Masuk“กลับมานี่นะ ยายลูกบ้านี่ยังไง ฉันบอกให้แกกลับมา ฉันหาผู้ชายดีๆ รวยๆ นิสัยดีๆ ให้แกไม่สนใจ วันๆ คบแต่พวกกุ๊ยข้างถนน” เครือมาศเรียกบุตรสาวที่จากไปไม่เหลียวหลังด้วยความโมโห ทุกอย่างเป็นอันจบสิ้น เพราะคนอย่างคุณหญิงดาเรศ ไม่ใช่จะเข้าหาได้ง่ายๆ แถมความลับที่อุตส่าห์เก็บไว้ก็มีคนล่วงรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปเธอคงได้ไปนอนข้างถนนจริงๆ แล้วเพราะหนี้สินเกินเยียวยาแล้วจริงๆ
เสียงหัวเราะของบุตรชายคนเล็กทำให้คุณหญิงดาเรศค้อนให้เสียหลายรอบ ทนไม่ไหวก็หยิกเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ พ่อตัวดีนี่ร้ายกาจเหลือเกิน ใช่ว่าจะยอมรับประวัติไม่ดีของเครือมาศและสารินได้หรอกนะ แต่แทนที่จะบอกกันดีๆ กลับไปแกล้งเขาเสียนี่
“โอ๊ย! คุณแม่หยิกผมทำไมครับ” พชรทำตาปรอยแอบกลั้นขำเอาไว้สุดใจ
“หมั่นไส้คนแถวนี้” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายหน้าคว่ำ
“ไม่ให้ขำได้ยังไงครับ ตอนเจอเธอครั้งนั้นยังกับนางแมวยั่วสวาท แต่พอมาตอนนี้ กลายเป็นคุณหนูเรียบร้อย เพียบพร้อมไปด้วยความงดงามทั้งภายในและภายนอก กุลสตรีกลับชาติมาเกิด โอ๊ย! เห็นแล้วขนลุก” พชรแกล้งนั่งตัวตรง ทำเป็นสงบเสงี่ยมล้อเลียนสารินอย่างเมามัน
“แล้วทำไมเราไม่บอกแม่แต่แรก ปล่อยให้แม่หน้าแตกยับไม่มีชิ้นดี ร้ายนักนะ นี่คิดจะแกล้งแม่ใช่ไหม” คุณหญิงดาเรศพูดอย่างงอนๆ เพลียใจกับความกระหล่อนของลูกชายคนเล็กเหลือเกิน
“ผมอยากให้คุณแม่ตื่นเต้นไงครับ จับไม่ได้คาหนังคาเขา คุณแม่จะหาว่าผมใส่ความว่าที่พี่สะใภ้เหมือนเมื่อก่อนอีก” พชรทำหน้าเหมือนกลัวมารดาจะว่าได้อย่างแนบเนียน ทั้งๆ ที่คนเช่นเขาไม่เคยคิดหวาดกลัวอะไรเลย จะมีก็คือความเกรงใจมารดาอยู่บ้าง
“กระล่อนจริงๆ” คุณหญิงดาเรศส่ายหน้าไปมา
“เอ๊ะ! นั่นผู้หญิงคนนั้น” พงศ์อินทร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เขารีบวิ่งออกไปนอกร้านอาหาร แต่กลับไม่เห็นคนที่ตามหา
“ใครกันลูก” คุณหญิงดาเรศเอ่ยถามเมื่อเห็นบุตรชายคนโตเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยสีหน้าผิดหวัง
“เปล่าหรอกครับ ผมคงตาฝาดไปเอง” พงศ์อินทร์ตอบมารดาอย่างสุภาพ คิดว่าอาจจะตาฝาดไปจริงๆ ผู้หญิงที่เขาฝันเห็น อาจจะไม่มีตัวตนจริงๆ ก็เป็นได้
“เขาบอกว่าบางทีเรารู้สึกคุ้นหน้าใคร จริงๆ อาจจะไม่เคยเห็นในชาตินี้ แต่อาจจะเคยเห็นในชาติก่อนก็เป็นได้”คุณหญิงดาเรศพูดกับบุตรชายคนโต
