LOGINครอบครัวของนายหัวปฐวีเดินทางมาที่อำเภอหาดใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอำเภอจะนะ เพื่อมาเยี่ยมครอบครัวของนายหัวซัน ที่มีลูกชายกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง ทำให้เฒ่าแก่เขียวบ่นกับลูกชายว่าอยากอุ้มหลาน อยากมีหลานปู่กับเขาบ้าง ครอบครัวของนายหัวซันออกมาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
นิ๊กกี้ ณิชากร หญิงสาววัยกระเตาะอายุเพียงสิบแปดปี แต่ดูดีมีออร่า ผิวขาวสะอาดตา สูงราว 160 เซนติเมตร ตัดผมซอยสั้นสวยเก๋ ทำไฮไลท์สีแดงสดข้างละสามช่อบริเวณด้านหน้า ซึ่งมันเข้ากับรูปหน้าของเธอเป็นอย่างมาก ทำให้เธอดูน่าค้นหาขึ้นมาทันที นิ๊กกี้..เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากประมาณ สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง อะไรทำนองนั้น ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวด้วยกระมัง หญิงสาวจึงค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง เพราะพ่อแม่รักและตามใจเธอจึงได้โนสนโนแคร์ ไม่ว่าป้าข้างบ้านจะพูดถึงเธอยังไงนิ๊กกี้ก็ไม่สน เธอจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น พ่อแม่อย่าได้มาบังคับ เรียกได้ว่าสมเป็นสาวมั่นในยุค 5G เธอมีความมั่นใจในตัวเอง ไม่อ่อนปวกเปียก แต่ก็ไม่แข็งกระด้าง หญิงสาวมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ที่มีความเป็นผู้ใหญ่เสมอ แต่ถ้าคนคนนั้นร้ายกับเธอ เธอก็ไม่ยอมเหมือนกัน เรียกว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน เวลา 11 : 25 น. วันนี้นิ๊กกี้แต่งตัวสวย เธอใส่กางเกงยีนขาสั้นเสื้อยืดสายเดี่ยวมีลายการ์ตูนน่ารัก เดินมาหามารดาเพื่อขออนุญาตออกไปเที่ยว "แม่คะวันนี้หนูขออนุญาตออกไปเที่ยวนะคะ" "จะไปเที่ยวที่ไหน แล้วจะไปกันกี่คน" "นิ๊กกี้ไปคนเดียวค่ะแม่ จะไปเที่ยวเซ็นทรัล วันนี้มีของลดราคาหลายอย่างเลยนะคะ นิ๊กกี้อยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่ค่ะ ขอเงินหน่อยสิคะ" "จะเอาเท่าไหร่ล่ะ" "หนึ่งพันก็พอค่ะ" "จะพอเหรอลูกเงินแค่หนึ่งพัน เดี๋ยวนี้จะไปซื้ออะไรได้ ของแต่ละอย่างแพงๆ ทั้งนั้น แม่ให้นิ๊กกี้สามพันพอไหม" "ฮู้ววว...ให้เยอะจังเลยค่ะ พอเสียยิ่งกว่าพออีกจ้ะแม่ ขอบคุณมากนะคะแม่ นิ๊กกี้รักแม่ที่สุดเลย" มารดาของเธอน่ารักจังเลย นิ๊กกี้กระโดดหอมแก้มมารดา เธอจะใช้เงินที่แม่ให้ไม่หมดทั้งสามพันหรอกนะ เหลือจากซื้อเสื้อผ้าและของใช้จิปาถะเธอจะเก็บเอาไว้ ถึงเธอจะดูเปรี้ยว ดูเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่เธอก็ไม่ได้ใช้เงินเปลือง เข้าขั้นประหยัดด้วยซ้ำ เพราะเข้าใจว่าเงินหายาก มารดาใช้มือลูบศีรษะบุตรสาว "เที่ยวให้สนุกนะ" "ค่ะแม่..บายค่ะ" หญิงสาวออกมาเที่ยวห้าง หล่อนเดินทางมากับรถโดยสารประจำทาง ทั้งปลอดภัยและประหยัด เพราะค่ารถโดยสารราคาไม่สูงมาก ทั้งไปทั้งกลับตกอยู่ประมาณหนึ่งร้อยบาทเท่านั้นเอง "อากลับก่อนนะครับน้องโซ่คนเก่ง" นายหัวปฐวีบอกลาเด็กน้อยยิ้มเก่งที่ส่งเสียงอ้อแอ้ตลอดเวลา อยู่บนตักบิดา "แล้วมาหากันอีกนะ มีอะไรก็อย่าลืมส่งข่าวมาบอกฉัน" นายหัวซันบอกนายหัวปฐวี "พ่อกับแม่ว่างๆ เชิญมาเที่ยวที่นี่อีกนะครับ" "ได้จ้ะซัน..