนนะ กับผู้ชายเหี้ยๆ ไม่เอา”
“แก... ผู้ชายก็ไม่ได้เหี้ยเสมอไปหรอกนะ”
“ที่เห็นก็เหี้ยนะแก ขนาดแฟนแกยังทิ้งแกเลย”
“เอาเถอะ มีคนสนใจแก งั้นฉันจะไปบอกว่าแกไม่อยากมีผัวแล้วกัน” เฌอร์รีนถอนใจหนักๆ ก่อนจะลุกขึ้นทำท่าจะเดินหนีอย่างเซ็งๆ
“เฮ้ย! เดี๋ยวสิแก ใครสนใจฉันอะ แกไปบอกเขาได้ไงว่าฉันไม่อยากมีผัว หยาบคายสุดๆ” เพลงพิณรีบดึงมือเพื่อนเอาไว้
“หูผึ่งเชียวนะแก ทำเป็นเล่นตัว ผู้ชายสนใจคนแล้วคนเล่าไม่เอา”
“ก็แค่อยากรู้”
“อยากเช็คเรตติ้งหรือไงย่ะ”
“เออ... ก็ได้ อยากอยู่ให้ผู้ชายเสียดายเล่น แกจะทำอะไรฉันหึ ยังไม่อยากมีอะ”
“จ้า... แม่เจ้าพระคุณรุนช่อง ไม่ทำอะไรหรอก”
“ตกลงใคร”
“แน่ะ! ไหนบอกไม่สนไง” เฌอร์รินดักคอ
“แกจะบอกไม่บอก”
“บอกก็ได้”
“ก็บอกมาสิ แกจะเล่นลิ้นไปถึงไหนกันย่ะ”
“ลุงที่ขายกาแฟบนรถเข็ญที่ผ่านหน้าคอนโดเราประจำน่ะ”
“ยังเฌอร์ แกหลอกฉันเหรอ”
“คุณหลอกดาวนะเหรอคะ ฮ่าๆๆ แกอย่านะ ว้ายๆๆ” เฌอรีนวิ่งหนีไปทั่วห้อง วิ่งจนหอบแฮ่กๆ ก่อนจะยกมือขึ้นบอกว่าพอก่อน ยอมแพ้แล้ว
“พอก่อนแก ฉันเหนื่อยแล้ว ขนาดแกอยู่แต่กับห้อง ยังแรงเยอะวิ่งไล่ฉันไม่หยุดเลย”
“ฉันออกกำลังกายทุกวัน ไม่เหมือนแก ออกไปทำงานงกๆ กลับมากินนอน ไม่เคยขยับตัวเลย”
“แต่ฉันสวย หุ่นดี”
“ก็แกกินเหมือนพวกยาจก ไม่ขาดสารอาหารก็ให้มันรู้ไป”
“ว้าย! คิกๆ แกอย่าจี้เอว มันจั๊กจี้”
“นี่แหละที่ฉันรอคอย จะจี้แกให้ร้องไห้เลย” เพลงพิณหัวเราะอย่างชั่วร้าย เฌอรีนโดนจี้จนน้ำหูน้ำตาไหล สุดท้ายก็ยกมือขึ้นปราชัย
“ยอมแล้วยอมแล้ว” เฌอรีนหอบแฮ่กๆ หัวเราะอย่างมีความสุข
“เฌอร์”
“อือ... ว่าไง”
“ถ้าวันหนึ่งฉันไม่แต่งงาน แกจะอยู่เป็นเพื่อนฉันตอนแก่ไหมวะ”
“แกเอาจริงจังหรือขำๆ วะ”
“แกชอบพูดเล่น เอาจริงดิ๊” ทั้งสองนอนเอาศีรษะชนกันอยู่บนพื้นพรหม มองเพดานห้องอย่างมีความสุข
“ฉันว่าชวนยายตรีมาอยู่ด้วยก็ดี แก่ๆ ก็ดูแลกันไป ไม่มีผัวก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ต่อไปผู้หญิงโสดกันเยอะ เพราะผู้ชายน้อย หาไม่ดีจะมีไปทำไม เราก็เป็นโสดดีกว่าเนอะ”
“ฉันรักแกว่ะ”
“ฉันน่ะเป็นกระเทยแปลงเพศมา ใครจะเอาเป็นเมียจริงๆ ล่ะ แกก็รู้” เฌอร์รินพูดเสียงเศร้า
“แต่แกสวยนะเฌอร์”
“ความสวยกินไม่ได้แก ต่อไปแห้งเหี่ยว เค้าอาจจะอยากมีลูกกับผู้หญิงที่รัก”
“แต่ถ้ามีผู้ชายรักแกจริงๆ แกอุปการะเด็กมาเลี้ยงก็ได้นี่หว่า”
