แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: อาหลิง
สีหน้าของเฉิงเวยอี้ซีดเผือด เล็บจิกฝ่ามือลึกจนแทบจมลงไป

เธอไม่คิดเลยว่าข่าวลือจะบิดเบือนไปไกลถึงขนาดนี้ และตัวเธอในเรื่องเล่านั้นกลับกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจถึงเพียงนี้

เธอหันหลังจะเดินออกไป แต่กลับถูกกลุ่มคุณหนูไฮโซขวางทางเอาไว้

“คุณนายลู่จะไปไหนเหรอคะ? งานเพิ่งเริ่มเองนะ”

“มาเล่นกับพวกเราสิคะ~”

บอกว่าให้เล่นด้วยกัน แต่บางคนกลับสาดไวน์แดงใส่กระโปรงของเธอ บางคน “เผลอ” ผลักเธอ สุดท้ายถึงขั้นมีคนผลักเธอลงสระว่ายน้ำตรง ๆ!

“ตูม—!”

น้ำในสระที่เย็นเฉียบกลืนร่างเธอในพริบตา น้ำที่ทะลักเข้าจมูกทำให้แสบจนเธอดิ้นรนตามสัญชาตญาณ นิ้วมือพยายามเกาะขอบสระไว้แน่น เพื่อปีนขึ้นมาอย่างสุดแรง

แต่ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมถึงขอบสระ มือข้างหนึ่งที่ทาเล็บสีแดงสดก็กดลงบนศีรษะของเธอ

“ช่วยด้วย... ช่วย... ฉันด้วย...”

“จะร้องให้ช่วยไปทำไม ไม่มีใครมาช่วยคุณหรอก! รู้ไหมว่าลู่จิ่งหวายเป็นผู้ชายที่คุณหนูไฮโซในวงการตั้งเท่าไรใฝ่ฝันอยากได้? เขารักคุณมาก เห็นคุณสำคัญยิ่งกว่าชีวิต แต่คุณกลับทำกับเขาแบบนี้! ผู้หญิงสำส่อนอย่างคุณ สมควรตายอยู่ที่นี่แล้ว!”

น้ำทะลักเข้าจมูก ความรู้สึกขาดอากาศหายใจทำให้ภาพตรงหน้าของเธอค่อย ๆ มืดดับลง

แต่สิ่งที่ทำให้เธออึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกยิ่งกว่า กลับเป็นคำพูดของคนพวกนั้น

เธอสำส่อน? เธอน่ารังเกียจ? ลู่จิ่งหวายรักเธอยิ่งกว่าชีวิตอย่างนั้นเหรอ?

น่าขำสิ้นดี เป็นเรื่องตลกที่สุดในโลก!

“พวกคุณกำลังทำอะไรกัน!”

เสียงตวาดดังลั่นขึ้นมา แรงที่กดเธออยู่ก็หายไปในทันที

ในภาพที่พร่าเลือน เฉิงเวยอี้เห็นลู่จิ่งหวายวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

จู่ ๆ เธอก็อยากหัวเราะ เขาจะร้อนรนไปทำไม? ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ผลงานของเขาเองหรอกเหรอ?

ลู่จิ่งหวายดึงเธอขึ้นมาจากน้ำ แล้วระเบิดอารมณ์ใส่ทุกคน

“พวกคุณบ้าไปแล้วหรือไง? แม้แต่ภรรยาของผมก็ยังกล้าแตะต้อง!”

“คุณลู่คะ พวกเราแค่ทนดูเธอทรยศคุณไม่ไหว...”

“พอได้แล้ว!” ลู่จิ่งหวายไม่ได้อธิบายความจริง เพียงพูดเสียงเย็นว่า “ต่อให้เด็กในท้องของอาอี้จะเป็นลูกของพวกคนร้าย ผมก็รักแค่เธอคนเดียว และจะไม่มีวันเปลี่ยนไปตลอดชีวิตนี้!”

ท่ามกลางเสียงทอดถอนใจว่า “คุณลู่ช่างรักมั่นจริง ๆ” จากผู้คนรอบข้าง เขาอุ้มเฉิงเวยอี้ที่เปียกโชกเดินออกจากงานไป

ในห้องพัก ลู่จิ่งหวายหยิบผ้าขนหนูแห้งมาเช็ดผมให้เธอ

“อาอี้ ผมรู้ว่าคุณถูกทำให้เสียใจ ผมเป็นคนผิดต่อคุณเอง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ผมรับรองว่าเรื่องแบบวันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”

“อดทนอีกหน่อยนะ พอชิงชิงคลอดลูกแล้ว ผมจะส่งเธอไปต่างประเทศ ถึงตอนนั้นพวกเราจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อน ดีไหม?”

