ANMELDEN“ทำรักได้ทั้งวันทั้งคืน นางเอกท้องโย้ก็ไม่เว้น ไม่รู้กินอะไรเข้าไป บางคนครั้งนึงวันนึงก็หลับจะตายแหละ เอาเถอะใหม่ๆ อาจจะทุกวันวันละสองครั้งเอา นานๆ ไปอาทิตย์ละวัน เดือนละครั้ง แต่พระเอกยายเพลงเอากันกับนางเอกวันนึงทุกที่ในบ้าน ไม่ทำมาหากินอะไรเลย”
“บ้า!!!” เพลงพิณค้อนเพื่อน
“หรือว่าฉันพูดไม่จริงย่ะ พระเอกของหย่อนกินอะไรเหรอ โด่ไม่รู้ล้มรึไง”
“ไม่ได้กินอะไร” เพลงพิณลากเสียงยาว
“แกรู้ไหม บางคืนมันลุกมาปั่นนิยาย ฉันเชื่อเลย จนถึงเช้า แล้วมาบ่นว่าง่วง มันตอบว่าไงรู้ไหมยายตรี” เฌอร์รินทำเสียงหมั่นไส้ปนขำ
“ตอบว่าไงเหรอ” ตรีชฎายิ้มขำเพื่อนรักทั้งสอง ไม่ได้เจอกันนานก็คุยกันมันเลยทีเดียว
“มันบอกว่าลูกรักของมัน คือพระเอกของมันนั่นแหละกระตุกผ้าห่มไม่ได้นอนเลยลุกมาปลุกปล้ำ ดูมันพูดเข้า ทำยังกับเป็นพวกเจนจัด”
“ฉันพูดให้ฮา แกก็เอาไปเป็นอารมณ์” เพลงพิณแก้ตัว หน้าแดงลามไปถึงใบหู
“เวลามันเขียนนิยายไม่ออกแกรู้ไหมมันไปทำอะไร”
“ทำอะไรเหรอเฌอร์”
“ขัดห้องน้ำ” เฌอร์รินตอบแล้วหัวเราะคิกคัก ได้ค้อนจากเพื่อนมาอีกเป็นของแถม
“ไม่ดีหรือไงยายเฌอร์”
“ดีจ้ะ ฉันสบายเลย ไม่ต้องขัดห้องน้ำ แต่ต้องทำกับข้าวให้มันกิน”
“ฮ่าๆๆ แกก็รู้นี่นาว่ายายเพลงทำกับข้าวไม่ค่อยเอาไหน” ตรีชฎาหัวเราะร่วน
“เผาฉันพอหรือยัง ทีแกโดนผู้ชายหลอกฟัน ฉันยังไม่เอามาพูดเลย”
“ฉันล้อแกเล่น แกก็อย่าโกรธสิ” เฌอร์รินง้องอน
“เมื่อกี้แกบอกชอบพี่หมอเหรอ ฉันสนับสนุน”
“โอ๊ย! ยายตรี แกพูดเหมือนจะรีบใส่พานประเคนยายเพลงให้พี่หมอ กลัวพี่ชายขายไม่ออกรึไงย่ะ”
“ก็ถ้ายายเพลงมาเป็นพี่สะใภ้ ฉันก็หายเหงายังไงเล่า”
“แกถามพี่หมอของแกหรือยังว่าจะเอายายเพลงไหม” เฌอร์รินแดกดัน
“ไม่ต้องถามหรอก ฉันจะช่วยคิดแผนจีบพี่หมอให้ยายเพลงเอง”
“แน่ะ! คิดได้นะแก พี่หมอของแกมีแฟนหรือยังก็ไม่รู้ ผู้ชายหล่อๆ ดีๆ แต่โสดเดี๋ยวนี้หายาก โดนคาบไปกินหมดแล้ว”
“ยัง พี่หมดยังโสด ยังไม่แต่งงาน”
“ไม่แต่งงานน่ะใช่ แต่อาจจะมีแฟนแล้วแต่ยังไม่เปิดตัว หล่อๆ แบบพี่ชายแก สาวๆ คงติดตรึมน่ะฉันว่า” เฌอร์รินวิจารณ์ตามตรง
“แต่ในเมื่อยังไม่แต่งงาน ฉันก็มีสิทธิ์ใช่ไหม” เพลงพิณโพล่งขึ้นมา
“ว้าย! ยายเพลงแรดน่ะหล่อน อะไรเข้าสิงย่ะ” เฌอร์รินหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
“ผีขึ้นคานเข้าสิงไง” เพลงพิณพูดบ้าง ก่อนจะหัวเราะตาม
“แต่ก็ดีนะ แกจะได้ลงจากคาน ฉันเห็นแล้วเหนื่อย เลือกมากเหลือเกิน” เฌอร์รินทำหน้าเมื่อย
“ใครจะเหมือนแก ไม่ต้องเลือกก็รวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัว ฉันเป็นผู้หญิงนี่นา มันต้องรักนวลสงวนตัว เสียไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้อีก”
“เดี๋ยวนี้ผู้ชายกับผู้หญิงสิทธิเท่าเทียมกันว่ะแก เขาไม่มานั่งสนใจพรหมจรรย์ของแกหรอกน่า”