“โอ๊ย! ยายเพลงแกนี่ยังไง นี่ฉันพูดตรงคอนเซฟที่แกชอบพูดกรอกหูตลอด แต่แกดันมาพูดให้แตกต่าง อยากให้ฉันมีผัว เดี๋ยวดีดหูให้เลย”
“แหะๆ ก็ลองพูดแหย่แกดูเท่านั้น”
“ทำมาเป็นหัวเราะ”
“ฉันก็ว่าจริงอย่างที่แกพูดนั่นแหละ ต่อไปคนจะโสดกันเยอะ เราเก็บรวบรวมเงินไว้กินตอนแก่ แล้วมาอยู่บ้านใกล้ๆ กัน หรืออยู่บ้านเดียวกัน ดูแลกันไป ดีออกแก เบื่อๆ ก็ไปเที่ยว ไปทำบุญ ไปปฏิบัติธรรมดีไหมแก”
“ฉันว่าต่อไปรัฐบาลคงจัดให้มีบ้านพักคนชราอย่างดีที่มีคนคอยดูแล เก็บเงินไว้นะแก ตอนแก่จะได้สบาย ลูกผัวมีแล้วก็อย่าไปหวัง ใช่ว่าจะมาดูแลเราจริงๆ เสียหน่อย เห็นกันเยอะมาก พอคู่ตัวเองทำงานไม่ไหวก็ทิ้งไปเอาคนอื่นหน้าตาเฉย”
“เออ... อันนี้จริง เดี๋ยวนี้ไม่มีเงินเขาไม่มองหรอก”
“เคยมีคนบอกว่าเงินไม่สำคัญ แต่ฉันว่าสำคัญว่ะแก เค้าบอกว่าไม่สำคัญทุกอย่าง แต่ฉันว่ามันเกือบทุกอย่างจริงๆ คนที่พูดว่าเงินไม่สำคัญเอาเงินมาให้ฉันนี่”
“ใช่มันสำคัญ แต่ฉันรักแกว่ะเฌอร์”
“ฉันก็รักแก”
“อันนี้แหละเงินหาซื้อไม่ได้” เพลิงพิณพูดแล้วอมยิ้ม ก่อนจะหันไปกอดรัดเพื่อนรัก
“คิดถึงยายตรี ถ้าจอมันจะกระโดดกอดแน่นๆ เลย”
“มันเป็นสาวชาวไร่แหละ ไร่องุ่นของมันก็ดูเหมือนจะมีปัญหา”
“อืม... จำได้ วันนั้นยายตรีบอกว่ามีปัญหา แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างไม่ได้ถาม หลังๆ ยายตรีหายหน้าหายตาไปเลย”
“ตอนนี้เห็นไม่ได้พูดถึง คงจะแก้ปัญหาได้แล้วล่ะมั้ง” เฌอรีนเดาเอา
“แก เราเตรียมแพ็กกระเป๋ากันดีกว่า” เพลงพิณเอ่ยชวน
“แกจะไปวันไหน”
“พรุ่งนี้”
“ห๊ะ! จริงเหรอแก”
“จริง”
“แล้วถ้าฉันไม่ตกงาน แกจะทิ้งฉันอยู่นี่คนเดียวเหรอ”
“ไม่ได้ทิ้ง แต่ยายตรีอยากให้ไปหา ก็ต้องไป”
“เสียดายไม่มีทะเล จะได้พาบิกินี่ไปด้วย”
“พาไปสิย่ะ ที่นั่นมีน้ำตก ฟินกว่าทะเลอีกน้ำไม่เค็ม”
“เออ... จริงด้วย”
“งั้นไปจัดกระเป๋ากันดีกว่า ห้องไม่ต้องคืนหรอกแก เผื่อกลับมาอยู่”
“ฉันว่าจะไปอยู่ที่โน้น ที่โน้นมีรีสอร์ทให้เช่า อยู่กรุงเทพ รถติด ควันพิษเยอะ”
“ก็ได้แก คืนห้องก็คืน ยังไงก็มีรถ ดีนะตอนนั้นไม่ซื้อห้องนี้เอาไว้”
“ก็บอกแล้วไง ให้ซื้อรถก่อน บ้านค่อยซื้อ ถ้าย้ายที่อยู่ก็พารถไปได้ ถ้าบ้านประกาศขายไปเศรษฐกิจแบบนี้ขายยาก และเป็นภาระผูกพันยาวนานมาก ลงหลักปักฐานที่ไหนค่อยว่ากัน พวกเราน่ะไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนไง” แล้วสองสาวก็ช่วยกันจัดกระเป๋า เตรียมตัวเดินทางขึ้นเหนือ...
