Share

บทที่ 3

Author: ซีโจว
งานเลี้ยงวันเกิดเมื่อหลายวันก่อน บิดาของนางที่อยู่ไกลถึงชายแดนซีเป่ย ได้ส่งของขวัญวันเกิดของเนี่ยนเนี่ยนมาให้ล่วงหน้า

นั่นคือลูกม้าเหงื่อโลหิตพันธุ์แท้ตัวหนึ่ง

เมื่อมาถึงคอกม้าที่เรือนหลัง เสิ่นหมิงเวยก็สั่งให้บ่าวไพร่ไปนำลูกม้าออกมา

ทว่าพ่อบ้านดูแลคอกม้ากลับคุกเข่าลงขอโทษด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ฮูหยินโปรดอภัยด้วยขอรับ

ลูก...ลูกม้าของคุณหนู...ถูกคุณชายน้อยนำตัวไปแล้วขอรับ"

คุณชายน้อยหรือ

เสิ่นหมิงเวยงงไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็คิดได้ว่า 'คุณชายน้อย' ที่เขาพูดถึงก็คือบุตรชายของเฉิงเยวี่ยโหรว ลู่เฉิงโจว

แววตาของนางเย็นเยียบลงในชั่วพริบตา

นางไม่ติดใจหากเซี่ยฉือจะมอบข้าวของในจวนเซี่ยให้สองแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรว แต่พวกเขาไม่ควรจะมาทะเยอทะยานอยากได้ของของเนี่ยนเนี่ยนเด็ดขาด

ตอนที่เสิ่นหมิงเวยเดินไปตามหาลู่เฉิงโจวด้วยสีหน้าอึมครึม ประจวบเหมาะกับที่เห็นเขากำลังถือแส้ม้าโบยลูกม้าตัวนั้นอย่างโหดร้ายพอดี

ลูกม้าถูกผูกไว้กับหลักไม้อย่างแน่นหนา มันร้องครวญครางอย่างหวาดกลัว ขยับหลบไปมาอย่างระส่ำระสาย

ทว่าลู่เฉิงโจวกลับยิ่งตื่นเต้น ราวกับได้เจอของเล่นถูกใจ ตะโกนลั่นว่า "ย่าห์! ย่าห์!"

เมื่อเห็นภาพนี้ แววตาของเสิ่นหมิงเวยฉายแววคมกริบพอดี กำลังจะก้าวเข้าไปขัดขวาง

ทว่าเนี่ยนเนี่ยนในอ้อมอกกลับดิ้นหลุดออกจากตัวนางอย่างรวดเร็ว

พุ่งตัวเข้าไปผลักลู่เฉิงโจวจนล้มตึง "ห้ามตีเสี่ยวเฮยนะ! เจ้าคนเลว!"

ลู่เฉิงโจวตกตะลึงไปชั่วครู่ พอตั้งสติได้ก็รีบลุกขึ้นมาจากพื้น

เขาถลึงตาจ้องเนี่ยนเนี่ยนอย่างเอาเรื่อง แล้วด่าทอ "ยัยเด็กบ้าจากไหน ถึงกล้ามาผลักข้า"

พูดจบก็ชูแส้ม้าในมือขึ้น เตรียมจะหวดลงบนตัวเนี่ยนเนี่ยน

เสิ่นหมิงเวยเห็นเช่นนั้น หัวใจก็กระตุกวูบ

นางถลันตัวเข้าไปข้างหน้า มือหนึ่งช้อนตัวเนี่ยนเนี่ยนขึ้นมา อีกมือหนึ่งกระชากแส้ม้ามาจากมือเขา

ลู่เฉิงโจวมองดูมือน้อย ๆ ที่ว่างเปล่าไปกะทันหัน เขาตะลึงงัน แล้วแบะปากส่งเสียงร้อง "ฮือ!" ออกมาดังลั่น

เฉิงเยวี่ยโหรวและเซี่ยฉือที่กำลังรักกันหวานชื่นอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงวุ่นวาย ก็รีบก้าวเข้ามาทันที

เฉิงเยวี่ยโหรวรีบดึงตัวลู่เฉิงโจวไปไว้ข้างหลัง ก้มกายย่อตัวน้อมคำนับขอโทษเสิ่นหมิงเวย "ฮูหยิน เฉิงโจวยังเด็กไม่รู้ความ หากมีสิ่งใดล่วงเกินท่าน ข้าขอโทษแทนเขาด้วยเจ้าค่ะ หวังว่าฮูหยินจะไม่ถือสาเด็กคนหนึ่ง"

