LOGINเจ้าประคุ๊ณ! ขอให้ตาคู่นั้นที่มันมองเธอเหมือนเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหนกระเด็นกระดอนหลุดออกนอกเบ้าทีเถอะ
ซาร่าห์ได้แต่แช่งชักหักกระดูกในใจ เก็บอารมณ์ขุ่นมัวให้ลึกที่สุดเท่าที่จะยัดให้ลึกได้ วันนี้เป็นวันดี เธอต้องทำตัวให้โล่งปลอดโปร่งที่สุด ปั้นหน้ายิ้มเข้าไว้แม้ใจจริงอยากกินหัวใครบางคนตลอดเวลาก็ตาม “เจ้เห็นเฮียคัสถือของขวัญมาด้วย ดีใจเลยล่ะสิ” ซาร่าห์บิดยิ้มแก้เขินเมื่อโดนเพื่อนรุ่นพี่อย่างมุกดาแซวมาอย่างนั้น ตอนนี้คนทั้งคู่นั่งที่โต๊ะเพียงสองคน เฮียคิเรย์กำลังจับกลุ่มกับเพื่อนๆ เขา คุยเรื่องธุรกิจพลางเล่นหมากรุกไปด้วยอย่างสนุกสนาน ในส่วนอีกฝั่งแตกต่างกันราวนรกสวรรค์ สาวๆ หุ่นแม่พันธุ์ ทรวดทรงองค์เอวชวนมอง ไซต์บิ๊กบึ้มโดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจ ไม่รู้มาร์ตินไปสรรหาสาวๆ เหล่านั้นมาจากไหน เขาคงมีความสุขมากที่โดนรายล้อมไปด้วยผู้หญิงหุ่นน่าขย้ำ อาจมีความสุขถึงขั้นที่ว่าลืมเพื่อนรุ่นพี่ของเธอไปแล้วก็ได้ “กระดี๊กระด๊าเชียว เจ้ดูสิ” ซาร่าห์สะกิดแขนมุกดาให้มองไปทางสระว่ายน้ำ นี่มาปาร์ตี้วันเกิดหรือว่าปาร์ตี้อย่างอื่นกันแน่ โชคดีจริงๆ ที่เฮียคัสของเธอเป็นคนรักความสงบ ไม่มีนิสัยอย่างแฝดน้อง ไม่งั้นเธอคงได้ช้ำใจตายที่ต้องเห็นเขานัวเนียเคลียคลอกับผู้หญิงเหล่านั้น “เขามีความสุขก็ดีแล้ว” มุกดาทำเพียงแค่ยิ้มมอง ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่มาร์ตินเคยชอบตัวเอง เคยตามตื๊อ ตามดูแลเอาใจใส่และดีกับเธอทุกๆ อย่าง เธอเป็นน้องมุกคนสวยขาของเขา ในขณะที่เขาเป็นได้แค่เฮียติน พี่ชายผู้แสนดีคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เคยมากเกินไปกว่านี้ ความสัมพันธุ์ของเราจึงไม่มีทางพัฒนาไปมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะใจทั้งดวงเธอมอบให้สามีอย่างคิเรย์ไปหมดแล้ว “ทีเมื่อก่อนเกาะแกะเจ้เก่งจะตายไป แล้วดูตอนนี้สิ..” “ให้เขามูฟออนจากเจ้ได้ก็ดีแล้ว ดีกว่าให้เขามายึดติด อาลัยอาวรณ์ไม่จบไม่สิ้น เจ้ไม่ได้ต้องการแบบนั้น” มุกดาพูดให้เพื่อนรุ่นน้องเข้าใจ แต่ดูเหมือนซาร่าห์จะยังชักสีหน้าเหม็นเขียวมาร์ตินไม่เลิก “ทำไม..หรือว่าหึงเฮียติน” “เจ้!” หันขวับกลับมามองเพื่อนรุ่นพี่คอแทบเคล็ด “อย่าพูดอะไรที่มันชวนลุกได้มั้ย ให้หนูหึงอีตานั่น หนูยอมหนีไปบวชชีซะจะดีกว่า” ลูบขนแขนตัวเองที่มันลุกชันด้วยสีหน้าขยาด ผู้ชายอย่างมาร์ตินมีดีก็แค่หล่อ รวย ฉลาด การศึกษาสูง รสนิยมเยี่ยม โอเค..