เอาไว้ว่างๆ พวกเราจะมาหาน้องโซ่อีกนะ เด็กอะไรน่ารักน่าชัง" ว่าแล้วคุณนายลดาก็หยิกหมับไปที่แก้มนุ่มนิ่มของน้องโซ่หนึ่งที เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ ส่งเสียงเอิ๊กอ๊ากเป็นการใหญ่ "พวกเราไปก่อนนะซัน ก่อนกลับจะนะว่าจะพาพ่อกับแม่ไปแวะห้างสักหน่อยนะ" "ขับรถดีๆ นะ" นายหัวซันตบบ่าเพื่อนรักก่อนจะหันไปทางบิดามารดาของนายหัวปฐวี "ขอบคุณมากที่มาเยี่ยมพวกเราที่นี่นะครับคุณพ่อคุณแม่" นายหัวซันยกมือไหว้บอกลาพ่อและแม่ของนายหัวปฐวี เพื่อนซี้กันมายาวนาน ทั้งคู่รับไหว้นายหัวซัน "จ้ะ..พวกเรากลับก่อนนะซัน" "ครับ" "ย่ากลับก่อนนะครับน้องโซ่" นายหัวซันเดินมาส่งทุกคนจนถึงรถ รอจนรถเคลื่อนตัวออกไปจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน ระหว่างที่กำลังเดินทางไปยังห้างดังที่เพิ่งมาเปิดใหม่ที่อำเภอหาดใหญ่ ชายสูงวัยก็เอ่ยขึ้นมา "ฉันอยากได้เหมือนน้องโซ่สักสามสี่คนนะ" นายหัวปฐวีกระตุกยิ้มมุมปาก พ่อเริ่มอีกแล้วสินะ....เหตุผลที่นิ๊กกี้ไม่สามารถอยู่บ้านตัวเองได้ก็เพราะบ้านโดนพ่อกับแม่ขายไปแล้วต้องย้ายออกเลย ณ เวลานั้น นายชวนติดหนี้การพนันจนแม้แต่บ้านก็ไม่มีให้อยู่ ครอบครัวของเธอสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นบุคคลล้มละลาย ติดหนี้จนไม่มีเงินใช้ ต้องหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน เวลา 11 : 00 น. วันจันทร์ ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาถึงบ้านของคุณนายลดา ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นมีรั้วกั้นรอบทิศทางตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณสองไร่กว่าๆ สมฐานะเศรษฐีเมืองใต้ผู้มีกิจการมากมายโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันนิตยาลงไปกดกระดิ่งหน้าบ้านเพื่อส่งสัญญาณให้คนในบ้านได้รับรู้ คนตัวเล็กหน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่นั่งรถมาจากหาดใหญ่ เธอไม่อยากมาอยู่ที่นี่เลยให้ตายเถอะ ติ๊ง..ต่อง..ติ๊ง..ต่อง..เสียงกรีดร้องของกระดิ่งดังขึ้นสามครั้ง คุณนายลดาเดินออกมาหน้าบ้านเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตัวเอง เพราะนิตยาได้โทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องที่จะฝากนิ๊กกี้ไว้ที่นี่สักระยะเมื่อสามวันก่อน คุณนายลดายิ้มอ่อนให้กับเพื่อนรักทั้งสองและลูกสาว "มากันแล้วเหรอคะ เข้าไป
หลายเดือนต่อมา...ชีวิตคนเรานี่หนาไม่มีอะไรแน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา อะไรที่ว่าแน่มันไม่ได้แน่เสมอไป อะไรที่คิดว่ามั่นคงวันหนึ่งกลับสั่นคลอนก็ได้ ตัวอย่างในทีวีก็มีให้เห็นกันมากมาย บริษัทยักษ์ใหญ่ล้มละลายกันเป็นระนาว ห้างร้านพากันปิดตัวลงเพราะทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว ลูกจ้างถูกเลิกจ้างเอาง่ายๆ ตกงานกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นเป็นความไม่แน่นอนของโลกธุรกิจ มีขึ้นมีลงผันผวนทุกวินาทีตามกลไกของดัชนีในตลาดโลก แตกต่างจากครอบครัวของนิ๊กกี้ ที่คนเป็นพ่อพลาดท่าเสียทีให้กับการพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัว หมดสิ้นทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องนำสมบัติออกขายทอดตลาดจนหมดเกลี้ยงนั่นก็ยังไม่พอจะใช้หนี้ที่มีให้หมดลงได้นายชวนสร้างภาระมากมาย ลุ่มหลงในอบายมุข เห็นผิดเป็นชอบสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองและครอบครัว หมดเนื้อหมดตัวในชั่วพริบตา เดี๋ยวนี้การพนันมันมาอยู่ในโลกออนไลน์ มีเงินเป็นสิบล้านก็หายได้ในชั่วข้ามคืนเหตุเกิดที่เย็นวันหนึ่ง นายชวนไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่บ้าน พรรคพวกเลยชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ ปั่นสล๊อตตาละไม่กี่ร้อย แทงไปแทงมา เงินเก็บใน
"แม่คะหนูไม่ไปไม่ได้เหรอคะ หนูอยากอยู่บ้านไม่อยากไปเลย ในงานคงจะมีแต่คนแก่ๆ ทั้งนั้นไม่เห็นจะสนุกตรงไหน" "ไม่ได้! งานนี้หนูต้องไป เพราะมันเป็นงานของคนสำคัญและอีกอย่างแม่จะได้แนะนำหนูให้เพื่อนของแม่รู้จักด้วย เขาเคยเห็นตอนหนูยังเล็กอยู่ ตอนโตยังไม่เคยเห็น อย่าเรื่องมากไปอาบน้ำเลยแต่งตัวสวยๆ ด้วยนะ "ค่ะแม่..น่ารำคาญงานคนแก่ใครจะอยากไปน่าเบื่อจะตายชัก ร้อนก็ร้อน นี่ไม่รู้ต้องไปนั่งปั้นหน้ายกมือไหว้คนโน้นคนนี้อีกกี่ชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน แม่นะแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย..โคตรเซ็ง"สาวน้อยบ่นกระปอดกระแปดเมื่อถูกบังคับให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อไปร่วมงานของคนสำคัญ..สำคัญขนาดไหนกันแม่ถึงบังคับให้เธอไป คงต้องมากสินะเธอลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวตามคำสั่งของผู้เป็นมารดา ขืนชักช้าเดี๋ยวโดนบ่นไปสามวันแปดวัน เธอขี้เกียจฟังสามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาร่วมงานเปิดกิจการใหม่ของเฒ่าแก่เขียวกับคุณนายลดาที่อำเภอจะนะ เส้นทางระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับอำเภอจะนะไม่ได้ไกลกันมาก หากเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว วันนี้นายหัวปฐวีแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษเพราะแขกผู้ใหญ่มาก
นิ๊กกี้ยังคงถ่ายคลิปเต้นคัฟเวอะ(cover) และลงรูปสวยๆ ในโซเชียลอยู่เป็นระยะ เจ้าของแอคเคาท์นิรนามโปรไฟล์รูปมดตะนอยตัวเล็กสีดำ ก็ยังตามคอมเมนต์จิกกัดเธออยู่ตลอดเวลา"ไอ้แอคเคาท์หลุมนั่นมันท่าจะบ้า เข้ามาเมนต์จิกกัดกันอยู่ได้ อยากจะบ้าตายรายวัน" เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน แอคเคาท์นิรนามคนนั้นก็ยังไม่หยุดเข้ามาเมนต์กวนประสาท จนตอนนี้นิ๊กกี้สุดจะทนกับไอ้นี่แล้ว "ถ้าแน่จริงมาเจอกันที่ร้านสเต๊กลุงหยิกหาดใหญ่ ห้าโมงเย็นวันจันทร์..