เสิ่นหมิงเวยฟังความหมายแฝงออก กำลังเหน็บแนมว่านางรังแกเด็ก

เพลิงโทสะที่จุดติดขึ้นเพราะบุตรสาวเกือบถูกทำร้ายเมื่อครู่ จึงพวยพุ่งขึ้นมาอีกหน

นางจ้องมองเฉิงเยวี่ยโหรวด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงไร้ความปรานี

"เด็กไม่รู้ความ แล้วผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ความด้วยหรือ ถือวิสาสะนำของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกว่า 'ขโมย' การไม่ถนอมรักษา โบยตีอย่างทารุณ เรียกว่า 'ชั่วช้า' พอทำความผิดแล้วนอกจากไม่ขอโทษ ยังคิดลงมือกับเจ้าของ เรียกว่า 'ไร้ยางอาย'"

ทุกคำที่เสิ่นหมิงเวยเอ่ย ยิ่งทำให้ใบหน้าของเฉิงเยวี่ยโหรวซีดเผือดลง

เซี่ยฉือเห็นสภาพการณ์เช่นนี้ ก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที

เขาปกป้องสองแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรวไว้ข้างหลัง แล้วใช้สายตาเย็นชาดุดันมองมาทางเสิ่นหมิงเวย

"เจ้าไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย ข้าเป็นคนให้โจวโจวจูงลูกม้าตัวนั้นมาเอง ก็แค่สัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง โบยตีแล้วอย่างไร จำเป็นต้องรังแกคนอื่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ"

ม่านตาของเสิ่นหมิงเวยสั่นระริก จ้องมองบุรุษตรงหน้าเขม็ง

ทั้งที่เขารู้ดีว่าเนี่ยนเนี่ยนเห็นลูกม้าตัวนี้เป็นเพื่อนและหวงแหนมันมากเพียงใด

ปรากฏว่าในสายตาเขากลับเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานที่ปล่อยให้คนอื่นข่มเหงทารุณได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ

บุตรสาวที่นอนสงบนิ่งอยู่ในอ้อมอกนางมาโดยตลอดพลันเงยหน้าขึ้น มองไปยังเซี่ยฉือด้วยขอบตาแดงก่ำ แล้วกล่าวเสียงสะอื้น

"ท่านพ่อ...เสี่ยวเฮยไม่ใช่เดรัจฉาน มันเป็นเพื่อนของข้า! เนี่ยนเนี่ยน...ไม่รักท่านพ่อแล้ว!"

เซี่ยฉือสีหน้ามืดมนลง มองมาที่เสิ่นหมิงเวยด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ แล้วเค้นถามเสียงแข็ง "แม่นางเสิ่น นี่คือบุตรสาวที่เจ้าสั่งสอนมาอย่างดีหรือ เถียงบิดาตนเองต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้"

เสิ่นหมิงเวยกดข่มไฟโทสะในใจ แล้วแสยะยิ้ม "ใครกันแน่ที่ไร้การอบรมสั่งสอน คนที่แย่งลูกม้าของบุตรสาวข้า ทั้งยังคิดจะลงมือทำร้ายนาง ท่านกลับไม่เอ่ยถึงสักคำ"

นางไม่สนใจสีหน้าบึ้งตึงของเซี่ยฉือ สายตาจับจ้องไปยังสองแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรวเบื้องหลังเขา แล้วเอ่ยเตือน

"ในจวนเซี่ยแห่งนี้พวกเจ้าอยากได้อะไรข้าไม่สน แต่จำไว้ว่าอย่ามาแตะต้องของของบุตรสาวข้า"

พูดจบก็ไม่หันไปแยแสสีหน้าของใครอีก โอบกอดบุตรสาวที่สีหน้าห่อเหี่ยว แล้วสั่งให้บ่าวไพร่จูงลูกม้าเดินจากไป

