LOGIN“กลับมานี่นะ ยายลูกบ้านี่ยังไง ฉันบอกให้แกกลับมา ฉันหาผู้ชายดีๆ รวยๆ นิสัยดีๆ ให้แกไม่สนใจ วันๆ คบแต่พวกกุ๊ยข้างถนน” เครือมาศเรียกบุตรสาวที่จากไปไม่เหลียวหลังด้วยความโมโห ทุกอย่างเป็นอันจบสิ้น เพราะคนอย่างคุณหญิงดาเรศ ไม่ใช่จะเข้าหาได้ง่ายๆ แถมความลับที่อุตส่าห์เก็บไว้ก็มีคนล่วงรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปเธอคงได้ไปนอนข้างถนนจริงๆ แล้วเพราะหนี้สินเกินเยียวยาแล้วจริงๆ
เสียงหัวเราะของบุตรชายคนเล็กทำให้คุณหญิงดาเรศค้อนให้เสียหลายรอบ ทนไม่ไหวก็หยิกเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ พ่อตัวดีนี่ร้ายกาจเหลือเกิน ใช่ว่าจะยอมรับประวัติไม่ดีของเครือมาศและสารินได้หรอกนะ แต่แทนที่จะบอกกันดีๆ กลับไปแกล้งเขาเสียนี่
“โอ๊ย! คุณแม่หยิกผมทำไมครับ” พชรทำตาปรอยแอบกลั้นขำเอาไว้สุดใจ
“หมั่นไส้คนแถวนี้” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายหน้าคว่ำ
“ไม่ให้ขำได้ยังไงครับ ตอนเจอเธอครั้งนั้นยังกับนางแมวยั่วสวาท แต่พอมาตอนนี้ กลายเป็นคุณหนูเรียบร้อย เพียบพร้อมไปด้วยความงดงามทั้งภายในและภายนอก กุลสตรีกลับชาติมาเกิด โอ๊ย! เห็นแล้วขนลุก” พชรแกล้งนั่งตัวตรง ทำเป็นสงบเสงี่ยมล้อเลียนสารินอย่างเมามัน
“แล้วทำไมเราไม่บอกแม่แต่แรก ปล่อยให้แม่หน้าแตกยับไม่มีชิ้นดี ร้ายนักนะ นี่คิดจะแกล้งแม่ใช่ไหม” คุณหญิงดาเรศพูดอย่างงอนๆ เพลียใจกับความกระหล่อนของลูกชายคนเล็กเหลือเกิน
“ผมอยากให้คุณแม่ตื่นเต้นไงครับ จับไม่ได้คาหนังคาเขา คุณแม่จะหาว่าผมใส่ความว่าที่พี่สะใภ้เหมือนเมื่อก่อนอีก” พชรทำหน้าเหมือนกลัวมารดาจะว่าได้อย่างแนบเนียน ทั้งๆ ที่คนเช่นเขาไม่เคยคิดหวาดกลัวอะไรเลย จะมีก็คือความเกรงใจมารดาอยู่บ้าง
“กระล่อนจริงๆ” คุณหญิงดาเรศส่ายหน้าไปมา
“เอ๊ะ! นั่นผู้หญิงคนนั้น” พงศ์อินทร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เขารีบวิ่งออกไปนอกร้านอาหาร แต่กลับไม่เห็นคนที่ตามหา
“ใครกันลูก” คุณหญิงดาเรศเอ่ยถามเมื่อเห็นบุตรชายคนโตเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยสีหน้าผิดหวัง
“เปล่าหรอกครับ ผมคงตาฝาดไปเอง” พงศ์อินทร์ตอบมารดาอย่างสุภาพ คิดว่าอาจจะตาฝาดไปจริงๆ ผู้หญิงที่เขาฝันเห็น อาจจะไม่มีตัวตนจริงๆ ก็เป็นได้
“เขาบอกว่าบางทีเรารู้สึกคุ้นหน้าใคร จริงๆ อาจจะไม่เคยเห็นในชาตินี้ แต่อาจจะเคยเห็นในชาติก่อนก็เป็นได้”คุณหญิงดาเรศพูดกับบุตรชายคนโต
“นี่คุณแม่เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอครับ สงสัยจะสนทนาธรรมกับคุณป้าวรรณาเยอะไปเสียแล้ว” พชรพูดขำๆ วรรณาคือแม่ชีซึ่งเป็นมารดาของนฤดมเพื่อนสนิทของพงศ์อินทร์ และวรรณาก็ยังเป็นเพื่อนกับคุณหญิงดาเรศมาช้านานอีกด้วย