“จริงเหรอวะเฌอร์” ตรีชฎาเอ่ยถาม
“อือ... เขาไม่สนกันแล้ว ไม่ใช่สมัยกรุงศรีอยุธยาเสียหน่อยที่ผู้หญิงต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องน่ะ เห่อๆๆ”
“คุยกับแกแล้วใจแตกว่ะเฌอร์”
“ย่ะ คุยกับฉันใจแตก แต่เขียนอีโรติกอย่างแก” เฌอร์รินชี้ไปที่เพลงพิณ “และแอบอ่านอีโรติกแบบแก” ก่อนจะชี้ไปยังตรีชฎา “มันไม่ใจแตกเลยนะ”
“ก็แหม... นิดนึงเองแก” สองสาวพากันหัวเราะคิกคักตามประสา
“ไม่นิดแล้วมั้ง ฉันอ่านยังตกใจ เขียนไปได้ยังไง”
“เขาบอกว่าอาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก” เพลงพิณยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ
“น่าอิจฉายังไงเหรอ” สองสาวเพื่อนรักประสานเสียงพร้อมกัน
“ก็เราจะเขียนอะไรก็ได้ที่เราอยากเขียน และเราชอบเขียน แต่คนอื่นต้องมาอ่านในสิ่งที่เราเขียนไง” เพลงพิณยิ้มกว้างขวาง
“ก็จริงของมันนะ” เฌอร์รินเห็นด้วยกับข้อนี้
“พวกแกนี่โชคดีจัง มาถึงตอนมีงานเลี้ยงพอดี ถือว่างานนี้เลี้ยงต้อนรับพวกแกด้วยแล้วกัน” ตรีชฎาจับมือเพื่อนทั้งสองมาบีบอย่างดีใจ
“ขอบใจนะตรี พวกเรามารบกวนแกจริงๆ เลย” เฌอร์รินกับเพลงพิณบีบมือเพื่อนตอบอย่างขอบคุณ
“รบกงรบกวนอะไรกันล่ะ ฉันชวนพวกแกมาเที่ยวจนเหงือกแห้งแหละ เพิ่งจะมาได้ ฉันยินดีมากๆ จะอยู่เป็นปียังได้เลย”
“ถ้าอยู่ขนาดนั้น หาผัวที่นี่เลยดีไหม” เฌอร์รินพูดก่อนจะหัวเราะคิกคัก
“ก็เอาสิ คนงานในไร่ป๊า ล้ำๆ ทั้งนั้นเลยนะแก”
“พูดแล้วน้ำลายหก” เฌอร์รินทำท่าปาดน้ำลาย สองสาวพากันหัวเราะร่วน
“พวกแกมากันเหนื่อยๆ อาบน้ำอาบท่าพักผ่อนก่อนนะ อาหารเย็นที่นี่ทุ่มนึงจ้ะ เดี๋ยวจะได้ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของฉันด้วย”
“ขอบใจนะแก” เพลงพิณจับมือเพื่อนเพื่อขอบใจ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกเพื่อน พวกแกมา ฉันก็หายคิดถึงไง” ตรีชฎายิ้มหวานให้เพื่อน เธอรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ แล้วยิ้มกว้าง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด หลังจากแยกย้ายกันตอนเรียนจบ มันก็โหยหาความรู้สึกแบบนั้นอีกคั้ง
“เดี๋ยวฉันจะพาพวกแกไปเที่ยวไร่องุ่นของป๊านะ พวกแกจะได้ไม่เหงา”
“ขอบใจจ้ะ ยายเพลงอาจจะได้พล็อตนิยายเรื่องใหม่ที่พระเอกเป็นเจ้าของไร่องุ่นก็ได้”
“นึกว่าพระเอกเป็นหมอเสียอีก” ตรีชฎาพูดแล้วขำ เพลงพิณทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เลยโดนเฌอร์รินขยี้ผมจนยุ่ง ต้องวิ่งไล่จับกันจนหายเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำถูหลังกันนั่นแหละ ถึงจะกลับไปคุยเรื่องเก่าๆ กันอีกเพื่อระลึกความหลัง
ตรีชฎาแนะนำให้เพื่อนรักทั้งสองได้รู้จักกับบิดามารดาอย่างเป็นทางการ ดูเหมือนชยุตม์และตรีอัปสรจะถูกชะตากับเพื่อนทั้งสองของบุตรสาวเป็นอันมาก
งานเลี้ยงในไร่องุ่นเป็นงานใหญ่ ทุกคนต่างสนุกสนานเฮฮากันอย่างมีความสุขหลังจากทำงานหนักมาเป็นปี ซึ่งงานเลี้ยงใหญ่ๆ แบบนี้ปีหนึ่งจะจัดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
สามสาวเพื่อนซี้มองบรรยากาศของงานอย่างสนุกสนาน ที่นี่เป็นไร่องุ่นแน่นอนว่าไวน์ชั้นเลิศจึงถูกนำมาเสิร์ฟให้ดื่มกินกันไม่อั้น
“ไวน์ของไร่แกอร่อยจังเลยยายตรี” เฌอร์รินชมไม่ขาดปาก
“อร่อยเพราะฟรีใช่ไหมแก” เพลงพิณเหน็บเพื่อน
“ย่ะ ฟรีก็ฟรี แต่รสชาติเลิศเชียวล่ะ แกไม่ลองหน่อยหรือไง”
“ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบให้ตัวเองเมา” เพลงพิณส่ายหน้าไปมา
“แกน่าจะลองหน่อย จะได้รู้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย”
“ไม่เอา เวลาแกเมาเหมือนหมาเลย” เพลงพิณส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
“ยายเพลงว่าเพื่อนเหมือนหมาได้ยังไง”
“คิกๆ อย่าจี้เอว อย่าจี้” เพลงพิณหัวเราะเมื่อโดนเฌอร์รินจี้เอว เธอเป็นคนบ้าจี้ เรียกว่าถ้าใครเผลอโดนจี้ เป็นต้องแพ้ทุกทีเลย
“ไม่เอาแล้ว ยายเฌอร์บ้า ไม่นะแก” เพลงพิณวิ่งหนีเพื่อนรัก ส่วนตรีชฎาส่ายหน้าไปมายิ้มขำกับเพื่อนทั้งสองที่ยังเล่นเป็นเด็กๆ อยู่แบบนี้เสมอตั้งแต่รู้จักกัน
“โอ๊ย!” เสียงร้องของเพลงพิณพร้อมกับก้นที่กระแทกไปกับพื้นหญ้าทำให้เฌอร์รินที่วิ่งตามมาเบรกจนตัวโก่ง
“เดินยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือ” เสียงถามที่หาเรื่องเต็มทีทำให้เพลงพิณเงยหน้าขึ้นมองอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะอ้าปากค้าง
“นาย... นายนั่นเอง” เธอจำเขาได้ทันที คนที่ว่าเธอเหมือนไม้กระดาน แถมยังจิ้มหน้าผากเธอเสียหน้าหงาย ผู้ชายที่เมาแอ๋ ขับรถทำท่าจะชนเธอกับเพื่อนเป็นศพอยู่ข้างถนน
“แกเป็นยังไงบ้างวะเพลง” เฌอร์รินตรงเข้ามาถามอย่างห่วงใย
“เจ็บน่ะสิถามได้” เพลงพิณหันไปพูดกับเพื่อนหน้ายู่
“นายมาทำอะไรที่นี่ หรือว่าปลอมตัวเข้ามาในงานเลี้ยงจะมาขโมยของ”
“เพ้อเจ้ออะไรของเธอยายเบือก” โทธวิทเท้าสะเอวมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง
“หน็อย... หน้าตามหาโจรอย่างนายไม่ใช่คนดีแน่ มีสิทธิ์อะไรมาเรียกฉันยายเบือก” เพลงพิณเท้าสะเอวมองเขาอย่างเอาเรื่องเหมือนกัน ในไร่มีคนเยอะแยะ คิดว่าเขาไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก ลองทำดูสิ จะร้องให้ลั่นงานเลยคอยดู
