LOGIN“จำคนผิดก็ดีแล้ว ตาพดน่ะไม่ไหวเลยจริงๆหนูสารินเขาเป็นกุลสตรี อยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนจะไปเที่ยวเตร่กลางค่ำกลางคืนเหมือนกับเราได้ยังไงกัน จริงไหมคะคุณหญิงเครือมาศ” คุณหญิงดาเรศว่าบุตรชาย ท้ายประโยคหันไปถามคนที่นั่งหน้าซีดอยู่ใกล้ๆ กับบุตรสาว ลางสังหรณ์ทำให้รู้สึกร้อนรุ่มจนนั่งไม่ติด ถึงพชรจะทำตัวเป็นเพลย์บอย แต่ก็ไม่เคยทักใครมั่วซั่วให้ต้องเสียหาย เรียกว่าลูกชายคนนี้ความจำเป็นเลิศเชียวล่ะ ถ้าไม่มีเค้าของความจริง ย่อมไม่เอ่ยออกมาอย่างแน่นอน
“แต่ผมมีคลิปนะครับ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเหมือนคุณสารินเปี๊ยบเลย ยังไงผมต้องขอทบทวนความจำของตัวเองเสียหน่อย ว่ายังเป็นคนความจำดีอยู่หรือเปล่า” พชรงัดคลิปเด็ดออกมา เป็นคลิปที่สารินกำลังวาดลวดลายเต้นอยู่ในผับอย่างยั่วยวน แถมยังแต่งตัวโป๊เสียอีก และคืนนั้นเขาก็แทบเอาตัวไม่รอด เกือบโดนเธอลากไปกินในห้องน้ำของผับเสียด้วยสิ ดีที่หนีรอด กระโจนขึ้นรถมาได้เสียก่อน
“นี่คุณ!!! คุณใส่ความฉัน” สารินชี้หน้าพชรอย่างโมโห
“อะไรกันครับ ใส่ความอะไรกัน ผมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” พชรตีหน้ามึน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาเป็นคนตั้งใจอัดคลิปนี้ขึ้นมาเองและเป็นคนตามไปสืบเรื่องราวของเธออย่างจริงจังเมื่อรู้ข่าวว่ามารดาจะให้พี่ชายมาดูตัวผู้หญิงคนนี้ เพราะรู้ดีว่าพี่ชายถูกมารดาขอร้องเชิงบังคับกลายๆ ความที่รักพี่ชายมากรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใคร่อยากขัดใจมารดานัก เขาเลยต้องออกโรงปกป้องพี่ชายจากผู้หญิงหิวเงินพวกนี้
“นี่!!!” สารินตัวสั่นด้วยความโกรธ
“ทำเป็นจำไม่ได้นะครับ คุณเกือบลากผมไปกินในห้องน้ำ อ้อ... ในรถด้วย ดีที่ผมไหวตัวทัน” ชายหนุ่มทำท่านึกก่อนพูด เขาเกือบโดนเธอลากขึ้นเตียง แต่เพราะรู้ล่วงหน้าว่าอาจจะมีปัญหาตามมา เขาจึงยับยั้งชั่งใจได้ มีผู้หญิงอีกเยอะที่ยอมให้เขา “กิน” โดยไม่มีพันธะต่อกัน เรียกว่าวินๆ กันทั้งคู่ ไม่ต้องมานั่งรับผิดชอบให้ต้องเสียเวลา เพราะคนอย่างเขาไม่เคยบังคับจิตใจใครอยู่แล้ว ถ้าคืนนั้นเขาหลวมตัวยอมให้เธอลากไปกิน ตอนนี้คงต้องมานั่งรับผิดชอบกันเป็นพัลวันแน่ๆ เพราะมารดาของเขาไม่นิยมให้เขารังแกผู้หญิง แต่เขาคิดว่าผู้หญิงน่ารังแกจะตายไป โดยเฉพาะเวลาอยู่บนเตียง น่ารังแกเหลือเกิน...