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย เราน่ะแสบจริงๆ วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ หัวใจเกือบวาย” คุณหญิงดาเรศหันไปพูดกับลูกชายคนเล็กอย่างงอนๆ
“คุณแม่เสียดายอยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ ก็ตามไปง้อสิครับ” พชรยังแกล้ง เขามีความสุขเสมอที่ได้ยั่วมารดา งอนแล้วก็ง้อ ตอนที่บิดาของเขายังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ชอบแกล้งมารดา แล้วก็ง้อ หวานกันน่าดู เรียกว่าเป็นคู่รักที่รักกันเหลือเกิน พอท่านเสียชีวิต มารดาก็เอาแต่เศร้าโศก เขาไม่ได้ปลอบโยนเหมือนพี่ชาย แต่พยายามทำให้มารดามีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยการแกล้งแหย่ จากที่ท่านเศร้าๆ ก็หันมาบ่นเขาแทน แต่สำหรับเขาแล้วมันก็ทำให้ท่านเลิกเศร้า ท่านบ่นก็ดีกว่าท่านเอาแต่นั่งอมทุกข์
“ไม่เอาหรอกพ่อตัวดี พี่ชายเราตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงแบบนั้นหรอก” คุณหญิงดาเรศรู้ดีกว่าบุตรชายคนโตเป็นคนดี ก็อยากให้ได้ผู้หญิงดีๆ คู่ควรกัน ถ้ากระหล่อนเหมือนพชรล่ะก็ ท่านไม่ใคร่จะห่วงเท่าไหร่ เพราะเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ถ้าจะพูดให้ถูก น่าห่วงผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนของพชรต่างหาก พ่อตัวดีกระหล่อนขนาดนี้ ผู้หญิงที่ไหนจะเอาอยู่
“พี่พงศ์ฉลาดนะครับ แค่ไม่พูดเท่านั้นเอง” คนที่ถูกจับคู่นั้นเงียบกริบ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอันใด แต่พชรรู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนฉลาดและเลือกที่จะพูดก็เท่านั้นเอง เพราะบิดาเสียชีวิต มารดาก็กลายเป็นคนพูดน้อย เศร้าโศก พี่ชายของเขาจึงไม่อยากขัดใจให้ท่านไม่สบายใจ ไม่เหมือนเขา ถ้าไม่ก็คือไม่ ขัดเป็นขัด เขาไม่เคยทำตามความต้องการของใครเพียงเพื่อเอาใจ แต่ต้องทนฝืนไปตลอดชีวิต
“ตกลงแม่หาคู่ให้ใครกันล่ะนี่ พี่ชายของเราเขายังไม่ว่าอะไรสักคำ” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายคนเล็กไม่วาย ท่านยังเสียใจกับการจากไปของสามีอันเป็นที่รัก แต่เมื่อคิดได้ว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตาย เธอเองก็ต้องตาย จึงตัดอกตัดใจไปได้มาก ยังไงเธอก็ยังมีลูกๆ อีกสองคน ตอนที่เธอเอาแต่เศร้าเสียใจ พงศ์อินทร์นั้นคอยปลอบใจ ทำทุกอย่างแทนคนเป็นพ่อได้อย่างดีเยี่ยม ดูแลครอบครัวให้ผ่านช่วงนั้นมาได้
“ถ้าคุณแม่เบื่อ ที่จะหาผู้หญิงมาให้พี่พงศ์ดูตัว หาให้ผมแทนก็ได้นะครับ” พชรทำหน้าทะเล้นใส่มารดา คุณหญิงดาเรศถึงกับคิดหนัก
