LOGINท่ามกลางความโกลาหลในห้องผ่าตัดขนาดเล็ก อีริคกลับนั่งสูบบุหรี่มองผืนฟ้าที่มีดมิดอยู่ตรงระเบียง มีไอ้บลูโน่ที่พึ่งฟื้นจากการถูกช๊อตนั่งสะลืมสะลืออยู่ตรงพื้นข้างๆเก้าอี้
"นายมึงจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับดวงก็แล้วกัน ถ้าไม่รอดมึงก็อยู่กับกูที่นี่แหละถือว่าชดใช้ความผิดก็แล้วกัน ว่าแต่มึงได้นิสัยดื้อๆมาจากนายมึงบ้างหรือเปล่า ถ้าซ่ามากก็ยิงทิ้งอย่างเดียว เลี้ยงไว้เสียข้าวสุก"
"งื๊ดๆ"
"เออเว้ยฉลาดซะด้วย หลังจากที่นายมึงฟื้นแล้วก็สั่งสอนนายมึงซะบ้าง ดื้อชิบหาย"เขาส่ายหัวไปมาด้วยความอ่อนใจ
"นายครับ"
"อือว่าไง"
"เจโลรอดแล้วครับ"
"อืม ไปพักเถอะทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ไอ้เด็กนั่นคงไม่มีฤิทธิ์ลุกขึ้นมาอาละวาดหรอก"เขาเคาะเศษขี้เถ้าของบุหรี่ลงกับที่เขี่ย
"ครับนาย ว่าแต่ นายยังจะเอาเขาไว้ใช้งานจริงๆหรือครับ"
"อืมฉันเห็นแววในเด็กคนนี้เอาเถอะน่ะ เดี๋ยวจัดการเอง นายไปพักเถอะ"
"ให้ตามคนมาช่วยผ่อนคลายซักคนดีมั๊ยครับ"เขาโบกมือห้าม ทอมก้มหัวลงแล้วออกจากห้องพักไป เขากลับเข้าห้องก็เห็นทอมจัดการเตรียมชุดนอนให้เขาแล้วเรียบร้อย
"หึ อันที่จริงแล้วหน้าที่แบบนี้ใช้เจโลน้อยน่าจะดีกว่า"เขายกยิ้มมุมปากเมื่อคิดเรื่องดีๆในหัวขึ้นมาได้ เขาเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวออกมาเสียงไอ้บลูโน่ที่หอนอยู่ตรงระเบียงทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังมีตัวภาระอีกตัวหนึ่งอยู่ด้วย
"ไอ้โน่มึงจะไปเยี่ยมนายมึงมั๊ย ไปก็เลิกหอนมาได้แล้ว"เขาตะโกนบอกหมาและเห็นมันเดินเตาะแตะเข้ามานั่งแหมะอยู่ตรงปลายเท้า
"เออฟังภาษารู้เรื่องนี่หว่า ฉลาดกว่านายมึงที่นอนแซ่วอยู่บนเตียงอีก ไปดูกันมั๊ย"
"โอ่ง"
"เอองั้นตามมา"เขาเดินออกไปยังห้องพักฟื้นที่จัดเอาไว้ชั้นล่าง เป็นห้องเก็บของที่ถูกจัดเสียใหม่ให้เป็นห้องพักของมันโดยเฉพาะ โดยไม่เปลี่ยนเสื้อคลุมสีดพเป็นมันที่สวมอยู่ออก
"ไงหมอ อาการล่ะ"เขาเดินเข้าไปหยุดข้างเตียงมองใบหน้าซีดขาวที่นอนอยู่ และไล่สายตาตามแขนไปยังขวดน้ำเกลือที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ
"อาการทรงตัวแล้วครับ กินยาตามที่ให้และบำรุงเสียหน่อยก็ฟื้นตัวแล้ว"
"มียาแก้ดื้อหรือยาแก้หัวรั้นมั่งมั๊ยหมอ"
"ฮ่าๆๆๆ ถ้ามีก็ดีสิครับจะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้"หมอเกรย์ทำหน้าที่นี้ยาวนานมาพอๆกับอายุของอีริค หรืหอจะให้พูดก็พูดได้ว่าหมอเกรย์เป็นผู้ทำคลอดอีริคออกมาและเป็นหมอประจำของเมแกนมาทั้งชีวิต
