LOGIN“ไงถึงกับถอนหายใจเชียวเหรอกานต์ธิดา ไหนว่าทำได้ไง” เสียงนั้นๆ ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมอง ซึ่งเขากำลังนั่งกอดอกจ้องมองมายังเธอตาเขม็ง กานต์ธิดารู้สึกเหมือน ว่าเขาคอยจับผิดการกระทำของเธออยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งลมหายใจ นี่เขากำลังหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอชัดๆ
“เปล่าค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงอ่อย
“เห็นๆอยู่ยังจะมาเถียง เธอช่วยไปชงกาแฟให้ฉันหน่อย” ภาคีเริ่มดำเนินการแผนเล่นงานต่อทันที
“ค่ะท่านประธาน” เธอตอบรับแล้วเดินออกไปจากห้องทำงาน
“นี่แค่เบาะๆ เธอยังต้องเจอมากกว่านี้กานต์ธิดา” ภาคีพึมพำอย่างหมายมาด เพียงไม่ถึงห้านาทีกานต์ธิดาก็เดินกลับเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟหอมกรุ่น เธอรีบเอากาแฟไปเสิร์ฟให้ประธานหนุ่ม แล้วกลับมานั่งประจำที่ โดยไร้คำพูดจาใดๆ
“รสชาติไม่ได้เรื่อง ไปชงมาใหม่” เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น พ่นคำดูถูกดูแคลนออกมาอย่างไม่เกรงใจคนชงสักนิด
หญิงสาวก็จำต้องลุกไปชงกาแฟแก้วใหม่มาให้ และขณะนั้นเองที่เธอกำลังวางแก้วกาแฟลง เขาก็กลับเปลี่ยนใจไม่อยากกินขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ฉันไม่อยากดื่มกาแฟแล้ว ฉันอยากดื่มชาร้อนๆ ไปชงชามาให้ฉัน”
กานต์ธิดาถึงกับนับหนึ่งถึงร้อยในใจ สะกดอารมณ์กรุ่นโกรธให้สงบนิ่ง ก่อนที่จะอดรนทนไม่ไหวเปลี่ยนใจเอากาแฟสาดใส่หน้าเทพบุตรสุดใจร้ายแทน และรู้ดีว่ากำลังถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง แต่ด้วยสาเหตุอะไรนั้น เธอไม่อาจทราบได้
“ค่ะ” กานต์ธิดากัดฟันตอบ ก่อนเดินออกไปทำตามคำสั่ง แล้วเดินกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมชาหนึ่งแก้ว เธอวางแก้วชาลงตรงหน้าชายหนุ่ม ยังไม่ทันขยับเขยื้อนไปไหน เขาก็หาเรื่องว่าเธออีก
“ยืนโชว์หุ่นอยู่ได้ คิดว่าหุ่นดีนักหรือไง ไปอ่านเอกสารต่อไป” เขาดูถูก อีกทั้งไล่อย่างกับหมูกับหมาพาให้หญิงสาวถึงกับละเหี่ยใจ ตามอารมณ์เขาไม่ทันจริงๆ เมื่อเช้าแม่บ้านคงทอดรังแตนให้เขากิน อารมณ์ถึงขึ้นๆ ลงๆ แล้วมาพาลเอากับเธอ
“ค่ะ” กานต์ธิดากลับไปโต๊ะทำงานของเธอ มองเอกสารด้วยความเหนื่อยใจ
จากนั้นภายในห้องทำงานก็เงียบสนิท เพราะต่างคนต่างทำงานของตัวเอง จนเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ และเป็นเธอเองที่ต้องหลบสายตาชวนฝันคู่นั้น
