Mag-log in“สรุปตามที่พี่บอก แยกย้ายกันไปทำงานได้ละ”
จ๋าออกคำสั่งเด็ดขาด ลูกน้องเตรียมแยกย้ายกันไปดูแลลูกค้าตามห้องต่างๆ แต่ก่อนจะเดินผ่านอลิซกับพราวฟ้า เอมมี่กับปีใหม่ก็เบ้ปากใส่อย่างไม่พอใจ แต่อลิซไม่ได้สนใจมากนัก เพราะจุดประสงค์ของเธอแค่มาหาเงินค่าเทอมกับรักษาแม่ ไม่ได้อย่างมาชิงดีชิงเด่นกับใครทั้งนั้น “ไปเถอะอลิซ” เสียงพราวฟ้าเอ่ยเร่ง มือหนึ่งยังคงจับข้อมือเธอแน่นแล้วพาเดินตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัวด้านใน อลิซเดินตามเงียบๆ บรรยากาศในนั้นเต็มไปด้วยสาวๆ ที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้า หรือจัดทรงผมกันขมักเขม้น แสงไฟสีนวลสะท้อนกระจกบานใหญ่ริมผนัง เผยให้เห็นภาพเด็กสาวคนหนึ่งที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จดี อลิซยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะแต่งหน้า มือเล็กยังคงจับชายกระโปรงอย่างไม่คุ้นชิน จากเด็กมหาลัยที่ใส่เสื้อเชิ้ต กระโปรงเอดูเรียบร้อย ตอนนี้เธอกลายเป็นหญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงเข้มรัดรูป ผ้ากำมะหยี่ลื่นไหลแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างลงตัว ชายกระโปรงสั้นเพียงครึ่งต้นขา ผ่าข้างเล็กน้อย ผมถูกม้วนลอนหลวมๆ ปล่อยเคลียไหล่ เมคอัพไม่จัดจ้าน แต่แต่งดวงตาให้ดูคมและดูมีเสน่ห์กว่าปกติ เธอดูเซ็กซี่ยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก พราวฟ้าเดินเข้ามาสำรวจลุค ก่อนยิ้มพอใจ “โอเค พี่ว่าคืนนี้ทิปเยอะแน่“ อลิซหันไปมองเพื่อนร่วมงานอย่างไม่ค่อยมั่นใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ดูแลลูกค้ากลุ่มสำคัญ อาจจะด้วยความที่ยังไม่เป็นมืออาชีพมากพอ ส่วนมากก็จะเป็นตัวท็อปอย่างเอมมี่กับปีใหม่ ที่ได้ดูแลลูกค้าระดับนี้ “มันดู โป๊ไปหน่อยไหมอะพี่ ทำไมวันนี้พี่จ๋าให้ใส่โป๊กว่าทุกวัน“ ”โป๊พองามจ๊ะ แต่ยังดูแพง เชื่อพี่” พราวฟ้าตบบ่าเธอเบาๆ เรียกความมั่นใจเธอกลับคืนมา “คนที่เราจะไปดูแลเป็นแขกระดับท็อป ถ้าทำได้ดี คืนเดียวก็ได้ทิปหลายหมื่น” อลิซเงียบไปครู่ สูดลมหายใจลึก ”เพื่อแม่…แค่นี้ต้องไหว” ก๊อก ก๊อก ประตูหลังห้องแต่งตัวเปิดออก พี่จ๋าโผล่หน้าเข้ามา “อลิซ พราว พร้อมรึยัง ห้อง VIP สองรออยู่ อย่าให้ลูกค้ารอนาน ” อลิซพยักหน้าช้าๆ พราวฟ้ากระซิบอีกครั้งข้างหู “ถ้าเจอคนมองต่ำ อย่าไปใส่ใจ…แต่อย่ามองตัวเองต่ำเด็ดขาด เข้าใจนะ“ เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ตั้งแต่มาทำงานที่นี่นอกจากพี่จ๋าจะเอ็นดูเธอมากๆ เพราะรับรู้เรื่องทางบ้านของเธอ ก็ยังมีพราวฟ้านี่แหละ ที่คอยให้คำแนะนำเธอมาตลอด และพี่จ๋าก็พยายามจัดให้เธอทำงานคู่กับพราวฟ้า อลิซเดินออกจากห้องแต่งตัวมาคู่กับพราว จากคำปลอบใจของเพื่อนรุ่นพี่ เธอไม่ได้เคอะเขินอีกต่อไป เอาจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือทรวดทรงองเอวต่างๆ เธอเองไม่ได้น้อยไปกว่าเอมมี่และคนอื่นๆซักนิด และอีกอย่างเธอยังสดยังสวย อายุเพียงแค่21ปี เรียกได้ว่าน้อยสุดในบรรดาเด็กของผับแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ประตูห้อง VIP เลื่อนเปิดออก เสียงเพลงจากโซนกลางของผับดังแทรกเข้ามาชั่วครู่ ก่อนจะเงียบลงทันทีเมื่อประตูปิด บรรยากาศภายในห้องหรูเป็นแสงไฟสีทองนวลตา โต๊ะกลมใหญ่ล้อมด้วยโซฟากำมะหยี่สีดำสนิท ด้านบนวางเครื่องดื่มราคาแพงระดับพรีเมียม และแก้วคริสตัลที่วาววับสะท้อนแสงเบาๆ มีผู้ชาย 3 คนนั่งประจำอยู่แล้ว แต่งตัวดีในชุดสูทลำลอง ดูมีฐานะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยคลุ้งปนกับกลิ่นเหล้าบุหรี่จางๆ ดูแล้วผู้ชายกลุ่มนี้มีเสน่ห์น่าดึงดูดไม่น้อย ตรงกลางโซฟา คือเขาชายหนุ่มในเชิ้ตดำพับแขน ใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมเข้มทอดมองต่ำลงกับแก้วในมือ ภูวินทร์หรือที่เพื่อนสนิทเรียกภู ชายหนุ่มเจ้าของธุรกิจผลิตอะไหล่รถยนต์ และนักลงทุนรวยอันดับต้นๆของประเทศ เย็นชา…สุขุม…และดูจะไม่ใช่คนที่เปิดรับใครง่ายๆ ส่วนเพื่อนอีก2คนคือราเมศ ทายาทบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม และวาคิม ทายาทเครื่องดื่มยี่ห้อดัง หล่อเหลาและดูดีไม่แพ้กัน “สวัสดีค่ะ ชื่อพราวฟ้าค่ะ วันนี้ดีใจมากนะคะที่ได้รับหน้าที่ดูแลทุกท่าน” พราวฟ้าเดินนำเข้าไปก่อน ยิ้มหวานนุ่มนวลอย่างเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเบี่ยงตัวเล็กน้อย “แล้วก็…นี่อลิซค่ะ ถือว่ายังเป็นน้องใหม่มากๆ และที่สำคัญน้องยังเป็นนักศึกษาอยู่เลยค่ะ“ เสียงพูดของพราวฟ้าทำให้สายตาทุกคู่หันมอง“รู้แล้วน่า เก่งที่สุดเลยพี่สาวผมอ่ะ” ภูริขำพึมพำ ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้ดีเดย์ “ยินดีด้วยครับพี่เดย์ วันนี้หล่อเกินหน้าเกินตาผมไปหน่อยนะ” “ขอบใจมากภูริ แต่เรื่องความหล่อ... พี่ว่าพี่นำแกไปไกลแล้วว่ะ” ดีเดย์ตบไหล่น้องเขยขำ ๆ ตีมึนยอมรับความหล่อของตัวเอง หลังจากนั้นทุกคนก็พากันไปหามุมสวนร่มรื่นของมหาวิทยาลัยเพื่อถ่ายรูปครอบครัวสลับกันไปมา กดชัตเตอร์กันจนนิ้วล็อก หัวเราะฮาครื้นเครงกันอยู่พักใหญ่ สักพักใหญ่ ๆ กลุ่มเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายก็ยกขบวนกันมาถึง ที่หอบของขวัญกวน ๆ มาเพียบ “พวกแก! ทางนี้เลยมาถ่ายรูปกันก่อน” เอย่ากวักมือเรียกเพื่อน ๆ “ยินดีด้วยนะเว้ยไอ้เดย์ เอย่า ในที่สุดพวกมึงก็หลุดพ้นจากวงโคจรโปรเจกต์จบสักที” เจฟโวยวายมาแต่ไกล ก่อนจะรีบเข้าไปยืนข้างปีใหม่เพื่อเข้าเฟรมถ่ายรูป “ตากล้องครับ ขอช็อตผมคู่กับคนสวยตรงนี้เน้น ๆ หน่อยนะ” “ไอ้เจฟ! อย่ามาเนียน ถอยไปเลย” ปีใหม่แหวใส่ แต่สุดท้ายก็ยอมยืนนิ่ง ๆ ให้ตากล้องกดถ่ายรูปหมู่รวมเพื่อนอย่างสนุกสนาน เมื่อแยกย้ายกันไปถ่ายรูปตามซุ้มคณะต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ จนอิ่มหนำสำราญและแดดเริ่มร่มลมตก ทั้งเอย่าและดีเดย์ก็ขอตัวลาเพื่อน ๆ แล้วพา