"เบาๆบ้างเถอะครับ สงสารเขาคนที่เป็นตำรวจแถมอายุยังน้อยแบบนี้ พึ่งจบใหม่ๆไฟแรงทุกคน"
"ก็ถ้าไม่ปรามเสียแต่ตอนนี้ผมจะใช้งานเขาได้หรือครับ"อีริคเดินมานั่งเก้าอี้แทนที่หมอ ส่วนหมอเดินไปดูการหยดของสายน้ำเกลือแทน
"ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ใจร้ายกับใครๆแต่เพราะความจำเป็น นี่แหน่ะริคกี้ผมจะเตือนคุณไว่ก่อน เด็กคนนี้เป็นเด็กดี ถ้าคุณอยากให้เขาอยู่กับคุณและเชื่อฟังคุณน่าจะใช้ไม้นวมมากกว่าไม้แข็ง ยิ่งคุณแข็งเท่าไหร่เขาก็สะท้อนกลับมาแรงเท่านั้น"เกรย์ถอนหายใจ
"ดูอย่างตอนนี้สิ เขาเลือกที่จะตายดีกว่าอยู่ใต้อาณัติของคุณเสียอีก และที่สำคัญที่สุด คุณมีค่าน้อยกว่าหมาบลูโน่"หมอเกรย์หัวเราะน้อยๆอยู่ในลำคอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีริคมีนิสัยยังไงก้ในเมื่อเขาเป็นคนเลี้ยงดูมา อาชีพและต้นตระกูลของเมแกนถูกหล่อหลอมมาจากความโหดร้าย ดังนั้นไม่ผิดที่อีริคจะมีนิสัยหยาบกระด้างไปบ้าง (หรือเปล่า)
"เหอะๆไอ้เด็กเปรตนี่ จริองๆแล้วผมอยกได้ตัวเขามาทำงานให้ผม แต่ท ั้งไม้แข็งไม้อ่อนผมยังเอาชนะไม่ได้ แต่ผมมีวิธีของผม เกรย์คุณช่วยเตรียมของพวกนี้ให้ผมหน่อย"อีริคบอกสิ่งที่ต้องการ เกรย์ได้ยินถึงกับอึ้ง
"คิดอะไรอยู่"
"ผมว่าเกรย์รู้ดีแก่ใจ สิ่งที่ผมสั่งมันเอาไว้ใช้ทำอะไร"
"ผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี"
"เอาน่า เรื่องนี้ผมจัดการเอง เกรย์เถอะเตรียมฉุกเฉินไว้ด้วยไม่รู้ว่าเด็กบ้านี่้จะตอบโต้กลับยังไง"
"ถ้าคุณแน่ใจผมก็ขัดไม่ได้จริงมั๊ยล่ะ เอาล่ะไปนอนพักเถอะพรุ่งนี้เจโลฟื้นมาคุณต้องเจอเรื่องปวดหัวอีกแน่ๆ"
"ฝันดีเกรย์
"ฝันดีริคกี้"มีคนเดียวที่มีสิทธิ์เรียกชื่อเขาเช่นนี้ เขาคาบบุหรี่เอาไว้ในปากโดยไม่จัดและปล่อยบลูโน่ทิ้งไว้ให้เฝ้านายมันอยู่แบบนั้น อาการยามเช้ามันสดชื่นเกินกว่าที่จะเอาเรื่องรกสมองเข้ามาใส่ไว้ในหัว แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เขากำลังนั่งจิบกาแฟและกินอาหารเช้าอยู่ตรงระเบียงพร้อมกับหนังสือพิมพิ์ที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นโดยเฉพาะ
"นายครับ นาย"
"เอะอะอะไรแต่เช้า"
"โธ่นายครับ คุณสั่งห้ามไม่ให้พะวกผมทำร้ายเจโล ตอนนี้คนที่เฝ้างอมไปตามๆกันแล้วนะครับ อีกนิดเดียวเกรงว่าเขาจะออกไปนอกบ้านทั้งที่เป็นแบบนั้น"ทอมมีสีหน้าเดือดร้อนมารายงาน เขาได้ยินก็พับหนังสือพิมพิ์ลงวางบนโต๊ะช้าๆ
"คนในบ้านเรามีทั้งหมดเท่าไหร่"
"ในบ้านมีประมาณห้าสิบคนครับ"
"เจ็บไปกี่คน"
"ประมาณยี่สิบ"
