INICIAR SESIÓN"แม่คะหนูไม่ไปไม่ได้เหรอคะ หนูอยากอยู่บ้านไม่อยากไปเลย ในงานคงจะมีแต่คนแก่ๆ ทั้งนั้นไม่เห็นจะสนุกตรงไหน"
"ไม่ได้! งานนี้หนูต้องไป เพราะมันเป็นงานของคนสำคัญและอีกอย่างแม่จะได้แนะนำหนูให้เพื่อนของแม่รู้จักด้วย เขาเคยเห็นตอนหนูยังเล็กอยู่ ตอนโตยังไม่เคยเห็น อย่าเรื่องมากไปอาบน้ำเลยแต่งตัวสวยๆ ด้วยนะ "ค่ะแม่..น่ารำคาญงานคนแก่ใครจะอยากไปน่าเบื่อจะตายชัก ร้อนก็ร้อน นี่ไม่รู้ต้องไปนั่งปั้นหน้ายกมือไหว้คนโน้นคนนี้อีกกี่ชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน แม่นะแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย..โคตรเซ็ง" สาวน้อยบ่นกระปอดกระแปดเมื่อถูกบังคับให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อไปร่วมงานของคนสำคัญ..สำคัญขนาดไหนกันแม่ถึงบังคับให้เธอไป คงต้องมากสินะ เธอลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวตามคำสั่งของผู้เป็นมารดา ขืนชักช้าเดี๋ยวโดนบ่นไปสามวันแปดวัน เธอขี้เกียจฟัง สามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาร่วมงานเปิดกิจการใหม่ของเฒ่าแก่เขียวกับคุณนายลดาที่อำเภอจะนะ เส้นทางระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับอำเภอจะนะไม่ได้ไกลกันมาก หากเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว วันนี้นายหัวปฐวีแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษเพราะแขกผู้ใหญ่มากันเยอะก็ต้องเนี๊ยบกันหน่อย ไม่ต้องถึงกับใส่สูทผูกไทหรอก แค่ให้ดูดีประมาณหนึ่งก็พอ ก็คนมันหล่ออยู่แล้ว ใส่อะไรก็ดูดีไปหมด นายชวน นางนิตยาและนิ๊กกี้ เดินทางมาถึงยังสถานที่จัดงานเลี้ยง เฒ่าแก่เขียวเดินออกมาต้อนรับถึงรถ "สวัสดีครับเฒ่าแก่เขียว" "สวัสดีครับ..เชิญข้างในก่อนครับ รับประทานอาหารให้อิ่มหนำสำราญแล้วค่อยกลับนะ หรือจะค้างคืนที่นี่ก็ดี" ทั้งสองพูดจากันด้วยความเป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน แค่พักหลังไม่ค่อยได้เจอกัน เฒ่าแก่เขียวหันมองไปทางหญิงสาวต่างวัยสองคนด้านหลังแล้วเอ่ยทัก "สวัสดีครับน้องนิตยา" ทักคนเป็นแม่เสร็จเฒ่าแก่เขียวก็หันมองสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่ยืนอยู่ใกล้ๆ นิตยาภรรยาของชวน "นิ๊กกี้สวัสดีเฒ่าแก่เขียวสิลูก" นายชวนเอ่ยบอกลูกสาว ก่อนจะแนะนำลูกสาวให้เพื่อนรุ่นพี่รู้จัก "นี่นิ๊กกี้ลูกสาวผมเองครับ" นายชวนแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน เพราะเฒ่าแก่เขียวไม่ได้เจอกับครอบครัวเขามานาน อาจจะจำลูกสาวของเขาไม่ได้ เพราะตอนนี้นิ๊กกี้เป็นสาวเต็มวัยไม่ใช่เด็กแล้วเฒ่าแก่เขียวต้องจำไม่ได้แน่นอน ชายสูงวัยหันมาส่งยิ้มอ่อนให้เด็กสาวที่สวยราวนางฟ้า เพ่งพินิจอย่างพิจารณาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอเด็กคนนี้ที่ไหนแต่แล้วก็จำไม่ได้ แต่นิ๊กกี้จำได้ว่าเคยเจอชายสูงวัยคนนี้ที่ร้านไก่ย่างชื่อดังในห้างวันนั้น เธอยกมือขึ้นไหว้ชายสูงวัยตามมารยาท "สวัสดีค่ะคุณลุง เราเคยเจอกันแล้วที่เซ็นทรัล คุณลุงจำได้ไหมคะ" เฒ่าแก่เขียวนิ่งคิดอยู่สักพักจึงจำเธอได้ ว่าสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้เขาเคยเจอที่ไหน "อ๋อใช่..