“นี่คุณแม่เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอครับ สงสัยจะสนทนาธรรมกับคุณป้าวรรณาเยอะไปเสียแล้ว” พชรพูดขำๆ วรรณาคือแม่ชีซึ่งเป็นมารดาของนฤดมเพื่อนสนิทของพงศ์อินทร์ และวรรณาก็ยังเป็นเพื่อนกับคุณหญิงดาเรศมาช้านานอีกด้วย
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย เราน่ะแสบจริงๆ วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ หัวใจเกือบวาย” คุณหญิงดาเรศหันไปพูดกับลูกชายคนเล็กอย่างงอนๆ
“คุณแม่เสียดายอยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ ก็ตามไปง้อสิครับ” พชรยังแกล้ง เขามีความสุขเสมอที่ได้ยั่วมารดา งอนแล้วก็ง้อ ตอนที่บิดาของเขายังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ชอบแกล้งมารดา แล้วก็ง้อ หวานกันน่าดู เรียกว่าเป็นคู่รักที่รักกันเหลือเกิน พอท่านเสียชีวิต มารดาก็เอาแต่เศร้าโศก เขาไม่ได้ปลอบโยนเหมือนพี่ชาย แต่พยายามทำให้มารดามีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยการแกล้งแหย่ จากที่ท่านเศร้าๆ ก็หันมาบ่นเขาแทน แต่สำหรับเขาแล้วมันก็ทำให้ท่านเลิกเศร้า ท่านบ่นก็ดีกว่าท่านเอาแต่นั่งอมทุกข์
“ไม่เอาหรอกพ่อตัวดี พี่ชายเราตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงแบบนั้นหรอก” คุณหญิงดาเรศรู้ดีกว่าบุตรชายคนโตเป็นคนดี ก็อยากให้ได้ผู้หญิงดีๆ คู่ควรกัน ถ้ากระหล่อนเหมือนพชรล่ะก็ ท่านไม่ใคร่จะห่วงเท่าไหร่ เพราะเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ถ้าจะพูดให้ถูก น่าห่วงผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนของพชรต่างหาก พ่อตัวดีกระหล่อนขนาดนี้ ผู้หญิงที่ไหนจะเอาอยู่
“พี่พงศ์ฉลาดนะครับ แค่ไม่พูดเท่านั้นเอง” คนที่ถูกจับคู่นั้นเงียบกริบ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอันใด แต่พชรรู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนฉลาดและเลือกที่จะพูดก็เท่านั้นเอง เพราะบิดาเสียชีวิต มารดาก็กลายเป็นคนพูดน้อย เศร้าโศก พี่ชายของเขาจึงไม่อยากขัดใจให้ท่านไม่สบายใจ ไม่เหมือนเขา ถ้าไม่ก็คือไม่ ขัดเป็นขัด เขาไม่เคยทำตามความต้องการของใครเพียงเพื่อเอาใจ แต่ต้องทนฝืนไปตลอดชีวิต
“ตกลงแม่หาคู่ให้ใครกันล่ะนี่ พี่ชายของเราเขายังไม่ว่าอะไรสักคำ” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายคนเล็กไม่วาย ท่านยังเสียใจกับการจากไปของสามีอันเป็นที่รัก แต่เมื่อคิดได้ว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตาย เธอเองก็ต้องตาย จึงตัดอกตัดใจไปได้มาก ยังไงเธอก็ยังมีลูกๆ อีกสองคน ตอนที่เธอเอาแต่เศร้าเสียใจ พงศ์อินทร์นั้นคอยปลอบใจ ทำทุกอย่างแทนคนเป็นพ่อได้อย่างดีเยี่ยม ดูแลครอบครัวให้ผ่านช่วงนั้นมาได้