“รถเป็นอะไรเฌอร์” เพลงพิณเอ่ยถามเพื่อนรักเมื่อรถที่ขับมาจะเข้าไร่ของตรีชฎาเกิดมีปัญหาขึ้นมา
“เป็นอะไรไม่รู้แก แย่จริงเชียว” เฌอร์รินพูดอย่างเซ็งๆ ลงมาดูรถาของตัวเอง ดึงๆ เปิดๆ ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่ารถเป็นอะไรถึงเสีย
“จะทำยังไงดีล่ะ ที่นี่ไม่มีบ้านคนเลยนะ”
“โทรหายายตรีสิ ให้ส่งคนมารับเรา” เฌอร์รินเสนอความคิดเห็น
“จริงด้วยๆ เดี๋ยวฉันโทรเอง” เพลงพิณล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า ปรากฏว่าโทรศัพท์แบตเตอร์รี่หมด
“แบตหมดอะแก ทำไงดี”
“งั้นของฉัน” เฌอร์รินส่ายหน้าไปมาก่อนจะล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมากดโทรไปปลายสาย
“ติดไหมแก”
“ไม่ติด มันบอกว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” เฌอร์รินทำหน้าเมื่อย
“แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันดีล่ะ”
“เฮ้ย! แกมีรถขับผ่านมา เราโบกรถคันนั้นจ้างให้เขาไปส่งดีไหม” เพลงพิณรีบชี้ไปที่รถกระบะกลางเก่ากลางใหม่อย่างดีใจ เธอรีบวิ่งไปโบกรถคันดังกล่าวทันที
“ยายเพลง เฮ้ย! แก ระวังหน่อย ทำไมรถมันส่ายแบบนั้นล่ะ” เฌอร์รินวิ่งมาดึงแขนเพื่อนเอาไว้ในขณะที่เพลงพิณได้แต่ตกใจที่ตัวเองเกือบจะโดนรถชน
“เฮงซวยจริงเลย ขับรถยังไงนี่” เพลิงพิณตะโกนไล่หลังรถคันดังกล่าว รถคันนั้นหยุดกึก ทำให้เพื่อนรักทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่ไว้ใจ แล้วรถคันดังกล่าวก็ถอยกลับมาเหมือนจะชนพวกเธออีกรอบ
“เฮ้ย!!! ขับรถบ้าบออะไรนี่” เฌอร์รินเท้าสะเอวด่าอย่างโมโห
คนบนรถเปิดประตูลงมาในสภาพเมาแอ๋ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งจนต้องเบือนหน้าหนี ถอยหลังไปหลายก้าว
“สงสัยเฮียต้องให้รางวัลเพื่อนเราหนักๆ แล้วล่ะ” พฤทธิ์หัวเราะอย่างถูกใจงานแต่งงานทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ก็มาถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอ ตรีชฎาก้มลงกราบบิดาอย่างซาบซึ้งใจ ท่านจะยกที่ดินและเงินทองค่าสินสอดทั้งหมดให้เธอกับพฤทธิ์หลังจากมีลูกคนแรก ท่านไม่ได้อยากได้ที่ดินหรือทรัพย์สินพวกนั้น แค่ท่านต้องการเห็นความจริงใจของพฤทธิ์เท่านั้นดูเหมือนครั้งนี้บิดาจะยอมอ่อนลงไปมาก โดยเฉพาะกับโทธวิท ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายคนรองที่ไม่เอาไหนจะกอบกู้ทุกอย่างที่เป็นกิจการของที่บ้านกลับมาได้สำเร็จ จากคนมีหนี้สินกลายเป็นไม่มีหนี้สินอะไรเลยเพลงพิณสงสัยว่าสามีที่ไม่เอาไหนอย่างที่ใครๆ ว่าทำไมถึงชอบหายไปไหนโดยไม่บอกกล่าว จึงสะกดรอยตามไปดู พบว่าเขาที่ไร่สตอเบอร์รี่และมะเขือเทศของพฤทธิ์ ซึ่งครึ่งหนึ่งมีหุ้นส่วนคนสำคัญคือโทธวิท ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นคือเขามีฟาร์มแพะเป็นของตัวเองทำกำไรปีๆ หนึ่งมากมายจริงๆพี่สะใภ้เคยเล่าให้เธอฟังว่าตอนได้เสียกันครั้งแรก โทธวิทพาไปเที่ยวน้ำตก และบอกว่าที่ดินที่นี่เป็นของเขา แต่เพื่อนของเธอไม่เชื่อ ก็เขาดูไม่เอาไหน ที่ไหนได้ โทธวิทไปแอบซื้อเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ทุกคนเลยดูอึ้งกั