"อืม คนป่วยขนาดนั้นมันจะทนไปได้ซักกี่น้ำ ถ้าเจ็บมากๆก็ซัดซักป๊าบให้หายดื้อ แต่อย่าทำร้ายจนเกินไปหล่ะ ให้คนของเราลงไปทั้งหมดนั่นแหละ คงต้องฝึกกันใหม่หมดถ้าคนห้าสิบคนสู้คนป่วยคนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะลงไป อ้อทอม! จำไว้อย่าให้เจ็บเยอะล่ะ"เขาลุกเข้าไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า ผิวปากเพลงโปรดของตัวเอง พอเสร็จก็ชะโงกหน้าลงไปยังพื้นข้างล่างจากระเบียง ภาพที่เห็นคือไอ้บลูโน่เห่าคนที่จะเข้าไปทำร้ายเจโล ส่วนเจโลยืนเซไปมาทรงตัวแทบจะไม่อยู่ มีหมอเกรย์ยืนถือเข็มอยู่ข้างๆ เขาใช้สองนิ้วใส่ปากผิวเสียงดัง ลูกน้องทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงยหน้าขึ้นมองตามสัญญาณเสียง
"เขาไม่ใช่คนของคุณริกกี้ เขาเป็นเมียอเล็กซ์ คนนี้ต่างหากที่คุณจะต้องใส่ใจ ถามตัวเองให้รอบคอบว่าทำไมคนๆนี้ถึงได้อยู่ในห้องของคุณ ห้องที่แม้แต่เฟยยังไม่ได้เข้ามาเหยียบมันทั้งที่เมื่อก่อนเขาสำคัญกับคุณมากขนาดไหนใจคุณเองก็รู้ดี ใครที่คุณยอมอ่อนข้อให้มากมายทั้งที่ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร บางครั้งบางสิ่งบางอย่างก็อย่าใช้สมองหากต้องใช้ตรงนี้ต่างหากล่ะคิดมัน"เกรย์จิ้มไปที่อกด้านซ้ายของอีริคเบาๆ"บางทีผมควรปรึกษาเรื่องนี้กำคนที่เชี่ยวชาญมากกว่าจริงมั๊ย"อีริคยกยิ้มมุมปากปล่อยให้สายเรียกเขาสั่นอยู่แบบนั้น เกรย์หัวเราะเบาๆแล้วเตรียมเดินออกจากห้องไป"เกรย์"อีริคเรียกชื่ออีกครั้ง"ขอบคุณครับ""บอกแล้วไงคุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณ"เกรย์โบกมือแล้วเดินจากไปทิ้งให้อีริคยืนมองแสงสว่างจากหน้าจอที่สั่นถี่ๆไม่หยุดด้วยสายตาที่ใครก็อ่านไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาเดินกลับไปหาคนที่หลับอยู่บนเตียงปิดโทรศัพท์ที่สั่นรัววางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก้มลงมองหน้าคนที่หลับสบายด้วยสายตาอ่อนโยนลงเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินไปห้องน้ำ สายน้ำจากเรนชาวเวอร์ไหลลงปะทะใบหน้าคมที่หลับตารองรับอยู่ ร่างเปลือยเปล่าที่ยังมีรอยข่วนจ
เขาหงุดหงิดจนอยากจะหาทางระบายด้วยการทำร้ายใครซักคนจนปางตาย แต่ก็ทำไม่ได้ ใบหน้าเย็นชาจนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย เดินตัวตรงเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้เหล่าลูกน้องทั้งหลายยืนใจหายใจคว่ำ เพราะกลัวว่าทำอะไรผิดไปนิดหนึ่งคงหมายถึงชีวิตแน่ๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาหงายเงยไปตามศรีษะที่ทอดลงบนพนักพิง หลับตาอย่างคนใช้ความคิด