ใช้แค่คำว่าแค่ก็คงไม่ได้ ในเมื่อดันร่ายไปซะเยอะ แต่ช่างเถอะ ไอ้ที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่มีจุดไหนดึงดูดความสนใจได้เท่ามาร์คัส แม้หน้าตาจะเหมือนกัน แต่เธอเป็นประเภทเลือกนิสัยโดยรวมก่อนหน้าตา ฉะนั้นแล้วมาร์ตินจึงไม่เค๊ย ไม่เคยเป็นผู้ชายในอุดมคติเลยสักนิด ในสเปคก็อย่าหวัง ในฝันหรือจะในอะไรทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่มี ไม่สักนิดเดียว ตกกลางดึก เสียงดนตรีเริ่มแผ่วลงและถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดไม่รู้เรื่องของคนที่ดื่มหนักจนเมาคอพับไปกันหลายราย บ้างที่ยังพอมีสติพากันแยกย้ายกลับบ้านกลับช่อง ใครเมาหนักหน่อยนอนค้างที่นี่ ห้องหับเยอะแยะเลือกเอาตามใจชอบ ครั้นสร่างเมาเมื่อไรก็ค่อยลุกกลับบ้านใครบ้านมัน “มึงจะนอนค้างที่นี่หรือกลับ” มาร์คัสเอ่ยถามกลุ่มเพื่อนสนิทหลังเพิ่งออกไปส่งกลุ่มเพื่อนสัตวแพทย์ “กลับสิวะ แต่กูรอเคลียร์ตรงนี้ก่อน” คิเรย์หมายถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่เริ่มสติดับวูบจากการดื่มแอลกอฮอล์ มองไปทางเจ้าภาพอีกคน แม้มันจะเมาเหมือนหมาแต่ยังเริงรื่นกับเหล่าสาวๆ อย่างสนุกสนาน “งั้นกูฝากด้วยนะ ง่วงฉิบหาย” “เอ้าไอ้นี่ ไม่ช่วยกูเก็บซากไอ้พวกนี้ก่อนล่ะวะ” เจ้าภาพอีกคนกำลังจะชิ่งหนีไปเช่นกัน “กูสั่งลูกน้องไว้แล้ว โตๆ กันหมดละ ถ้าดูแลตัวเองไม่ได้ก็ปล่อยให้นอนตากน้ำค้างข้างนอกนี่แหละ” เจ้าภาพจงเจริญ! มาร์คัสเดินล้วงกระเป๋าเข้าบ้านเพื่อตรงไปพักผ่อน บอกแล้วไงว่าเขาไม่นิยมชมชอบงานปาร์ตี้อะไรแบบนี้จริงๆ ที่ยอมมานั่งให้คนอื่นร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด เป่าเค้ก รับคำอวยพรมันก็มากพอแล้ว ที่เหลือเขาขอไม่รับหน้าที่ต่อ “เอ้า ไปแล้วก็ยังลืมเป๋าตังค์” คิเรย์หยิบกระเป๋าของอีกคนพลางนึกชั่งใจจะเก็บไว้กับตัวก่อนหรือเอาไปให้มันเลยดี เพราะตัวเขาเองยังต้องคอยดูแลคนอื่นๆ ที่เริ่มไม่มีสติ “ให้หนูเอาไปให้เฮียคัสก็ได้ค่ะ” เสียงเล็กเอ่ยอาสาหลังฟังบทสนทนาเมื่อสักครู่มาโดยตลอด “อืม ขอบใจนะ” คิเรย์ยื่นกระเป๋าตังค์ของมาร์คัสให้ซาร่าห์อย่างไม่ลังเล และเมื่อหญิงสาวได้มันมาก็รีบสาวเท้าเดินไปตามทิศทางที่คนตัวสูงเพิ่งเดินออกไป หากแต่ขาเล็กๆ ของเธอมันจะไปก้าวทันขายาวๆ ของมาร์คัสได้ยังไง เผลอหน่อยเดียวเขาก็หายไปไหนเสียแล้วไม่อาจรู้ได้ “ป้าคะ..” แต่โชคดียังเข้าข้างเมื่อเห็นป้าท่านหนึ่ง ลักษณะดูจะเป็นแม่บ้านเดินผ่านมาทางนี้พอดี “ห้องของคุณมาร์คัสคือห้องไหนเหรอคะ พอดีหนูต้องเอาของไปให้เขา” “อ๋อ หนูเดินไปทางนั้น…” ป้าแม่บ้านบอกทางเธออย่างละเอียด ซาราห์กล่าวขอบใจจากนั้นก็ขอแยกตัวออกมา กระทั่งขาเล็กๆ เดินมาหยุดยืนหน้าห้องที่ว่า ห้องของเฮียคัส.. เป็นอีกครั้ง ลมหายใจเธอไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวก็ผ่อนหนักผ่อนเบาราวกับเครื่องยนต์มีปัญหา