LOGINเหตุผลที่นิ๊กกี้ไม่สามารถอยู่บ้านตัวเองได้ก็เพราะบ้านโดนพ่อกับแม่ขายไปแล้วต้องย้ายออกเลย ณ เวลานั้น นายชวนติดหนี้การพนันจนแม้แต่บ้านก็ไม่มีให้อยู่ ครอบครัวของเธอสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นบุคคลล้มละลาย ติดหนี้จนไม่มีเงินใช้ ต้องหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน
เวลา 11 : 00 น. วันจันทร์ ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาถึงบ้านของคุณนายลดา ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นมีรั้วกั้นรอบทิศทางตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณสองไร่กว่าๆ สมฐานะเศรษฐีเมืองใต้ผู้มีกิจการมากมายโดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน นิตยาลงไปกดกระดิ่งหน้าบ้านเพื่อส่งสัญญาณให้คนในบ้านได้รับรู้ คนตัวเล็กหน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่นั่งรถมาจากหาดใหญ่ เธอไม่อยากมาอยู่ที่นี่เลยให้ตายเถอะ ติ๊ง..ต่อง..ติ๊ง..ต่อง..เสียงกรีดร้องของกระดิ่งดังขึ้นสามครั้ง คุณนายลดาเดินออกมาหน้าบ้านเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตัวเอง เพราะนิตยาได้โทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องที่จะฝากนิ๊กกี้ไว้ที่นี่สักระยะเมื่อสามวันก่อน คุณนายลดายิ้มอ่อนให้กับเพื่อนรักทั้งสองและลูกสาว "มากันแล้วเหรอคะ เข้าไปข้างในก่อนดีมั้ย" "ไม่ล่ะค่ะพี่ลดาพวกเรารีบ กว่าจะไปถึงด่าน กว่าจะได้เข้าไปมาเลเซียอีกขืนช้าเดี๋ยวจะมืดค่ำกันพอดี ฝากนิ๊กกี้ด้วยนะคะ" "ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะนิต พี่จะดูแลนิ๊กกี้อย่างดี" "ขอบคุณมากค่ะพี่ บุญคุณครั้งนี้นิตจะไม่มีวันลืม" นิตยาปราบปลื้มยิ่งนักที่เพื่อนรักไม่ทิ้งกันในยามที่เธอตกระกำลำบาก เด็กสาวลากกระเป๋าเดินทางเอามาไว้ข้างๆ ด้วยตัวเองสะพายกระเป๋าเป้เอาไว้ด้านหลัง ดวงตาแดงก่ำเพราะต้องมาอยู่ที่นี่ตามลำพัง เธอยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ข้างๆ มารดา คุณนายลดาเดินเข้ามาหา ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ หญิงชราจับมือเธอเอาไว้ ชักชวนให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน "เข้าไปในบ้านกับป้านะ" นิตยาร้องสั่งอีกแรง "เข้าไปสิจ๊ะนิ๊กกี้ หนูต้องอยู่ที่นี่กับป้าลดา พ่อกับแม่ต้องไปแล้วนะ" นิตยาปาดน้ำตาที่กำลังหลั่งออกมาอย่างห้ามไม่ได้ สาวน้อยตกใจเมื่อหันไปเห็นแม่กำลังร้องไห้อยู่พอดี "นี่แม่ร้องไห้ทำไมคะ ไม่กี่วันแม่ก็กลับไม่ใช่เหรอ" คำถามของเธอทำให้คนเป็นแม่เอ๋อรับประทาน ผู้ใหญ่สามคนหันมองหน้ากัน รู้สึกอึดอัดกับคำถามเพราะพ่อกับแม่เธอไปแล้วจะไม่กลับมาจนกว่าเรื่องจะซาลง และเจ้าหนี้นอกระบบไม่มาตามราวี บอกไม่ได้เหมือนกันว่าจะอีกกี่ปี หรืออาจจะต้องหลบหนีอยู่อย่างนี้ตลอดชีวิตก็ได้ คนเป็นแม่น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเพราะสุดจะกลั้น นิตยาปาดน้ำตาก่อนจะตอบคำถาม "พ่อกับแม่ไปไม่นานหรอกจ้ะ ติดต่อธุระเสร็จพวกเราจะรีบกลับมาหาหนูนะ" "ค่ะ" เธอฝืนยิ้มให้มารดาหนึ่งครั้ง "แม่ไปก่อนนะ" นิตยาโอบกอดบุตรสาวด้วยความรัก เช็ดน้ำตาก่อนจะกล่าวลาและฝากฝังบุตรสาวกับคุณนายลดาอีกครั้ง "นิตไปก่อนนะคะพี่ลดา ฝากนิ๊กกี้ด้วยนะคะ" "จ้ะนิต..