Share

บทที่ 4

Penulis: ซีโจว
ขณะมองดูซากลูกม้าในคอก บุตรสาวก็ร้องไห้จนสลบไสลไป

สายตาหยุดตรงหญ้าในรางม้าที่ปะปนไปด้วยยี่โถ ใบหน้าของเสิ่นหมิงเวยยิ่งเคร่งขรึมลง

นางมองดูพ่อบ้านและบ่าวชายหลายคนที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น น้ำเสียงเย็นชาจนน่ากลัว "ไม่มีใครยอมรับใช่หรือไม่ การปองร้ายทรัพย์สินของนายเป็นโทษหนัก ในเมื่อไม่มีใครยอมรับ เช่นนั้นก็ส่งตัวไปที่ว่าการให้หมด!"

บ่าวชายอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีคนหนึ่งคุกเข่าเขยิบมาข้างหน้า เอ่ยปปากอย่างสั่นเทา "ฮูหยินขอรับ...เมื่อคืนบ่าวตื่นมาทำธุระ เห็นบ่าวรับใช้ข้างกายคุณชายน้อยเคยปรากฏตัวอยู่แถว ๆ คอกม้าขอรับ"

เมื่อได้ยินข่าวนี้ เสิ่นหมิงเวยกลับไม่ได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย

เมื่อวานพวกนางเพิ่งมีปากเสียงกันเพราะม้าตัวนี้ วันนี้ม้ากลับถูกวางยาพิษจนตาย ช่างประจวบเหมาะเกินไปแล้ว

เสิ่นหมิงเวยอุ้มบุตรสาวกลับเรือนหน้าดำคร่ำเครียด หลังจากเชิญหมอมาตรวจว่าไม่เป็นอะไรแล้ว จึงสั่งให้แม่นมดูแลให้ดี

จากนั้นนางก็พาบ่าวไพร่ตรงไปยังเรือนทิงจู๋

เสิ่นหมิงเวยเขวี้ยงหญ้าที่ปนยี่โถลงต่อหน้าเฉิงเยวี่ยโหรว แล้วให้บ่าวชายเล่าสิ่งที่เห็นเมื่อคืนซ้ำอีกรอบ

นางก้าวไปข้างหน้า ออกแรงบีบขากรรไกรของเฉิงเยวี่ยโหรวแน่น พลางเอ่ยเน้นย้ำทีละคำ "ดูท่าคำพูดของข้าเมื่อวาน พวกเจ้าคงไม่ได้เก็บไปใส่ใจเลยสินะ คิดว่ามีเซี่ยฉือปกป้องอยู่ แล้วข้าจะไม่กล้าแตะต้องพวกเจ้าจริงหรือ"

ขนตาของเฉิงเยวี่ยโหรวสั่นระริก แก้ตัวว่า "ฮูหยิน ท่านจะตัดสินว่าข้าเป็นคนทำเพียงเพราะคำพูดของบ่าวคนเดียวไม่ได้นะเจ้าคะ"

ไฟโทสะโหมกระหน่ำอยู่ในอกเสิ่นหมิงเวย นิ้วมืออกแรงบีบเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ทันใดนั้น นางก็รู้สึกเจ็บปวดที่หน้าผาก

ลู่เฉิงโจวนำบ่าวรับใช้กลับมาจากข้างนอก ในมือถือหนังสติ๊กเล็งมาที่นางพอดี

"ผู้หญิงใจร้าย ห้ามรังแกท่านแม่ของข้านะ! ข้าเป็นคนสั่งให้ทำเอง ในเมื่อม้าตัวนั้นข้าเล่นไม่ได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องเล่นกันหมดทุกคนนั่นแหละ!"

เสิ่นหมิงเวยปล่อยมือจากเฉิงเยวี่ยโหรวที่กำลังตะลึงค้าง ส่งสายตาให้บ่าวชายสองคนรับคำสั่งเข้าไปจับตัวลู่เฉิงโจวไว้

"ปล่อยข้านะ! ผู้หญิงใจร้าย! ปล่อยข้า!"

ถึงจะถูกจับตัวไว้ แต่ลู่เฉิงโจวก็ยังคงดิ้นรนไม่หยุด

เฉิงเยวี่ยโหรวที่สีหน้าสงบนิ่งซีดลงทันที พุ่งเข้าไปปกป้องลู่เฉิงโจว "ฮูหยิน ท่านโปรดละเว้นเขาด้วยเถิด เขายังเป็นเพียงเด็ก..."