“ตายแล้ว!!!” คุณหญิงดาเรศยกมือขึ้นทาบอก
“วันนี้คุณแต่งตัวได้น่ารักจังเลยนะครับ แหม... ผมแทบจำสาวเปรี้ยวเข็ดฟันคืนนั้นไม่ได้แล้วเชียว ถ้าไม่เห็นไฝที่ต้นคอของคุณ”สารินเผลอยกมือขึ้นลูบไฝตัวเอง นึกในใจว่าผู้ชายบ้าอะไร จำได้แม้กระทั่งไฝฝ้า
พชรทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอสารินในวันนี้ดูเรียบร้อยอ่อนหวานจนแทบจำไม่ได้ แต่เขารู้ว่าฉากหลังเธอกับมารดาของเธอเป็นเช่นไร ไม่มีเสียหรอกที่จะมาหลอกแม่และพี่ชายเขาได้
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!!”
“วันก่อนแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้เหลือเกินนะครับ ที่คุณแม่ของคุณบอกว่าทำอาหารเก่ง คงรสชาติแซ่บถึงทรวงแน่ๆ พี่ชายผมกินแล้วคงแทบสำลักตาย”
พชรพูดจายั่วยวนกวนประสาทจนน่าตบ ในเวลานี้สารินรู้สึกเกลียดเขาจับใจ ผู้ชายที่คืนก่อนเต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราว พอแผลงฤทธิ์ขึ้นมา ไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิดเดียว ผิดกับคนเป็นพี่ พงศ์อินทร์ไม่เห็นแสบสะท้านทรวงเหมือนอย่างพี่ชายของเขาเลยสักนิด
“คุณหญิงคะ ดิฉันกับลูกคงต้องขอตัวก่อนน่ะค่ะ” คุณหญิงเครือมาศหน้าม่าน รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก อีกนัยน์หนึ่งคือเถียงไม่ขึ้นนั่นเอง เนื่องจากรู้นิสัยใจคอของบุตรสาวเป็นอย่างดีว่าอาจจะทำมากกว่าที่พชรพูดเสียอีก ยิ่งอยู่ไปก็ยิ่งถูกแฉ ตอนนี้คงต้องรีบเผ่นเสียก่อนน่าจะเป็นการดีที่สุด
“แล้วหนี้สินที่โดนทวงอยู่นี่ เมื่อไหร่จะจ่ายหมดครับ หรือว่าแต่งงานกับพี่ชายของผมแล้วจะทยอยเอาไปจ่าย” พูดได้ตรงใจดำจริงๆ คุณหญิงเครือมาศกับสารินร่างกระตุก ลุกขึ้นจากเก้าอี้แทบหนีตาย หน้าซีดสลับแดงทั้งโกรธทั้งอาย บรรยายไม่ถูกว่าอารมณ์ไหนมีมากกว่ากัน พชรกลั้นขำสุดกำลังใจ เกิดมาเขาไม่เคยขำมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย
“ดิฉันขอตัวนะคะคุณหญิง” คุณหญิงเครือมาศพูดอีกครั้งก่อนจะลากมือบุตรสาวออกไปอย่างอับอายขายหน้า เสียงแข็งกระด้างไร้การปั้นแต่งให้อ่อนหวานเหมือนในคราแรก ใบหน้านั้นตึงเครียดจนแทบดูไม่ได้
“โอ๊ย! ขำจริงๆ เลยครับ ยายคุณหญิงเครือมาศกับยายสารินหน้านี่ตึงเปรียะ ผมกลัวจะแตกเหลือเกินนะครับนั่น”
“กลัวจะแตก แม่ว่าแตกเป็นเสี่ยงๆ เชียวล่ะ” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายคนเล็ก
“อ้าว... เหรอครับ ไม่ยักรู้”