“แม่สงสารผู้หญิงเค้าน่ะ ไม่กล้าหาใครให้เราหรอก” ไม่ได้แกล้งว่าแต่พูดจริงๆ พชรไม่เหมือนพงศ์อินทร์สักนิด เจ้าชู้กระหล่อน ลื่นยิ่งกว่าพ่อปลาไหล
“อ้าว... ไหงคุณแม่พูดแบบนี้ล่ะครับ”
“เราน่ะเจ้าชู้ กระล่อนจะตายไป แม่ไม่กล้าแนะนำผู้หญิงดีๆ ที่ไหนให้หรอก”
“คุณแม่ครับ ผมจะบอกอะไรให้ เดี๋ยวนี้หมดยุคผู้หญิงอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน ทำอาหารเก่ง กิริยามารยาทเรียบร้อย นั่งร้อยมาลัย ทำขนมไทยแล้วนะครับ ที่คุณแม่จะหาน่ะต้องย้อนไปในอดีตหลายปีเชียวครับ ถ้าอยากได้ภรรยาแบบนั้นให้พี่พงศ์ คุณแม่ต้องไปสู่ขอคุณทวดหรือคุณย่ามาให้กระมังครับ”
“ดูพูดเข้า นี่มันพ.ศ.อะไรกัน ผู้หญิงแบบนั้นยังมีย่ะ” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายคนเล็กหน้าคว่ำพชรหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งแหย่มารดา
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกพ่อคุณขอให้เป็นคนดีก็พอแล้วลูก แม่น่ะไม่ได้สนใจฐานะชาติตระกูลหรอกนะ สนใจว่าเค้าเป็นผู้หญิงที่ดีเพียบพร้อมแค่นั้นเอง ความดีของคนเราจะอยู่กันไปตลอด แต่สิ่งอื่นเป็นแค่สิ่งที่ไม่ยั่งยืนถาวร”
“สาธุครับคุณแม่” พชรยกมือขึ้นพนมไหว้มารดา
“เราน่ะอย่ามาล้อเลียนแม่เลยพ่อตัวดี หลอกผู้หญิงเอาไว้เยอะ ระวังกรรมจะตามสนอง”
“หลอกที่ไหนกันครับ สมความปรารถนากันทั้งคู่”
“ไม่พูดด้วยแล้ว เรื่องเอาเปรียบผู้หญิงน่ะไม่มีใครเกิน นี่ถ้ามีลูกสาว กรรมจะตามสนองเอานะ”คุณหญิงดาเรศค้อนลูกชายอีกรอบ
“ผู้หญิงเขาอยากให้ผมจับกินนี่ครับ โอ๊ย!” พชรร้องเสียงหลงเมื่อโดนมารดาตีเพียะเข้าให้ แถมตามมาหยิกซ้ำอีกรอบ
“ดูพูดเข้า”
“อ้าว... ก็จริงๆ นี่ครับ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้พี่ไม่ต้องน้องทำเองนะครับ โอ๊ย! คุณแม่หยิกผมอีกทำไม”
“พูดจาเลอะเทอะ แม่เป็นผู้หญิงนะ”
“สำหรับคุณแม่ผมยกไว้เหนือเกล้าเหนือหัวเลยขอรับ” พชรเข้าไปออดอ้อนมารดา กอดรัดหอมแก้มอย่างแสนรักใคร่
“จ้ะ พ่อตัวดี ตาพงศ์ดูน้องตัวแสบของเราสิ อย่ามากอดแม่ในที่สาธารณะนะ ไม่รู้จักมารยาทเสียเลย” คุณหญิงดาเรศอยากจะหยิกลูกชายคนเล็กให้เนื้อเขียวนักแต่ทำไม่ได้ พงศ์อินทร์มองน้องชายด้วยสายตารักใคร่
“คุณแม่ครับ วันพรุ่งผมจะไปอยุธยานะครับ ไปบ้านคุณทวดเล็ก” พงศ์อินทร์พูดกับมารดาด้วยสายตาอ่อนโยน บ้าน “คุณย่า” ในที่นี่คือคุณทวดเล็กที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ท่านมอบบ้านเรือนไทยริมน้ำที่อยุธยาเป็นมรดกให้กับพงศ์อินทร์ เพราะไม่มีทายาทสืบสกุลขณะที่พงศ์อินทร์ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ
“จ้ะ ไปดูแลเสียบ้างก็ดีนะ พงศ์เคยไปแค่ครั้งเดียวเองนี่นา แม่เองพักนี้ก็เหนื่อยๆ ถ้าได้ไปนอนพักค้างคืนที่ต่างจังหวัดก็คงดีไม่น้อย อากาศดี อาหารก็ถูกปาก” เพราะมีธุรกิจต้องดูแลหลายอย่าง ดีที่ได้บุตรชายทั้งสองเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ไม่เช่นนั้นเธอคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวเป็นแน่
เธอกับเขารู้จักกันแต่เล็กแต่น้อย ถูกหมั้นหมายกัน ตั้งแต่นั้นมา เธอรักและนับถือเขาเหมือนพี่ชาย พอโตขึ้นก็เกิดความรู้สึกที่มากกว่านั้น เขาให้เกียรติเธอเสมอมา ไม่เคยล่วงเกินให้ต้องเสียหาย แม้จะเป็นคู่หมั้นกันก็ตามทีในสังคมปัจจุบันการมีอะไรกันก่อนแต่งงานดูจะเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่สำหรับพงศ์วัฒน์เขาไม่เคยเรียกร้องหรือฉวยโอกาส นอกจากเขาจะเป็นคู่หมั้นที่ดีแล้ว ยังเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกัน ช่วยเหลือเธอมาโดยตลอดชีวิตการแต่งงานที่สุดแสนจะเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เขาให้เธออยู่บ้าน ดูแลบ้าน รอคอยเขากลับมาจากงาน มีบางครั้งที่เขาพาเธอออกงานสังคม เขาให้เกียรติเธอเสมอในทุกๆ ครั้ง ตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุ เธอตกใจแทบแย่ เพราะเขานอนเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่ยอมฟื้นเสียที ทั้งๆ ที่คุณหมอบอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรแล้ว“พี่พงศ์ ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะคะ” เธอออกมาต้อนรับสามี รับเสื้อสูทของเขามาถือเอาไว้ ก่อนจะนำน้ำเย็นๆ มาเสิร์ฟ“วันนี้มีอะไรดีๆ เอ่ย ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไหนบอกพี่สิครับ” พงศ์วัฒน์เอ่ยถามภรรยาสาว“บัวมีของขวัญให้พี่พงศ์ค่ะ” บัวบูชายื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้เขา มัดด้วยลิ้บ
“ถ้าตอบว่าไม่ยอมล่ะคะ พี่พงศ์จะให้นอนพักเหรอคะ”“ไม่ให้นอนดีกว่า” เขากุมแก้มเธอไว้ก่อนจะส่ายหน้าไปมา สบตาเขาแล้วสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เขาหยอกเย้า คล้ายเอาแต่ใจแต่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด แค่รู้สึกรอคอยว่าเขาจะทำอะไรต่อ“ใจร้ายจังค่ะ”“อยากน่ารัก น่ากินทำไมกัน” เขาซับเหงื่อให้เธอเบาๆ ทั้งใบหน้าและลำคอ และลาดไหล่บอบบาง เธอสะท้านเล็กน้อย เมื่อเขาหยอกเย้าขยับริมฝีปากฝังลงมายังไหล่เนียนของเธอ ขนในกายของบัวบูชาลุกซู่“พี่ซับเหงื่อให้นะ” เขาพูดแบบนั้น แต่เธอไม่รู้ว่าเขาดึงผ้าห่มออกไปตอนไหน รู้ตัวอีกที มันไปกองอยู่ที่เอวเสียแล้ว