มันเป็นเพราะความตื่นเต้นที่อัดแน่นสุมรวมกันในอก เธอไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้ใกล้ชิดเขามากถึงขนาดนี้ หากไม่เป็นเพราะตัวเองคือเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทมากๆ กับมุกดา เธอคงไม่มีทางได้รู้จักมาร์คัส ไม่มีทางได้เข้างานวันเกิดเขา รวมถึงไม่มีทางได้ก้าวขึ้นมายืนถึงหน้าห้องด้วยซ้ำไป ชาติที่แล้วคงทำบุญไว้เยอะสินะเราเนี่ย.. ซาร่าห์สูดหายใจเฮือกใหญ่และผ่อนออกยาวพรืด มือไม้เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อ มันสั่นเทานิดๆ ยามเคาะประตู ทว่าจนแล้วจนรอดกลับไม่มีวี่แววคนด้านในเปิดออกให้ หรือว่าเฮียคัสอาจกำลังอาบน้ำ คิดได้ดังนั้นมันจะเสียมารยาทไหมหากเธอถือวิสาสะเข้าไป ก็คงเสียมารยาทนั่นแหละ สมองคิดอย่าง มือและเท้าทำอีกอย่าง ซาร่าห์ตัดสินใจเปิดประตูด้วยตัวเอง เธอพบว่ามันไม่ได้ล็อค ในเสี้ยววินาทีต่อมาจึงพาร่างตัวเองเข้าด้านใน กลิ่นที่หอมอ่อนๆ ไม่ได้ช่วยให้ใจผ่อนคลายและตื่นเต้นน้อยลง ภายในห้องเปิดไฟมองดูสลัวแถมยังเงียบเชียบไร้เสียงอื่นแม้แต่เสียงที่คาดคิดว่าอาจเป็นเสียงอาบน้ำก็ตาม หรือว่าเฮียคัสอาจมีแวะไปที่ไหนก่อนกลับห้อง สมองเริ่มทำงานขบคิดอีกว่าเธอควรรอคืนของให้เขาเองกับมือหรือว่าตั้งมันไว้ที่ไหนสักที่แล้วออกไปจากห้องเลย ใจของซาร่าห์มันเอนเอียงไปอย่างแรกมากกว่า ด้วยคิดว่าหากเธอรอก็ย่อมมีเวลาอยู่ต่อกับมาร์คัสสองต่อสองอีกสักนิด ถึงจะโดนดุที่เสียมารยาทเข้ามาในห้องส่วนตัว เธอก็เตรียมคำอธิบายไว้แล้ว และเฮียคัสก็คงไม่ใจร้ายขนาดจะด่าเธอเสียๆ หายๆ เธอว่าเธอรู้จักเขาดี หญิงสาวเดินสำรวจห้อง เริ่มตื่นเต้นจนใจไม่สงบ เพียงแค่คิดว่านี่คือห้องที่เฮียคัสนอนหลับพักผ่อนทุกคืน กลิ่นของเขายังคงอบอวลอยู่ในนี้ มันก็ตื่นเต้นจนเหงื่อชุ่มมือไปหมด นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองโดยรอบ ดูนั่นดูนี่ไปตามประสากระทั่งเจอเข้ากับตู้กระจกขนาดกลาง ด้านในเต็มไปด้วยเหล้าสุราชั้นดีหลายยี่ห้อวางเรียงโชว์ ผีขี้เมาคงเข้าสิงกระมัง ซาร่าห์ถึงได้ยืนกลืนน้ำลายอึกๆ จนแทบหยดแหมะหกใส่เท้าตัวเอง ความตื่นเต้นที่เพิ่มพูนมากขึ้นจะต้องถูกลดทอนด้วยแอลกอฮอล์เหล่านี้สิถึงจะดี คิดได้ดังนั้น คนตัวเล็กทำการเสิร์ชยี่ห้อเหล้าแต่ล่ะตัวว่ามันมีราคากี่บาท เธอจะเลือกดื่มตัวที่แพงน้อยที่สุดเพื่อเซฟเงินในกระเป๋าตอนต้องซื้อมาคืนมาร์คัส ถึงตอนนี้ถูกด่าก็คงไม่รู้เรื่อง ไปๆ มาๆ จากต้องการดื่มให้ความตื่นเต้นเกินพอดีหายไป กลายเป็นตัวเธอเองที่เกินพอดี เพราะรสชาติเหล้ายี่ห้อที่เลือกหยิบติดมือมามันถูกปาก ยกซดเอาเป็นว่าเล่นเหมือนน้ำเปล่า เพียงไม่นานร่างทั้งร่างเหมือนจะลอยคว้างโลกหมุนติ้วๆ การทรงตัวเป็นไปได้ยาก ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าพาตัวเองมาอยู่บนเตียงนุ่มๆ นี่ได้อย่างไร ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดที่เพิ่มสูงทำให้สติเลือนรางและต่อมาไม่นานก็ดับวูบในที่สุด“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” น้ำเสียงแหบสั่นถามเอ่ยออกไป “ก็แม่ไปหาหนูซาร่าห์ที่เพนต์เฮาส์ แล้วแม่ก็ไปเจอ ฮึก..แม่พูดไม่ออกเลยติน ตินรีบๆ มาดูน้องดีกว่า” วินาทีนั้นไม่รู้มาร์ตินเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักทั้งที่นั่งประชุมนานหลายชั่วโมงก็น่าจะเหนื่อยพอสมควรแล้ว แต่นี่เปล่าเลย…เขารีบวิ่งลงไปที่ลิฟต์ เป็นที่น่าแปลกตาแปลกใจแก่เหล่าพนักงาน ในหัวก็ตั้งคำถามอย่างเช่นว่า..วันนี้บอสดูรนๆ จัง เกิดอะไรขึ้นกันนะ มาร์ตินไม่มีเวลามาอธิบายหรือสนใจสายตาใคร หัวใจของเขามันเต้นเร็วจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพียงแค่คิดว่าซาร่าห์กำลังตกอยู่ในอาการไม่สู้ดี จนทรุดต้องเข้าโรงพยาบาล ถ้าเกิดน้องเป็นอะไรไป เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่ เขาควรจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ แต่ทำไมถึงดูแลได้แค่นี้ “ไอ้เมฆมึงเหยียบได้แค่นี้เหรอ!” “ผมเร่งสุดๆ แล้วครับนาย” “แม่งขับช้าจังวะ!” เมฆเองก็พยายามสุดความสามารถ เห็นท่าทีร้อนรนเหมือนคนอกจะระเบิดแตกได้ทุกวินาทีของเจ้านายหนุ่ม เขาก็พลอยเคร่งเครียดตามไปด้วย “มึงจอดดิ กูขับเองน่าจะเร็วกว่า” ไม่ได้! ทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด มาร์ตินกำลังใจร้อนขืนให้บังคับพวงมาลัยเองเมฆก็กลัวเจ
“คนนี้ก็ไม่ให้เต๊าะจ้ะ กำลังจะมีเจ้าของแล้ว” “ไหนยะเจ้าของ” มะปรางกวาดตามองหา หมั่นไส้ยัยเด็กนี่ด้วยที่ทำตัวเป็นไม้กันหมาทุกรอบ “ก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง” ชี้หาตัวเอง “กำลังทำคะแนนจ้ะ” “แหม ไม่ถามพี่ก้านหน่อยเหรอว่าเขาเอาหล่อนรึเปล่า ดูท่าจะชอบมโนนะเนี่ย” มะปรางหัวเราะคิกคัก จะเกาะแขนประจบก้านไม้แต่ชายหนุ่มก็ชักแขนหนี เขาขยับมายืนข้างๆ กระถินและวาดแขนโอบคนตัวเล็กไว้หลวมๆ เด็กสาวถึงกับหน้าแดงก่ำ ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก “ทำไมจะไม่เอาล่ะ กระถินน่ารักดีออก พี่ชอบแบบนี้” คำพูดเขาตอกหน้าแม่ค้าขายน้ำปั่นให้เจื่อนสนิท ใจจริงอยากจะพูดออกไปด้วยซ้ำว่า ‘เอาแล้ว’ หลายรอบด้วย แต่นี่มันก็ตลาด ประเจิดประเจ้อเกินไปคงไม่งาม ซาร่าห์เห็นอีกฝ่ายนิ่งกริบเพราะถูกโดนช็อตสนิทก็กรีดยิ้มสะใจ หัวเราะเบาๆ ออกมา ผู้หญิงที่จ้องแต่จะอ่อยไปทั่วมั่วไปเรื่อยก็ต้องโดนตอกหน้าให้หงายหลังแบบนี้แหละ เมื่อได้น้ำปั่นที่สั่งไว้ครบแล้วไม่มีความจำเป็นอะไรให้อยู่ต่อ กลับมาถึงรถซาร่าห์ยังไม่เลิกควงแขนสามี ทำเอาคนตัวสูงลอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “ยิ้มอะไรของเฮีย ไม่ต้องยิ้มเลยนะ” เกือบจะหุบไม่ทันก็ตรงเสียงดุๆ ของซาร่าห์นี่แหละ “ชอ