ไม่ดี

กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ และก็ไม่มีอนาคตสำหรับพวกเราอีกแล้ว

เฉิงเวยอี้เหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด “ฉันจะกลับแล้ว”

ลู่จิ่งหวายชะงักไปครู่หนึ่ง “งานเลี้ยงยังไม่จบเลย... ถ้าเรากลับพร้อมกันคงไม่เหมาะ ผมจะให้คนขับรถพาคุณกลับก่อน แล้วอีกสักพักผมค่อยกลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณ ดีไหม?”

ไม่เหมาะที่จะออกไปพร้อมกันอย่างนั้นเหรอ?

หรือว่าเขาไม่วางใจที่จะปล่อยหร่วนชิงชิงไว้ที่นี่คนเดียวกันแน่?

เธอหัวเราะเบา ๆ หมดแรงจะเปิดโปงความจริงแล้ว จึงลุกขึ้นเดินจากไป

หลังกลับถึงวิลล่า เฉิงเวยอี้ก็เริ่มเก็บกระเป๋าเป็นอย่างแรก

ทีละชิ้น ทีละชิ้น เธอลบร่องรอยทุกอย่างที่ตัวเองเคยทิ้งไว้ในบ้านหลังนี้จนหมดสิ้น

ไม่รู้ว่าเก็บของอยู่นานแค่ไหน พอเธอปิดกระเป๋าใบสุดท้ายเสร็จ ประตูใหญ่ก็เปิดออกกะทันหัน

ลู่จิ่งหวายยืนอยู่ตรงประตู มองกระเป๋าเดินทางที่วางเต็มพื้นด้วยความตกใจ ใจพลันกระตุกวูบ

“อาอี้ อยู่ดี ๆ คุณเก็บกระเป๋าทำไม?”

“คุณจะไปไหน?!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 23

    หลังเสียงจอแจดังอยู่พักหนึ่ง เสียงถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังของเฉิงจิ่นฉือก็ดังขึ้นมา “เธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วเหรอ?”ทันทีที่ประโยคนั้นดังขึ้น ลู่จิ่งหวายที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็เกร็งไปทั้งร่างและกลั้นหายใจทันที ราวกับกลัวว่าจะพลาดฟังไปแม้แต่คำเดียวไม่นาน เสียงของเฉิงเวยอี้ที่หนักแน่นและเด็ดขาดก็ดังเข้าหูลู่จิ่งหวาย “ใช่”คำว่า “ใช่” นั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ทำให้เลือดทั้งร่างของลู่จิ่งหวายเย็นเฉียบในพริบตา เขากำผ้าปูที่นอนไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว จนนิ้วซีดขาว ร่างกายเหมือนถูกตรึงอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขยับไม่ได้แม้แต่น้อยสมองของเขาว่างเปล่า ความคิดทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในชั่วขณะนั้นเสียงอื้ออึงในหูที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาแทบไม่ได้ยินคำพูดต่อจากนั้นของเฉิงเวยอี้อย่างชัดเจนที่จริงจะฟังต่อหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน เพราะคำเพียงคำเดียวนั้นได้บอกคำตอบของเธอแก่เขาแล้วเธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วนั่นยังหมายความว่าเธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไป และจะไม่มีวันหันกลับมาหาเขาอีกความรักลึกซึ้งที่ลู่จิ่งหวายมอบให้ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ล้วนเป็นเพียงการคิดไปเองฝ่

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 22

    จนกระทั่งนิทรรศการปิดลง ลู่จิ่งหวายก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเฉิงเวยอี้สักคำเดียวขณะที่เขากำลังจะตามเฉิงเวยอี้ออกไป โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นกะทันหันเมื่อเห็นคำว่า “พ่อ” บนหน้าจอโทรศัพท์ สุดท้ายลู่จิ่งหวายก็เลือกกดรับสายสองพ่อลูกไม่มีใครเอ่ยปากก่อน เพียงเงียบฟังเสียงลมหายใจของกันและกันเท่านั้นในที่สุดพ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน “เวลาใกล้หมดแล้ว แกยังไม่ยอมกลับมาอีกเหรอ?”ความสัมพันธ์ระหว่างลู่จิ่งหวายกับพ่อลู่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้สนิทกันนัก อีกทั้งตอนเด็กพ่อก็มีเวลาอยู่กับเขาน้อยมาก สองพ่อลูกจึงแทบไม่มีเรื่องอะไรคุยกันเลยยิ่งพ่อลู่เป็นคนเข้มงวด และไม่ค่อยยอมเป็นฝ่ายสื่อสารกับลูกชายก่อนช่องว่างระหว่างสองพ่อลูกจึงยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ พอได้ยินพ่อลู่เป็นฝ่ายถามเขาก่อน ลู่จิ่งหวายจึงรู้สึกไม่ค่อยชินนักเขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนตอบว่า “ผมจะกลับไป แต่ผมอยากหาคำตอบของตัวเองให้เจอก่อน”เขาเพียงอยากรู้ว่าเฉิงเวยอี้ยังรักเขาอยู่หรือไม่ และยังยินดีจะให้โอกาสเขาอีกไหมเมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรก “แกคิดว่ายังไงล่ะ?”คำตอบนั้นแม้แต่คนนอกอย่า