“เข้ามาได้” เขาเอ่ยอนุญาต
“จ๊ะเอ๋! สุดหล่อทำอะไรอยู่คะ” เสียงเอ่ยทักเป็นกันเองของบุคลที่สาม ทำให้กานต์ธิดาต้องเงยหน้าจากกองเอกสารที่อ่านอยู่ จึงทันได้เห็นรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน ที่เขาตั้งใจส่งไปให้ผู้หญิงคนนั้น
“อุ้ย! ขอโทษค่ะ น้องหนูคิดว่าพี่คีย์อยู่ในห้องคนเดียว” เขมจิรายิ้มแหยๆ ให้ รู้สึกผิดกับความโก๊ะของตัวเอง
“น้องหนูมาได้ไงครับ จะมาทำไมไม่บอกพี่ ฮึ!” ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบไหล่เขมจิรา แล้วพาไปนั่งโซฟาภายในห้องทำงาน ที่จัดไว้สำหรับคุยงานและต้อนรับแขกคนสำคัญ
“น้องหนูจะมาชวนพี่คีย์ไปทานข้าวเที่ยงค่ะ เราไปทานที่ร้านเดิมกันนะคะ” เขมจิราอธิบาย หลังจากนั่งเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวพลางซบไหล่แกร่งอย่างออดอ้อน เหมือนที่เธอเคยทำประจำ เวลาอยากได้อะไรจากเขาสักอย่าง
กานต์ธิดาทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว จึงหยุดมอง ก้มหน้าลงไปอ่านเอกสารแทน แต่ยังคอยตะแคงหูฟังตลอดเวลา อยากรู้ว่าสองคนนั้นสนทนาอะไรกัน
“กานต์ธิดา!” เขาตวาดเรียกเธอเสียงเข้มจัด ต่างกับเขมจิราราวฟ้ากับเหว
“คะ ท่านประธาน” กานต์ธิดาเงยขึ้นมามอง แต่ตาเจ้ากรรมกลับมองไปที่ต้นแขนแกร่ง ที่ผู้หญิงคนนั้นกอดอยู่อย่างสนิทสนมเสียนี่ ใจเธอถึงกับเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
“ฉันจะออกไปทานข้าวข้างนอก ช่วงบ่ายคงจะไม่เข้ามา ถ้าลูกค้าโทร. มา เธอก็รับหน้ารับงานแทนฉันด้วยแล้วกัน เข้าใจหรือเปล่า”
“เข้าใจค่ะท่านประธาน” เธอตอบรับคำสั่งเสียงแผ่วอย่างคนหมดหวัง อีกทั้งเจียมตัว
“พี่คีย์ไม่ชวนคุณเลขาฯไปทานข้าวด้วยล่ะคะ” เขมจิรายิ้มหวานให้เลขาฯพี่ชายต่างสายเลือด ในแบบฉบับของเธอ
“พี่ไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่น เดี๋ยวจะพานกินไม่ลง” คำตอบของชายหนุ่ม ทำให้กานต์ธิดาถึงกับหน้าเจื่อนไป จนเขมจิราเห็นแล้วสงสาร
“พี่คีย์ทำไมพูดอย่างนั้นละคะ” เขมจิราชักสีหน้าตำหนิพี่ชายต่างสายเลือดยกใหญ่ ที่ทำให้คุณเลขาฯคนสวยเสียใจ
“ไปกันเถอะ พี่หิวแล้ว” เขารู้สึกหงุดหงิดที่น้องน้อย ให้ความสำคัญเลขาฯสาวมากเกินไปจึงรีบชวน นี่ถ้าเขมจิรารู้ว่ากานต์ธิดาเป็นใคร เธอยังจะพูดอย่างนี้อีกหรือเปล่า เขาทิ้งความคิดอันเจ็บปวดนั้นไว้ไม่อยากคิดต่อ แล้วรีบเดินนำน้องน้อยออกจากห้องทำงานไป
“ค่ะพี่คีย์ ขอตัวก่อนะคะคุณ...”