“จ้ะ พ่อตัวดี แม่จะเชื่อว่าเราไม่รู้จริงๆ” ทั้งหมดมองตามร่างของคุณหญิงเครือมาศและบุตรสาวไปจนสุดตา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าไปเที่ยวเตร่กลางค่ำกลางคืนอีก แกยังแอบหนีเที่ยว คุณหญิงดาเรศเขาชอบผู้หญิงเรียบร้อยรู้ไหมห้ะ! กว่าฉันจะเข้าถึงตัวเขาได้ แกรู้ไหมว่ายากแค่ไหน ต้องใช้ความพยายามเท่าไหร่ แกนี่มันทำให้ฉันซวยจริงๆ แล้วนี่จะทำยังไง หนี้สินก็เต็มไปหมด มีหวังแกกับฉันได้ไปนอนข้างถนนแน่ๆ ที่ซุกหัวนอนก็จะไม่มีอยู่แล้ว นังลูกสารเลวเอ๊ย” คุณหญิงเครือมาศด่าบุตรสาวด้วยความโมโห จิ้มหน้าผากอีกฝ่ายแทบหน้าทิ่มไปกับพื้น
“โอ๊ย! คุณแม่ หนูแอบไปโดยไม่ให้ใครเห็นแล้วนะคะ จะไปรู้ได้ไงว่าจะไปเจออีตานั่น แล้วใครจะไปรู้อีกว่าเขาเป็นน้องชายคุณพงศ์ เป็นลูกอีตาคุณหญิงดาเรศว่าที่แม่ผัวหนูกันเล่า” สารินกระแทกเสียงกลับใส่มารดา หน้างอง่ำด้วยความโมโหเมื่อโดนมารดาตำหนิเข้าให้ ก็ใครจะไปรู้กันเล่าว่าจะถูกพชรมาตีสนิท สืบเรื่องราวของเธอกับมารดา ก็ไหนท่านบอกเองว่าคุณหญิงดาเรศอะไรนั่นเชื่อเสียสนิทว่าเธอไม่ได้ด่างพร้อยอะไร ทั้งฐานะ ชาติตระกูล การศึกษาและประวัติในสมัยก่อน
“แกรู้ไหมว่าคุณพงศ์เขาเป็นผู้ชายที่ดีแค่ไหน เกิดกี่ชาติแกจะหาผู้ชายแบบนี้ได้อีก รวยก็รวย ชาติตระกูลก็ดี แถมยังเป็นสุภาพบุรุษ เขาเป็นคนดีมากๆ ไม่เหมือนแก ส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนาก็ทำตัวเหลวไหล ผลาญเงินฉันไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เคยสำนึกบ้างไหม” คุณเครือมาศควันออกหูเมื่อนึกถึงเรื่องราวของบุตรสาวตอนส่งไปร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนา อีกฝ่ายปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนท้อง แถมยังเรียนไม่เอาไหนเสียอีก กลับมาเธออุตส่าห์จับใส่ตะกร้าล้างน้ำ สุดท้ายก็เหลวอีกจนได้
“โอ๊ย!อีตาคุณพงศ์อินทร์นั่น จืดชืดยิ่งกับน้ำยาล้างจาน ให้หนูมีผัวแบบนั้น ยอมตายเสียดีกว่าค่ะ” ในเมื่อไม่ได้ก็ช่างหัวมัน เกิดมายังไม่เคยง้อผู้ชายหน้าไหนมาก่อน หล่อรวย ดีแล้วไงล่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ชอบเธอ ที่ต้องแสดงเป็นผู้หญิงแสนดี เป็นแม่ศรีเรือน แม่บ้านแม่เรือน อกจะแตกตายอยู่แล้ว ยังต้องปั้นหน้าแต่งเรื่องราวที่ไม่เป็นความจริงอีกมากมาย
“ฉันเห็นแกพร่ำเพ้อถึงเขาเสียนักหนา” คุณหญิงเครือมาศดุบุตรสาว สารินยักไหล่อย่างไม่แคร์ ทั้งๆ ที่เสียดายพงศ์อินทร์จับใจ ผู้ชายมีทั้งโลก ไม่ได้คนนี้ก็มีคนอื่นอีก เธอปลอบใจตัวเอง
“เขาจืดชืดยิ่งกว่าน้ำยาล้างจาน แล้วแกเคยกินน้ำยาล้างจานแล้วหรือไงห้ะ นังลูกเวรนี่ เขารวย นิสัยดี ถ้าแกทำให้เขารักเขาหลงได้ เขาก็ประเคนให้แกทุกอย่าง ผู้ชายดีๆ หาได้ง่ายๆ เสียที่ไหนกันคนที่แกคบๆ อยู่ก็พวกหลอกฟันแกทั้งนั้น ฉันไม่เห็นว่ามันจะอุดหนุนค้ำจุนอะไรแกเลย นอกจากหลอกแกไปวันๆ”