มาร์ตินเคยสัญญากับซาร่าห์ว่าจะพามาเที่ยวบ้านสวนของก้านไม้อีกครั้ง เมื่อเรื่องงานลงตัวไม่มีอะไรน่าห่วง เขาและเมียเด็กจึงพากันแพ็กกระเป๋าแล้วออกเดินทางมากันแค่สองคน ปล่อยให้เมฆคอยจัดการดูแลเรื่องงานเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมาถึงบ้านของก้านไม้ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ต่างยินดีต้อนรับแขกคนสำคัญด้วยสีหน้าปิติยินดี “ของฝากครับ” “ไม่เห็นต้องลำบากเลยลูก แต่ก็ขอบใจนะ” แม่แก้วส่งยิ้มเจือความอบอุ่นใจดี เด็กๆ สองคนนี้ก็เปรียบเหมือนลูกหลานของหล่อน พูดคุยกันต่ออีกสักพัก ถามไถ่ข่าวคราวทุกข์สุขความเป็นอยู่จนพอใจ ถึงเวลาที่ก้านไม้และลูกน้องจะต้องตามลุงเอกเข้าสวน มาร์ตินจึงขอตามไปด้วยเพราะรู้สึกว่าเขาและก้านไม้คุยกันถูกคอมาก “เธออยู่กับพวกน้องๆ นะ” ก่อนไปก็ยังต้องรายงานคนเป็นเมียทุกครั้ง กลายเป็นความเคยชินเสียแล้ว ซาร่าห์พยักหน้าทั้งรอยยิ้มหวานให้เขา มาร์ตินโยกหัวทุยเล็กสองสามทีก็เดินตามพวกก้านไม้ออกไปขึ้นรถกระบะ “หนูพาพี่ซาร่าห์ไปนั่งเล่นในสวนก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่เอาขนมตามไปให้” แม่แก้วบอกกับลูกสาวทั้งสองคน รวมไปถึงกระถินเด็กข้างบ้าน ทุกวันนี้แทบจะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวหล่อนอยู่แล้ว
ซาร่าห์ไม่เคยลงสระที่ลึกขนาดนี้มาก่อน เธอจำได้ว่าตอนไปภูเก็ต ระดับน้ำในสระแค่หน้าอก แต่สระน้ำอันนี้พ้นหัวเธอไปมากจนหญิงสาวที่พยายามตะเกียกตะกายว่ายน้ำขึ้นมาเอาอากาศหายใจเหนื่อยมากขึ้นทุกที ใกล้จะหมดแรงเต็มทน สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับแขกสองสามคนที่บังเอิญผ่านเข้ามาเจอและรีบนำเรื่องนี้ไปบอกมาร์ตินว่าเมียเขานั้นกำลังแย่มากแค่ไหน ชายหนุ่มตกใจผุดลุกจากเก้าอี้ในทันที เพื่อนๆ ของเขาก็พลอยเป็นไปด้วย รีบพากันมายังที่เกิดเรื่องจนได้เห็นว่ามีการ์ดของพี่หิรัญกระโดดลงไปช่วยซาร่าห์แล้ว เรียกได้ว่าทันเวลาพอดีเพราะขืนนานกว่านี้ซาร่าห์คงสำลักน้ำแล้วก็ต้องจมดิ่งสู่ก้นสระเพราะหมดแรงและหมดลมหายใจแน่นอน “ซาร่าห์..ไหวมั้ย ค่อยๆ นะ” “แค่กๆ อึก…เฮีย~” เธอกลืนน้ำไปตั้งหลายอึก เกือบจะได้ตายเป็นผีเฝ้าสระแล้วจริงๆ ซาร่าห์โผเข้ากอดสามีด้วยแววตาแดงรื้น เขาลูบหัวกอดปลอบภรรยาเรียกขวัญกลับเข้าตัว ในใจนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ชะล่าใจไม่ตามซาร่าห์มาด้วยกันจนน้องต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ “มีคนบอกว่าซาร่าห์โดนผลัก ใครเป็นคนทำ..” เสียงเข้มดุดันที่ถามออกไปเป็นของคิเรย์ กลุ่มแก๊งที่มีเรื่องกับซาร่าห์