“กานต์ธิดาค่ะ”
“เขมจิราค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เขมจิรารีบเดินตามภาคีออกไป เธอรู้สึกงุนงงในท่าทีของชายหนุ่มที่แสดงออกต่อเลขาฯ คนสวยคนนั้นไม่น้อย ทำไมพี่คีย์ต้องทำตัวหยาบกระด้างกับเลขาฯคนสวยขนาดนั้นด้วย โกรธเกลียดอะไรนักหนา
“ทำไมรีบออกมาจังคะ น้องหนูคุยกับคุณเลขาฯยังไม่จบเลย” หญิงสาวเดินเข้ามาหาเขา ที่ยืนหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์อยู่หน้าห้องทำงาน
“ทำไมทำหน้าเครียดแบบนี้ล่ะคะ เดี๋ยวก็แก่ก่อนวัย สาวๆ หนีหมดไม่รู้ด้วยน้า!” เขมจิราแอบแซวคนหน้าเข้มอยากให้เขายิ้ม แล้วเธอก็ได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มอีกครั้ง
“เรานี่จริงๆ เลยนะน้องหนู”
เขายิ้มแล้วยกมือขึ้นไปขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
ระหว่างนั่งเรือมาที่เกาะในวันรุ่งขึ้น กานต์ธิดาบ่น ตลอดทางจน ถึงเกาะว่าเสียดายน่าจะพาบุตรชายเธอมาด้วย จนภาคีต้องส่ายหน้าห้ามปรามความคิดของภรรยาทันที“ตาคินเขาคงอยากให้เรามีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังบ้าง เลยไม่ร้องตามมา แกคงอยากได้น้องสักคน” ภาคียิ้มกริ่มใส่ จนภรรยาเขินอายรีบเดินหนีเข้าบ้านไป“ธิดาจ๋า รอพี่ด้วยสิครับ” ร้องเรียกภรรยาแล้วหันไปสั่งลูกน้องอย่างลวกๆ “วิชิตเดี๋ยวแกเอากระเป๋ามาวางไว้ที่หน้าบ้านพอ แล้วก็กลับไปทำงานต่อได้เลย” แล้วภาคีก็รีบตามภรรยาสาวเข้าบ้านไป จนวิชิตอดยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยไม่ได้“เสือสิ้นลายจริงๆ เจ้านาย” ตลอดเวลาที่อยู่เกาะแสนรัก ภาคีสร้างความประทับให้ภรรยาสาวเป็นอย่างมาก ช่างแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาเหลือเกิน เธอไม่คิดว่าผู้ชายใจร้ายที่คอยสร้างแต่ความเจ็บให้เธอมาตลอด จะเป็นสามีที่ดี เป็นคุณพ่อที่น่ารักได้ขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดออกนอกลู่นอกทางเลยกับเธอเลย “แอบหนีพี่มาอยู่นี่เอง” ภาคีเข้า
“เอาอย่างนั้นเหรอ งั้นรีบตามเข้าไปนะ น้องเขมทำของโปรดของน้องไว้ตั้งหลายอย่าง”“ได้ค่ะ เดี๋ยวน้องตามเข้าไป” อติเทพยืนลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าบ้านไป“คุณธิดาเป็นยังไงบ้างคะพี่เทพ” เขมจิรารีบเดินเข้ามาถามสามีทันที“ก็น้อยใจ สองคนพ่อลูกนั่นแหละ สงสัยจะปล่อยให้เหงาอยู่บ้านคนเดียว” เสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ทำให้อติเทพรู้ทันทีว่าเป็นใครก็เลยอดบ่นเพื่อนรักไม่ได้ “สงสัยมันนึกว่าบ้านเราเป็นสนามแข่งรถ”“สงสัยจะรู้ว่าคุณธิดาอยู่ที่นี่ เลยรีบตามมา” ภาคีกับสามีเธอช่วงหลังๆ นี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด“เดี๋ยวพี่ขอออกไปจัดการสองคนพ่อลูกนั้นสักหน่อย”“อย่าค่ะพี่เทพ” เขมจิราถึงกับร้องห้าม “ตาวัฒน์ดูพ่อเราสิ” แล้วหันไปฟ้องลูกชายให้ช่วยหยุดสามีอีกแรง แต่ลูกชายกลับไม่เข้าข้างเสียนี่“คุณพ่อทำถูกแล้วครับคุณแม่ ใครทำให้อาธิดาผมเสียใจ ก็สมควรได้รับโทษครับ”“พอกันทั้งพ่อทั้งลูก” เขมจิราส่ายหน้าใ