“ผมยินดีครับ” พฤทธิ์ตอบรับก่อนกลับไป ชยุตม์เหมือนจะอารมณ์เย็นลงเมื่ออีกฝ่ายรับข้อเสนอของเขา“รู้แบบนี้ก็สบายใจแล้วใช่ไหมยายตรี” เพื่อนรักที่อยู่ข้างๆ ตรีชฎาลุ้นจนตัวโก่งว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร พฤทธิ์จะรับข้อเสนอของชยุตม์หรือไม่ แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายขนาดนี้“เป็นไง นี่เป็นแผนของเฮียโทเองแหละที่คิดกับเฮียพริก” เพลงพิณเล่าทุกอย่างให้เพื่อนรักฟังตรีชฎานึกขอบคุณพี่ชายคนรองและพี่ชายคนโตถึงแม้เอกวัฒน์นั้นจะไม่ค่อยพูดและเป็นคนพูดน้อยแต่ก็รักพี่น้องเวลาที่บิดาด่าไม่ว่าจะพี่ชายคนรองหรือเธอ พี่ชายคนโตของเธอมักจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้บิดาใจเย็นลงเสมอ และน่าแปลกที่บิดามักจะใจเย็นเมื่อพี่ชายคนโตไกล่เกลี่ยให้ อาจเพราะพี่ชายนั้นเป็นหมอมีความสุภาพเรียบร้อย ระวังคำพูดคำจา และเป็นคนใจเย็นทำให้คนอารมณ์ร้อนๆ อย่างบิดาใจเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมดในความรู้สึกของตรีชฎา หลังจากที่พฤทธิ์กลับไปแล้ว ครอบครัวของเขาก็มาสู่ขอเธออย่างเป็นทางการ เธอได้มีโอกาสคุยกับพฤทธิ์เลย เพิ่งมาได้คุยตอนที่บิดาเปิดรับครองครัวของชายหนุ่มนั่นเองเธอต่อว่าเขาเรื่องที่เขาโกหกว่าเธอท้อง เพราะเธอไม่ได้ท้อง
“ตรีก็รู้นี่ครับว่าเฮียรักตรีมากแค่ไหน เฮียอยากดูแลตรีไปตลอดชีวิต ตลอดระยะเวลาที่เฮียจีบตรี ไม่ได้จีบเล่นๆ แต่จีบจริงๆ อยากได้ตรีมาเคียงข้างจริงๆ”“ป๊าจะบังคับให้ตรีแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ตรีรู้ดีว่าป๊าเป็นคนแข็ง ยังไงก็ไม่ยอม ตรีอขอมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ผู้ชายที่มีตรีรัก” ตรีชฎาโผเข้ากอดชายหนุ่ม ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น หากไม่ได้แต่งงานกับเขาจริงๆ ก็ขอมอบกายใจให้ผู้ชายที่รักดีกว่า“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้วอยากแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น” เธอพูดกับเขาทั้งน้ำตา“ตรีกลับไปก่อนนะคนดี เฮีย
“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้ว“ตรีไม่“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ
“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ จริงๆ ปําแกก็ไม่เห็นจะเข้มงวดมากมายอะไร แกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ท่านปล่อยให้แกออกไปข้างนอกไปนู่นไปนี่ได้นะ อาจจะมีบางครั้งที่อยากให้แกพาลูกน้องไปด้วย เพราะเป็นห่วงแต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นทุกครั้งนี่นา” เฌอร์รินแสดงความคิดเห็นตามความเป็นจริง เพราะอยู่กันหลายเดือน จึงรู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ดี“แกยังไม่รู้จักป๊าของฉันดี ถ้าแกรู้จักจริงๆ จะไม่พูดแบบนี้ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้”ตรีชฎาพูดด้วยความกังวลอยู่มาก บิดาของเธอไม่ค่อยเข้มงวดกับเธอเท่าที่ควร ทำให้เธอคิดว่ามันแปลก และผิดปกติ ซึ่งไปไหนมาไหนต้องมีคนขับรถ หรือจะไปไหนก็ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน แ