จะดึงขึ้นมาก็ติดที่มือเขากำลังเช็ดตัวให้เธออยู่ เขาก้มหน้าลงมาดูดเม้มยอดปทุมถันของเธอบัวชูชาอุทานคล้ายจะเบี่ยงหลบ แต่หลบไม่พ้นมือของเขาที่ดึงแผ่นหลังของเธอมาแนบชิดกับปากของเขาที่กำลังจู่โจมทรวงอกสล้างนั้นอีกครั้ง“พี่พงศ์... อื้อ...” เธอร้องครางหายใจหอบๆ รู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าวอีกครั้งและคืนนี้มันคงจะร้อนไปทั้งคืนเป็นแน่ เธอสอดมือเข้าในกลุ่มผมดกหนาของเขา ใบหน้าเริดขึ้นด้วยความเสียว เมื่อเขาดูดเม้มหน้าอกอิ่มของเธอเพื่อเล้าโลมให้มีอารมณ์ร่วม มือของเขาไม่ได้ว่างเว้น แ
“อุ๊ย!” เธออุทาน เป็นจังหวะที่เขาประทับริมฝีปากหยักหนาลงมาอย่างรวดเร็ว มือร้อนผ่าวของเขากดท้ายทอยของเธอเอาไว้ให้เธอรับจุมพิตอันแสนดูดดื่ม ลิ้นหนาเข้าไปกระหวัดรัดลิ้นเล็กแสนหวานภายใน เธอครางเสียงสั่นโต้ตอบกับเขาอย่างไร้เดียงสาพงศ์วัฒน์กดร่างของหญิงสาวลงบนเตียงนอนกว้าง กลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นกำจายไปพร้อมๆ กับกลีบดอกไม้สีหวาน“บัวครับ”“ค่ะพี่พงศ์”“ถ้าบัวตามใจพี่ พี่ก็จะตามใจบัวนะ” เขากระซิบบอก เธอยอมตามใจเขาอยู่แล้ว เขาจะทำอะไรเธอก็ไม่ขัดสักหน่อย“บัวไม่ได้ขัดนี่คะ เราแต่งงานกันแล้ว” เธอคิดว่าระหว่างชายหญิง เขาทำกันแบบนี้แหละ คงไม่พิสดารอะไรไปมากนักหรอกเขามองว่าเธอน่ารัก แต่ไม่พูดออกไป สายตาที่สื่อความหมายบอกเช่นนั้น อุ้งมือใหญ่ปลดปมผ้าขนหนูออกอย่างง่ายดาย ในขณะที่เธอตะครุบเอาไว้แทบไม่ทันชายหนุ่มประสานมือกับเธอเอาไว้ เธอมองสบตาเขา รู้สึกว่าหน้ายิ่งร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ เขาจับมือเธอเอาไว้และวางประทับที่อกอวบอิ่มกอบกุมเอาไว้ทั้งสองข้าง เธอกะพริบตาปริบๆ ลุ้นว่าเขาจะทำอะไรแปลกๆ รึเปล่า คือมันลุ้นและอยากรู้อยากเห็นไปด้วย“อุ๊ย!” เขาสอดแก่นกายเข้ามากับร่องอกอวบของเธอ หญิงสาวอุทานเบาๆ มองด้วยควา
เขาจับเธอแยกขาออกจากกัน แล้วชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง อุ้งมือใหญ่ทั้งสองเอื้อมมาด้านหน้าลูบไล้ขาเพรียวของเธอ บัวบูชาครางอย่างต่อเนื่อง เธอกระตุกเล็กน้อยเมื่อเขาเอื้อมมือมาด้านหน้าเนินสาว ใช้นิ้วกลางไล้ขึ้นลงเบาๆ อย่างอ่อนโยน แค่นั้นก็ทำให้เธอเสียวซ่านสุดจิตสุดใจ แทบดีดดิ้นกับสัมผัสเล็กน้อยนั้น“ชอบไหม” ดูเหมือนเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพราะเธอไม่กล้าตอบเขาแม้แต่ประโยคเดียว“ไม่ต้องกลั้นนะ ถ้าอยากครางก็ครางเลย” เขากระซิบบอกอย่างใจดี เธอยังเม้มปากเอาไว้แบบนั้น นึกอายที่จะครางออกไป แต่สุดท้ายทนไม่ไหวอยู่ดี ต้องครางออกไปเสียงหลงเมื่อเขาบดบี้ยอดเกสรนารีจนสั่นระริก