มาร์คัสเดินนำจริงใจมาที่รถของเขา ยิ่งห่างออกมาจากงานมากเท่าไร สภาพแวดล้อมแถวนี้ก็ยิ่งเงียบมากยิ่งขึ้น ผิดกับเด็กสาวที่โพรงอกเต้นกระหน่ำทุกๆ จังหวะก้าวย่าง ในหัวก็จินตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง “นี่รองเท้า..เปลี่ยนซะ” มาร์คัสส่งรองเท้าผ้าใบให้เด็กสาว มันแปลกตรงที่ไซซ์รองเท้าพอดีเป๊ะกับเท้าของจริงใจนี่แหละ “ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ รองเท้านุ่มๆ ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บเท้าอีกแล้ว แต่ปัญหาใหม่ก็ตามมาอีก เมื่อลมวูบใหญ่พัดผ่านเข้ามาต้องร่างกาย จริงใจรู้สึกหนาวกว่าปกติอาจจะด้วยชุดเปลือยไหล่ที่เธอสวมใส่ ขนลุกซู่จนต้องกอดตัวเองแก้หนาว มาร์คัสเห็นทุกอาการของคนตัวเล็ก แล้วก็อ่านออกหมดว่าจริงใจเป็นอะไร “ขยับมานี่” “คุณจะทำอะไรคะ ถะ..ถอดเสื้อทำไม” ก้าวขาถอยหนีอัตโนมัติจนคนตัวสูงส่ายหน้าไปมากับความขี้ระแวงของเธอ “ฉันถอดเสื้อให้เธอเอาไปคลุมไหล่ จะได้ไม่หนาวแล้วก็ไม่ต้องบ่นว่าโป๊” “อ้อออ..” เธอลากเสียงยาว เกาหัวแก้เก้อกับความคิดลื่นไหลไปไกลของตัวเอง พอเห็นมาร์คัสจ้องด้วยสีหน้านิ่งๆ ก็ยิ้มแหยให้เขา “เธอคิดว่าฉันจะถอดเสื้อทำไมล่ะ หรือว่า..” ริมฝีปากหนาหยุดเพียง
คนในงานเยอะแยะเต็มไปหมดก็จริง แต่ส่วนใหญ่ล้วนกระจุกอยู่ในโซนที่จัดไว้ให้แขก สนุกสนานกับแสงสีเสียงและอาหารเครื่องดื่มไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้บางจุดของคฤหาสน์แลดูเงียบเชียบไปเลย แต่กระนั้นในเงามืด มุมอับลับสายตายังมีร่างสูงยืนควงแก้วไวน์เงียบๆ ซุ่มดูและฟังบทสนทนาของคนทั้งสองที่ลากแขนกันออกมาจากในงาน จับจ้องมองไม่วางตาดุจดั่งสายตาเหยี่ยวเล็งเป้าล็อกตัวเหยื่อ โดยที่เหยื่อตัวน้อยไม่อาจรู้ตัวว่าได้กลายเป็นคนในความสนใจของเขาไปแล้ว “เราไม่น่าใส่ชุดนี้มาเลย มันดูโป๊จริงๆ นะ” เสียงหวานใสพูดกับเพื่อนยังคงเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ สีหน้าแววตาก็ดูฝืนจนอึดอัดไปหมด “ในงานมีคนโป๊กว่าแกอีกจริงใจ เลิกกังวลได้แล้วน่า ชุดนี้ออกจะแซ่บ เหมาะกับแกจะตายไป” สตาร์จับเพื่อนพลิกหมุนซ้ายขวา “เนี่ย..สลัดลุคเฉิ่มเชยของแกไปเลย ทำไมยังไม่มั่นใจอีกห้ะ” “ก็มันไม่ชินนี่นา ปกติสตาร์ก็รู้ว่าเราใส่เสื้อผ้าแบบไหน” คนตัวเล็กยู่ปากตอบเพื่อนสาวด้วยสีหน้ากระเง้ากระงอดจนเพื่อนได้แต่ส่ายหน้าไปมา “นุ่งขาวห่มขาวพร้อมบวชชีน่ะเหรอ” สตาร์หัวเราะประชดในลำคอ มองบนให้กับความใจปลาซิวของเพื่อนที่แม้แต่จะแต่งตัวจัดเต็มทั้งที่ก็ยังมาม