เสิ่นหมิงเวยสั่งให้คนดึงตัวนางออกไป ในเมื่อเอ่ยเสียงเรียบ "ในเมื่อเจ้าสั่งสอนลูกไม่ได้ เช่นนั้นก็ให้ข้าอบรมแทน"

พูดจบก็หยิบไม้เรียวออกมา ขณะกำลังจะหวดลงบนมือของลู่เฉิงโจว ข้อมือกลับถูกมือใหญ่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กบีบไว้แน่น

"เสิ่นหมิงเวย! เจ้าชั่วร้ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ถึงขั้นลงมือกับเด็ก"

เซี่ยฉือกระชากไม้เรียวไป ขว้างลงพื้นอย่างแรง สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชัง

เสิ่นหมิงเวยรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอก

นางพยายามกดข่มอารมณ์นี้ สบกับเซี่ยฉือโดยไม่เกรงกลัว "ข้าชั่วร้ายหรือ เด็กอายุห้าขวบอย่างเขาเพียงแค่ขัดใจกันนิดหน่อยก็วางยาพิษม้าจนตายได้ ใครกันแน่ที่ชั่วร้าย"

ยามนี้เฉิงเยวี่ยโหรวดิ้นหลุดจากบ่าวชาย โผเข้าอ้อมอกเซี่ยฉือ ร้องไห้น้ำตานองหน้าประดุจดอกสาลี่ต้องฝน "อาฉือ โจวโจวยังเด็กนัก หากฮูหยินอยากจะตี ก็ให้มาลงที่ข้าเถิด..."

เซี่ยฉือกอดปกป้องสองแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรวไว้แน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธที่สะกดไว้ไม่ไหว "ก็แค่สัตว์เดรัจฉานตัวเดียว ตายแล้วก็แล้วไปสิ คุ้มค่าให้ทำเอิกเกริกขนาดนี้เชียวหรือ ข้าว่าเจ้าก็แค่ฉวยโอกาสสร้างเรื่อง เพื่อข่มขวัญแม่ลูกคู่นี้ต่างหาก!"

เสิ่นหมิงเวยตกตะลึง คล้ายกับเพิ่งเคยรู้จักเซี่ยฉือเป็นครั้งแรก

ในสายตาเขา ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตของม้าตัวนั้นจะเทียบไม่ได้กับน้ำตาไม่กี่หยดของสองแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรวเสียด้วยซ้ำ

นางรู้สึกเพียงว่าคอแห้งผาก เอ่ยเสียงแหบแห้ง "หากข้าจะลงโทษแม่ลูกคู่นี้ให้ได้เล่า"

เซี่ยฉือมองนางด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกปราดหนึ่ง แล้วสั่งเสียงเย็นต่อหน้าธารกำนัล "แม่นางเสิ่นประพฤติตนชั่วร้าย นับแต่วันนี้เป็นต้นไปให้ยึดอำนาจดูแลเรือนคืน กักบริเวณหนึ่งเดือน พิธีรับอนุในอีกครึ่งเดือนข้างหน้ามอบหมายให้พ่อบ้านรับผิดชอบทั้งหมด!"

เสิ่นหมิงเวยจ้องมองเซี่ยฉืออย่างนิ่งเงียบ ในที่สุดก็ไม่ได้ขัดขืนใด ๆ

หลังจากกลับมาถึงเรือน นางก็ส่งมอบลูกกุญแจคลังสินค้าและตราประทับส่วนตัวของเรือนในออกไปอย่างสงบ

ในเวลาต่อมา นางเอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน จัดแจงสินเดิมทั้งหมดของตนเอง เพื่อขีดเส้นแบ่งขอบเขตกับจวนเซี่ยโดยสิ้นเชิง

ยามที่เซี่ยฉือพาแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรวไปเลือกเครื่องประดับ นางก็ตัดแบ่งที่ดินและร้านค้าทั้งหมดออกจากจวนเซี่ยอย่างลับ ๆ

ยามที่เซี่ยฉือพาแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรวไปเลือกเสื้อผ้า นางก็ขนส่งลำเลียงเครื่องประดับสินเดิมทั้งหมดในจวนเซี่ยกลับจวนแม่ทัพต่อเนื่องทั้งคืน