“ถ้าคุณแม่เบื่อ ที่จะหาผู้หญิงมาให้พี่พงศ์ดูตัว หาให้ผมแทนก็ได้นะครับ” พชรทำหน้าทะเล้นใส่มารดา คุณหญิงดาเรศถึงกับคิดหนัก
“แม่สงสารผู้หญิงเค้าน่ะ ไม่กล้าหาใครให้เราหรอก” ไม่ได้แกล้งว่าแต่พูดจริงๆ พชรไม่เหมือนพงศ์อินทร์สักนิด เจ้าชู้กระหล่อน ลื่นยิ่งกว่าพ่อปลาไหล
“อ้าว... ไหงคุณแม่พูดแบบนี้ล่ะครับ”
“เราน่ะเจ้าชู้ กระล่อนจะตายไป แม่ไม่กล้าแนะนำผู้หญิงดีๆ ที่ไหนให้หรอก”
“คุณแม่ครับ ผมจะบอกอะไรให้ เดี๋ยวนี้หมดยุคผู้หญิงอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน ทำอาหารเก่ง กิริยามารยาทเรียบร้อย นั่งร้อยมาลัย ทำขนมไทยแล้วนะครับ ที่คุณแม่จะหาน่ะต้องย้อนไปในอดีตหลายปีเชียวครับ ถ้าอยากได้ภรรยาแบบนั้นให้พี่พงศ์ คุณแม่ต้องไปสู่ขอคุณทวดหรือคุณย่ามาให้กระมังครับ”
“ดูพูดเข้า นี่มันพ.ศ.อะไรกัน ผู้หญิงแบบนั้นยังมีย่ะ” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายคนเล็กหน้าคว่ำพชรหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งแหย่มารดา
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกพ่อคุณขอให้เป็นคนดีก็พอแล้วลูก แม่น่ะไม่ได้สนใจฐานะชาติตระกูลหรอกนะ สนใจว่าเค้าเป็นผู้หญิงที่ดีเพียบพร้อมแค่นั้นเอง ความดีของคนเราจะอยู่กันไปตลอด แต่สิ่งอื่นเป็นแค่สิ่งที่ไม่ยั่งยืนถาวร”
“สาธุครับคุณแม่” พชรยกมือขึ้นพนมไหว้มารดา
“เราน่ะอย่ามาล้อเลียนแม่เลยพ่อตัวดี หลอกผู้หญิงเอาไว้เยอะ ระวังกรรมจะตามสนอง”
“หลอกที่ไหนกันครับ สมความปรารถนากันทั้งคู่”
“ไม่พูดด้วยแล้ว เรื่องเอาเปรียบผู้หญิงน่ะไม่มีใครเกิน นี่ถ้ามีลูกสาว กรรมจะตามสนองเอานะ”คุณหญิงดาเรศค้อนลูกชายอีกรอบ
“ผู้หญิงเขาอยากให้ผมจับกินนี่ครับ โอ๊ย!” พชรร้องเสียงหลงเมื่อโดนมารดาตีเพียะเข้าให้ แถมตามมาหยิกซ้ำอีกรอบ
“ดูพูดเข้า”
“อ้าว... ก็จริงๆ นี่ครับ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้พี่ไม่ต้องน้องทำเองนะครับ โอ๊ย! คุณแม่หยิกผมอีกทำไม”
“พูดจาเลอะเทอะ แม่เป็นผู้หญิงนะ”
“สำหรับคุณแม่ผมยกไว้เหนือเกล้าเหนือหัวเลยขอรับ” พชรเข้าไปออดอ้อนมารดา กอดรัดหอมแก้มอย่างแสนรักใคร่
“จ้ะ พ่อตัวดี ตาพงศ์ดูน้องตัวแสบของเราสิ อย่ามากอดแม่ในที่สาธารณะนะ ไม่รู้จักมารยาทเสียเลย” คุณหญิงดาเรศอยากจะหยิกลูกชายคนเล็กให้เนื้อเขียวนักแต่ทำไม่ได้ พงศ์อินทร์มองน้องชายด้วยสายตารักใคร่