พี่จะดูแลนิ๊กกี้อย่างดีพี่สัญญา ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดินทางปลอดภัยจ้ะ" "ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่ลดา..." หญิงชราพยักหน้า "พ่อกับแม่ไปล่ะนะนิ๊กกี้ ทำตัวดีๆ อย่าทำให้ป้าลดาหนักใจ" คนเป็นพ่อบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบ "ค่ะพ่อ" นายชวนและนิตยาขับรถออกไปแล้ว นิ๊กกี้เดินตามคุณนายลดาเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางหงอยเหงา มือหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง ส่วนอีกข้างอยู่ในอุ้งมือของหญิงชราที่ดูท่าทางใจดีกับเธอมาก คุณนายลดาหันมาถามเมื่อเห็นว่าเธอดูเศร้าไป "เป็นอะไรไปจ๊ะนิ๊กกี้ พ่อกับแม่ไปธุระเดี๋ยวก็กลับมา หนูอย่าเศร้าไปเลยนะ" "ค่ะ" เธอตอบคุณนายลดาแค่นั้น จะไม่ให้เธอเศร้าได้อย่างไรกัน ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยห่างพ่อแม่เลยสักครั้ง "เดี๋ยวป้าจะพาหนูไปดูห้องพักนะ ทำตัวตามสบายไม่ต้องเกรงใจ ป้ารักหนูเหมือนรักพี่วีนั่นแหละ" คุณนายลดายิ้มหวานให้เธอหนึ่งครั้ง นิ๊กกี้เดินตามไปยังห้องพักแขก บ้านของนายหัวปฐวีเป็นบ้านหลังใหญ่มีห้องพักสำหรับแขกสามห้องแต่ละห้องก็สะดวกสบาย มีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน "นิ๊กกี้อยู่ห้องนี้แล้วกันนะจ๊ะ เข้าไปดูข้างในก่อนก็ได้ ถ้าไม่ถูกใจหนูเลือกพักห้องไหนก็ได้ป้าตามใจหนูทั้งนั้น" "นิ๊กกี้พักห้องนี้ได้ค่ะคุณป้า" หญิงชราพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นหนูเอาเสื้อผ้าไปเก็บในห้องให้เรียบร้อยนะ พักผ่อนให้สบาย ป้าขอตัวไปเตรียมอาหารเที่ยงก่อน อีกเดี๋ยวพี่วีจะกลับมากินข้าวเที่ยงกับเรา เตรียมเสร็จเดี๋ยวป้าจะมาเรียกหนูไปกินข้าวนะ" "ได้ค่ะคุณป้า ว่าแต่ให้หนูไปช่วยคุณป้าทำกับข้าวดีไหมคะ" "ไม่ต้องหรอกจ้ะ ป้าทำแป๊บเดียวก็เสร็จ หนูพักผ่อนเถอะ" "ค่ะคุณป้า" นิ๊กกี้เดินเข้าไปในห้องพัก หล่อนเก็บเสื้อผ้ากับของใช้กระจุกกระจิกที่นำติดตัวมาจัดเข้าที่ เปิดมือถือฟังเพลงนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอน หลับตาลงพักผ่อนตามอัธยาสัย เธอเริ่มจะทำใจได้เพราะเข้าใจว่าพ่อแม่ต้องไปทำงาน และอีกไม่กี่วันก็คงจะกลับ เธอหลับตาลงเคลิ้มหลับเพราะความเหนื่อยล้า และอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา... ก๊อก ก๊อก ก๊อก..เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นสามครั้ง หญิงสาวเงี่ยหูฟังแต่ไม่พูดอะไรออกมา เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก..เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกสามครั้ง คราวนี้มีเสียงเรียกตามหลังแต่ไม่ใช่เสียงของป้าลดา เธอยังเงียบจนกว่าจะแน่ใจว่าเป็นเสียงของใคร "นิ๊กกี้" ชายหนุ่มแทบทนไม่ไหวให้คนข้างในขานรับ เขาเรียกเธอมาสองครั้งแล้วนะ เคาะประตูห้องหลายครั้งแล้วด้วย แต่ดูเอาเถอะป่านนี้เธอยังไม่ลุกขึ้นมาเปิด "นิ๊กกี้..