“โธ่คุณแม่คะ อย่าพูดถึงเขาได้ไหม หนูเบื่อจะฟังเต็มทนแล้ว” สารินหงุดหงิดหน้างอง่ำ ใครจะไปรู้เล่าว่าความจะมาแตกเอาตอนที่เธอกำลังมีใจให้พงศ์อินทร์พอดิบพอดีด้านเครือมาศโมโหหนักกว่าเก่า จิ้มหน้าผากบุตรสาวจนหน้าหัน สารินทนไม่ไหว ทิ้งมารดาเอาไว้เสียตรงนั้น ชอบเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของเธอดีนัก
เธอกับเขารู้จักกันแต่เล็กแต่น้อย ถูกหมั้นหมายกัน ตั้งแต่นั้นมา เธอรักและนับถือเขาเหมือนพี่ชาย พอโตขึ้นก็เกิดความรู้สึกที่มากกว่านั้น เขาให้เกียรติเธอเสมอมา ไม่เคยล่วงเกินให้ต้องเสียหาย แม้จะเป็นคู่หมั้นกันก็ตามทีในสังคมปัจจุบันการมีอะไรกันก่อนแต่งงานดูจะเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่สำหรับพงศ์วัฒน์เขาไม่เคยเรียกร้องหรือฉวยโอกาส นอกจากเขาจะเป็นคู่หมั้นที่ดีแล้ว ยังเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกัน ช่วยเหลือเธอมาโดยตลอดชีวิตการแต่งงานที่สุดแสนจะเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เขาให้เธออยู่บ้าน ดูแลบ้าน รอคอยเขากลับมาจากงาน มีบางครั้งที่เขาพาเธอออกงานสังคม เขาให้เกียรติเธอเสมอในทุกๆ ครั้ง ตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุ เธอตกใจแทบแย่ เพราะเขานอนเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่ยอมฟื้นเสียที ทั้งๆ ที่คุณหมอบอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรแล้ว“พี่พงศ์ ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะคะ” เธอออกมาต้อนรับสามี รับเสื้อสูทของเขามาถือเอาไว้ ก่อนจะนำน้ำเย็นๆ มาเสิร์ฟ“วันนี้มีอะไรดีๆ เอ่ย ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไหนบอกพี่สิครับ” พงศ์วัฒน์เอ่ยถามภรรยาสาว“บัวมีของขวัญให้พี่พงศ์ค่ะ” บัวบูชายื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้เขา มัดด้วยลิ้บ
“ถ้าตอบว่าไม่ยอมล่ะคะ พี่พงศ์จะให้นอนพักเหรอคะ”“ไม่ให้นอนดีกว่า” เขากุมแก้มเธอไว้ก่อนจะส่ายหน้าไปมา สบตาเขาแล้วสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เขาหยอกเย้า คล้ายเอาแต่ใจแต่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด แค่รู้สึกรอคอยว่าเขาจะทำอะไรต่อ“ใจร้ายจังค่ะ”“อยากน่ารัก น่ากินทำไมกัน” เขาซับเหงื่อให้เธอเบาๆ ทั้งใบหน้าและลำคอ และลาดไหล่บอบบาง เธอสะท้านเล็กน้อย เมื่อเขาหยอกเย้าขยับริมฝีปากฝังลงมายังไหล่เนียนของเธอ ขนในกายของบัวบูชาลุกซู่“พี่ซับเหงื่อให้นะ” เขาพูดแบบนั้น แต่เธอไม่รู้ว่าเขาดึงผ้าห่มออกไปตอนไหน รู้ตัวอีกที