หลั่งรินน้ำหวานออกมาอย่างท่วมท้น“ดีมากครับ เราอยู่กันแค่สองคนไม่ต้องอายหรอก”“ก็... ทำอะไรกันแบบนี้ไม่อายได้ยังไงกันคะ”“แต่งงานกันแล้ว ทุกคนต้องทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ” เธอเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเพราะโตแล้ว เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัย วัยรุ่นรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องกระมิดกระเมี้ยนไม่กล้าแม้แต่จะพูดมันออกมาเพราะอาย เด็กสมัยนี้พูดกันสนุกสนานเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เธอเคยได้ยินยังแอบหน้าแดงเพราะจริงๆ ไม่กล้าพูดเรื่อง
“หน้าแดงทำไม”“พี่พงศ์ก็... พี่พงศ์” เธออึกอัก ทุบอกเขาเข้าให้ ดูสิชอบแกล้งแหย่เธอ เมื่อก่อนไม่เห็นเคยเป็นแบบนี้เสียหน่อย เจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่สุด“นึกว่าอยากกินข้าวก่อนไงครับ เห็นวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันไม่ใช่เหรอ พี่ก็กลัวบัวจะหิว คิดอะไรอยู่ล่ะ”“เปล่า ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อยค่ะ” เธอคิดไปไกลเชียวล่ะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะถามเรื่องกินข้าว“คิดก็ได้นะ” เขาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเรือนกายของเธอ บัวบูชาตัวสั่น แต่ยินยอมพร้อมใจไปกับเขาเพราะถึงอย่างไรก็แต่งงานกันแล้วเธอมองเขาแล้วเผลอแตะลิ้นเลียริมฝีปากเหมือนอยากกินเขาเสียเหลือเกิน พงศ์วัฒน์เหมือนจะขำความน่ารักนั้น แต่เขาแค่ยิ้มบางๆ ระคนเอ็นดูให้กับความน่ารักของเธอ“พี่อาบน้ำให้น่ะดีแล้ว จะได้สบายไง ไม่ต้องอาบเอง” เขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่า เธอเริ่มหายใจหอบๆ ร่างกายยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาเรื่อยๆพงศ์วัฒน์ค่อยๆ เล้าโลมเธออย่างใจเย็น เขานึกอยากเห็นเธอสวมใส่ชุดว่ายน้ำหรือชุดวาบหวิวเสียเหลือเกิน แล้วค่อยๆ เปลื้องออก ในสมองดูเหมือนจะคิดไปไกลเธอสวยมาก สำหรับเขาแล้วเธอสวยที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด แม้แต่ตอนที่เธอยังมีเสื้อผ้าครบชุดและแต่งกายสุภาพมิดช
หญิงสาวไม่ได้รู้สึกสักนิดว่าชุดแต่งงานของเธอหลุดร่วงลงไปจากสะโพกตอนไหน สายตาของเขาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเสน่หา เธอไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้ของเขามาก่อนเขาบอกว่าจะชวนไปอาบน้ำด้วยกันก็คงจะจริงกระมัง อาจจะประหยัดน้ำหรือประหยัดเวลา เพราะเหนื่อยกันมาทั้งวัน เธอคิดให้วุ่นไปเสียหมด