ท่ามกลางเงาเลือนลางจากแสงไฟสีส้มซ่อนผนังที่ส่องสว่างไม่มากนัก ร่างสูงใหญ่ที่นอนหงายพิงพนักอยู่แบบนั้นนิ่งนานราวกับรูปปั้นโดดเดี่ยวลำพัง เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้น จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมองไม่ได้เปล่งเสียงพูดหากใช้สายตาซักถาม"เรียบร้อยครับ""อืม""นี่จะเช้าแล้วผมว่าขึ้นไปพักด้านบนเถอะครับ"นานครั้งที่ทอมจะใช้น้ำเสียงปลอบประโลมผู้เป็นนายแบบนี้"ฉัน.."ทอมยิ้มน้อยๆ"อย่าพูดเลยครับ เรายังไม่รู้จุดประสงค์ของเขา คนแบบเฟยเรารู้ๆกันอยู่ถ้าอยากชนะ เจ้านายจะต้องไม่แสดงท่าทีอะไรให้เขาเห็นเด็ดขาด""ฉันเหนื่อย""แล้วมันจะผ่านพ้นไปครับ เจ้านายผ่านมันมาได้ครั้งนี้มันก็จะเป็นแบบนั้น ผมว่าอย่าไปใส่ใจดีกว่า""ขอให้เป็นแบบนั้นเ
หยิบเอามือถือขึ้นมากวาดสายตาอ่านข่าวที่คอยอัพเดทให้ในแต่ละวัน ใช้เวลาเพียงไม่นานคนที่เขารอก็เดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามา ร่างสูงโปร่งอยู่ในสูทสีขาวทั้งตัวเสื้อโค้ตที่ใส่อยู่ก็ไม่เว้นว่าง เส้นผมตามสีแฟชั่นเด่นมาแต่ไกล"มาแล้วครับเจ้านาย"เขาทำเสียงรับรู้อยู่ในลำคอโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองกระทั่งรองเท้าหนังสีขาวแบรนด์หรูราคาแพงมาหยุดยืนตรงหน้า"ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองกันหน่อยหรือไง"น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยทักก่อนทำให้เขาวางโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว"สวัสดีเฟย"ใบหน้าเรียวปากสีแดงสดกับดวงตาสีฟ้างดงามก้มลงทำให้ใบหน้าของคนทั้งคู่เสมอกัน"ห่างเหินชะมัด"น้ำเสียงนุ่มหยอกเย้าเขามือเรียวงดงามเอื้อมมาแตะไหล่เขาเบาๆ"คิดถึง"ใบหน้าที่เคยเฉยชาปรากฏอาการเพียงแค่เสียววินาทีแล้วกลับเป็นเฉยชาเหมือนเดิม"มาเพื่อจะเอ่ยทักแค่นั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะลำบากถ่อมาถึงนี่ แค่นายโทรคงได้ละมั้ง"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชืดไร้ความรู้สึก"ไม่เอาน่า ฉันก็แค่อยากมาเยี่ยมน้องชายสามีตัวเองผิดตรงไหน""เหอะ! แล้วแต่นายเลย แล้วอเล็กซ์ล่ะ""ถ้าเขามานายก็คงเห็น นี่ไม่คิดจะกอดต้อนรับพี่สะใภ้นายซักหน่อยเหรอริกกี้"เขาลุกพรวดคว้าข้อมือข
