تسجيل الدخول“พี่คีย์ ผมน้องหนูยุ่งหมดแล้วนะ”
เขมจิราลูบผมที่ยุ่งเหยิงของตนให้เข้าทรงดังเดิม
“โอเคยังคะ” เธอมองเขาตาแป๋วรอคำตอบ
“ในสายตาพี่ น้องหนูดูดีทุกอย่างครับ”
“ค่า งั้นเราไปกันเถอะค่ะ น้องหนูเริ่มหิวแล้ว” เขมจิราลูบท้องตัวเองเบาๆ
‘ก็เธอน่ารักแบบนี้ไง เขาถึงตัดใจจากเธอไม่ได้สักที’ ภาคีคิดเศร้าในใจ โดยไม่รู้ว่ามีใครอีกคนที่ยืนอยู่หลังประตูห้องทำงาน แอบมองมาด้วยสายตาที่เจ็บปวดรวดร้าว และเศร้าใจไม่แพ้กัน
“นี่คงเป็นผู้หญิงที่เขารักสินะ เธอทั้งสวยและนิสัยดีแบบนี้เอง ถึงได้ครอบครองหัวใจเขาได้ทั้งดวง” กานต์ธิดาคิดเพียงลำพังในใจ
ช่วงบ่ายชายหนุ่มไม่ได้กลับเข้ามาอีกอย่างที่บอกไว้ ทำให้กานต์ธิดา มีสมาธิในการอ่านเอกสารมากขึ้น และเวลาก็ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน เมื่อเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น
“น้องธิดา ยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ นี่ห้าโมงเย็นแล้วนะคะ เลยครึ่งมาแล้วด้วย เลิกงานกลับบ้านได้แล้วค่ะ” จารุณีบอกกล่าวด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอเห็นว่ากานต์ธิดานั่งทำงานอยู่ในห้องทั้งวัน ไม่ยอมออกไปทานข้าวตั้งแต่เที่ยง
“งานยังไม่เสร็จเลยค่ะพี่ณี เหลืออีกตั้งเยอะ”
“ค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ”
“แต่ท่านประธานให้ธิดาสรุปผลให้เย็นนี้นะคะ ธิดาต้องทำให้เสร็จ ยังกลับไม่ได้” หญิงสาวหวังลบคำสบประมาทที่เขาปรามาสไว้จึงไม่ยอมกลับ
“ท่านประธานนี่จริงๆ เล้ย ต้องให้คุณเขมจัดการแล้วล่ะค่ะ” ชื่อเขมจิราไปสะกิดใจกานต์ธิดาเข้าอย่างจัง เธอเจ็บแปลบขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อนี้
“งั้นพี่ไม่กวนน้องธิดาแล้ว เดี๋ยวงานจะไม่เสร็จ มีอะไรโทร. หาพี่ได้นะคะ”
“ขอบคุณมากๆ ค่ะพี่ณี” กานต์ธิดายิ้มรับไมตรีที่รุ่นพี่มอบให้ พร้อมกล่าวขอบคุณ หลังจารุณีเดินออกไป กานต์ธิดาก็หันกลับมาสนใจงานที่ได้รับมอบหมายต่อ ทำเพลินจนลืมเวลา เงยหน้าขึ้นมามองนาฬิกาอีกที ก็จวบจนห้าทุ่มแล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่หญิงสาวทำงานจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
กานต์ธิดานำงานที่ทำเสร็จเรียบร้อย ไปจัดวางไว้ที่โต๊ะทำงานของภาคี หลังจากนั้นเธอเดินไปหยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องทำงานไป ทันใดนั้นหญิงสาวก็รู้สึกปวดท้องจี๊ดขึ้นมา จนต้องเอามือกุมท้องไว้ และพยายามฝืนเดินไปให้ถึงลิฟต์
“กานต์ธิดา”
“ว้าย!” เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าใครจะอยู่แถวนี้
“ตกใจอะไรนักหนา” เสียงเข้มเอ่ยถาม ขณะที่หญิงสาวมารู้สึกตัวอีกที ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของภาคีแล้ว
“ท่านประธาน” กานต์ธิดาครางเรียกชายหนุ่มเบาๆ และเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก็ราวกับต้องมนต์สะกด นาทีที่เงียบงันจึงเกิดขึ้น