“คุณแม่ครับ วันพรุ่งผมจะไปอยุธยานะครับ ไปบ้านคุณทวดเล็ก” พงศ์อินทร์พูดกับมารดาด้วยสายตาอ่อนโยน บ้าน “คุณย่า” ในที่นี่คือคุณทวดเล็กที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ท่านมอบบ้านเรือนไทยริมน้ำที่อยุธยาเป็นมรดกให้กับพงศ์อินทร์ เพราะไม่มีทายาทสืบสกุลขณะที่พงศ์อินทร์ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ
“จ้ะ ไปดูแลเสียบ้างก็ดีนะ พงศ์เคยไปแค่ครั้งเดียวเองนี่นา แม่เองพักนี้ก็เหนื่อยๆ ถ้าได้ไปนอนพักค้างคืนที่ต่างจังหวัดก็คงดีไม่น้อย อากาศดี อาหารก็ถูกปาก” เพราะมีธุรกิจต้องดูแลหลายอย่าง ดีที่ได้บุตรชายทั้งสองเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ไม่เช่นนั้นเธอคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวเป็นแน่
“คุณแม่ควรจะพักได้แล้วครับ ปล่อยให้ผมกับพี่พงศ์ดูแลแทน” พชรพูดอย่างห่วงใยมารดา เห็นท่านอยู่เฉยไม่ได้ เพราะเป็นคนขยัน หลังจากบิดาสิ้น พอคลายจากทุกข์โศกก็โหมงานหนัก เขาคิดว่ามารดาควรพักผ่อนหรือท่องเที่ยว ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข มากกว่าจะตรากตรำทำงานแบบนี้ไม่ได้พักผ่อนเขากับพี่ชายลงมือทำทุกอย่างที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของท่านได้โดยไม่รีรอ ในขณะที่งานของมารดาค่อยๆ น้อยลงและได้พักผ่อนมากขึ้น“จ้ะ ทานข้าวกันเถอะ” พงศ์อินทร์ยิ้มอ่อนโยนให้มารดาและน้องชาย ความรู้สึกนึกคิดของเขากำลังล่องลอยไปยังหญิงสาวในความฝัน ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ช่างอ่อนโยนและอ่อนหวานหวามในอกเหลือเกินหลังจากแยกย้ายกับมารดาและพี่ชายพชรก็ขับรถไปหาเพื่อน เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ รถคันหน้ากลับเบรกกะทันหัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาชนท้ายรถคันหน้าเต็มๆ ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย เขาลงไปจากรถ ต่อว่าเสียยกใหญ่ เพราะรถคันหลังอีกคันขับมาชนท้ายรถเขาด้วยเช่นกัน“ขับรถประสาอะไรของคุณห้ะ ใบขับขี่ซื้อมาหรือไง” เขาระเบิดอารมณ์ด้วยความโมโห“ขอโทษค่ะ ใบขับขี่ฉันไม่ได้ซื้อมา แต่สุนัขมันกำลังจะวิ่งตัดหน้ารถ ฉันเลยเบรกไม่อยากชนมั