เขาดึงมือของเจโลออกด้วยความระมัดระวังแล้วล้มตัวลงนอนด้านข้างยังพื้นที่ว่างข้างๆและถอดเสื้อคลุมออกเหลือเพียงเนื้อตัวเปล่าเปลือย ยังไม่ทันขยับตัวให้นอนสบายกว่าเดิมร่างอุ่นๆก็เบียดซุกเข้ามาใกล้ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะสอดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าด้านหลังท้ายทอยคนตัวบางกว่า เจโลรู้สึกถึงความอบอุ่นอยู่ใกล้ๆจึงยิ่งซุกตัวเองเข้าเบียดชิดมากขึ้น"จะเบียดอะไรมากนักวะเดี๋ยวก็เสียตัวอีกรอบหรอกมึง"เขาอดบ่นเบาๆไม่ได้ มือเจ้ากรรมยังไม่ยอมฟังคำสั่งโอบกระชับไหล่บางให้เบียดเข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น ทั้งคู่หลับไปทั้งอย่างนั้น นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยหลับลึกขนาดนี้ มารู้สึกตัวเมื่อมีมือเย็นๆมาแตะถูกแขนเขา สัญชาติญาณสั่งให้เขาคว้าปืน9มม.ที่ซุกอยู่ใต้หมอนออกมาปลดเซฟแล้วจ่อตรงหน้าผากคนที่โน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าตนเอง"เจ้านายครับผมเอง!"ทอมกระซิบเสียงหนัก เขาถอนหายใจเฮือก"เล่นอะไรอยากตายมากหรือไง"เขาดุเสียงเข้ม ความรู้สึกชาหนึบที่แขนข้างซ้ายทำให้เขาต้องก้มลงมองใบหน้าของคนหลับสนิทที่ซุกอยู่ใต้ผ้าหม่ โผล่ให้เห็นเพียงกลุ่มผมสีอ่อน"ขอโทษครับเจ้านาย""กี่โมงแล้ว"เขานิ่วหน้าน้อยๆ"ตอนนี้ตีสามครับผมมีเรื่องด่ว
"ผมสั่งแม่ครัวเตรียมอาหารไว้ให้แล้วนะครับ หมอเกรย์บอกว่าคนที่โดนแบบนี้ต้องกินอะไรอ่อนๆแล้วก็น้ำผักผลไม้เยอะๆครับมันช่วยได้"เจ้าตัวบอกแล้วรีบวิ่งออกจากห้องตามเกรย์ไปเหมือนกัน"นับวันชักยิ่งลาม"เขาบ่นขยับตัวลุกขึ้นรู้สึกตึงเสียดแผลที่โดนแก้วแทง ลองบิดตัวไปมาให้หายตึงแล้วถึงเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ เห็นมันนอนหงายเอาหัวหนุนขอบอ่างสองแขนพาดไว้กับขอบสองข้าง เขาเดินเข้าไปหามันเงียบๆ มองสำรวจตัวของมันอีกครั้ง รูปร่างของมันนับว่าดีไม่ได้บึกบึนเห็นกล้ามเป็นมัดๆ แต่ก็ดูมีกล้ามเนื้อสวยงาม ผิวเนื้อของมันขาวละเอียดเนียนมือซึ่งเขารู้ดีในข้อนี้ บาดแผลที่ถูกเขาทำร้ายมีอยู่ไม่น้อย นึกแล้วก็ให้เจ็บแทนยอมรับว่าตอนที่มีอะไรกับมันเขาถึงจุดและอิ่มเอมในรสชาติมากกว่านอนกับคนไหนๆ เขาเดินไปหยุดตรงข้างอ่าง ก้มลงมองหน้ามัน ขนตาที่ทาบปิดเปลือกเปลือกตาขาวนวลนั่นยาวงอนจนอยากเอามือไปแตะเล่น โครงหน้าของมันหล่อแบบแปลกๆ คือมองบางมุมสวยบางมุมก็หล่อดูดีไม่น้อย เขานิ่งไปกับความคิดของตัวเอง ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะต้องมานั่งมองคนที่เป็นเบี้ยล่างแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หากจะยอมรับจากใจแล้ว เขาสะดุดตาเจโลตั้งแต่อยู่ในร้านก