“สงสัยเฮียต้องให้รางวัลเพื่อนเราหนักๆ แล้วล่ะ” พฤทธิ์หัวเราะอย่างถูกใจงานแต่งงานทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ก็มาถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอ ตรีชฎาก้มลงกราบบิดาอย่างซาบซึ้งใจ ท่านจะยกที่ดินและเงินทองค่าสินสอดทั้งหมดให้เธอกับพฤทธิ์หลังจากมีลูกคนแรก ท่านไม่ได้อยากได้ที่ดินหรือทรัพย์สินพวกนั้น แค่ท่านต้องการเห็นความจริงใจของพฤทธิ์เท่านั้นดูเหมือนครั้งนี้บิดาจะยอมอ่อนลงไปมาก โดยเฉพาะกับโทธวิท ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายคนรองที่ไม่เอาไหนจะกอบกู้ทุกอย่างที่เป็นกิจการของที่บ้านกลับมาได้สำเร็จ จากคนมีหนี้สินกลายเป็นไม่มีหนี้สินอะไรเลยเพลงพิณสงสัยว่าสามีที่ไม่เอาไหนอย่างที่ใครๆ ว่าทำไมถึงชอบหายไปไหนโดยไม่บอกกล่าว จึงสะกดรอยตามไปดู พบว่าเขาที่ไร่สตอเบอร์รี่และมะเขือเทศของพฤทธิ์ ซึ่งครึ่งหนึ่งมีหุ้นส่วนคนสำคัญคือโทธวิท ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นคือเขามีฟาร์มแพะเป็นของตัวเองทำกำไรปีๆ หนึ่งมากมายจริงๆพี่สะใภ้เคยเล่าให้เธอฟังว่าตอนได้เสียกันครั้งแรก โทธวิทพาไปเที่ยวน้ำตก และบอกว่าที่ดินที่นี่เป็นของเขา แต่เพื่อนของเธอไม่เชื่อ ก็เขาดูไม่เอาไหน ที่ไหนได้ โทธวิทไปแอบซื้อเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ทุกคนเลยดูอึ้งกั
“ผมยินดีครับ” พฤทธิ์ตอบรับก่อนกลับไป ชยุตม์เหมือนจะอารมณ์เย็นลงเมื่ออีกฝ่ายรับข้อเสนอของเขา“รู้แบบนี้ก็สบายใจแล้วใช่ไหมยายตรี” เพื่อนรักที่อยู่ข้างๆ ตรีชฎาลุ้นจนตัวโก่งว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร พฤทธิ์จะรับข้อเสนอของชยุตม์หรือไม่ แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายขนาดนี้“เป็นไง นี่เป็นแผนของเฮียโทเองแหละที่คิดกับเฮียพริก” เพลงพิณเล่าทุกอย่างให้เพื่อนรักฟังตรีชฎานึกขอบคุณพี่ชายคนรองและพี่ชายคนโตถึงแม้เอกวัฒน์นั้นจะไม่ค่อยพูดและเป็นคนพูดน้อยแต่ก็รักพี่น้องเวลาที่บิดาด่าไม่ว่าจะพี่ชายคนรองหรือเธอ พี่ชายคนโตของเธอมักจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้บิดาใจเย็นลงเสมอ และน่าแปลกที่บิดามักจะใจเย็นเมื่อพี่ชายคนโตไกล่เกลี่ยให้ อาจเพราะพี่ชายนั้นเป็นหมอมีความสุภาพเรียบร้อย ระวังคำพูดคำจา และเป็นคนใจเย็นทำให้คนอารมณ์ร้อนๆ อย่างบิดาใจเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมดในความรู้สึกของตรีชฎา หลังจากที่พฤทธิ์กลับไปแล้ว ครอบครัวของเขาก็มาสู่ขอเธออย่างเป็นทางการ เธอได้มีโอกาสคุยกับพฤทธิ์เลย เพิ่งมาได้คุยตอนที่บิดาเปิดรับครองครัวของชายหนุ่มนั่นเองเธอต่อว่าเขาเรื่องที่เขาโกหกว่าเธอท้อง เพราะเธอไม่ได้ท้อง