มันไปกองอยู่ที่เอวเสียแล้ว จะดึงขึ้นมาก็ติดที่มือเขากำลังเช็ดตัวให้เธออยู่ เขาก้มหน้าลงมาดูดเม้มยอดปทุมถันของเธอบัวชูชาอุทานคล้ายจะเบี่ยงหลบ แต่หลบไม่พ้นมือของเขาที่ดึงแผ่นหลังของเธอมาแนบชิดกับปากของเขาที่กำลังจู่โจมทรวงอกสล้างนั้นอีกครั้ง“พี่พงศ์... อื้อ...” เธอร้องครางหายใจหอบๆ รู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าวอีกครั้งและคืนนี้มันคงจะร้อนไปทั้งคืนเป็นแน่ เธอสอดมือเข้าในกลุ่มผมดกหนาของเขา ใบหน้าเริดขึ้นด้วยความเสียว เมื่อเขาดูดเม้มหน้าอกอิ่มของเธอเพื่อเล้าโลมให้มีอารมณ์ร่วม มือของเขาไม่ได้ว่างเว้น แ
“อุ๊ย!” เธออุทาน เป็นจังหวะที่เขาประทับริมฝีปากหยักหนาลงมาอย่างรวดเร็ว มือร้อนผ่าวของเขากดท้ายทอยของเธอเอาไว้ให้เธอรับจุมพิตอันแสนดูดดื่ม ลิ้นหนาเข้าไปกระหวัดรัดลิ้นเล็กแสนหวานภายใน เธอครางเสียงสั่นโต้ตอบกับเขาอย่างไร้เดียงสาพงศ์วัฒน์กดร่างของหญิงสาวลงบนเตียงนอนกว้าง กลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นกำจายไปพร้อมๆ กับกลีบดอกไม้สีหวาน“บัวครับ”“ค่ะพี่พงศ์”“ถ้าบัวตามใจพี่ พี่ก็จะตามใจบัวนะ” เขากระซิบบอก เธอยอมตามใจเขาอยู่แล้ว เขาจะทำอะไรเธอก็ไม่ขัดสักหน่อย“บัวไม่ได้ขัดนี่คะ เราแต่งงานกันแล้ว” เธอคิดว่าระหว่างชายหญิง เขาทำกันแบบนี้แหละ คงไม่พิสดารอะไรไปมากนักหรอกเขามองว่าเธอน่ารัก แต่ไม่พูดออกไป สายตาที่สื่อความหมายบอกเช่นนั้น อุ้งมือใหญ่ปลดปมผ้าขนหนูออกอย่างง่ายดาย ในขณะที่เธอตะครุบเอาไว้แทบไม่ทันชายหนุ่มประสานมือกับเธอเอาไว้ เธอมองสบตาเขา รู้สึกว่าหน้ายิ่งร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ เขาจับมือเธอเอาไว้และวางประทับที่อกอวบอิ่มกอบกุมเอาไว้ทั้งสองข้าง เธอกะพริบตาปริบๆ ลุ้นว่าเขาจะทำอะไรแปลกๆ รึเปล่า คือมันลุ้นและอยากรู้อยากเห็นไปด้วย“อุ๊ย!” เขาสอดแก่นกายเข้ามากับร่องอกอวบของเธอ หญิงสาวอุทานเบาๆ มองด้วยควา
เขาจับเธอแยกขาออกจากกัน แล้วชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง อุ้งมือใหญ่ทั้งสองเอื้อมมาด้านหน้าลูบไล้ขาเพรียวของเธอ บัวบูชาครางอย่างต่อเนื่อง เธอกระตุกเล็กน้อยเมื่อเขาเอื้อมมือมาด้านหน้าเนินสาว ใช้นิ้วกลางไล้ขึ้นลงเบาๆ อย่างอ่อนโยน แค่นั้นก็ทำให้เธอเสียวซ่านสุดจิตสุดใจ แทบดีดดิ้นกับสัมผัสเล็กน้อยนั้น“ชอบไหม” ดูเหมือนเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพราะเธอไม่กล้าตอบเขาแม้แต่ประโยคเดียว“ไม่ต้องกลั้นนะ ถ้าอยากครางก็ครางเลย” เขากระซิบบอกอย่างใจดี เธอยังเม้มปากเอาไว้แบบนั้น นึกอายที่จะครางออกไป แต่สุดท้ายทนไม่ไหวอยู่ดี