ลุงจำหนูได้แล้ว โลกมันกลมจริงๆ เลยนะ เข้าไปในงานกันดีกว่าจะได้ทานข้าวทานปลา ตามสบายเลยนะขาดเหลืออะไรบอกเด็กๆ พนักงานเสิร์ฟได้เลย เดี๋ยวผมขอตัวรับแขกคนอื่นก่อน" เฒ่าแก่เขียวหันมาบอกนายชวนก่อนจะเดินจากไปเพื่อรับแขกผู้มาเยือนคนต่อไป ซึ่งงานนี้เป็นงานใหญ่แขกเหรื่อมากันมากมาย เจ้าภาพจัดเลี้ยงโต๊ะจีนตลอดทั้งวัน สามคนพ่อแม่ลูกพากันมานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็นำน้ำและอาหารมาเสิร์ฟ คุณนายลดาหันมาเห็นนิตยาก็รีบเดินมาทักทายด้วยความคิดถึงระคนดีใจเพราะไม่ได้เจอกันนาน "สวัสดีจ๊ะนิตมาถึงนานหรือยัง" "สวัสดีค่ะพี่ลดา..เพิ่งมาถึงค่ะ" "คุณชวนสวัสดีค่ะ..สบายดีกันทั้งครอบครัวนะคะ" "สวัสดีครับพี่ลดา..พวกเราสบายดีครับ นี่นิ๊กกี้ลูกสาวผมครับ" ชวนหันกลับมาทางลูกสาวแนะนำลูกสาวให้เพื่อนรุ่นพี่รู้จัก "นิ๊กกี้สวัสดีป้าลดาสิจ๊ะ" มารดากล่าวสำทับอีกแรง สาวน้อยพนมมือขึ้นไหว้หญิงสูงวัย ซึ่งเธอก็จำได้ว่าเคยเจอที่ร้านไก่ในห้างดัง หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบขึ้นมากะทันหันหวังว่าเธอคงไม่เจอแจ็คพอตนะ ยิ่งคิดหัวใจก็ยิ่งสั่น "สวัสดีค่ะป้าลดา" "สวัสดีจ้ะ" ลดายกมือรับไหว้สาวน้อยหน้าตาน่ารักซึ่งเป็นบุตรสาวของเพื่อนรัก "นี่หนูนิ๊กกี้หรือจ๊ะ โตเป็นสาวแล้วสวยมากถอดแบบแม่มาเลยนะ" "ขอบคุณค่ะ" "ทานอาหารกันให้อิ่มๆ นะคะ อาหารอร่อยทั้งนั้นเติมได้ไม่อั้น" "ขอบคุณค่ะพี่ลดา..แล้วตาวีล่ะคะ นิตไม่เห็นตาวีเลยค่ะ" "ตาวีรับแขกอยู่ทางโน้นน่ะจ้ะ เดี๋ยวพี่ไปตามให้นะ" "ค่ะพี่ลดา" คุณนายลดาเดินมาหาบุตรชายเพื่อให้ไปทักทายเพื่อนรัก "วี..วีครับ ไปกับแม่หน่อยสิจ๊ะ" "คุณแม่มีอะไรจะใช้ผมเหรอครับ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วฉับขึ้นที "แม่ไม่มีอะไรจะใช้วีหรอกจ้ะ แค่อยากให้ไปพบเพื่อนแม่หน่อยนะ อาชวนกับอานิตยาวีจำได้ไหมจ๊ะ" "จำได้ครับ ไม่ได้เจอสองท่านนานแล้วเหมือนกันนะครับ" "จ้ะ..นานมาก นานจนน้องนิ๊กกี้โตเป็นสาวแล้วละ" "ลูกสาวของอานิตยาเหรอครับ" "ใช่จ้ะ..แม่ว่าเรารีบเดินไปหาพวกเขากันเถอะนะ อย่าปล่อยให้แขกคอยนานมันเสียมารยาท" สองแม่ลูกเดินกลับมายังโต๊ะของนิตยาซึ่งตอนนี้ได้เริ่มรับประทานอาหารกันแล้ว "ตาวีมาแล้วค่ะ" คุณนายลดาร้องทัก สามคนพ่อแม่ลูกเงยหน้าขึ้นจากจานอาหาร "คุณอาสวัสดีครับ" ปฐวียกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่สองคนที่นั่งใกล้กัน ปรายตามองเด็กสาวที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ปฐวียกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานนั่นชัดๆ แต่ดวงตากลมโตก็จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ พร้อมชักสีหน้าบอกบุญไม่รับ "นี่น้องนิ๊กกี้จ้ะลูกสาวอา..