นางไม่ได้สังเกตเห็นฝ่ามือของสตรีด้านหลังที่กำแน่นจนเกร็ง

คืนนั้น บุตรสาวนอนหลับไม่สนิท

เสิ่นหมิงเวยเฝ้าดูแลงจนกระทั่งรุ่งสางจึงได้หลับตาลง

วันรุ่งขึ้น เนี่ยนเนี่ยนยังคงเป็นห่วงเสี่ยวเฮย เสิ่นหมิงเวยจึงเตรียมจะพานางไปคอกม้าที่เรือนหลัง

ทันใดนั้น สาวใช้ก็วิ่งตื่นตกใจเข้ามา

"ฮูหยินเจ้าคะ คนเลี้ยงม้าขอเข้าพบ บอกว่า...ลูกม้าของคุณหนู เมื่อคืนนี้จู่ ๆ ก็ตายเสียแล้วเจ้าค่ะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 17

    ช่วงเวลาต่อจากนั้น เซี่ยฉือก็คล้ายจะหายหน้าไปจากสายตาของพวกเขา แต่เสิ่นหมิงเวยรู้ดีว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นางสัมผัสได้ว่ามีคนคอยซุ่มลอบมองพวกเขาอยู่ในที่ลับเว่ยเจิงเองก็สัมผัสได้เช่นกัน หลังจากเขาพบว่าเป็นเซี่ยฉือ จึงเอ่ยถามเสิ่นหมิงเวย "ต้องให้ข้าไปไล่เขาหรือไม่""ไม่ต้องหรอก ขอเพียงดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ปลอดภัย เขาอยากจะมองก็ปล่อยให้มองไปเถิด" เสิ่นหมิงเวยสั่นศีรษะ นางรู้ดีถึงความยึดติดมัวเมาของเซี่ยฉือในเมื่อยามนั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาลงไปเจียงหนานทุกปีเพื่อตามหาเฉิงเยวี่ยโหรวได้ ยามนี้ก็คงขัดขวางการตามติดของเขาไม่ได้เช่นกันทว่านางก็ยังประเมินเซี่ยฉือต่ำเกินไปนางคิดไม่ถึงเลยว่าคราวนี้เซี่ยฉือจะกล้าลงมือกับนางโดยตรงครั้งหนึ่งตอนที่เสิ่นหมิงเวยพาบุตรสาวออกไปรับลมชมทิวทัศน์ นางถูกเซี่ยฉือที่เตรียมการไว้ล่วงหน้ามอมยาจนสลบแล้วพาตัวไปพอตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองถูกกักขังอยู่ในห้องที่แปลกตาแห่งหนึ่งมือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดไว้แน่นหนาในไม่ช้าเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากหน้าประตู ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกเซี่ยฉือเดินเข้ามาด้านในยามเสิ่นหมิงเวยเห็นเขาปรากฏตัว สายตากลับไร

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 16

    ยามนึกถึงเรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ เขาก็เอ่ยโทษตัวเอง "เรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ ข้าสืบรู้หมดแล้ว นางจงใจส่งคนไปปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเจ้า ทั้งยังติดสินบนยายแก่ในหอนางโลมให้มาสั่งสอนเจ้า... เจ้าวางใจได้ ข้าส่งคนพวกนั้นเข้าคุกไปหมดแล้ว"เสิ่นหมิงเวยรู้สึกเพียงว่ามันน่าขันสิ้นดีขณะที่นางมองดูเซี่ยฉือที่กำลังเจ็บปวดและโทษตัวเองอยู่ตรงหน้า ในใจไม่เหลือความรู้สึกใด ๆ อีกต่อไป"แล้วอย่างไรเล่า"เสิ่นหมิงเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พอเจ้าเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเฉิงเยวี่ยโหรว แล้วจู่ ๆ ก็พบว่าข้าคือคนที่หวังดีและรักเจ้าจากใจจริง พอเจ้าหวนกลับมาขอโทษ ข้าก็ต้องยกโทษให้เจ้าอย่างนั้นหรือ เมื่อก่อนเจ้าทิ้งข้าไปในคืนเข้าห้องหอเพราะเฉิงเยวี่ยโหรว อาสาขอลงใต้ไปตรวจราชการที่เจียงหนานทุกปี แต่แท้จริงแล้วไปตามหาเฉิงเยวี่ยโหรว ซ้ำยังเชื่อคำใส่ร้ายของนางจนส่งข้าไปขังไว้ในหอนางโลม เรื่องพวกนี้ข้าไม่ติดใจถือสาเจ้าก็ได้"แต่เจ้าไม่ควรละทิ้งเนี่ยนเนี่ยนเพื่อกู้เฉิงโจว ลูกคือเส้นตายของข้า"เซี่ยฉืออ้าปากตั้งใจจะอธิบายบางอย่าง ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่อาจแก้ตัวสิ่งใดได้เลยตอนนั้นเป็นเพราะเขาดูคนไม่ออก แล