…...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันงานพิธีรับอนุ

ทั่วทั้งจวนเซี่ยประดับประดาด้วยไฟโคมอย่าง ครึกครื้นอลังการยิ่งกว่างานรับอนุทั่วไปเสียอีก

ทว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเสิ่นหมิงเวยเลย นางกำลังพาบุตรสาววิ่งเล่นอยู่ในเรือน

ประตูเรือนถูกเตะเปิดออกอย่างแรง

เซี่ยฉือหน้าดำคร่ำเครียด พากลุ่มผู้คุ้มกันบุกเข้ามา

"เสิ่นหมิงเวย! เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่ตั้งใจส่งคนไปพังงานพิธีรับอนุของเยวี่ยโหรว"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 17

    ช่วงเวลาต่อจากนั้น เซี่ยฉือก็คล้ายจะหายหน้าไปจากสายตาของพวกเขา แต่เสิ่นหมิงเวยรู้ดีว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นางสัมผัสได้ว่ามีคนคอยซุ่มลอบมองพวกเขาอยู่ในที่ลับเว่ยเจิงเองก็สัมผัสได้เช่นกัน หลังจากเขาพบว่าเป็นเซี่ยฉือ จึงเอ่ยถามเสิ่นหมิงเวย "ต้องให้ข้าไปไล่เขาหรือไม่""ไม่ต้องหรอก ขอเพียงดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ปลอดภัย เขาอยากจะมองก็ปล่อยให้มองไปเถิด" เสิ่นหมิงเวยสั่นศีรษะ นางรู้ดีถึงความยึดติดมัวเมาของเซี่ยฉือในเมื่อยามนั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาลงไปเจียงหนานทุกปีเพื่อตามหาเฉิงเยวี่ยโหรวได้ ยามนี้ก็คงขัดขวางการตามติดของเขาไม่ได้เช่นกันทว่านางก็ยังประเมินเซี่ยฉือต่ำเกินไปนางคิดไม่ถึงเลยว่าคราวนี้เซี่ยฉือจะกล้าลงมือกับนางโดยตรงครั้งหนึ่งตอนที่เสิ่นหมิงเวยพาบุตรสาวออกไปรับลมชมทิวทัศน์ นางถูกเซี่ยฉือที่เตรียมการไว้ล่วงหน้ามอมยาจนสลบแล้วพาตัวไปพอตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองถูกกักขังอยู่ในห้องที่แปลกตาแห่งหนึ่งมือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดไว้แน่นหนาในไม่ช้าเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากหน้าประตู ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกเซี่ยฉือเดินเข้ามาด้านในยามเสิ่นหมิงเวยเห็นเขาปรากฏตัว สายตากลับไร

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 16

    ยามนึกถึงเรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ เขาก็เอ่ยโทษตัวเอง "เรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ ข้าสืบรู้หมดแล้ว นางจงใจส่งคนไปปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเจ้า ทั้งยังติดสินบนยายแก่ในหอนางโลมให้มาสั่งสอนเจ้า... เจ้าวางใจได้ ข้าส่งคนพวกนั้นเข้าคุกไปหมดแล้ว"เสิ่นหมิงเวยรู้สึกเพียงว่ามันน่าขันสิ้นดีขณะที่นางมองดูเซี่ยฉือที่กำลังเจ็บปวดและโทษตัวเองอยู่ตรงหน้า ในใจไม่เหลือความรู้สึกใด ๆ อีกต่อไป"แล้วอย่างไรเล่า"เสิ่นหมิงเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พอเจ้าเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเฉิงเยวี่ยโหรว แล้วจู่ ๆ ก็พบว่าข้าคือคนที่หวังดีและรักเจ้าจากใจจริง พอเจ้าหวนกลับมาขอโทษ ข้าก็ต้องยกโทษให้เจ้าอย่างนั้นหรือ เมื่อก่อนเจ้าทิ้งข้าไปในคืนเข้าห้องหอเพราะเฉิงเยวี่ยโหรว อาสาขอลงใต้ไปตรวจราชการที่เจียงหนานทุกปี แต่แท้จริงแล้วไปตามหาเฉิงเยวี่ยโหรว ซ้ำยังเชื่อคำใส่ร้ายของนางจนส่งข้าไปขังไว้ในหอนางโลม เรื่องพวกนี้ข้าไม่ติดใจถือสาเจ้าก็ได้"แต่เจ้าไม่ควรละทิ้งเนี่ยนเนี่ยนเพื่อกู้เฉิงโจว ลูกคือเส้นตายของข้า"เซี่ยฉืออ้าปากตั้งใจจะอธิบายบางอย่าง ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่อาจแก้ตัวสิ่งใดได้เลยตอนนั้นเป็นเพราะเขาดูคนไม่ออก แล