ทั้งสองต่างสบตากันและกัน ราวกับมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ภาคีโน้มริมฝีปากหนาสุขภาพดีมาประกบริมฝีปากที่เย้ายวนของหญิงสาวอย่างอดใจไม่ไหว เขาไม่เคยรู้สึกอยากจะจูบใครเท่าเธอมาก่อน
ภาคีสอดลิ้นอุ่นเข้าไปในช่องปากอุ่นนุ่ม ช่วงที่หญิงสาวยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง เขาใช้ประสบการณ์ที่ช่ำชองทำให้คนอ่อนประสบการณ์อย่างกานต์ธิดาคล้อยตามโดยง่ายดาย ชายหนุ่มจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน จนเธอรู้สึกมึนงงและร้อนวูบวาบไปทั่วกาย หายใจไม่ทัน ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลงทุกที และหมดสติไปในที่สุด ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวเมื่อหญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
“กานต์ธิดา” ภาคีเขย่าแขนหญิงสาวเบาๆ เขาคิดว่าเธอใช้มารยาหญิงมาหลอกล่อเขาเหมือนผู้ชายคนอื่น
“อย่ามาแกล้งเป็นลมหน่อยเลย มันไม่สำเร็จหรอก ฉันไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่ที่เธอจะหลอกได้ง่ายๆ อย่างที่ผ่านๆ มาหรอกนะ” แต่เธอก็ยังนิ่งเงียบ จากนั้นเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน” ยามประจำตึกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถาม
“หนูธิดาเป็นลมหรือครับ เดี๋ยวผมช่วยอุ้มนะครับ” ยามวัยกลางคนกำลังยื่นมือเข้าไปช่วย แต่ภาคีก็ปัดจนกระเด็น
“ไม่ต้องยุ่ง ฉันจะอุ้มเขาเอง นายกลับไปประจำที่ของนายได้แล้วไป” ประธานหนุ่มเอ่ยปากไล่ ในขณะที่ยามยังยืนลังเลอยู่
“ยังไม่ไปอีก อ้อ! เดี๋ยวนายไปบอกสมชายให้เอารถมาจอดรอที่หน้าตึกด้วย” ภาคีสั่งยามเสียงเข้ม
“ครับท่านประธาน” หลังจากยามเดินออกไปแล้ว เขาจึงหันมาจัดการอุ้มหญิงสาวขึ้นมา
“เห็นตัวเล็กๆ ก็หนักไม่ใช่เล่นเลยนะยายอัปรีย์” ภาคีอุ้มหญิงสาวเดินเข้าลิฟต์ผู้บริหารไปบ่นไป ระหว่างที่รอลิฟต์ลงมานั้น เขาก็เอาแต่จ้องหน้าหญิงสาวไม่ยอมลดละ ใบหน้าเรียวเล็ก จมูกรั้นๆ ปากกระจับชมพูระเรื่อนั้น ดูท่าแล้วคงจะแสนงอนน่าดู และสิ่งที่เขาจ้องนานเป็นพิเศษ คือริมฝีปากสีชมพูที่เย้ายวนของเธอ เพราะริมฝีปากนี้ ที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง นี่เขาจูบผู้หญิงแบบนี้ลงได้ไงกัน
“เธอมันยายแม่มด…กานต์ธิดา” เขาต่อว่าคนหมดสติอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ จนเสียงกริ่งในลิฟต์ดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงชั้นที่หมายแล้ว ชายหนุ่มก็ละสายตาจากยายแม่มด ที่เขากล่าวหา แล้วก้าวยาวๆ ออกจากลิฟต์เดินตรงไปยังหน้าบริษัท
สมชายคนขับรถ เมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินมาถึง ก็รีบไปเปิดประตูรถให้ ภาคีจึงวางกานต์ธิดาลงบนเบาะด้านหลังคนขับ จัดท่าทางให้หญิงสาวนอนสบายที่สุด ก่อนจะตามเข้าไปนั่งข้างๆ ให้เธออิงไหล่
“วันนี้ฉันจะไปนอนที่บ้านสวน” เขาสั่ง แต่สมชายมัวแต่มองผ่านกระจก เพื่อดูหญิงสาวที่นายพามาด้วย จนลืมฟัง ภาคีจึงตวาดถามเสียงเข้ม
“ทำไมยังไม่ออกรถอีกสมชาย”