แม่ให้มาตามไปกินข้าวได้ยินที่ผมเรียกหรือเปล่า..นิ๊กกี้" ปฐวีเคาะประตูเรียกเธออีกครั้ง คราวนี้ประตูถูกแย้มเปิดออกจนกว้าง พร้อมใบหน้าของหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ใส่เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้นยืนเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วกำลังเป่าให้เป็นลูกโป่งโผล่มาที่หน้าประตู ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่งขึ้นทันที มองไปที่นิ๊กกี้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ปลายเท้าจรดหัวอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง "ไม่รู้จักกาลเทศะ" เขาว่าพร้อมกับส่งสายตามาอย่างคาดโทษ หญิงสาวสบตาไม่มีหลบ "ว่าใครไม่ทราบ" เธอเป่าหมากฝรั่งออกมาให้เป็นลูกโป่งอีกครั้ง มันโตจนแตกบนริมฝีปากรูปกระจับ ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะพ่นคำพูดถากถาง "ว่าเธอนั่นแหละยัยเด็กใจแตก ดูแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าสิ เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้น มันสั้นมาก ยาวกว่านี้ไม่มีเหรอแม่คุณ" นิ๊กกี้ฉุนแล้วอีตาลุงนี่มายุ่งอะไรกับการแต่งตัวของเธอกันล่ะ สองครั้งแล้วนะ เธอตอบเสียงสะบัดใบหน้าเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น "ไม่มี..มีแต่แบบนี้แล้วจะทำไม" "ก็ไม่ทำไมหรอก ใส่ในบ้านอะไม่เป็นไร แต่ถ้าใส่ออกไปข้างนอกก็ไม่แน่ใจว่าจะได้กลับเข้าบ้านมาหรือเปล่า เตือนแล้วนะ..." คนตัวโตไม่พูดเปล่าเขาขยิบตาใส่เธอหนึ่งครั้ง คนตัวเล็กหยุดเคี้ยวหมากฝรั่งทันทีจ้องมองปฐวีตาเขม็ง ก่อนจะเปล่งคำพูดออกมา "ฉันไม่กลัวหรอกย่ะ อย่ามาขู่เสียให้ยากเลย" "ไม่กลัวก็ตามใจ อย่ามาร้องไห้ฟูมฟายทีหลังแล้วกัน แล้วนี่จะไปกินข้าวได้หรือยัง แม่ให้มาตามไปกินข้าว พ่อกับแม่รออยู่" นิ๊กกี้ทำหน้าบูดใส่คนตัวโตเป็นการใหญ่ เห็นว่าโตกว่าเลยคิดว่าขู่กันได้สินะ คุณคิดผิดเสียแล้วละนายปฐวี นิ๊กกี้เดินตามปฐวีไปที่โต๊ะกินข้าว มีเฒ่าแก่เขียวนั่งอยู่หัวโต๊ะ คุณนายลดานั่งอยู่ข้างๆ บนโต๊ะมีอาหารอยู่ไม่กี่อย่าง เฒ่าแก่เขียวส่งยิ้มให้เธอจางๆ เมื่อเห็นสาวน้อยเดินมากับปฐวี "สวัสดีค่ะคุณลุง" "สวัสดีจ้ะหนู ตามสบายเถอะลูกไม่ต้องเกรงใจ คนกันเองทั้งนั้น" "ขอบคุณค่ะ" "นิ๊กกี้ไปนั่งข้างพี่วีตรงนั้นนะจ๊ะ เดี๋ยวป้าตักข้าวให้นะ วันนี้มีผัดเผ็ดหมูกับไข่ดาว หนูกินเผ็ดได้ไหมลูก" "กินได้ค่ะคุณป้า" คุณนายลดาพยักหน้า "ดีจ้ะ งั้นกินข้าวกันเลยดีกว่าเนาะ..วีตักผัดเผ็ดให้น้องสิลูก" คุณนายลดาหันมากล่าวกับลูกชายให้ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี ปฐวีตักผัดเผ็ดให้นิ๊กกี้พร้อมไข่ดาวหนึ่งฟอง นิ๊กกี้เลื่อนจานให้พร้อมกล่าวขอบคุณ ตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างว่าง่าย มันเผ็ดแต่อร่อย หล่อนทานผัดเผ็ดเข้าไปเพียงคำเดียวเท่านั้นก็ถึงกับต้องกินน้ำตามหนึ่งแก้ว ปฐวีชำเลืองมองตามเมื่อเห็นเด็กดื้อดื่มน้ำทีเดียวหมดแก้ว ว่าแล้วเชียวว่าต้องกินเผ็ดไม่ได้แต่อวดเก่งอีกตามเคย "กินเผ็ดไม่ได้ก็อย่าฝืน กินกับไข่ดาวสิ บ้านเรากินเผ็ดมาก อาจจะมากกว่าเธอสามเท่าเลยมั้ง จะเอานมมั้ยเดี๋ยวไปเอามาให้ กินนมตามจะหายเผ็ดเร็วจะเอาหรือเปล่า" "เอาค่ะ" หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่าย หล่อนเผ็ดจนร้อนไปถึงคอหอย ปฐวีลุกขึ้นเดินไปหยิบนมมายื่นให้เธอหนึ่งกล่อง เธอรับไว้แล้วรีบดื่มทันที เพียงไม่นานอาการเผ็ดร้อนที่มีก็เริ่มทุเลาลง ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ หญิงสาว ปรายตามองหล่อนอยู่เป็นระยะ เขาตักไข่ดาวเข้าปาก ใช้ช้อนกลางตักไข่ดาวไปวางให้เธอในจาน "กินซะ" "ค่ะ" เฒ่าแก่เขียวและคุณนายลดาหันมองหน้ากัน ทั้งคู่เผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกัน ชายชรากระตุกยิ้มมุมปากมองหน้าภรรยาแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอีกครั้ง สองสามีภรรยาที่มองตาก็รู้ใจ รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดและรู้สึกเช่นไรถูกใจกับการกระทำของปฐวี คราวนี้สงสัยเฒ่าแก่เขียวจะได้ลูกสะใภ้สมใจสักทีแบบนี้มันมีลุ้น......ชายหนุ่มประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง แทรกลิ้นร้อนควานหาความหวานดูดดึงชิวหาอุ่นซ่านอย่างย่ามใจ สองมือหนาประคองเต้าอวบเอาไว้ออกแรงขยำอย่างไม่ปรานีปราศัยจนคนตัวเล็กห่อไหล่ อยากจะดิ้นหนีก็ดิ้นไม่ได้เพราะเขากดตรึงเธอไว้ทั้งตัวเขาปล่อยมือออกจากเต้าอวบหนึ่งข้าง เลื่อนลงมาด้านล่างลูบไล้ไปทั่วเนินสวาทที่มีขนอ่อนปกคลุมบางๆ ชายหนุ่มก้มหน้าลงต่ำซุกไซ้ใบหน้าคมคร้ามไปตามลำคอ เขาจูบซับไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกซุกซนเลื่อนไปจุมพิตพวงแก้มที่หอมละมุนของเธอหนึ่งครั้ง ก่อนจะครอบครองปลายยอดปทุมถันที่เริ่มจะชูชันแข็งขึ้นเป็นไตเมื่อถูกกระตุ้นด้วยไฟราคะชายหนุ่มขยับริมฝีปากอ้าปากงับยอดปทุมถันอีกข้าง ดูดดึงราวหิวกระหายก็ไม่ปาน เรียวลิ้นไล้เลียกระดกไปบนเม็ดทับทิมสีชมพูหวานจนร่างบางร้องคราง ส่งเสียงออกมาตามธรรมชาติ แต่แล้วหล่อนก็ขืนตัวเอาไว้อีกครั้งเพราะไม่อยากสูญเสียพรหมจรรย์"พี่วีปล่อยกี้ไปเถอะนะคะ"หล่อนขอร้องอ้อนวอนเขาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่หัวสมองกำลังหมุนคว้าง หล่อนรู้สึกวูบวาบไปถึงไขสันหลัง ร่างกายกำลังเพลิดเพลินไปกับรสสวาทที่ถูกกระตุ้นอย่างไม่หยุดพักดวงตาคมดุจ
นิ๊กกี้นั่งกินข้าวมันไก่อยู่ในครัว ส่วนปฐวีเดินขึ้นไปที่ห้องส่วนตัวชั้นบน เขาหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดฝักบัวอาบน้ำอย่างสบายใจ วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน ต้องคุมคนงานตัดปาล์มน้ำมันตั้งแต่เช้า ก่อนกลับก็ต้องแวะไปต่อคิวที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าดังตั้งนานกว่าจะได้กลับบ้าน ทำไมเขาต้องยอมทำอะไรแบบนี้เพื่อเด็กคนนั้นปฐวีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อาจจะเพราะสงสารที่หล่อนไม่มีพ่อแม่คอยอยู่ดูแลแล้วกระมังร่างสูงชะโลมครีมอาบน้ำไปทั่วแผ่นหลังทรงพลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่น