“ซี้ดดดด... แน่นมากเอย่า... อูยยย อย่าเกร็งนะคนดี ตอดเค้าถี่เลย ซี้ดดด...” ชายหนุ่มแช่กายค้างไว้ขยับสะโพกคลึงวนเบา ๆ เพื่อให้เธอปรับตัว แจ๊ะ... พั่บ! ตับ! เมื่อช่องทางเริ่มอ่อนนุ่มและรองรับความต้องการได้ดีขึ้น ดีเดย์ก็เริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะค่อย ๆ เร่งความเร็วและรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งสูง “อ๊ะ ๆ ๆ ๆ... ดีเดย์... แรงไป... อ๊าาา เค้าเสียว... อื๊อออ!” เอย่าครางระงมสั่นไปทั้งตัว ใบหน้าหวานเคลิ้มด้วยความซาบซ่าน สองมือไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะไหล่หนาไว้แน่น พั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ! ตับ ๆ ๆ ๆ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องนอน สลับกับเสียงน้ำหวานฉ่ำแฉะที่ถูกบดเบียดตามแรงกระแทกกระทั้น ดีเดย์ก้มลงไปจูบซับน้ำตาที่ไหลซึมตรงหางตาของเอย่าเพราะความเสียวซ่าน “ซี้ดดด... เอย่า ขยับตอดเค้าดีฉิบหาย... อูยยย ไม่ไหวแล้วเธอ แรงกว่านี้อีกนะ ซี้ดดดด...” ดีเดย์คำรามในลำคอ สองมือแกร่งล็อกเอวบางไว้แน่นแล้วโถมสะโพกเข้าใส่ย้ำ ๆ เน้น ๆ ตรงจุดกระสันของเธอ พั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ! แจ๊ะ! แจ๊ะ! “อ๊าาา ๆ ๆ ๆ! เดย์... เค้าจะเสร็จ... จะไม่ไหวแล้ว... อื้อออ! ดีเดย์!” เอย่าหวีดร้อง เสียง
ดีเดย์เดินกลับมาที่โต๊ะกลุ่มเพื่อน ซึ่งตอนนี้เอย่ากำลังโดนรุมซักไซ้เรื่องแผนการในอนาคตอยู่ “แล้วนี่แพลนกันไว้รึยังว่าเรียนจบแล้วจะแต่งเลยไหม หรือจะรอทำงานก่อน” กรีนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เอย่าหันไปมองดีเดย์ที่เพิ่งเดินกลับมายืนข้าง ๆ ก่อนจะตอบ “ก็คิดไว้ว่าอยากเรียนให้จบก่อน หลังจากนั้นค่อยดูเรื่องงานอีกที ไม่รีบหรอก” “แต่เค้ารีบนะ” ดีเดย์พูดสวนขึ้นมา พร้อมกับสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง “เรียนจบปุ๊บ แต่งปั๊บเลยได้ไหม เค้าอยากสร้างครอบครัวกับเธอเร็ว ๆ” “ดีเดย์! ปล่อยเลย คนอยู่เยอะแยะ อายเพื่อนบ้าง” เอย่าตีกระหน่ำลงบนแขนแกร่งเบา ๆ ด้วยความเขินอาย “โอ๊ยยยย มดขึ้นหมดแล้วโว้ยยย!” เจฟแกล้งทำท่าปัดมดออกจากตัว “พวกกูว่าแยกย้ายเหอะว่ะ อยู่ตรงนี้ต่อไปคืนนี้น่าจะเป็นส่วนเกินชัวร์ ๆ” “เออจริง ไปหาเครื่องดื่มกินตรงนู้นดีกว่า ปล่อยให้คนคลั่งรักเค้าอยู่ด้วยกันไป” โอ๊คเสริมขำ ๆ ก่อนที่กลุ่มเพื่อนจะพากันทยอยเดินเลี่ยงออกไปปล่อยให้ทั้งสองคนได้มีเวลาส่วนตัวกันสองคน ท่ามกลางแสงไฟสลัวในค่ำคืนวันหมั้น ดีเดย์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ก้มลงมองใบหน้าหวานที่เขารัก “ขอบคุณนะเอย่าที่ยอมหมั้น