“เอ่อ...คือว่า…คุณผู้หญิงคนสวย จะให้ผมไปส่งเธอที่ไหนครับ” สมชายไม่คิดว่านายตน จะพาคุณคนสวยไปที่บ้านสวนแสนหวงหนักหวงหนาด้วย จึงถามก่อนจะโดนกินหัวรอบสอง เพราะแม้แต่คุณกุลนิภา ยังไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปที่นั่น ที่ซึ่งเป็นเสมือนโลกส่วนตัวของท่านก็ว่าได้
ระหว่างนั่งเรือมาที่เกาะในวันรุ่งขึ้น กานต์ธิดาบ่น ตลอดทางจน ถึงเกาะว่าเสียดายน่าจะพาบุตรชายเธอมาด้วย จนภาคีต้องส่ายหน้าห้ามปรามความคิดของภรรยาทันที“ตาคินเขาคงอยากให้เรามีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังบ้าง เลยไม่ร้องตามมา แกคงอยากได้น้องสักคน” ภาคียิ้มกริ่มใส่ จนภรรยาเขินอายรีบเดินหนีเข้าบ้านไป“ธิดาจ๋า รอพี่ด้วยสิครับ” ร้องเรียกภรรยาแล้วหันไปสั่งลูกน้องอย่างลวกๆ “วิชิตเดี๋ยวแกเอากระเป๋ามาวางไว้ที่หน้าบ้านพอ แล้วก็กลับไปทำงานต่อได้เลย” แล้วภาคีก็รีบตามภรรยาสาวเข้าบ้านไป จนวิชิตอดยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยไม่ได้“เสือสิ้นลายจริงๆ เจ้านาย” ตลอดเวลาที่อยู่เกาะแสนรัก ภาคีสร้างความประทับให้ภรรยาสาวเป็นอย่างมาก ช่างแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาเหลือเกิน เธอไม่คิดว่าผู้ชายใจร้ายที่คอยสร้างแต่ความเจ็บให้เธอมาตลอด จะเป็นสามีที่ดี เป็นคุณพ่อที่น่ารักได้ขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดออกนอกลู่นอกทางเลยกับเธอเลย “แอบหนีพี่มาอยู่นี่เอง” ภาคีเข้า
“เอาอย่างนั้นเหรอ งั้นรีบตามเข้าไปนะ น้องเขมทำของโปรดของน้องไว้ตั้งหลายอย่าง”“ได้ค่ะ เดี๋ยวน้องตามเข้าไป” อติเทพยืนลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าบ้านไป“คุณธิดาเป็นยังไงบ้างคะพี่เทพ” เขมจิรารีบเดินเข้ามาถามสามีทันที“ก็น้อยใจ สองคนพ่อลูกนั่นแหละ สงสัยจะปล่อยให้เหงาอยู่บ้านคนเดียว” เสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ทำให้อติเทพรู้ทันทีว่าเป็นใครก็เลยอดบ่นเพื่อนรักไม่ได้ “สงสัยมันนึกว่าบ้านเราเป็นสนามแข่งรถ”“สงสัยจะรู้ว่าคุณธิดาอยู่ที่นี่ เลยรีบตามมา” ภาคีกับสามีเธอช่วงหลังๆ นี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด“เดี๋ยวพี่ขอออกไปจัดการสองคนพ่อลูกนั้นสักหน่อย”“อย่าค่ะพี่เทพ” เขมจิราถึงกับร้องห้าม “ตาวัฒน์ดูพ่อเราสิ” แล้วหันไปฟ้องลูกชายให้ช่วยหยุดสามีอีกแรง แต่ลูกชายกลับไม่เข้าข้างเสียนี่“คุณพ่อทำถูกแล้วครับคุณแม่ ใครทำให้อาธิดาผมเสียใจ ก็สมควรได้รับโทษครับ”“พอกันทั้งพ่อทั้งลูก” เขมจิราส่ายหน้าใ
อนาคินเล่นปั่นจักยานอยู่ที่หน้าบ้าน พอเห็นว่ารถใครแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านก็รีบจอดรถ และวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจสุดชีวิต“แม่แพทมาแล้ว” หนุ่มน้อยวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวด้วยความดีใจ“มาให้แม่แพทหอมแก้มหน่อยสิครับ” แพทชยาหอมแก้มซ้ายขวาของหนุ่มน้อยด้วยความคิดถึง“แม่แพทหายไปไหนตั้งหลายวันครับ คินคิดถึงแม่แพทที่สุด” ธีรวัฒน์เห็นภรรยายิ้มได้แบบนี้ก็ดีใจ เรื่องลูกถ้าไม่มีวาสนาก็คงต้องปล่อยไปเขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว“มาแล้วเหรอแพท ตาคินบ่นคิดถึงเธอทุกวันเลย แม่อย่างฉันชักน้อยใจแล้วสิ” กานต์ธิดาแอบน้อยใจบุตรชายอยู่บ่อยๆ“โธ่แม่ธิดาครับ คินก็รักแม่ธิดาที่สุดเลยนะครับ” อนาคินเข้าไปสวมกอดมารดาไว้แน่น จนคนเป็นพ่อรีบเดินดิ่งๆ มาแทรกกลาง“ตาคิน ไม่ต้องกอดแม่เรานานขนาดนั้นก็ได้” ภาคีเข้าไปสวมกอดภรรยาไว้ แล้วก้มหอมแก้มหญิงสาวหนึ่งฟอด“หวานไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณคีย์” แพทชยาอดแซวไม่ได้“ก็คนมันรักนี่ครับคุณแพท” ภาคีมองภรรยาด้วยสายตาที่หวา
กานต์ธิดาเผลอสัมผัสหน้าท้องตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ ใช่ลูกน้อยของเธอกับเขาที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต “คุณสัญญากับฉันได้ไหม ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก คุณจะไม่ทำกับฉันเหมือนวันวานอีก คุณภาคี”“พี่สัญญา ว่าจะรักและมั่นคงกับธิดาคนเดียว ถ้าหากวันไหนพี่ผิดสัญญาขอให้...อุ๊บ” หญิงสาวรีบยกมือเล็กขึ้นปิดริมฝากหนาทันที กลัวเขาจะพูดเรื่องร้ายๆ ไม่เป็นมงคลขึ้นมา“ฉันเชื่อแล้วค่ะ”“งั้น แปลว่าธิดาตกลงใช่ไหม ไชโย!” ภาคีตะโกนร้องลั่นด้วยความดีใจ เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ยกลำตัวหญิงสาวหมุนไปรอบๆ อย่างลืมตัว“พอแล้วคุณภาคี ฉันเวียนหัว” เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก“ยายหนูคุยกับใครอยู่ลูก” กานต์ธิดาเงียบเสียงลง และสั่งห้ามไม่ให้ชายหนุ่มพูดอะไรออกมา“ธิดาเปิดทีวีค่ะคุณพ่อขา เดี๋ยวธิดาก็เข้านอนแล้วค่ะ”“อย่านอนดึกนักนะลูก เดี๋ยวจะไม่สบาย”“ค่ะคุณพ่อ” เสียงปิดประตูห้องตรงข้ามดังขึ้น ทำให้กานต์ธิดาค่อยโล่งอก ห
พอทุกคนไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด ภาคีก็ได้เข้าไปพักที่ ห้องพิเศษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีอติเทพคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียงไม่ยอมห่าง“ตาเทพ ตาคีย์เป็นยังไงบ้างลูก” คุณยุพารีบเดินเข้ามาถามบุตรชายทันทีด้วยความเป็นห่วง กลัวภาคีจะเป็นอะไรไปมากกว่าที่คิดกานต์ธิดารีบเดินตามมารดาเข้ามาดูชายหนุ่มใกล้ๆ เห็นสภาพเขาแล้วก็รู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มหน้าลงมองพื้นเมื่อน้ำตาคลอ กลัวคนอื่นจะรู้ว่าเธอร้องไห้เสียใจ“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงไอ้คีย์มันหรอก มันหัวแข็งจะตาย พักฟื้นสักอาทิตย์ก็เข้าไปทำงานที่ไร่ได้เหมือนเดิมแล้วครับ” อติเทพปลอบใจมารดาไม่อยากให้ท่านคิดมาก“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง หมดทุกข์ หมดโศกสักทีนะลูก” คุณยุพาจับมือหลานชายไร้สติให้กำลังใจ“จริงสิ แม่ลืมโทร. ไปบอกน้าดาเลย เกิดติดต่อตาคีย์ไม่ได้จะเป็นห่วงเอาได้” คุณยุพารีบออกไปโทรศัพท์ข้างนอกห้องทันที“จะเอายังไงต่อครับคุณพ่อ หมดเวลาทดสอบหรือยัง” อติเทพหันไปปรึกษาบิดาที่ยืนนิ่งมองภาคี ด้วยสายตาที่ใคร