ลูบไล้ไปทั่วหน้าท้องที่มีซิกแพ็กหกลูกช้าๆ สายน้ำจากฝักบัวค่อยๆ ไหลลงมาชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลจากการทำงานชายหนุ่มออกจากห้องน้ำด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาสวมชุดนอนสบายๆ กางเกงผ้าแพรขายาวสีกรมท่ากับเสื้อยึดคอกลมสีขาว เดินลงมาชั้นล่างมองเห็นหญิงสาวยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่ซิงค์ล้างจาน ร่างสูงจ้องมองแผ่นหลังบอบบางจากทางด้านหลัง เธอกำลังล้างจานอยู่สินะแต่ทำไมฟองน้ำยาล้างจานถึงได้ล้นออกมานอกอ่างอย่างนั้นล่ะ ยัยนี่ใส่น้ำยาล้างจานไปจนหมดขวดหรือไงนะฟองถึงได้เยอะขนาดนี้ มันน่าจับตีก้นสักทีสองทีเด็กอะไรไ
2 วันต่อมา....ปฐวีออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะวันนี้เขาต้องคุมคนงานตัดปาล์มน้ำมันล็อตใหญ่ ร่างสูงก้าวเดินฉับๆ ไปหาคนงานชายที่ยืนตัดปาล์มอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น"ไอ้ชาติ..ไอ้ยักษ์อยู่ไหนวะ""ไม่ทราบครับนายหัว""งั้นมึงไปตามไอ้ยักษ์ให้มารายงานตัวกับกูหน่อย..กูมีงานจะให้มันทำ""ได้ครับ"นายชาติก้าวเดินไปจากตรงนั้นรีบตามหายักษ์ทันที ปฐวีนั่งลงบนเก้าอี้ใต้เพิงพัก ไม่นานชาติกับยักษ์ก็เดินกลับมา"ผมมารายงานตัวแล้วครับ นายหัวมีอะไรจะใช้ผมเหรอครับ" ยักษ์เอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึงเจ้านาย"เดี๋ยวมึงขับรถกลับไปที่บ้านกูหน่อย คุมคนงานที่ลานไม้จนถึงเที่ยงแล้วค่อยกลับมา กูไม่ค่อยไว้ใจคนงานต่างด้าวที่เพิ่งรับเข้ามาสักเท่าไหร่""ได้ครับนายห้ว"ยักษ์เป็นลูกน้องมือขวาของนายหัวปฐวี เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดิบเถื่อนเหมือนโจรใต้ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำจนเกือบดำ ไว้หนวดไว้เครารุงรังไม่ต่างกับมหาโจร คนงานทุกคนล้วนเกรงอกเกรงใจรองลงมาจากเจ้านายเลยทีเดียวยักษ์ขับรถเลี้ยวเข้ามาในบ้านเพื่อคุมคนงานตามคำสั
เหตุผลที่นิ๊กกี้ไม่สามารถอยู่บ้านตัวเองได้ก็เพราะบ้านโดนพ่อกับแม่ขายไปแล้วต้องย้ายออกเลย ณ เวลานั้น นายชวนติดหนี้การพนันจนแม้แต่บ้านก็ไม่มีให้อยู่ ครอบครัวของเธอสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นบุคคลล้มละลาย ติดหนี้จนไม่มีเงินใช้ ต้องหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน เวลา 11 : 00 น. วันจันทร์ ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาถึงบ้านของคุณนายลดา ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นมีรั้วกั้นรอบทิศทางตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณสองไร่กว่าๆ สมฐานะเศรษฐีเมืองใต้ผู้มีกิจการมากมายโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันนิตยาลงไปกดกระดิ่งหน้าบ้านเพื่อส่งสัญญาณให้คนในบ้านได้รับรู้ คนตัวเล็กหน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่นั่งรถมาจากหาดใหญ่ เธอไม่อยากมาอยู่ที่นี่เลยให้ตายเถอะ ติ๊ง..ต่อง..ติ๊ง..ต่อง..เสียงกรีดร้องของกระดิ่งดังขึ้นสามครั้ง คุณนายลดาเดินออกมาหน้าบ้านเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตัวเอง เพราะนิตยาได้โทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องที่จะฝากนิ๊กกี้ไว้ที่นี่สักระยะเมื่อสามวันก่อน คุณนายลดายิ้มอ่อนให้กับเพื่อนรักทั้งสองและลูกสาว "มากันแล้วเหรอคะ เข้าไป