“ตรีก็รู้นี่ครับว่าเฮียรักตรีมากแค่ไหน เฮียอยากดูแลตรีไปตลอดชีวิต ตลอดระยะเวลาที่เฮียจีบตรี ไม่ได้จีบเล่นๆ แต่จีบจริงๆ อยากได้ตรีมาเคียงข้างจริงๆ”“ป๊าจะบังคับให้ตรีแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ตรีรู้ดีว่าป๊าเป็นคนแข็ง ยังไงก็ไม่ยอม ตรีอขอมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ผู้ชายที่มีตรีรัก” ตรีชฎาโผเข้ากอดชายหนุ่ม ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น หากไม่ได้แต่งงานกับเขาจริงๆ ก็ขอมอบกายใจให้ผู้ชายที่รักดีกว่า“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้วอยากแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น” เธอพูดกับเขาทั้งน้ำตา“ตรีกลับไปก่อนนะคนดี เฮีย
“หมายความว่ายังไงครับ” พฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถ้าเฮียพริกไม่รังเกียจตรี ตรีขอมอบกายใจให้เฮียพริก ตรีอยากเป็นของเฮียพริกค่ะ” เธอพูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดพฤทธิ์เอาไว้แน่นจนชายหนุ่มตกใจ“เฮียไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวถึงขนาดนั้น เฮียไม่มีวันทำลายตรีแน่นอน เฮียอยากจะให้ตรีรักษาเนื้อรักษาตัวเอาไว้จนถึงวันแต่งงาน อย่างที่ตรีเคยพูดกับเฮียเอาไว้ เฮียไม่มีวันยอมแพ้ต่ออุปสรรคแค่นี้แน่นอน ขอให้ตรีมั่นใจในตัวเฮีย” พฤทธิ์พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีวันฉวยโอกาสกับผู้หญิงเขาที่รักเด็ดขาด เขามีแผนที่จะรับมือกับบิดาของหญิงสาวอยู่แล้ว“ตรีไม่“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ
“หน้าตาอิ่มเอิบเชียวนะแก” เฌอร์รินเอ่ยแซวเพื่อนรักขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องกับเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” เพลงพิณเอ่ยล้อเพื่อนรักด้วยเช่นกัน เธอมารอฟังข่าวของตรีชฎาอยู่นานแล้ว เฌอร์รินออกไปกับตรีชฎา ออกไปด้วยกันก็จริง แต่เฌอร์รินแยกไปซื้อข้าวของ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง เข้าบ้านมาพร้อมกัน จึงไม่มีใครสงสัย“ไม่ต้องมาแซวกันเลยนะคะคุณพี่สะใภ้ เค้ายังกลัวป๊าสงสัยอยู่เลย” ตรีชฎาพูดอย่างเป็นกังวลอยู่มาก“ไม่หรอกแก อย่าคิดมากสิ จริงๆ ปําแกก็ไม่เห็นจะเข้มงวดมากมายอะไร แกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ท่านปล่อยให้แกออกไปข้างนอกไปนู่นไปนี่ได้นะ อาจจะมีบางครั้งที่อยากให้แกพาลูกน้องไปด้วย เพราะเป็นห่วงแต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นทุกครั้งนี่นา” เฌอร์รินแสดงความคิดเห็นตามความเป็นจริง เพราะอยู่กันหลายเดือน จึงรู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ดี“แกยังไม่รู้จักป๊าของฉันดี ถ้าแกรู้จักจริงๆ จะไม่พูดแบบนี้ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้”ตรีชฎาพูดด้วยความกังวลอยู่มาก บิดาของเธอไม่ค่อยเข้มงวดกับเธอเท่าที่ควร ทำให้เธอคิดว่ามันแปลก และผิดปกติ ซึ่งไปไหนมาไหนต้องมีคนขับรถ หรือจะไปไหนก็ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน แ