“กลับมานี่นะ ยายลูกบ้านี่ยังไง ฉันบอกให้แกกลับมา ฉันหาผู้ชายดีๆ รวยๆ นิสัยดีๆ ให้แกไม่สนใจ วันๆ คบแต่พวกกุ๊ยข้างถนน” เครือมาศเรียกบุตรสาวที่จากไปไม่เหลียวหลังด้วยความโมโห ทุกอย่างเป็นอันจบสิ้น เพราะคนอย่างคุณหญิงดาเรศ ไม่ใช่จะเข้าหาได้ง่ายๆ แถมความลับที่อุตส่าห์เก็บไว้ก็มีคนล่วงรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปเธอคงได้ไปนอนข้างถนนจริงๆ แล้วเพราะหนี้สินเกินเยียวยาแล้วจริงๆเสียงหัวเราะของบุตรชายคนเล็กทำให้คุณหญิงดาเรศค้อนให้เสียหลายรอบ ทนไม่ไหวก็หยิกเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ พ่อตัวดีนี่ร้ายกาจเหลือเกิน ใช่ว่าจะยอมรับประวัติไม่ดีของเครือมาศและสารินได้หรอกนะ แต่แทนที่จะบอกกันดีๆ กลับไปแกล้งเขาเสียนี่“โอ๊ย! คุณแม่หยิกผมทำไมครับ” พชรทำตาปรอยแอบกลั้นขำเอาไว้สุดใจ“หมั่นไส้คนแถวนี้” คุณหญิงดาเรศค้อนบุตรชายหน้าคว่ำ“ไม่ให้ขำได้ยังไงครับ ตอนเจอเธอครั้งนั้นยังกับนางแมวยั่วสวาท แต่พอมาตอนนี้ กลายเป็นคุณหนูเรียบร้อย เพียบพร้อมไปด้วยความงดงามทั้งภายในและภายนอก กุลสตรีกลับชาติมาเกิด โอ๊ย! เห็นแล้วขนลุก” พชรแกล้งนั่งตัวตรง ทำเป็นสงบเสงี่ยมล้อเลียนสารินอย่างเมามัน“แล้วทำไมเราไม่บอกแม่แต่แรก ปล่อยให้แม่หน้าแตกย
“จำคนผิดก็ดีแล้ว ตาพดน่ะไม่ไหวเลยจริงๆหนูสารินเขาเป็นกุลสตรี อยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนจะไปเที่ยวเตร่กลางค่ำกลางคืนเหมือนกับเราได้ยังไงกัน จริงไหมคะคุณหญิงเครือมาศ” คุณหญิงดาเรศว่าบุตรชาย ท้ายประโยคหันไปถามคนที่นั่งหน้าซีดอยู่ใกล้ๆ กับบุตรสาว ลางสังหรณ์ทำให้รู้สึกร้อนรุ่มจนนั่งไม่ติด ถึงพชรจะทำตัวเป็นเพลย์บอย แต่ก็ไม่เคยทักใครมั่วซั่วให้ต้องเสียหาย เรียกว่าลูกชายคนนี้ความจำเป็นเลิศเชียวล่ะ ถ้าไม่มีเค้าของความจริง ย่อมไม่เอ่ยออกมาอย่างแน่นอน“แต่ผมมีคลิปนะครับ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเหมือนคุณสารินเปี๊ยบเลย ยังไงผมต้องขอทบทวนความจำของตัวเองเสียหน่อย ว่ายังเป็นคนความจำดีอยู่หรือเปล่า” พชรงัดคลิปเด็ดออกมา เป็นคลิปที่สารินกำลังวาดลวดลายเต้นอยู่ในผับอย่างยั่วยวน แถมยังแต่งตัวโป๊เสียอีก และคืนนั้นเขาก็แทบเอาตัวไม่รอด เกือบโดนเธอลากไปกินในห้องน้ำของผับเสียด้วยสิ ดีที่หนีรอด กระโจนขึ้นรถมาได้เสียก่อน“นี่คุณ!!! คุณใส่ความฉัน” สารินชี้หน้าพชรอย่างโมโห“อะไรกันครับ ใส่ความอะไรกัน ผมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” พชรตีหน้ามึน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาเป็นคนตั้งใจอัดคลิปนี้ขึ้นมาเองและเป็นคนตามไปสืบเรื่องราวของเธ