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 15

    เช้าตรู่ ยามแสงแรกของวันเริ่มสว่างรำไรเหยี่ยวที่บิดาฝึกเลี้ยงไว้โฉบลงมาจากท้องฟ้าสูง และเกาะลงบนไหล่ของเสิ่นหมิงเวยบนปีกของมันเปรอะเปื้อนรอยเลือด และในซอกกรงเล็บยังหนีบจดหมายลับม้วนเล็กจิ๋วไว้ฉบับหนึ่งนางเปิดออกดู เป็นข้อความส่งมาจากเว่ยเจิง "กองทัพเสริมมาถึงแล้ว"ตัวอักษรสี่ตัวอันคุ้นเคย ทำเอาเสิ่นหมิงเวยที่เหนื่อยล้าจากการอดนอนมาตลอดทั้งคืนกลับมากระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีนางนำข่าวอันน่ายินดีนี้ไปบอกแก่ทุกคนเสียงโห่ร้องยินดีพลันดังขึ้นรอบทิศพวกเขารู้ดีว่าความมืดมิดได้สิ้นสุดลงแล้ว รุ่งอรุณกำลังจะมาถึงไม่นาน เสิ่นหมิงเวยก็นำทหารที่เหลืออยู่ ร่วมมือกับกองทัพเสริมที่เว่ยเจิงนำมา ตีขนาบทั้งหน้าหลังจนกวาดล้างกองทัพศัตรูลงได้ในคราวเดียวกระทั่งฟันแม่ทัพของฝ่ายศัตรูตกจากหลังม้า เสิ่นหมิงเวยจึงไม่อาจฝืนร่างกายไว้ได้และหมดสติไปในที่สุดก่อนที่จะหมดสติไป นางรู้สึกว่ามีคนโอบรับร่างของนางไว้อย่างมั่นคงข้างหูดังขึ้นด้วยเสียงอันคุ้นเคย "วางใจเถิด มีข้าอยู่ทั้งคน"เป็นเว่ยเจิงมุมปากของเสิ่นหมิงเวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ตัวเองดิ่งจมลงสู่ความมืดมิดอย่างแท้จริงยามที่นางตื่

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 14

    "เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่" เสิ่นหมิงเวยเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยเว่ยเจิงยื่นม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งให้เสิ่นหมิงเวย "ข้าได้รับจดหมายจากเหยี่ยวข้างกายท่านพ่อบุญธรรมในเรือน ตอนท่านพ่อบุญธรรมกับคนอื่น ๆ เดินทางกลับเมือง ถูกซุ่มโจมตีที่ด่านหุบเขา เขาโดนพิษประหลาดจากซีอวี้ ตอนนี้ชีวิตตกอยู่ในอันตราย"นางรับม้วนกระดาษมา ตัวอักษรสั่นไหวทว่ายังคงมองออกว่าเป็นลายมือของบิดา คาดว่าคงเป็นข้อความที่เขาเขียนไว้ก่อนจะหมดสติไปนางพยายามข่มความสับสนวุ่นวายในใจ แล้วเอ่ยกับเว่ยเจิง "ในจวนยังมียาถอนพิษพระราชทานที่แก้ได้สารพัดพิษอยู่เม็ดหนึ่ง ข้าจะนำคนเอายาไปส่งเดี๋ยวนี้ เจ้าจงเฝ้ารักษาเมืองไว้ให้ดี ข้ากลัวพวกมันอาจจะฉวยโอกาสนี้ลงมือ""เจ้าอยู่นี่ ข้าไปเอง" เว่ยเจิงขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย "ไม่ได้! บนตัวเจ้ายังมีบาดแผลอยู่" เสิ่นหมิงเวยปฏิเสธเสียงแข็ง นางมองเว่ยเจิง "เว่ยเจิง เชื่อใจข้า...อีกอย่าง ช่วยดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ข้าด้วย"เว่ยเจิงมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง สุดท้ายจึงสั่งให้คนไปนำเกราะเบาไหมทองที่เตรียมไว้ให้เสิ่นหมิงเวยออกมา และเฝ้ามองนางสวมใส่มันจนเสร็จถึงได้ยินยอมไม่นานเสิ่นหมิงเวยก็นำยาถอนพิษ พร้อมด้วยทั