ฉันจะรอ" เธอเมนต์ตอบกลับไป ร้านสเต๊กลุงหยิกหาดใหญ่ เวลา 16 : 00 น. นิ๊กกี้ตัดสินใจมาก่อนเวลาเพื่อมานั่งกินอาหารดื่มด่ำกับบรรยากาศในร้าน เพราะร้านสเต๊กลุงหยิกเพิ่งมาเปิดสาขาที่หาดใหญ่ได้ไม่นานลูกค้าเต็มร้านเลย หญิงสาวนั่งกินอาหารไปสักพักเธอจึงยกนาฬิกาขึ้นดู ตอนนี้เป็นเวลาสิบเจ็ดนาฬิกา (17 : 00 น.) พ่อสุดหล่อแอคเคาท์นิรนามก็ยังไม่มาสักที"คนอะไรนิสัยไม่ดี มาก็ไม่ตรงเวลา" นิ๊กกี้พึมพำออกมา เธอจะรอจนกว่าอาหารที่สั่งมาจะหมดจาน เธอถึงจะกลับบ้าน หญิงสาวนั่งเล่นโทรศัพท์แก้เซ็งไปพลางทานอาหารไปพลางระหว่างรอ "สวัสดีครับ" เสียงทุ้
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ณ โรงแรมชื่อดังในอำเภอหาดใหญ่ วันนี้ครอบครัวของนิ๊กกี้พากันออกมาเที่ยวในตัวเมืองหาดใหญ่ย่านซอยสาม หญิงสาวจองโรงแรมเอาไว้เพื่อพักค้างคืนกับพ่อแม่หนึ่งวัน เมื่อมาถึงโรงแรมได้สักพัก หญิงสาวก็นึกอยากจะลงไปเล่นน้ำ ที่นี่มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ไว้คอยให้บริการลูกค้าที่เข้ามาพักหลายสระ เธอจึงอยากจะลงไปเล่นบ้าง "วันนี้อากาศร้อนจังเลยค่ะ นิ๊กกี้ขอไปว่ายน้ำเล่นที่สระของโรงแรมได้ไหมคะ" "ได้สิจ๊ะ ลูกออกไปเล่นน้ำให้สบายใจ เดี๋ยวเย็นๆ เราจะไปเดินเล่นที่ตลาดซีกิมหยงหาดใหญ่กันนะ" "ได้ค่ะ..หนูไปเล่นน้ำไม่นานหรอกค่ะเดี๋ยวก็ขึ้นมา งั้นหนูไปก่อนนะคะ""จ้ะ"หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างถูกอกถูกใจเป็นอย่างมากเมื่อคนเป็นแม่ไม่ขัดใจ ส่วนคนเป็นพ่อท่านเป็นคนง่ายๆ แม่ว่ายังไงพ่อก็ว่าอย่างนั้นหญิงสาวเดินลงมายังสระว่ายน้ำ เธอเปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำทูพีชสีชมพูหวาน หนุ่มๆ บริเวณนั้นหันมองกันจนตาค้างเพราะความสวยสะดุดตา ก็เจ้าหล่อนผิวขาวมีออร่าแถมหน้าตาก็น่ารักน่าชัง ด้วยผมบ๊อบซอยสั้นที่ทำให้เธอดูเปรี้ยวซ่า หน้าอกหน้าใจใหญ่จนล้นทะลักออกมานอกบราแทบจะครึ่งเต้าเมื่อมาถึงสระ ก่อนที่
เมื่อทานอาหารจนอิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อย คุณนายลดาก็ชวนสามีและลูกชายไปเลือกซื้อของใช้ในครัวเรือนอีกสักหน่อย ก่อนจะเดินทางกลับอำเภอจะนะ ปฐวีและครอบครัวเดินลงบันไดเลื่อนเพื่อจะเดินทางกลับ ระหว่างที่ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนนั้น นางลดาก็ชวนลูกชายคุยเบาๆ "เด็กในร้านไก่ย่างคนเมื่อกี๊น่ารักดีนะ..วีว่ามั้ย" "น่ารักอะใช่ครับผมไม่เถียง แต่ผมว่าน่าจะเป็นเด็กใจแตก" คำว่าเด็กใจแตกปฐวีพูดกระแทกเสียงออกมาหนักๆ เพราะเขาไม่ชอบการแต่งตัวของเธอนัก นางลดาหันขวับไปทางบุตรชาย ต่อว่าบุตรชายที่พูดจาไม่น่ารัก "ทำไมวีพูดถึงเขาแบบนั้นล่ะ ไม่น่ารักเลยนะ น้องเขาออกจะน่ารัก" "ก็คุณแม่ดูการแต่งตัวของเธอสิครับ เสื้อสายเดี่ยวโชว์เนื้อหนังมังสา แล้วไหนจะกางเกงขาสั้นที่สั้นมาก จนแทบจะเห็นตูดเธอแล้วกระมัง น่ารักตรงไหนครับ แล้วผมก็ทำสีทำไฮไลท์ มีตรงไหนบ้างครับที่บ่งบอกว่าไม่ใช่เด็กใจแตกอะ ผมว่าชัวร์ร้อยเปอร์เซ็น ยัยนี่ต้องเป็นเด็กใจแตกแน่ๆ""นี่แหน่" คนเป็นแม่ตีแขนล่ำๆ ของบุตรชายไปหนักๆ หนึ่งครั้ง ข้อหาพูดจาไม่น่ารัก กลับถึงบ้านเธอจะจัดอบรมลูกชายสถานหนักว่าต้องให้เกียรติผู้หญิง คนเราไม่มีสิ