“ฉันแกะดูได้ไหม อยากรู้ว่าเฮียพริกทำเซอร์ไพร้ส์อะไรแก” เฌอร์รินเอ่ยถาม“ลองแกะดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” ตรีชฎาพยักหน้าให้เพื่อนรัก เธอกับเพื่อนไม่มีความลับกันอยู่แล้ว“ว้าว... ชาคาโมมายกับชาหญ้าหวานนี่นา เฮียพริกเขียนจดหมายแนบมาด้วย บอกว่าให้แกชงดื่มก่อนนอนหรือหลังทานอาหารแล้วครึ่งชั่วโมง แก้ปวดท้องประจำเดือน แก้อาการนอนไม่หลับทำให้ผ่อนคลาย แก้ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวด้วยนะ ฉันเคยได้ยินว่าชาคาโมมายหรือหญ้าหวานเป็นสมุนไพรที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เฮียพริกของแกโคตรน่ารักเลย ใครได้เป็นแฟนถือว่าโชคดีนะนี่” เฌอร์รินชมว่าที่เพื่อนเขยไม่ขาดปาก“ยิ้มหน้าบานเชียวนะแก ลายมือผู้ชายคนนี้สวยนะ ดูสิเขียนตัวบรรจงยิ่งกว่าคัดไทยเสียงอีก ท่าทางจะเป็นผู้ชายเรียบร้อยน่ารัก เสมอต้นเสมอปลาย และมีความยุติธรรม” เพลงพิณวิจารณ์แล้วอมยิ้ม“แกรู้ได้ยังไง แค่เห็นลายมือก็พูดไปโน้นแล้ว” ตรีชฎาทำหน้างง“ลายมือเขาเรียบร้อยบ่งบอกว่าเป็นคนเรียบร้อย ลายมือบางคนเล็กแคบหรือยุ่งเหยิง บ่งบอกว่าขี้เหนียว มันก็ดูได้หลายอย่างนะ”“แกเก่งนะ ไปหัดดูมาจากไหน ยังกับหมอดูแนะ” ตรีชฎาถามอย่างสงสัย“เคยอ่านเจอน่ะ ฉันมั่วๆเอา
“แล้วเธอล่ะเป็นใคร เข้ามาอยู่ในงานนี้ได้ยังไง”“ฉันก็เป็นเพื่อนกับลูกสาวเจ้าของไร่นี้ยังไงล่ะ ฟังแล้วอึ้งไปเลยใช่ไหม” เพลงพิณพูดอย่างอวดๆ แต่คนตรงหน้ากลับบิดปากมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“เป็นเพื่อนลูกสาวเจ้าของไร่แต่ทำท่าเหมือนเป็นเจ้าของไร่เสียเอง”“อนาคตก็ไม่แน่” เฌอร์รินพูดบ้าง“หมายความว่ายังไง”
“ทำรักได้ทั้งวันทั้งคืน นางเอกท้องโย้ก็ไม่เว้น ไม่รู้กินอะไรเข้าไป บางคนครั้งนึงวันนึงก็หลับจะตายแหละ เอาเถอะใหม่ๆ อาจจะทุกวันวันละสองครั้งเอา นานๆ ไปอาทิตย์ละวัน เดือนละครั้ง แต่พระเอกยายเพลงเอากันกับนางเอกวันนึงทุกที่ในบ้าน ไม่ทำมาหากินอะไรเลย”“บ้า!!!” เพลงพิณค้อนเพื่อน“หรือว่าฉันพูดไม่จริงย่ะ
ตรีชฎาเคยให้ดูภาพครอบครัวนานแล้ว บอกว่าตัวเองเป็นลูกคนละแม่กับพี่ชายทั้งสอง และตอนที่พี่ชายทั้งสองมาเยี่ยม ก็ไม่เคยได้เจอกับสองสาวเพื่อนซี้ จึงไม่สนิทสนมกันอย่างที่เห็น เนื่องจากทั้งเฌอร์รินและเพลงพิณไม่ค่อยกล้าไปที่บ้านของคุณป้าของตรีชฎาสักเท่าไหร่ ท่านเป็นคนดุ หัวโบราณและซักถามเหมือนจำเลย เวลาจะ
“ยายหน้าจืด มายืนเซ่ออะไรอยู่แถวนี้ ไม่เห็นหรือไงว่านี่มันถนน อยากตายนักหรือไงห๊ะ” คนที่ลงมาจากพูดลิ้นพันกัน น้ำเสียงอ้อแอ้ ชี้หน้าเพลงพิณอย่างเอาเรื่อง สภาพโงนเงนจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ทำให้เพลงพิณถอยหลังไปอีกหลายก้าว“คนเมาอะแก” เฌอร์รินกระซิบที่หูของเพื่อน“เห็นแล้ว หน้าตาเหมือนโจรเลยแก ซวยอะไรแบบนี