ต้องครางออกไปเสียงหลงเมื่อเขาบดบี้ยอดเกสรนารีจนสั่นระริก หลั่งรินน้ำหวานออกมาอย่างท่วมท้น“ดีมากครับ เราอยู่กันแค่สองคนไม่ต้องอายหรอก”“ก็... ทำอะไรกันแบบนี้ไม่อายได้ยังไงกันคะ”“แต่งงานกันแล้ว ทุกคนต้องทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ” เธอเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเพราะโตแล้ว เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัย วัยรุ่นรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องกระมิดกระเมี้ยนไม่กล้าแม้แต่จะพูดมันออกมาเพราะอาย เด็กสมัยนี้พูดกันสนุกสนานเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เธอเคยได้ยินยังแอบหน้าแดงเพราะจริงๆ ไม่กล้าพูดเรื่อง
“หน้าแดงทำไม”“พี่พงศ์ก็... พี่พงศ์” เธออึกอัก ทุบอกเขาเข้าให้ ดูสิชอบแกล้งแหย่เธอ เมื่อก่อนไม่เห็นเคยเป็นแบบนี้เสียหน่อย เจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่สุด“นึกว่าอยากกินข้าวก่อนไงครับ เห็นวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันไม่ใช่เหรอ พี่ก็กลัวบัวจะหิว คิดอะไรอยู่ล่ะ”“เปล่า ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อยค่ะ” เธอคิดไปไกลเชียวล่ะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะถามเรื่องกินข้าว“คิดก็ได้นะ” เขาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเรือนกายของเธอ บัวบูชาตัวสั่น แต่ยินยอมพร้อมใจไปกับเขาเพราะถึงอย่างไรก็แต่งงานกันแล้วเธอมองเขาแล้วเผลอแตะลิ้นเลียริมฝีปากเหมือนอยากกินเขาเสียเหลือเกิน พงศ์วัฒน์เหมือนจะขำความน่ารักนั้น แต่เขาแค่ยิ้มบางๆ ระคนเอ็นดูให้กับความน่ารักของเธอ“พี่อาบน้ำให้น่ะดีแล้ว จะได้สบายไง ไม่ต้องอาบเอง” เขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่า เธอเริ่มหายใจหอบๆ ร่างกายยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาเรื่อยๆพงศ์วัฒน์ค่อยๆ เล้าโลมเธออย่างใจเย็น เขานึกอยากเห็นเธอสวมใส่ชุดว่ายน้ำหรือชุดวาบหวิวเสียเหลือเกิน แล้วค่อยๆ เปลื้องออก ในสมองดูเหมือนจะคิดไปไกลเธอสวยมาก สำหรับเขาแล้วเธอสวยที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด แม้แต่ตอนที่เธอยังมีเสื้อผ้าครบชุดและแต่งกายสุภาพมิดช