เขาโอบแขนรอบเอวบางของมันยกขึ้นมานั่งบนเข่าที่ตั้งชั้นสองข้างของตัวเอง แล้วแยกขาออกมันตกใจจนต้องใช้แขนสองข้างจับท่อนแขนของเขาเอาไว้แน่น มันรีบหันมามองหน้าทันที"ทำแบบนี้มันสบายกว่า"เขาแนบแก้มที่กำลังมีไรหนวดเคราเขียวครึ้มเป็นตอกับแผ่นหลังของมัน"เอ่อ ไม่ต้องกูทำเอง""เถียงอีกแล้วมึงไม่เข็ดหรือไง"เขาดุ มันเกร็งตัวจนเห็นแผ่นหลังของมันเกร็งแข็งขึ้น เขาเลยสอดมืออีกข้างลงไปในน้ำ แตะเบาๆกับรอยจีบบวมๆของมัน มันรีบยกสะโพกขึ้นด้วยความเจ็บ"เป็นอะไร"เขาถาม"เจ็บ""อ่อ"เขารับคำแล้วปล่อยมือจากเอวมันไปคว้าเอาออยหลังอาบน้ำมาเทลงบนฝ่ามือก่อนจะมุดลงไปในน้ำใหม่ คราวนี้สอดนิ้วชี้เข้าไปช้าๆ เฝ้าสังเกตุท่าทางจากด้านหลังของมัน เมื่อเห็นไหล่ของมันเกร็งเขาก็หยุดมือ"เจ็บ?""หนะ นิดหน่อย"จบคำมันเขาก็สอดพรวดเข้าไปเร็วๆจนมันร้องลั่น"ขืนช้ามึงจะเจ็บกว่านี้"ไหล่มันสั่นระริกจนเขารู้สึกได้"มันเจ็บมากเหรอวะ"เขาสงสัยเป็นจริงเป็นจัง"มึงลองมาโดนเองมั๊ยล่ะ"มันบอกหอบๆ"ไม่ล่ะไม่ใช่แนวกู""ไอ้เหี้ยนี่ก็ไม่ใช่แนวกูเหมือนกัน"เขายักไหล่ใช้นิ้วชี้ควานไปมาในช่องอุ่นๆของมัน"ขนาดเจ็บมึงยังตอดกูไม่หยุดเลยนะ"เขาแหย่ มันฟาดเลยฝ
"กลัวเหรอ""ไม่กลัวมั้งไอ้เหี้ย ยาห่าอะไรบอกกูมา"เจโลถามเสียงสั่น"ใจเย็นน่า มึงจะรีบร้อนอยากรู้ไปทำไมวะ ถ้ารู้ไวก็ไม่เสียวดิลุ้นไม่มัน""มึงแม่งโรคจิตหว่ะ ภายนอกดูคุณชายชิบหายสันดานนี่หยั่งไอ้กับไอ้โจรจิตวิปริศ""ด่ากูมากๆกูจะจิตให้ดูจริงๆเลยดีมั๊ย"มันขยับเข้ามาใกล้อีกเมื่อไล่ลมออกจากไซริงค์แล้ว ผ
"จับไว้"สิ้นคำสั่งคนชุดดำต่างกรูเข้ารุมคนที่ยืนยังเซจนมิด หมอเกรย์ถอนหายใจเฮือกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนที่ดิ้นอยู่ในกลุ่มคนชุดดำขยับไม่ได้แล้ว"เจโล หมอฉีดยาชาให้นะ"จบปรโยคหมอก็ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อแขนทันที สิ่งที่ตามมาเพียงห้านาทีคือเจโลที่ชาไปทั่วร่างไม่สามารถขยับได้อีก"หมอออ ทามมมอาาารายยย"เขาไม่รู
"สัสเอ้ย อึกจะเอาไง""แบบนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย"อีริคพยักหน้าให้ทอมเลื่อนเก้าอี้มาให้เขานั่งตรงหน้าเจโลที่ถูกแขวนอยู่บนอากาศ"กูจะให้มึงเป็นสาย""ไม่เป็น อ๊ากกกกกก"เครื่องช๊อตจี้เข้าที่ท้องเขาอีกครั้งมันชาและเจ็บจนขยับตัวไม่ไหว เขาก้มหน้าลงหอบหายใจแรง"พูดกับกูดีๆ มึงเป็นถึงตำรวจเค้าไม่ฝึกอบรมมึงหร
ร่างกายอวบอุ่นที่นั่งคล่อมอยู่บนกลางตัวชายหนุ่มส่งเสียงครางกระเส่าต่างกับคนที่นอนอยู่บนเตียง สองมือสอดประสานอยู่ตรงท้ายทอย ใบหน้านิ่งเฉยราวกับตนเองเป็นแกนให้อีกฝ่ายยึดเอาไว้"ฮ่าาาห์ อืมมมคุณอีริคคะ วิเวียนไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ"ร่างที่ขยับโยกอยู่ด้านบนส่งเสียงแผ่ว"งั้นก็มานี่สิ"เขาจับร่างเล็กพลิกลงอย