นิ๊กกี้สวัสดีพี่วีสิจ๊ะ" ปฐวีกระตุกยิ้มมุมปากที่แท้เธอก็เป็นลูกสาวของอานิตยา หญิงสาวพนมมือขึ้นไหว้อย่างไม่ให้เสียมารยาทพร้อมเอ่ยทัก แสร้งทำเป็นไม่รู้จัก "สวัสดีค่ะพี่วี" "สวัสดีครับ" "สองคนรู้จักกันไว้นะจ๊ะ ไม่ได้เจอกันนานมากวีคงจำน้องไม่ได้" "ใช่ครับ..ผมจำน้องไม่ได้จริงๆ แต่เราเคยเจอกันนะครับคุณอา ใช่มั้ยจ๊ะนิ๊กกี้" ปฐวีเริ่มเปิดศึกแล้วสินะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าคมคร้ามด้วยแววตาดุ "หนูเคยเจอกับพี่วีที่ไหนเหรอลูก" นิตยาเอ่ยถาม "ในห้างค่ะ เราบังเอิญเจอกัน" "จริงด้วยสินะ ป้าก็คลับคล้ายคลับคลาว่าป้าเคยเห็นหน้าหนูที่ไหน ตอนนี้ป้าจำได้แล้วล่ะจ้ะ" คุณนายลดากล่าวสำทับก่อนจะฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง "ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับน้องนิ๊กกี้" (แต่ฉันไม่ยินดีที่ได้เจอคุณหรอกย่ะ) สาวน้อยพึมพำใบหน้างอง้ำก่อนจะแสร้งทำใบหน้าบ้องแบ๊วราวลูกกวาง "ยินดีเช่นกันค่ะพี่วี" ปฐวีกระตุกยิ้มขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวทำท่าทีแบบนั้น เขาอยากจะหัวเราะขำ โถ..คงจะฝืนใจมากสินะ แม่สาวเอวลอยกางเกงโหลดต่ำ แทบจะเห็นไปถึงหมีน้อยแล้วกระมัง เด็กอะไรแต่งตัวล่อตะเข้ชะมัดมันน่าจับฟัดซะให้เข็ด.... สามคนพ่อแม่ลูกกินเลี้ยงเสร็จก็เดินทางกลับบ้าน ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถนั้นมารดาก็พูดยกยอปอปั้นปฐวีเป็นการใหญ่ ว่าชายหนุ่มช่างเป็นหนุ่มใหญ่ที่หน้าตาหล่อเหลาคมคายได้พ่อมาแบบเต็มๆ แถมยังนิสัยดี ฐานะทางบ้านก็ดี ใครได้ปฐวีเป็นแฟนคงโชคดีไปทั้งชาติ "แหวะ!" เธออยากจะอ๊วกเอาอาหารที่เพิ่งรับประทานออกมาเสียนัก หล่อนอยากจะเถียงแม่ว่า ที่พ่อกับแม่เห็นนะเขาแค่สร้างภาพ แท้ที่จริงผู้ชายคนนี้เลี้ยงหมาเอาไว้ในปากเป็นฝูงเลยละ เธอเจอมากับตัว นิสัยก็ไม่ดีชอบวิจารณ์คนไปทั่วทั้งที่ไม่รู้จักกัน และหนึ่งในนั้นคือตัวเธอ เขาวิจารณ์เธอในทางเสียหาย จนเธอเคยแช่งเขาให้ตายๆ ไปซะ แต่โลกบ้าก็เหวี่ยงให้เธอกับเขามาเจอกัน แล้วที่พีคไปกว่านั้น คืออีตาบ้านั่นดันเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ แล้วแม่ก็ดูชอบเขาเอามากๆ พ่อก็ดูปลื้มในตัวเขาเหมือนกัน เหลือเธอเพียงคนเดียวสินะที่เกลียดอีตานั่น ไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับเขาด้วยซ้ำ หวังว่าเธอจะไม่ต้องเจอเขาอีกนะ ผู้ชายปากหมาพรรค์นั้น ใครได้เป็นผัวคงซวยไปทั้งชาติ ยิ่งคิดหล่อนก็ยิ่งโมโหหนักเลยนั่งเงียบไปตลอดทาง ด้านปฐวีเขากลับมาบ้านเพื่อจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปช่วยพ่อแม่รับแขกในงานเลี้ยงอีกครั้ง พลันนึกถึงใบหน้าสวยหวานที่จ้องมองเขาราวจะกินเลือดกินเนื้อก็ไม่ปาน เธอคงจะโกรธเขามากสินะที่แกล้งเธอแรงๆ แบบนั้น ดวงตากลมโตที่พยายามถลึงออกมาให้ดูน่ากลัวนั่น มันน่ากลัวที่ไหนกันออกจะน่ารัก ปฐวีหัวเราะขำออกมาดังๆ เขาอยากจับหล่อนตีก้นชะมัด เด็กอะไรดื้อแต่น่ารัก "น่ารัก!" นี่เขามองว่าเด็กนั่นน่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ปฐวีสลัดความคิดของตัวเองทิ้งไป หล่อนจะมามีอิทธิพลต่อใจเขาไม่ได้ "บ้าเอ๊ย!" ปฐวีสบถในใจรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายเพื่อออกไปช่วยพ่อแม่่ต้อนรับแขกอีกครั้งชายหนุ่มประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง แทรกลิ้นร้อนควานหาความหวานดูดดึงชิวหาอุ่นซ่านอย่างย่ามใจ สองมือหนาประคองเต้าอวบเอาไว้ออกแรงขยำอย่างไม่ปรานีปราศัยจนคนตัวเล็กห่อไหล่ อยากจะดิ้นหนีก็ดิ้นไม่ได้เพราะเขากดตรึงเธอไว้ทั้งตัวเขาปล่อยมือออกจากเต้าอวบหนึ่งข้าง เลื่อนลงมาด้านล่างลูบไล้ไปทั่วเนินสวาทที่มีขนอ่อนปกคลุมบางๆ ชายหนุ่มก้มหน้าลงต่ำซุกไซ้ใบหน้าคมคร้ามไปตามลำคอ เขาจูบซับไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกซุกซนเลื่อนไปจุมพิตพวงแก้มที่หอมละมุนของเธอหนึ่งครั้ง ก่อนจะครอบครองปลายยอดปทุมถันที่เริ่มจะชูชันแข็งขึ้นเป็นไตเมื่อถูกกระตุ้นด้วยไฟราคะชายหนุ่มขยับริมฝีปากอ้าปากงับยอดปทุมถันอีกข้าง ดูดดึงราวหิวกระหายก็ไม่ปาน เรียวลิ้นไล้เลียกระดกไปบนเม็ดทับทิมสีชมพูหวานจนร่างบางร้องคราง ส่งเสียงออกมาตามธรรมชาติ แต่แล้วหล่อนก็ขืนตัวเอาไว้อีกครั้งเพราะไม่อยากสูญเสียพรหมจรรย์"พี่วีปล่อยกี้ไปเถอะนะคะ"หล่อนขอร้องอ้อนวอนเขาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่หัวสมองกำลังหมุนคว้าง หล่อนรู้สึกวูบวาบไปถึงไขสันหลัง ร่างกายกำลังเพลิดเพลินไปกับรสสวาทที่ถูกกระตุ้นอย่างไม่หยุดพักดวงตาคมดุจ
นิ๊กกี้นั่งกินข้าวมันไก่อยู่ในครัว ส่วนปฐวีเดินขึ้นไปที่ห้องส่วนตัวชั้นบน เขาหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดฝักบัวอาบน้ำอย่างสบายใจ วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน ต้องคุมคนงานตัดปาล์มน้ำมันตั้งแต่เช้า ก่อนกลับก็ต้องแวะไปต่อคิวที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าดังตั้งนานกว่าจะได้กลับบ้าน ทำไมเขาต้องยอมทำอะไรแบบนี้เพื่อเด็กคนนั้นปฐวีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อาจจะเพราะสงสารที่หล่อนไม่มีพ่อแม่คอยอยู่ดูแลแล้วกระมังร่างสูงชะโลมครีมอาบน้ำไปทั่วแผ่นหลังทรงพลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่น ลูบไล้ไปทั่วหน้าท้องที่มีซิกแพ็กหกลูกช้าๆ สายน้ำจากฝักบัวค่อยๆ ไหลลงมาชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลจากการทำงานชายหนุ่มออกจากห้องน้ำด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาสวมชุดนอนสบายๆ กางเกงผ้าแพรขายาวสีกรมท่ากับเสื้อยึดคอกลมสีขาว เดินลงมาชั้นล่างมองเห็นหญิงสาวยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่ซิงค์ล้างจาน ร่างสูงจ้องมองแผ่นหลังบอบบางจากทางด้านหลัง เธอกำลังล้างจานอยู่สินะแต่ทำไมฟองน้ำยาล้างจานถึงได้ล้นออกมานอกอ่างอย่างนั้นล่ะ ยัยนี่ใส่น้ำยาล้างจานไปจนหมดขวดหรือไงนะฟองถึงได้เยอะขนาดนี้ มันน่าจับตีก้นสักทีสองทีเด็กอะไรไ