หญิงสาวไม่ได้รู้สึกสักนิดว่าชุดแต่งงานของเธอหลุดร่วงลงไปจากสะโพกตอนไหน สายตาของเขาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเสน่หา เธอไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้ของเขามาก่อนเขาบอกว่าจะชวนไปอาบน้ำด้วยกันก็คงจะจริงกระมัง อาจจะประหยัดน้ำหรือประหยัดเวลา เพราะเหนื่อยกันมาทั้งวัน เธอคิดให้วุ่นไปเสียหมด สุดท้ายถูกอุ้มเข้ามาอยู่ในห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“เหนื่อยมาทั้งวัน นอนแช่น้ำอุ่นกันดีไหม” เขาทำทีคล้ายปรึกษาหารือ เธอพยักหน้าเพราะอยากเอาใจ คิดว่าดีเหมือนกัน เขาเห็นว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธจึงจัดการเตรียมน้ำอุ่นเสียเองบัวบูชาสัมผัสกับน้ำอุ่นแล้วครางเบาๆ โดนอุ้มลงอ่างแทบไม่รู้ตัว เขาดึงเข้าไปหาเธอสะดุ้งน้อยๆ แต่เพราะมือหนาที่ลูบหลังลูบไหล่ เธอจึงหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เขาดึงเธอไปกอด หญิงสาวจึงซบใบหน้าอยู่ที่อกของเขา“พี่รอวันนี้มานานแล้วบัวรู้ไหม” เขาชวนคุย เกี่ยวผมของเธอเล่นไปมาอย่างอ่อนโยน“รอที่จะแต่งงานกับบัวรึคะ” เธอลืมตาขึ้น เงยหน้าขึ้นมองเขา อุณหภูมิของน้ำในอ่างทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย“ใช่จ้ะ เราหมั้นกันตั้งแต่เด็ก พี่คิดว่าชาตินี้ถ้าไม่ได้แต่งงานกับบัว ได้บัวมาเป็นศรีภรรยาพี่ก็จะไม่แต่งงานอีกเลย”
“คุณมาเที่ยวที่นี่เหรอครับ” ทองถมเอ่ยถาม เป็นการซักไซ้ประวัติของอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน แกล้งเดินไปหยิบโน้นหยิบนี่เหมือนยุ่ง พงศ์อินทร์เองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เขาเล่าเรื่องตัวเองให้คุณลุงเจ้าของร้านขายภาพฟังคร่าวๆ ท่านจึงพยักหน้ารับรู้ ที่แท้ก็เป็นหลานชายของดวงเดือน เขารู้จักอยู่บ้าง เป็นคนแก่ใจดีมีคุณ
เขาดึงผ้าที่รัดหน้าอกของเธอออกอีกครั้ง ก่อนที่มันจะหลุดออก ปทุมถันอวบงามยิ่งกว่าดอกบัวสองดอกชูช่อล่อตาล่อใจ ส่วนปลายสีชมพูจัดน่าดอมดมกลืนกินชายหนุ่มไม่ละเว้นที่จะก้มลงไปจัดการรวบดูดเสียให้เต็มรักด้วยความสนิทเสน่หา เสียงหวานร้องครางด้วยความเสียดเสียวเสียงหวานของเธอทำให้เขารู้สึกถึงความปรารถนาที่ร้
“คุณแม่ควรจะพักได้แล้วครับ ปล่อยให้ผมกับพี่พงศ์ดูแลแทน” พชรพูดอย่างห่วงใยมารดา เห็นท่านอยู่เฉยไม่ได้ เพราะเป็นคนขยัน หลังจากบิดาสิ้น พอคลายจากทุกข์โศกก็โหมงานหนัก เขาคิดว่ามารดาควรพักผ่อนหรือท่องเที่ยว ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข มากกว่าจะตรากตรำทำงานแบบนี้ไม่ได้พักผ่อนเขากับพี่ชายลงมือทำทุกอย
“กลับมานี่นะ ยายลูกบ้านี่ยังไง ฉันบอกให้แกกลับมา ฉันหาผู้ชายดีๆ รวยๆ นิสัยดีๆ ให้แกไม่สนใจ วันๆ คบแต่พวกกุ๊ยข้างถนน” เครือมาศเรียกบุตรสาวที่จากไปไม่เหลียวหลังด้วยความโมโห ทุกอย่างเป็นอันจบสิ้น เพราะคนอย่างคุณหญิงดาเรศ ไม่ใช่จะเข้าหาได้ง่ายๆ แถมความลับที่อุตส่าห์เก็บไว้ก็มีคนล่วงรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่