หลายเดือนต่อมา...ชีวิตคนเรานี่หนาไม่มีอะไรแน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา อะไรที่ว่าแน่มันไม่ได้แน่เสมอไป อะไรที่คิดว่ามั่นคงวันหนึ่งกลับสั่นคลอนก็ได้ ตัวอย่างในทีวีก็มีให้เห็นกันมากมาย บริษัทยักษ์ใหญ่ล้มละลายกันเป็นระนาว ห้างร้านพากันปิดตัวลงเพราะทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว ลูกจ้างถูกเลิกจ้างเอาง่ายๆ ตกงานกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นเป็นความไม่แน่นอนของโลกธุรกิจ มีขึ้นมีลงผันผวนทุกวินาทีตามกลไกของดัชนีในตลาดโลก แตกต่างจากครอบครัวของนิ๊กกี้ ที่คนเป็นพ่อพลาดท่าเสียทีให้กับการพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัว หมดสิ้นทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องนำสมบัติออกขายทอดตลาดจนหมดเกลี้ยงนั่นก็ยังไม่พอจะใช้หนี้ที่มีให้หมดลงได้นายชวนสร้างภาระมากมาย ลุ่มหลงในอบายมุข เห็นผิดเป็นชอบสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองและครอบครัว หมดเนื้อหมดตัวในชั่วพริบตา เดี๋ยวนี้การพนันมันมาอยู่ในโลกออนไลน์ มีเงินเป็นสิบล้านก็หายได้ในชั่วข้ามคืนเหตุเกิดที่เย็นวันหนึ่ง นายชวนไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่บ้าน พรรคพวกเลยชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ ปั่นสล๊อตตาละไม่กี่ร้อย แทงไปแทงมา เงินเก็บใน
"แม่คะหนูไม่ไปไม่ได้เหรอคะ หนูอยากอยู่บ้านไม่อยากไปเลย ในงานคงจะมีแต่คนแก่ๆ ทั้งนั้นไม่เห็นจะสนุกตรงไหน" "ไม่ได้! งานนี้หนูต้องไป เพราะมันเป็นงานของคนสำคัญและอีกอย่างแม่จะได้แนะนำหนูให้เพื่อนของแม่รู้จักด้วย เขาเคยเห็นตอนหนูยังเล็กอยู่ ตอนโตยังไม่เคยเห็น อย่าเรื่องมากไปอาบน้ำเลยแต่งตัวสวยๆ ด้วยนะ "ค่ะแม่..น่ารำคาญงานคนแก่ใครจะอยากไปน่าเบื่อจะตายชัก ร้อนก็ร้อน นี่ไม่รู้ต้องไปนั่งปั้นหน้ายกมือไหว้คนโน้นคนนี้อีกกี่ชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน แม่นะแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย..โคตรเซ็ง"สาวน้อยบ่นกระปอดกระแปดเมื่อถูกบังคับให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อไปร่วมงานของคนสำคัญ..สำคัญขนาดไหนกันแม่ถึงบังคับให้เธอไป คงต้องมากสินะเธอลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวตามคำสั่งของผู้เป็นมารดา ขืนชักช้าเดี๋ยวโดนบ่นไปสามวันแปดวัน เธอขี้เกียจฟังสามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาร่วมงานเปิดกิจการใหม่ของเฒ่าแก่เขียวกับคุณนายลดาที่อำเภอจะนะ เส้นทางระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับอำเภอจะนะไม่ได้ไกลกันมาก หากเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว วันนี้นายหัวปฐวีแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษเพราะแขกผู้ใหญ่มาก