อนาคินเล่นปั่นจักยานอยู่ที่หน้าบ้าน พอเห็นว่ารถใครแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านก็รีบจอดรถ และวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจสุดชีวิต“แม่แพทมาแล้ว” หนุ่มน้อยวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวด้วยความดีใจ“มาให้แม่แพทหอมแก้มหน่อยสิครับ” แพทชยาหอมแก้มซ้ายขวาของหนุ่มน้อยด้วยความคิดถึง“แม่แพทหายไปไหนตั้งหลายวันครับ คินคิดถึงแม่แพทที่สุด” ธีรวัฒน์เห็นภรรยายิ้มได้แบบนี้ก็ดีใจ เรื่องลูกถ้าไม่มีวาสนาก็คงต้องปล่อยไปเขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว“มาแล้วเหรอแพท ตาคินบ่นคิดถึงเธอทุกวันเลย แม่อย่างฉันชักน้อยใจแล้วสิ” กานต์ธิดาแอบน้อยใจบุตรชายอยู่บ่อยๆ“โธ่แม่ธิดาครับ คินก็รักแม่ธิดาที่สุดเลยนะครับ” อนาคินเข้าไปสวมกอดมารดาไว้แน่น จนคนเป็นพ่อรีบเดินดิ่งๆ มาแทรกกลาง“ตาคิน ไม่ต้องกอดแม่เรานานขนาดนั้นก็ได้” ภาคีเข้าไปสวมกอดภรรยาไว้ แล้วก้มหอมแก้มหญิงสาวหนึ่งฟอด“หวานไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณคีย์” แพทชยาอดแซวไม่ได้“ก็คนมันรักนี่ครับคุณแพท” ภาคีมองภรรยาด้วยสายตาที่หวา
กานต์ธิดาเผลอสัมผัสหน้าท้องตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ ใช่ลูกน้อยของเธอกับเขาที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต “คุณสัญญากับฉันได้ไหม ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก คุณจะไม่ทำกับฉันเหมือนวันวานอีก คุณภาคี”“พี่สัญญา ว่าจะรักและมั่นคงกับธิดาคนเดียว ถ้าหากวันไหนพี่ผิดสัญญาขอให้...อุ๊บ” หญิงสาวรีบยกมือเล็กขึ้นปิดริมฝากหนาทันที กลัวเขาจะพูดเรื่องร้ายๆ ไม่เป็นมงคลขึ้นมา“ฉันเชื่อแล้วค่ะ”“งั้น แปลว่าธิดาตกลงใช่ไหม ไชโย!” ภาคีตะโกนร้องลั่นด้วยความดีใจ เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ยกลำตัวหญิงสาวหมุนไปรอบๆ อย่างลืมตัว“พอแล้วคุณภาคี ฉันเวียนหัว” เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก“ยายหนูคุยกับใครอยู่ลูก” กานต์ธิดาเงียบเสียงลง และสั่งห้ามไม่ให้ชายหนุ่มพูดอะไรออกมา“ธิดาเปิดทีวีค่ะคุณพ่อขา เดี๋ยวธิดาก็เข้านอนแล้วค่ะ”“อย่านอนดึกนักนะลูก เดี๋ยวจะไม่สบาย”“ค่ะคุณพ่อ” เสียงปิดประตูห้องตรงข้ามดังขึ้น ทำให้กานต์ธิดาค่อยโล่งอก ห
พอทุกคนไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด ภาคีก็ได้เข้าไปพักที่ ห้องพิเศษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีอติเทพคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียงไม่ยอมห่าง“ตาเทพ ตาคีย์เป็นยังไงบ้างลูก” คุณยุพารีบเดินเข้ามาถามบุตรชายทันทีด้วยความเป็นห่วง กลัวภาคีจะเป็นอะไรไปมากกว่าที่คิดกานต์ธิดารีบเดินตามมารดาเข้ามาดูชายหนุ่มใกล้ๆ เห็นสภาพเขาแล้วก็รู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มหน้าลงมองพื้นเมื่อน้ำตาคลอ กลัวคนอื่นจะรู้ว่าเธอร้องไห้เสียใจ“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงไอ้คีย์มันหรอก มันหัวแข็งจะตาย พักฟื้นสักอาทิตย์ก็เข้าไปทำงานที่ไร่ได้เหมือนเดิมแล้วครับ” อติเทพปลอบใจมารดาไม่อยากให้ท่านคิดมาก“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง หมดทุกข์ หมดโศกสักทีนะลูก” คุณยุพาจับมือหลานชายไร้สติให้กำลังใจ“จริงสิ แม่ลืมโทร. ไปบอกน้าดาเลย เกิดติดต่อตาคีย์ไม่ได้จะเป็นห่วงเอาได้” คุณยุพารีบออกไปโทรศัพท์ข้างนอกห้องทันที“จะเอายังไงต่อครับคุณพ่อ หมดเวลาทดสอบหรือยัง” อติเทพหันไปปรึกษาบิดาที่ยืนนิ่งมองภาคี ด้วยสายตาที่ใคร