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 15

    เช้าตรู่ ยามแสงแรกของวันเริ่มสว่างรำไรเหยี่ยวที่บิดาฝึกเลี้ยงไว้โฉบลงมาจากท้องฟ้าสูง และเกาะลงบนไหล่ของเสิ่นหมิงเวยบนปีกของมันเปรอะเปื้อนรอยเลือด และในซอกกรงเล็บยังหนีบจดหมายลับม้วนเล็กจิ๋วไว้ฉบับหนึ่งนางเปิดออกดู เป็นข้อความส่งมาจากเว่ยเจิง "กองทัพเสริมมาถึงแล้ว"ตัวอักษรสี่ตัวอันคุ้นเคย ทำเอาเสิ่นหมิงเวยที่เหนื่อยล้าจากการอดนอนมาตลอดทั้งคืนกลับมากระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีนางนำข่าวอันน่ายินดีนี้ไปบอกแก่ทุกคนเสียงโห่ร้องยินดีพลันดังขึ้นรอบทิศพวกเขารู้ดีว่าความมืดมิดได้สิ้นสุดลงแล้ว รุ่งอรุณกำลังจะมาถึงไม่นาน เสิ่นหมิงเวยก็นำทหารที่เหลืออยู่ ร่วมมือกับกองทัพเสริมที่เว่ยเจิงนำมา ตีขนาบทั้งหน้าหลังจนกวาดล้างกองทัพศัตรูลงได้ในคราวเดียวกระทั่งฟันแม่ทัพของฝ่ายศัตรูตกจากหลังม้า เสิ่นหมิงเวยจึงไม่อาจฝืนร่างกายไว้ได้และหมดสติไปในที่สุดก่อนที่จะหมดสติไป นางรู้สึกว่ามีคนโอบรับร่างของนางไว้อย่างมั่นคงข้างหูดังขึ้นด้วยเสียงอันคุ้นเคย "วางใจเถิด มีข้าอยู่ทั้งคน"เป็นเว่ยเจิงมุมปากของเสิ่นหมิงเวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ตัวเองดิ่งจมลงสู่ความมืดมิดอย่างแท้จริงยามที่นางตื่

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 14

    "เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่" เสิ่นหมิงเวยเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยเว่ยเจิงยื่นม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งให้เสิ่นหมิงเวย "ข้าได้รับจดหมายจากเหยี่ยวข้างกายท่านพ่อบุญธรรมในเรือน ตอนท่านพ่อบุญธรรมกับคนอื่น ๆ เดินทางกลับเมือง ถูกซุ่มโจมตีที่ด่านหุบเขา เขาโดนพิษประหลาดจากซีอวี้ ตอนนี้ชีวิตตกอยู่ในอันตราย"นางรับม้วนกระดาษมา ตัวอักษรสั่นไหวทว่ายังคงมองออกว่าเป็นลายมือของบิดา คาดว่าคงเป็นข้อความที่เขาเขียนไว้ก่อนจะหมดสติไปนางพยายามข่มความสับสนวุ่นวายในใจ แล้วเอ่ยกับเว่ยเจิง "ในจวนยังมียาถอนพิษพระราชทานที่แก้ได้สารพัดพิษอยู่เม็ดหนึ่ง ข้าจะนำคนเอายาไปส่งเดี๋ยวนี้ เจ้าจงเฝ้ารักษาเมืองไว้ให้ดี ข้ากลัวพวกมันอาจจะฉวยโอกาสนี้ลงมือ""เจ้าอยู่นี่ ข้าไปเอง" เว่ยเจิงขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย "ไม่ได้! บนตัวเจ้ายังมีบาดแผลอยู่" เสิ่นหมิงเวยปฏิเสธเสียงแข็ง นางมองเว่ยเจิง "เว่ยเจิง เชื่อใจข้า...อีกอย่าง ช่วยดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ข้าด้วย"เว่ยเจิงมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง สุดท้ายจึงสั่งให้คนไปนำเกราะเบาไหมทองที่เตรียมไว้ให้เสิ่นหมิงเวยออกมา และเฝ้ามองนางสวมใส่มันจนเสร็จถึงได้ยินยอมไม่นานเสิ่นหมิงเวยก็นำยาถอนพิษ พร้อมด้วยทั