หลังจากคุยธุระสำคัญกับภาคีเสร็จ อติเทพจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน เจอน้องสาวคนสวยนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับแขกจึงรีบเข้าไปทัก“อ่านอะไรอยู่หรือยายน้อง” กานต์ธิดาปิดหนังสือที่อ่านลงทันที และวางทิ้งไว้บนโซฟา ก่อนจะลุกเดินขึ้นชั้นบนไป โดยไม่สนใจที่จะทักทายหรือว่าตอบคำถามของอติเทพสักคำเดียว“เดี๋ยวสิยายน้อง เป็นอะไรไปอีก” อติเทพวิ่งไปดักหน้าน้องสาวแสนงอนของเขาไว้ก่อนแต่น้องสาวสะบัดหน้าหนีอย่าเง้างอน แต่ก็น่าเอ็นดูสำหรับอติเทพเสมอ “มาคุยกันให้รู้เรื่องสิ”“ไม่ต้องมาคุยกับน้องเลย” กานต์ธิดานั่งหน้าเชิด หันไปมองที่อื่นแทน“งอนพี่เรื่องอะไรอีกล่ะเรา” ชายหนุ่มโยกศีรษะหญิงสาวไปมา“พี่ชายไปคุยกับเขาทำไม พี่ชายก็รู้ว่าเขาทำให้น้องเจ็บแค่ไหน” ได้ยินดังนั้นอติเทพถึงกับร้องอ๋อออกมา“นึกว่าเรื่องอะไร พี่ก็เจ็บไม่แพ้น้องเหมือนกัน แต่นายคีย์ได้พิสูจน์ว่าเขารักน้องจริง ยอมให้คุณพ่อกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อน้องคนเดียว ทั้งที่มันไม่ยอมก็ได้ พี่ไม่อยากให้น้องต้องมานอนร้องไห้คิดถึงไอ้คีย์มันท
ใจจริงแล้วเขาไม่อยากจะเสียเลขาฯเก่งๆ อย่างกานต์ธิดาไปเลย ไม่รู้คนใหม่จะทำหน้าที่ได้ดีอย่างเธอหรือเปล่า แต่ในเมื่อประธานบริษัทขอมา และหญิงสาวก็เต็มใจที่จะรับตำแหน่งนี้“ค่ะ ธิดาจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้เดือดร้อนมาถึงพี่ชัยอย่างแน่นอนค่ะ ธิดารับรอง” เมื่อลูกน้องสาวคนสวยยืนยันขันแข็งแบบนี้ เขาก
การรอคอยของภาคีสิ้นสุดลงทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู หลัง สิ้นคำอนุญาตน้ำเสียงดุดันที่ดังมาจากด้านใน ทำให้ผู้จัดการหนุ่มก้าวเข้ามา รู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะไม่ทราบสาเหตุในการถูกเรียกตัวด่วนในครั้งนี้ “นั่งลงสิคุณนพชัย” ภาคีบอกลูกน้องหนุ่ม ที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้น นพชัยจึงรีบเลื่อนเก้าอี้ออกมา
หลังจากช็อปปิ้งเสร็จและเวลายังเหลือ กานต์ธิดาจึงตามอติเทพมา ที่บริษัท เพื่อขอพบมารดา แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง ท่านปฏิเสธไม่ยอมให้เข้าพบ อ้างสารพัดว่างานยุ่ง ทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ท่านทำเหมือนเธอไม่ใช่ลูก กานต์ธิดาเสียใจมากและไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก เธอวิ่งกลับเข้าไปหาอติเทพที่ห้องทำ
เขมจิราสาวน้อยร่างบางนั่งกอดเข่าเหม่อลอยอยู่ริมสระบัว โดยไม่สนใจว่าใครจะเดินเข้ามา แม้ว่าภาคีจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มจ้องมองน้องน้อย ด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย สายตาที่มีไว้ให้เธอผู้เดียวตลอดมา“เกิดอะไรขึ้น บอกพี่ชายคนนี้ให้รับรู้บ้างได้ไหม” น้ำเสียงนุ่มลึกที่ดัง