“พ่อฝากดูแลยัยตัวเล็กด้วยนะดีเดย์ ถ้าวันไหนมันดื้อ ขัดใจอะไร ก็ค่อย ๆ คุยกันนะลูก อย่าใช้อารมณ์” ภูวินทร์เอ่ยให้พรลูกเขยป้ายแดงด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความรัก “ใช่จ้ะ... แม่ก็ฝากรักและถนอมหนูเอย่าให้มาก ๆ นะตาเดย์ แม่รักหนูเอย่าเหมือนลูกสาวแท้ ๆ อีกคนเลยนะ” แม่เมลล์พูดเสริมพลางลูบหัวหลานสาว ด้วยความเอ็นดู “ครับพ่อ ครับแม่... ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้เอย่าต้องเสียใจเด็ดขาดครับ” ดีเดย์สบตาผู้ใหญ่อย่างหนักแน่น ก่อนจะหันมาส่งยิ้มละมุนให้เอย่าที่นั่งน้ำตาซึมอยู่ข้าง ๆ “เค้ารักเธอนะเอย่า...” ดีเดย์กระซิบแผ่วเบาเสียงนุ่ม “เค้าก็รักเธอเหมือนกันดีเดย์...” เอย่าตอบกลับพร้อมรอยยิ้มหวานทั้งน้ำตา ภูริที่เห็นภาพนั้นก็นั่งน้ำตาไหลอยู่แถวหน้าของแขก หลังจากพิธีหมั้นตอนเช้าผ่านไปอย่างราบรื่น พอตกกลางคืน บรรยากาศในสวนข้างบ้านก็เปลี่ยนเป็นงานปาร์ตี้ฉลองกันแบบส่วนตัว มีแค่คนในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิท ไฟปิงปองสีส้มอบอุ่นถูกเปิดรอบสนามหญ้า มีโต๊ะบาร์บาร์บีคิว และเครื่องดื่มตั้งอยู่มุมหนึ่ง เสียงเพลงสากลเปิดคลอเบา ๆ ให้บรรยากาศดูเป็นกันเอง “ชนแก้วหน่อยโว้ยยย! ยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวชหน่อยครับเพ
สองเดือนต่อมา... ภายในบริเวณสวนข้างบ้านตระกูลภูทัชชัยที่เคยเงียบสงบ ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรัก เหล่าคนงานและออแกไนซ์ต่างวิ่งวุ่นจัดเตรียมงานกันอย่างขยันขันแข็ง “อ้าวทุกคน! รีบ ๆ มือกันหน่อยเร็ว พระสงฆ์ใกล้จะมาถึงแล้วนะ” แม่ติ๋มส่งเสียงสั่งการคนงานทุกคนที่กำลังช่วยกันจัดผ้าผูกโต๊ะและจัดวางแจกันดอกไม้ “อย่าลืมนะว่าธีมธรรมชาติ เน้นดอกไม้สดโทนสีขาวเขียว ให้ดูร่มรื่นที่สุด!” ในขณะที่ข้างล่างกำลังโกลาหล ห้องแต่งตัวชั้นสองกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้น “เสร็จแล้วจ้า! เจ้าสาวของพวกเรา... โห ยัยเอย่า แกสวยมาก สวยจนฉันจะร้องไห้แล้วเนี่ย” กรีนเพื่อนสนิทของเอย่าเอ่ยขึ้นพลางวางแปรงปัดแก้มลง สายตาจับจ้องไปที่ร่างบางในชุดไทยจักรีประยุกต์สีขาวสลับทองอร่าม ขับผิวขาวเนียนให้ผุดผ่อง “นั่นดิเอย่า... พอเห็นแกในชุดนี้แล้ว น้ำตาฉันมันจะไหลออกมาจริง ๆ นะ แกรู้ป่ะ” ปีใหม่พูดพลางซับหัวตาตัวเองเบา ๆ ด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนรักกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา “พวกแกอ่า... อย่าเพิ่งมาร้องไห้ตอนนี้นะ เดี๋ยวฉันร้องตามแล้วเมคอัพพังหมดทำไงล่ะ” เอย่าพูดเสียงสั่นเ
หลังจากไปชอปปิ้งผ่อนคลายอารมณ์กันจนหนำใจทั้งพ่อภูวินทร์และแม่อลิซ ก็จัดการโทรหาเพื่อนสนิทพร้อม ๆ กันทันที “ฮัลโหลราเมศ” พ่อภูวินทร์กรอกเสียงทักทายเพื่อนรัก (ว่าไงภู) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มตามสไตล์นักธุรกิจ ขณะเดียวกัน แม่อลิซก็ต่อสายตรงหาเพื่อนสนิทเช่นกัน “ฮัลโหลเมลล์” (ว่าไงจ๊ะอลิซ) ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล (ห้ะ! เป็นดองกัน?!) ทว่าประโยคถัดมาทำเอาปลายสายทั้งสองฝั่งอุทานขึ้นมาพร้อมกันเป็นคำเดียว ก่อนจะรีบเคลียร์งานที่บริษัทแบบสายฟ้าแลบ แล้วบึ่งรถตรงดิ่งกลับบ้านทันที ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่ของราเมศก็ก้าวเท้ายาวเข้ามาในบ้านตระกูลภูทัชชัย โดยมีเมลล์ในชุดหรูเดินตามมาข้าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น “ไหน... เรื่องมันเป็นยังไงแกเล่ามาซิไอ้ภู” ราเมศโพล่งถามเพื่อนรักที่นั่งรออยู่บนโซฟาก่อนแล้ว พลางทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างร้อนใจ “ก็ลูกชายของยัยเมลล์น่ะสิ มาจีบลูกสาวฉัน” อลิซเป็นคนตอบแทนสามีพลางจุดรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย “ตาเดย์เนี่ยนะ? แกจำคนผิดรึเปล่าอลิซ เมื่อก่อนเจอกันทีไรชอบแกล้งหนูเอย่าจนร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่ใช่หรอ” แม่เมลล์พูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าลูกชายมาดนิ่งของเธอจะเ
ตึก ตึก ตึก พรึบ!!~~ พอเดินเข้ามาในห้องvip2ก็ต้องแปลกใจ ทั้งราเมศและก็วาคิม รวมถึงพราวฟ้าไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว เหลือเพียงภูวินทร์ ที่นั่งดื่มเงียบๆมองดูโซนด้านล่างผ่านกระจกใสในห้องvip “เอ่อ คนอื่นหายไปไหนกันหมดคะ” เธอถามเขาเสียงเบา ก่อนที่สายตาคมเฉียบจะละจากด้านล่าง แล้วหันกลับมามองเธอแทน
“เก่งมากครับ” ราเมศเอ่ยขึ้นในขณะที่ยิ้มไม่หุบ “คุณราเมศบอกมาเถอะค่ะ อยากให้อลิซทำอะไร ” “ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นครับ ผมแค่อยากให้น้องอลิซผ่อนคลาย” ราเมศยังลีลาไม่เลิก เขานั่นแหละที่กำลังทำเธอกดดัน ภูวินทร์ได้แต่นั่งดื่มเงียบๆ ปกติเด็กเอ็นต้องเกาะแขนเอาอกเอาใจ แต่เธอกลับต่างออกไป นอกจากจะไ
อลิซก้าวเข้ามาช้าๆ ในชุดเกาะอกรัดรูปสีแดงเข้มที่ตัดกับผิวขาวนวล และผมลอนหลวมปล่อยเคลียไหล่ เธอดูทั้งน่ามองและมีเสน่ห์ในตัวเอง ท่ามกลางแสงไฟสีสีนวล เธอโดดเด่นราวกับหญิงสาวที่ก้าวออกมาจากภาพวาด แต่คนที่สายตาคมกริบของเขาจับจ้องอยู่กลับไม่มีท่าทีสนใจนัก ภูวินทร์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ปลาย
โรงพยาบาลเอกชนเวลาต่อมา “สวัสดีค่ะ มาชำระค่ารักษาคุณพิมพา ชราวรทันกุลค่ะ” หน้าห้องการเงิน อลิซแจ้งความประสงค์แล้วเงียบรอฟัง “ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะเช็คยอดชำระให้” เจ้าหน้าที่ดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไม่นาน ก็ยื่นใบเสร็จแจ้งยอดมาที่เธอ “ ยอดชำระทั้งหมด 158,000 บาทถ้วนค่ะ” พอได้ย