2 วันต่อมา....ปฐวีออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะวันนี้เขาต้องคุมคนงานตัดปาล์มน้ำมันล็อตใหญ่ ร่างสูงก้าวเดินฉับๆ ไปหาคนงานชายที่ยืนตัดปาล์มอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น"ไอ้ชาติ..ไอ้ยักษ์อยู่ไหนวะ""ไม่ทราบครับนายหัว""งั้นมึงไปตามไอ้ยักษ์ให้มารายงานตัวกับกูหน่อย..กูมีงานจะให้มันทำ""ได้ครับ"นายชาติก้าวเดินไปจากตรงนั้นรีบตามหายักษ์ทันที ปฐวีนั่งลงบนเก้าอี้ใต้เพิงพัก ไม่นานชาติกับยักษ์ก็เดินกลับมา"ผมมารายงานตัวแล้วครับ นายหัวมีอะไรจะใช้ผมเหรอครับ" ยักษ์เอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึงเจ้านาย"เดี๋ยวมึงขับรถกลับไปที่บ้านกูหน่อย คุมคนงานที่ลานไม้จนถึงเที่ยงแล้วค่อยกลับมา กูไม่ค่อยไว้ใจคนงานต่างด้าวที่เพิ่งรับเข้ามาสักเท่าไหร่""ได้ครับนายห้ว"ยักษ์เป็นลูกน้องมือขวาของนายหัวปฐวี เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดิบเถื่อนเหมือนโจรใต้ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำจนเกือบดำ ไว้หนวดไว้เครารุงรังไม่ต่างกับมหาโจร คนงานทุกคนล้วนเกรงอกเกรงใจรองลงมาจากเจ้านายเลยทีเดียวยักษ์ขับรถเลี้ยวเข้ามาในบ้านเพื่อคุมคนงานตามคำสั
เหตุผลที่นิ๊กกี้ไม่สามารถอยู่บ้านตัวเองได้ก็เพราะบ้านโดนพ่อกับแม่ขายไปแล้วต้องย้ายออกเลย ณ เวลานั้น นายชวนติดหนี้การพนันจนแม้แต่บ้านก็ไม่มีให้อยู่ ครอบครัวของเธอสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นบุคคลล้มละลาย ติดหนี้จนไม่มีเงินใช้ ต้องหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน เวลา 11 : 00 น. วันจันทร์ ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาถึงบ้านของคุณนายลดา ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นมีรั้วกั้นรอบทิศทางตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณสองไร่กว่าๆ สมฐานะเศรษฐีเมืองใต้ผู้มีกิจการมากมายโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันนิตยาลงไปกดกระดิ่งหน้าบ้านเพื่อส่งสัญญาณให้คนในบ้านได้รับรู้ คนตัวเล็กหน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่นั่งรถมาจากหาดใหญ่ เธอไม่อยากมาอยู่ที่นี่เลยให้ตายเถอะ ติ๊ง..ต่อง..ติ๊ง..ต่อง..เสียงกรีดร้องของกระดิ่งดังขึ้นสามครั้ง คุณนายลดาเดินออกมาหน้าบ้านเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตัวเอง เพราะนิตยาได้โทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องที่จะฝากนิ๊กกี้ไว้ที่นี่สักระยะเมื่อสามวันก่อน คุณนายลดายิ้มอ่อนให้กับเพื่อนรักทั้งสองและลูกสาว "มากันแล้วเหรอคะ เข้าไป