“ฉันแกะดูได้ไหม อยากรู้ว่าเฮียพริกทำเซอร์ไพร้ส์อะไรแก” เฌอร์รินเอ่ยถาม“ลองแกะดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” ตรีชฎาพยักหน้าให้เพื่อนรัก เธอกับเพื่อนไม่มีความลับกันอยู่แล้ว“ว้าว... ชาคาโมมายกับชาหญ้าหวานนี่นา เฮียพริกเขียนจดหมายแนบมาด้วย บอกว่าให้แกชงดื่มก่อนนอนหรือหลังทานอาหารแล้วครึ่งชั่วโมง แก้ปวดท้องประจำเดือน แก้อาการนอนไม่หลับทำให้ผ่อนคลาย แก้ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวด้วยนะ ฉันเคยได้ยินว่าชาคาโมมายหรือหญ้าหวานเป็นสมุนไพรที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เฮียพริกของแกโคตรน่ารักเลย ใครได้เป็นแฟนถือว่าโชคดีนะนี่” เฌอร์รินชมว่าที่เพื่อนเขยไม่ขาดปาก“ยิ้มหน้าบานเชียวนะแก ลายมือผู้ชายคนนี้สวยนะ ดูสิเขียนตัวบรรจงยิ่งกว่าคัดไทยเสียงอีก ท่าทางจะเป็นผู้ชายเรียบร้อยน่ารัก เสมอต้นเสมอปลาย และมีความยุติธรรม” เพลงพิณวิจารณ์แล้วอมยิ้ม“แกรู้ได้ยังไง แค่เห็นลายมือก็พูดไปโน้นแล้ว” ตรีชฎาทำหน้างง“ลายมือเขาเรียบร้อยบ่งบอกว่าเป็นคนเรียบร้อย ลายมือบางคนเล็กแคบหรือยุ่งเหยิง บ่งบอกว่าขี้เหนียว มันก็ดูได้หลายอย่างนะ”“แกเก่งนะ ไปหัดดูมาจากไหน ยังกับหมอดูแนะ” ตรีชฎาถามอย่างสงสัย“เคยอ่านเจอน่ะ ฉันมั่วๆเอา
“เฮียก็เป็นคนตรงมากเลยนะคะ”“ใช่ ไม่มีอะไรปิดบัง คบกันก็ถามกันได้ทุกอย่าง”“เพลงน่ะไม่สนใจข้อดีของเฮียหรอก แต่สนใจข้อเสียของเฮีย”“ทำไมล่ะ”“เพราะข้อเสียมันเป็นอะไรที่เราต้องรับให้ได้ ข้อดีไม่ต้องรับไง คนบางคนมีข้อดีร้อยแปด ข้อเสียข้อเดียวอาจจะรับไม่ได้ก็ได้”“เช่นอะไรล่ะ”“เช่นดีทุกอย่าง ขยันหาเงิ
“อนุบาลยังไงคะ” เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองเขียนไม่ดีขนาดไหน“ก็เขียนเหมือนคนไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน สงสัยยายป้านี่คงจะขึ้นคานแล้วเพ้อฝันจิ้นว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อายุน่าจะประมาณห้าสิบหกสิบปี รุ่นนักเขียนแก่ๆ ไม่เชื่อเพลงลองอ่านดูสิ ฉากรักยิ่งกว่าเด็กอนุบาลอีก” เขาพูดแล้วขำ แต่เธอไม่ขำ
“ก็เล่ามาสิ”“เฮียโทจะจีบฉันอย่างจริงจัง”“แค่กๆๆๆ” ตรีชฎาที่กำลังดื่มน้ำเพราะกระหายถึงกับสะลัก เฌอร์รินรีบลูบหลังลูบไหล่ให้เพื่อนรักทันที“แกพูดจริงเหรอ เมื่อคืนนี้แสดงว่าเขาพูดจริง ไม่ได้พูดเพราะความเมา”“จริง”“เฮียโทบอกจะจีบแกจริงๆ รึ นึกว่าเฮียเมาเฉยๆ หรือพูดเพราะอยากเอา” ตรีชฎาย้ำ“อือ...” เพ
“ผมเป็นเพื่อนกับโทธวิทครับ”“แบบนี้นี่เอง”“เรียกเหมือนตรี เราจะได้สนิทสนมกันเร็วขึ้นยังไงนะครับ เฮียไม่ถือตัวนะครับ เป็นกันเองและอยากให้สาวๆเป็นกันเองกับเฮียเหมือนกัน”“เรียกลุงดีกว่า แก่แล้วไม่เจียม” ตรีชฎาสะบัดเสียงใส่“แน้... ยายตรีแกพูดเหมือนหวง งั้นฉันกับยายเพลงเรียกเฮียพริกเหมือนแกนะ” เฌอร์ร