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 21

    ยามเย็น ดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองเริ่มเบ่งบานกลางท้องฟ้า แสงหลากสีส่องสว่างไปทั่วครึ่งฟ้าบนระเบียงบ้านตระกูลเฉิง เฉิงเวยอี้ถูกแขกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง ราวกับดวงดาวรายล้อมดวงจันทร์ลู่จิ่งหวายที่อยู่ในรถไกลออกไป มองเห็นเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้เลือนรางเท่านั้นรอยยิ้มนั้นยังคงมีพลังดึงดูดใจเหมือนเดิม จนทำให้เขายิ้มตามไปด้วย“สุขสันต์วันเกิดนะ” อาอี้ของฉันเมื่อดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายจางหายไป แขกก็ทยอยแยกย้ายกันกลับรถหรูคันแล้วคันเล่าขับออกไปไกลลับตาตระกูลเฉิงที่กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เหลือเพียงคนรับใช้บางส่วนกำลังเก็บกวาดห้องโถงอยู่แต่รถของลู่จิ่งหวายยังคงจอดอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหนจนกระทั่งไฟดวงสุดท้ายของบ้านตระกูลเฉิงถูกปิดลง ลู่จิ่งหวายจึงสั่งให้ผู้ช่วยออกรถแต่ในตอนนั้นเอง กระจกรถข้างตัวลู่จิ่งหวายก็ถูกเคาะเบา ๆ จากด้านนอกคนที่มาคือพ่อบ้านของตระกูลเฉิงเมื่อเห็นลู่จิ่งหวายกดกระจกลงแล้วมองมาทางตน พ่อบ้านตระกูลเฉิงก็ยื่นของขวัญที่เขาส่งไปเมื่อเช้ามาตรงหน้าเขาทั้งสองไม่พูดอะไรสักคำ เพียงมองหน้ากันเงียบ ๆ เช่นนั้นสุดท้ายลู่จิ่งหวายเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน เขายื่นมือไปรับของขวั

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 20

    พอเฉิงเวยอี้รู้เรื่อง จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงไม่จริง แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วบอกเขาว่าไม่เป็นไรด้วยความรู้สึกผิด เขารีบกอดเธอไว้แล้วปลอบเบา ๆ ว่า วันเกิดครั้งหน้าเขาจะทำเส้นที่ดีกว่านี้ให้เธออีกเส้นหนึ่งต่อมาเขาทำสร้อย “หัวใจแห่งรักแท้” เส้นนี้สำเร็จ แต่เจ้าของของมันไม่อยู่ข้างกายเขาแล้วลู่จิ่งหวายสูดหายใจลึก ยกมือเคาะกระจกรถ ไม่นานกระจกก็เลื่อนลง ชายหน้าตาแปลกหน้าคนหนึ่งรีบชะโงกหน้าออกมาอย่างประจบประแจง“คุณลู่”ลู่จิ่งหวายยื่นของขวัญในมือให้อีกฝ่าย พร้อมยิ้มกล่าวขอบคุณ “รบกวนด้วยครับ”วันนี้งานเลี้ยงของตระกูลเฉิงเชิญแขกมามากมาย พอดีในนั้นมีคนที่ลู่จิ่งหวายรู้จักและยังไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ เขาจึงฝากอีกฝ่ายช่วยนำของขวัญของเขาเข้าไปให้อีกฝ่ายโบกมือ พลางบอกว่าไม่รบกวนเลยอยู่หลายครั้ง ก่อนอุ้มของขวัญของลู่จิ่งหวายเดินไปทางบ้านตระกูลเฉิงวันนี้บ้านตระกูลเฉิงมีแขกมามาก การตรวจสอบจึงไม่เข้มงวดนัก เพียงยืนยันว่าของขวัญไม่มีอันตรายใด ๆ ก็ปล่อยให้เข้าไปได้ลู่จิ่งหวายที่อยู่ไกลออกไปถอนหายใจโล่งอก ก่อนเอนพิงพนักเบาะและหลับตาพักสายตาภายในห้องโถงตระกูลเฉิง งานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงคร

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 19

    แม่เฉิงคุยโทรศัพท์พลางเดินห่างออกไป ส่วนในห้อง เฉิงเวยอี้ยกมือปิดปาก ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเธอรู้ว่าพ่อแม่รักเธอมาก แม้ตอนอยู่ในร้านทั้งคู่จะไม่ได้พูดอะไร แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องหาทางทวงความยุติธรรมให้เธอแน่นอนหลังจากนั้น ทุกคนต่างไม่พูดถึงเรื่องนี้กันโดยปริยายหลังเที่ยวที่ซูเฉิงกับพ่อแม่จนเต็มอิ่มแล้ว เฉิงเวยอี้จึงขึ้นเครื่องบินกลับไห่เฉิงและในวันถัดจากที่เฉิงเวยอี้กลับมา ก็เป็นวันเกิดอายุยี่สิบหกปีของเธอพอดีในฐานะลูกสาวคนโปรดของตระกูลเฉิงที่ได้รับความรักและการตามใจมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของเฉิงเวยอี้ ทั้งเมืองจะจุดดอกไม้ไฟฉลองให้เธอวันเกิดปีนี้ของเฉิงเวยอี้ ตระกูลเฉิงจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษวันจัดงานเลี้ยง เหล่าคนดังจากทุกวงการต่างมาร่วมแสดงความยินดีรถหรูที่ขับมาร่วมงานจอดต่อแถวยาวจากหน้าวิลล่าตระกูลเฉิงออกไปไกลหลายลี้ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่พูดคุยหัวเราะพลางเดินเข้าสู่ห้องโถงพนักงานต้อนรับยืนรออยู่หน้าประตูเป็นแถวยาว ทุกครั้งที่มีแขกเข้ามา ก็จะมีพนักงานรีบเข้าไปนำทางไปยังที่นั่งของตนทันทีส่วนในห้องของเฉิงเวยอี้บนชั้นบน เธอในชุดราตรีกำลังถูกช

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 18

    อาจเป็นเพราะสังเกตเห็นว่าเฉิงเวยอี้อารมณ์ไม่ค่อยดี เฉิงจิ่นฉือจึงตัดสินใจส่งเธอกับพ่อแม่ไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของแม่เฉิงทันทีเดิมทีเขาอยากส่งภรรยาไปด้วย แต่เพราะภรรยารู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านส่วนเฉิงจิ่นฉือเองก็อยู่ดูแลภรรยาที่บ้าน และคอยขัดขวางไม่ให้ลู่จิ่งหวายเข้าไปหาเฉิงเวยอี้ด้วยเพราะผู้ช่วยได้รับข่าวล่าช้า ลู่จิ่งหวายจึงยังคงไปดักรอเฉิงเวยอี้ตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนเช่นเคยครั้งแรก เขายืนตากลมหนาวอยู่ที่ลานกว้างทั้งคืน ไม่เพียงไม่ได้รอพบเฉิงเวยอี้ที่ควรจะมาดูดอกไม้ไฟ แต่ยังทำให้ตัวเองเปียกฝนไปทั้งร่างไม่ผิดจากที่คาด ลู่จิ่งหวายล้มป่วย แต่ครั้งนี้ข้างกายเขาไม่มีผู้หญิงคนนั้นที่เคยคอยดูแลอย่างใส่ใจ และเช็ดตัวลดไข้ให้เขาตลอดทั้งคืนอีกแล้วครั้งที่สอง เขาไปตามหาเธอในบาร์ที่เมื่อก่อนเคยเกลียดที่สุด แม้บาร์แห่งนั้นจะเป็นบาร์เงียบ ๆ แต่ทุกคนที่เข้าไปต้องดื่มเหล้าแรงสามแก้วก่อนลู่จิ่งหวายดื่มเหล้าไม่ได้ ตั้งแต่ครั้งที่เขาดื่มแทนหร่วนชิงชิงจนเลือดออกในกระเพาะ ภายในวิลล่าตระกูลลู่ก็ไม่มีเหล้าให้เห็นแม้แต่หยดเดียวครั้งนี้ ลู่จิ่งหวายก็ยังดื่มรวดเดียวจนหมดอย่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status