หลังจากคุยธุระสำคัญกับภาคีเสร็จ อติเทพจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน เจอน้องสาวคนสวยนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับแขกจึงรีบเข้าไปทัก“อ่านอะไรอยู่หรือยายน้อง” กานต์ธิดาปิดหนังสือที่อ่านลงทันที และวางทิ้งไว้บนโซฟา ก่อนจะลุกเดินขึ้นชั้นบนไป โดยไม่สนใจที่จะทักทายหรือว่าตอบคำถามของอติเทพสักคำเดียว“เดี๋ยวสิยายน้อง เป็นอะไรไปอีก” อติเทพวิ่งไปดักหน้าน้องสาวแสนงอนของเขาไว้ก่อนแต่น้องสาวสะบัดหน้าหนีอย่าเง้างอน แต่ก็น่าเอ็นดูสำหรับอติเทพเสมอ “มาคุยกันให้รู้เรื่องสิ”“ไม่ต้องมาคุยกับน้องเลย” กานต์ธิดานั่งหน้าเชิด หันไปมองที่อื่นแทน“งอนพี่เรื่องอะไรอีกล่ะเรา” ชายหนุ่มโยกศีรษะหญิงสาวไปมา“พี่ชายไปคุยกับเขาทำไม พี่ชายก็รู้ว่าเขาทำให้น้องเจ็บแค่ไหน” ได้ยินดังนั้นอติเทพถึงกับร้องอ๋อออกมา“นึกว่าเรื่องอะไร พี่ก็เจ็บไม่แพ้น้องเหมือนกัน แต่นายคีย์ได้พิสูจน์ว่าเขารักน้องจริง ยอมให้คุณพ่อกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อน้องคนเดียว ทั้งที่มันไม่ยอมก็ได้ พี่ไม่อยากให้น้องต้องมานอนร้องไห้คิดถึงไอ้คีย์มันท
หลังจากกานต์ธิดาอาบน้ำเสร็จเธอจึงหยิบเดรสสีฟ้า ที่สมใจเตรียมไว้ให้มาสวม แล้วเดินลงไปยังชั้นล่างของตัวบ้าน ที่ห้องรับแขกมีรูปครอบครัวของภาคีตั้งตระหง่านอยู่ แล้วยังมีรูปถ่ายระหว่างภาคีกับเขมจิราตั้งโชว์อยู่ข้างตู้ปลาด้วย เขมจิราช่างสดใสน่ารัก ในความรู้สึกของกานต์ธิดา“รูปนายกับคุณเขม ถ่ายกันตอนไปเที
แสงแดดอ่อนๆยาม เช้าสาดส่องลอดช่องผ่านผ้าม่านลายลูกไม้สีขาวเข้ามากระทบกับดวงหน้าหวาน ทำให้กานต์ธิดารู้สึกตัวตื่น แพขนตางอนงามเริ่มขยับขึ้นลงสองสามครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่หญิงสาวเห็นคือเพดานห้องสีขาว จึงรู้ทันทีว่า ไม่ใช่ห้องนอนของตนอย่างแน่นอน“ที่นี่ที่ไหนกัน” วินาทีต่อมากานต์ธิดาตกใจแทบช
“ฉันบอกให้ไปไหนก็ไป ไม่ต้องถามมาก” ภาคีตอบกลับอย่างรำคาญใจ“แต่ว่า...”“สมชาย! ใครเป็นเจ้านายแก” เขารู้สึกหงุดหงิดใจกับลูกน้องคนนี้เหลือเกิน“ก็นายสิครับ ถามได้”สมชายยิ้มแหยออกมากล้าๆ กลัวๆ เมื่อเจ้านายหนุ่มชักสีหน้าอย่างมีอารมณ์“งั้นก็ออกรถซะ ก่อนที่ฉันจะไล่แกออก” เท่านั้นแหละ สมชายรีบออกรถไปอย่
“พี่คีย์ ผมน้องหนูยุ่งหมดแล้วนะ”เขมจิราลูบผมที่ยุ่งเหยิงของตนให้เข้าทรงดังเดิม“โอเคยังคะ” เธอมองเขาตาแป๋วรอคำตอบ“ในสายตาพี่ น้องหนูดูดีทุกอย่างครับ”“ค่า งั้นเราไปกันเถอะค่ะ น้องหนูเริ่มหิวแล้ว” เขมจิราลูบท้องตัวเองเบาๆ‘ก็เธอน่ารักแบบนี้ไง เขาถึงตัดใจจากเธอไม่ได้สักที’ ภาคีคิดเศร้าในใจ โดยไม่รู




![[NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