สุดท้ายถูกอุ้มเข้ามาอยู่ในห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“เหนื่อยมาทั้งวัน นอนแช่น้ำอุ่นกันดีไหม” เขาทำทีคล้ายปรึกษาหารือ เธอพยักหน้าเพราะอยากเอาใจ คิดว่าดีเหมือนกัน เขาเห็นว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธจึงจัดการเตรียมน้ำอุ่นเสียเองบัวบูชาสัมผัสกับน้ำอุ่นแล้วครางเบาๆ โดนอุ้มลงอ่างแทบไม่รู้ตัว เขาดึงเข้าไปหาเธอสะดุ้งน้อยๆ แต่เพราะมือหนาที่ลูบหลังลูบไหล่ เธอจึงหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เขาดึงเธอไปกอด หญิงสาวจึงซบใบหน้าอยู่ที่อกของเขา“พี่รอวันนี้มานานแล้วบัวรู้ไหม” เขาชวนคุย เกี่ยวผมของเธอเล่นไปมาอย่างอ่อนโยน“รอที่จะแต่งงานกับบัวรึคะ” เธอลืมตาขึ้น เงยหน้าขึ้นมองเขา อุณหภูมิของน้ำในอ่างทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย“ใช่จ้ะ เราหมั้นกันตั้งแต่เด็ก พี่คิดว่าชาตินี้ถ้าไม่ได้แต่งงานกับบัว ได้บัวมาเป็นศรีภรรยาพี่ก็จะไม่แต่งงานอีกเลย”
“มันไปบิณฑบาตกับอาตมาทุกวัน ขยันทำความดี ไม่ให้น้อยหน้าพระเชียวละ พอพระสวดมันก็มานั่งฟังทุกวัน”“น่ารักจริง เดี๋ยววันหลังจะซื้อไก่ทอดมาฝากนะ” บัวบูชาโยกหัวมันเบาๆ มันทำท่าดีใจ ลุกขึ้นเกาะแข้งเกาะขาเธอ จนบัวบูชาหัวเราะในความน่ารักของมัน เธอกับทุกคนกราบลาหลวงพี่ เจ้าชิดยังวิ่งมาส่งขึ้นรถตาละห้อย ร่าง
“ความรักมันห้ามกันไม่ได้ พี่ห้ามใจตัวเองที่จะไม่รักบัวไม่ได้ และบอกให้ตัวเองไปรักคนอื่นไม่ได้ด้วยเหมือนกัน” เขาพูดแล้วมองหน้าเธออย่างเจ็บช้ำน้ำใจ ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้นให้แก่เธอได้รับรู้“ถึงพี่ชัยทำแบบนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก” เธอพยายามเกลี่ยกล่อมเขา“ไม่มีประโยชน์อะไรได้ยังไง เดี๋ยวบั
ชิดชมอยากจะกรีดร้องแต่เธอได้แต่อึ้ง ยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เกิดมาอายุเท่านี้ เธอยังไม่เคยโดนผู้ชายจูบจริงๆ สักหน่อย เขามีสิทธิ์อะไรมาจูบเธอแบบนี้ตั้งสติได้เธอก็ค่อยๆ ขับรถกลับบ้าน สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอโดนลวนลามในลานจอดรถ แถมเขายังหนีไปได้อย่างลอยนวล จะไปแจ้งความก็ต้องหาหลักฐาน เธออับอายเก
“อื้อ... ปล่อยนะ” เปรมเห็นว่าพดกำลังเดินมาทางนี้ เขาเลยเปลี่ยนจากการกอดเธอเป็นดึงให้เธอมาโอบกอดเขาแทน“แม่ชม ปล่อยฉันเถอะ ฉันแต่งงานแล้ว คงจะพาแม่ชมกลับไปลพบุรีไม่ได้หรอก” เปรมแกล้งทำเป็นดึงเธอมาให้กอด และดิ้นก่อนจะผลักชมออกห่าง พูดเหมือนกับว่าชมจะขอตามเขากลับลพบุรีเสียอย่างนั้น“คุณเปรมพูดอะไรของค






![Farm ร้อนซ่อนสวาท [ อีโรติก 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