หลายเดือนต่อมา...ชีวิตคนเรานี่หนาไม่มีอะไรแน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา อะไรที่ว่าแน่มันไม่ได้แน่เสมอไป อะไรที่คิดว่ามั่นคงวันหนึ่งกลับสั่นคลอนก็ได้ ตัวอย่างในทีวีก็มีให้เห็นกันมากมาย บริษัทยักษ์ใหญ่ล้มละลายกันเป็นระนาว ห้างร้านพากันปิดตัวลงเพราะทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว ลูกจ้างถูกเลิกจ้างเอาง่ายๆ ตกงานกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นเป็นความไม่แน่นอนของโลกธุรกิจ มีขึ้นมีลงผันผวนทุกวินาทีตามกลไกของดัชนีในตลาดโลก แตกต่างจากครอบครัวของนิ๊กกี้ ที่คนเป็นพ่อพลาดท่าเสียทีให้กับการพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัว หมดสิ้นทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องนำสมบัติออกขายทอดตลาดจนหมดเกลี้ยงนั่นก็ยังไม่พอจะใช้หนี้ที่มีให้หมดลงได้นายชวนสร้างภาระมากมาย ลุ่มหลงในอบายมุข เห็นผิดเป็นชอบสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองและครอบครัว หมดเนื้อหมดตัวในชั่วพริบตา เดี๋ยวนี้การพนันมันมาอยู่ในโลกออนไลน์ มีเงินเป็นสิบล้านก็หายได้ในชั่วข้ามคืนเหตุเกิดที่เย็นวันหนึ่ง นายชวนไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่บ้าน พรรคพวกเลยชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ ปั่นสล๊อตตาละไม่กี่ร้อย แทงไปแทงมา เงินเก็บใน
"แม่คะหนูไม่ไปไม่ได้เหรอคะ หนูอยากอยู่บ้านไม่อยากไปเลย ในงานคงจะมีแต่คนแก่ๆ ทั้งนั้นไม่เห็นจะสนุกตรงไหน" "ไม่ได้! งานนี้หนูต้องไป เพราะมันเป็นงานของคนสำคัญและอีกอย่างแม่จะได้แนะนำหนูให้เพื่อนของแม่รู้จักด้วย เขาเคยเห็นตอนหนูยังเล็กอยู่ ตอนโตยังไม่เคยเห็น อย่าเรื่องมากไปอาบน้ำเลยแต่งตัวสวยๆ ด้วยนะ "ค่ะแม่..น่ารำคาญงานคนแก่ใครจะอยากไปน่าเบื่อจะตายชัก ร้อนก็ร้อน นี่ไม่รู้ต้องไปนั่งปั้นหน้ายกมือไหว้คนโน้นคนนี้อีกกี่ชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน แม่นะแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย..โคตรเซ็ง"สาวน้อยบ่นกระปอดกระแปดเมื่อถูกบังคับให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อไปร่วมงานของคนสำคัญ..สำคัญขนาดไหนกันแม่ถึงบังคับให้เธอไป คงต้องมากสินะเธอลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวตามคำสั่งของผู้เป็นมารดา ขืนชักช้าเดี๋ยวโดนบ่นไปสามวันแปดวัน เธอขี้เกียจฟังสามคนพ่อ แม่ ลูก เดินทางมาร่วมงานเปิดกิจการใหม่ของเฒ่าแก่เขียวกับคุณนายลดาที่อำเภอจะนะ เส้นทางระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับอำเภอจะนะไม่ได้ไกลกันมาก หากเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว วันนี้นายหัวปฐวีแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษเพราะแขกผู้ใหญ่มาก