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 13

    เสิ่นหมิงเวยเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเว่ยเจิง จนไม่มีเวลาคิดว่าเซี่ยฉือมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรนางมองเซี่ยฉือด้วยสายตาเย็นชา ตะคอกด้วยเสียงร้อนรน "หลีกไป!"เมื่อเห็นเซี่ยฉือชะงักไป เสิ่นหมิงเวยก็ไม่สนใจเขาอีก พาเว่ยเจิงอ้อมเขาเข้าไปข้างในทันทีพอเข้าสู่เขตเรือน นางก็ร้องสั่งเสียงดัง "แม่นมอู๋ รีบไปเชิญหมอประจำจวนมาเดี๋ยวนี้!"เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับของแม่นมอู๋ นางจึงเพิ่งรู้สึกตัว ว่าแม่นมอู๋ได้ออกจากจวนแม่ทัพไปแล้วเพราะกลัวความผิดสีหน้าของเสิ่นหมิงเวยชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้สาวใช้ไปเชิญหมอประจำจวนยามมองดูเว่ยเจิงขมวดคิ้วแน่นอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส เม็ดเหงื่อไหลผุดซึมขมับไม่หยุด เสิ่นหมิงเวยก็ไม่อาจปิดบังความปวดใจในดวงตาไว้ได้เลยนางเห็นเว่ยเจิงขยับริมฝีปาก จึงรีบก้มตัวยื่นหูเข้าไปใกล้ได้ยินเพียงเสียงพึมพำแผ่วเบาของเว่ยเจิง "เวยเวย…"เสิ่นหมิงเวยชะงักงัน นางกุมมือของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ เอ่ยตอบเสียงเบา "ข้าอยู่นี่"หยดเหงื่ออุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนมือนาง คล้ายกับลวกเข้ามาในใจนางนางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เตรียมจะเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้เ

  • ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก   บทที่ 12

    ลมตะวันออกคลายความหนาวเหน็บ ฤดูใบไม้ผลิหวนคืนสู่ชายแดนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วนมาถึงวันงานบวงสรวงวสันต์เสิ่นหมิงเวยนำกลุ่มขุนนางเดินทางไปยังแท่นบูชาทางทิศตะวันออกของเมืองเพื่อเซ่นไหว้เทพแห่งพื้นดินและเทพแห่งธัญญาหาร อธิษฐานให้การเกษตรและการเลี้ยงสัตว์บริเวณชายแดนเจริญรุ่งเรืองและสงบสุขไร้ภัยตลอดปีชาวบ้านทั้งใกล้ทั้งไกลต่างพากันเดินทางมาเซ่นไหว้ขอพรท่ามกลางฝูงชนอันคึกคัก มีผู้คุ้มกันในชุดลำลองแฝงตัวอยู่ไม่น้อย คอยอารักขาขบวนเดินทางอย่างแน่นหนาเว่ยเจิงสวมชุดรัดกุม เหน็บกระบี่ไว้ที่เอว คอยเคียงข้างเสิ่นหมิงเวยไม่ห่างกายทว่าขบวนเดินทางออกนอกเมืองไปได้เพียงไม่กี่หลี่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นทันที!ม้าที่เสิ่นหมิงเวยควบอยู่พลันคลั่งเตลิด หลุดจากการควบคุมแล้วสลัดสายเชือก วิ่งตะบึงไปยังป่ารกร้างนอกเมืองอย่างบ้าคลั่งก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นในทันทีทว่าเสิ่นหมิงเวยกลับไร้ความตื่นตระหนก เพียงเอียงหน้าเหลือบตาขึ้นประสานมองกับเว่ยเจิงในดวงตาทั้งสองสื่อถึงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดนับแต่วันที่เสิ่นหมิงเวยให้เว่ยเจิงไปช่วยครอบครัวของแม่นมอู๋ออกมา นางก็เปิดอกคุยกับแม่นมอู๋ตรง ๆ แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status