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 13

    เสิ่นหมิงเวยเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเว่ยเจิง จนไม่มีเวลาคิดว่าเซี่ยฉือมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรนางมองเซี่ยฉือด้วยสายตาเย็นชา ตะคอกด้วยเสียงร้อนรน "หลีกไป!"เมื่อเห็นเซี่ยฉือชะงักไป เสิ่นหมิงเวยก็ไม่สนใจเขาอีก พาเว่ยเจิงอ้อมเขาเข้าไปข้างในทันทีพอเข้าสู่เขตเรือน นางก็ร้องสั่งเสียงดัง "แม่นมอู๋ รีบไปเชิญหมอประจำจวนมาเดี๋ยวนี้!"เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับของแม่นมอู๋ นางจึงเพิ่งรู้สึกตัว ว่าแม่นมอู๋ได้ออกจากจวนแม่ทัพไปแล้วเพราะกลัวความผิดสีหน้าของเสิ่นหมิงเวยชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้สาวใช้ไปเชิญหมอประจำจวนยามมองดูเว่ยเจิงขมวดคิ้วแน่นอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส เม็ดเหงื่อไหลผุดซึมขมับไม่หยุด เสิ่นหมิงเวยก็ไม่อาจปิดบังความปวดใจในดวงตาไว้ได้เลยนางเห็นเว่ยเจิงขยับริมฝีปาก จึงรีบก้มตัวยื่นหูเข้าไปใกล้ได้ยินเพียงเสียงพึมพำแผ่วเบาของเว่ยเจิง "เวยเวย…"เสิ่นหมิงเวยชะงักงัน นางกุมมือของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ เอ่ยตอบเสียงเบา "ข้าอยู่นี่"หยดเหงื่ออุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนมือนาง คล้ายกับลวกเข้ามาในใจนางนางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เตรียมจะเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้เ

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 12

    ลมตะวันออกคลายความหนาวเหน็บ ฤดูใบไม้ผลิหวนคืนสู่ชายแดนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วนมาถึงวันงานบวงสรวงวสันต์เสิ่นหมิงเวยนำกลุ่มขุนนางเดินทางไปยังแท่นบูชาทางทิศตะวันออกของเมืองเพื่อเซ่นไหว้เทพแห่งพื้นดินและเทพแห่งธัญญาหาร อธิษฐานให้การเกษตรและการเลี้ยงสัตว์บริเวณชายแดนเจริญรุ่งเรืองและสงบสุขไร้ภัยตลอดปีชาวบ้านทั้งใกล้ทั้งไกลต่างพากันเดินทางมาเซ่นไหว้ขอพรท่ามกลางฝูงชนอันคึกคัก มีผู้คุ้มกันในชุดลำลองแฝงตัวอยู่ไม่น้อย คอยอารักขาขบวนเดินทางอย่างแน่นหนาเว่ยเจิงสวมชุดรัดกุม เหน็บกระบี่ไว้ที่เอว คอยเคียงข้างเสิ่นหมิงเวยไม่ห่างกายทว่าขบวนเดินทางออกนอกเมืองไปได้เพียงไม่กี่หลี่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นทันที!ม้าที่เสิ่นหมิงเวยควบอยู่พลันคลั่งเตลิด หลุดจากการควบคุมแล้วสลัดสายเชือก วิ่งตะบึงไปยังป่ารกร้างนอกเมืองอย่างบ้าคลั่งก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นในทันทีทว่าเสิ่นหมิงเวยกลับไร้ความตื่นตระหนก เพียงเอียงหน้าเหลือบตาขึ้นประสานมองกับเว่ยเจิงในดวงตาทั้งสองสื่อถึงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดนับแต่วันที่เสิ่นหมิงเวยให้เว่ยเจิงไปช่วยครอบครัวของแม่นมอู๋ออกมา นางก็เปิดอกคุยกับแม่นมอู๋ตรง ๆ แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status