พงศ์เก่งช่างเอาใจ รู้ว่าว่าที่พ่อตาชอบอะไรก็มักหามากำนัลอยู่เสมอ ทั้งยังคุยกันอย่างถูกคอ ก็อยากได้พงศ์มาเป็นเขยเพราะมีคุณสมบัติเพียบพร้อมและเหมาะสมคู่ควรกับบุตรสาวของตน ครอบครัวของพงศ์เป็นพระน้ำพระยา ฐานะร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองมากมาย เป็นคนดีมีน้ำใจ เป็นที่นับหน้าถือตา รูปร่างหน้าตานั้นก็หล่อเหลา อีกทั้งยังสุภาพเรียบร้อย แต่ก็เข้มแข็งองอาจสมชายชาตรียามเมื่อต้องทำงานรับใช้บ้านเมือง“แม่บัวมานั่งตรงนี้นะ พี่จะวาดรูปแม่บัวตรงนี้” เขาประคองเธอนั่งที่ศาลาท่าน้ำ ด้านหลังเป็นภาพผืนน้ำทอดตัวเป็นสายและเห็นบ้านเรือนของผู้คนอยู่ตามลำคลอง เธอกับเขาเล่นน้ำในคลองมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ที่นี่จึงเป็นความทรงจำที่แสนงดงาม“แสงกำลังดี ทุกอย่างสวยไปหมด แต่สวยสู้แม่บัวไม่ได้”“ดูสิคะ พี่พงศ์น่ะปากหวาน” เธอว่าแล้วก้มหน้างุดอย่างเขินอาย“เงยหน้าหน่อยสิครับ” เขาเริ่มต้นการวาดภาพด้วยความตั้งใจ“ภาพนี้พี่วาดเสร็จพี่จะเก็บไว้ในห้องนอน”บัวยิ้มหวานให้คนรัก ทอดสายตามองขณะที่เขากำลังตวัดพูกันเพื่อวาดภาพเธออย่างตั้งใจ“แหวนของพี่พงศ์สวยจังเลยนะคะ”“แหวนพลอยนิลครับ เป็นแหวนเก่าแก่ของเจ้าคุณพ่อ คุณหญิงแม่ของพี่มอบเมื่อให
บัวเป็นบุตรสาวของคหบดีผู้ร่ำรวยในอยุธยา หญิงสาวมีชายคนรักนามว่าพงศ์ ได้ผูกสมัครรักใคร่กันตั้งแต่ยังเยาว์วัย เธอมาถึงยังที่นัดหมายนานแล้ว แต่เห็นเขาทอดสายตามองแม่น้ำลำคลองอย่างเพลินตา จึงถือโอกาสแอบมองอีกฝ่ายเสียเลย แม่น้ำสายแห่งนี้เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านบ้านของเธอและบ้านของเขา บ้านของเขาอยู่ตรงข้ามกับวัด ส่วนบ้านของเธออยู่ บริเวณใกล้ๆ กับวัดเก่าแก่ของที่นี่ ที่ท่าน้ำหน้าวัดแห่งนี้เป็นที่นัดหมายและพบเจอกันเป็นประจำ เธอชอบทำบุญและเขาก็ชอบทำบุญด้วยเช่นกัน เจดีย์ที่ทำด้วยทองคำ สะท้อนแสงกับพระอาทิตย์มีประกายระยิบระยับในน้ำ“พี่พงศ์” เสียงหวานที่เอ่ยเรียกมาจากทางด้านหลังทำให้พงศ์หันไปมองแล้วเผยยิ้มกว้างหญิงสาวใบหน้าผุดผาดที่เอ่ยเรียกคือคู่หมั้นและคนรักที่รู้จักกันมาแต่เล็กแต่น้อย บิดามารดาของเขาเป็นเพื่อนกับบิดามารดาของเธอเธอสวมผ้าโจงกระเบน บนศีรษะมีผ้าคาดผมสีเดียวกับเสื้อระบายลูกไม้สีชมพูอ่อน ปลายแขนเสื้อเป็นชั้นๆ ยาวถึงข้อมือมีผ้าสไบพาดไหล่รอบตัว ในมือถือกระเป๋าใบเล็กงดงามตามสมัยนิยม ส่วนสาวใช้คนสนิทนามว่าสาลี่ยืนอยู่ใกล้ๆ หลังจากหุบร่มที่กางให้เจ้านายสาว“แม่บัว” เขาก้าวมาข้างหน้า ก่อนจะกุ







