Short
ล่องลอยดั่งฝัน

ล่องลอยดั่งฝัน

Oleh:  หมาล่าหม้อไฟTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
24Bab
0Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“พี่คะ ฉันยอมกลับไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แล้วค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบของเจียงอวี่เฟยดังกังวานชัดเจนเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน พอได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดเจียงซืออวี้ที่อยู่ปลายสายก็วางใจลงได้ “ในที่สุดก็ยอมเลิกกับแฟนหนุ่มคนนั้นของเธอแล้วเหรอ คบกันมาตั้งหลายปี เขาก็ไม่เคยยอมกลับมาเจอฉันกับพ่อแม่พร้อมเธอเลย ว่าแล้วเชียวว่าพวกเธอไม่มีทางลงเอยกันได้” เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของพี่ชาย เจียงอวี่เฟยก็หลุบตาลงพลางขานรับเบา ๆ “ก่อนหน้านี้ฉันผิดเองค่ะ ฉันจะรีบจัดการธุระทางนี้ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องงานแต่งก็รบกวนพวกพี่ช่วยจัดการให้หน่อยนะคะ ขอเวลาฉันแค่ครึ่งเดือนก็พอ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“เรื่องงานแต่งเธอไม่ต้องกังวลนะ เราจะเตรียมการให้เอง เธอแค่กลับมาให้ตรงเวลาก็พอ คนที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ด้วยคราวนี้ ฉันกับพ่อแม่คัดสรรมาอย่างดี ทั้งชาติตระกูล นิสัย หน้าตา ดีงามไปหมด รับรองว่าต้องถูกใจเธอแน่นอน”

“จริงสิ กลับมาแต่งงานคราวนี้ เธออย่าลืมชวนคนคนหนึ่งมาให้ฉันด้วยนะ ต้วนชิงเหย่ที่เมื่อก่อนเป็นเพื่อนรักของฉันน่ะ ก่อนหน้านี้ตอนเธอหนีไปเรียนมหาลัยที่จิงเป่ยก็เคยไปพักอยู่บ้านเขาระยะหนึ่งไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นเธอได้รับความช่วยเหลือจากเขาตั้งเยอะ คราวนี้อย่าลืมชวนเขามางานแต่งด้วยนะ”

เจียงอวี่เฟยไม่รู้ว่าจะตอบรับประโยคนี้อย่างไรดี

เธอเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบกลับเสียงแผ่วเบา

“เขาไปไม่ได้หรอกค่ะ”

สิ้นเสียง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

เจียงอวี่เฟยรีบชิงตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงเหย่ที่เพิ่งกลับมาพอดี

เขาเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูร้ายกาจและดื้อรั้นเผยรอยยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย

“ฉันไปไม่ได้เหรอ ไปไหนไม่ได้ล่ะ”

งานแต่งของฉันไง

เจียงอวี่เฟยตอบในใจ

แต่สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย น้ำเสียงก็ราบเรียบ “ไม่มีอะไรค่ะ”

ต้วนชิงเหย่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำออกอย่างไม่ยี่หระ “เมื่อกี้คุยโทรศัพท์กับพี่ชายเธอเหรอ”

เจียงอวี่เฟยขานรับในลำคอ ลุกขึ้นเตรียมจะกลับเข้าห้องนอน ทว่ากลับถูกเขาคว้ามือดึงเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขน

ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างหูเธอ บรรยากาศคลุมเครือชวนวาบหวามแผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสอง

“แล้วเธอได้บอกเขาไหมว่าเราเป็นอะไรกัน”

เจียงอวี่เฟยยิ้มบาง ทว่ารอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา “พี่ไม่อยากให้เขารู้ไม่ใช่เหรอคะ”

“ไม่ใช่ไม่อยาก แต่บอกไม่ได้ต่างหาก ด้วยนิสัยพี่ชายเธอ ถ้ารู้ว่าเพื่อนรักที่สุดดันมาคบกับน้องสาวสุดที่รัก เขาคงบินข้ามคืนมาจิงเป่ย ซ้อมฉันจนลุกไม่ขึ้นแน่ ๆ”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงล้อเล่นของเขา ขนตาของเจียงอวี่เฟยก็สั่นไหวเล็กน้อย ทว่าน้ำเสียงยังคงสงบนิ่ง “เพราะงั้นในใจพี่...ฉันเป็นแฟนพี่หรือเปล่า”

พอได้ยินว่าจู่ ๆ เธอถามคำถามแบบนี้ออกมา ต้วนชิงเหย่ก็เลิกคิ้ว “ถ้าไม่ใช่แฟน ฉันจะอยู่กับเธอมาตั้งหกปีเหรอ ถ้าไม่ใช่แฟน ฉันกลับมาปุ๊บจะกอดเธอเลยไหม ถ้าไม่ใช่แฟน ฉันจะทำเรื่องแบบนี้กับเธอหรือเปล่า”

พูดพลางริมฝีปากอุ่นร้อนก็แนบชิดไปตามลำคอ ร่างของเจียงอวี่เฟยพลันแข็งเกร็ง เธอรีบเบือนหน้าหนีการจุมพิตนั้น “ฉัน...วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ”

ต้วนชิงเหย่นึกว่าเธอเขิน จึงอดขำไม่ได้ “แฟนเด็กของฉัน คบกันมาตั้งนานแล้ว ทำไมยังอายอยู่อีก”

พูดจบเขาก็ขยี้ผมเธอเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำ

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เจียงอวี่เฟยถึงได้พึมพำทวนคำพูดของเขาอีกครั้ง

แฟนงั้นเหรอ

ไม่ใช่ว่า...เป็นแค่ตัวแทนหรอกเหรอ

เจียงอวี่เฟยเจอต้วนชิงเหย่ครั้งแรกเมื่อแปดปีก่อน

เขากับเจียงซืออวี้เป็นรูมเมตสมัยมหาวิทยาลัย เพราะสนิทกันมาก เจียงซืออวี้จึงมักจะพาเขามาเล่นเกมที่บ้านอยู่บ่อย ๆ

ในวัยแรกรุ่นที่เพิ่งรู้จักความรัก แทบจะตั้งแต่แรกเห็น เธอก็ตกหลุมรักพี่ชายที่ดูเย็นชา เกียจคร้าน แต่กลับหล่อเหลาจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะคนนี้เข้าอย่างจัง

ต่อมาเมื่อเธอเรียนจบมัธยมปลาย ต้วนชิงเหย่ก็เรียนจบและกลับบ้านเกิดที่จิงเป่ยเช่นกัน ด้วยความที่คิดถึงเขา เธอจึงยอมขัดใจครอบครัว แอบสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองที่เขาอยู่

เนื่องจากเธอเป็นคนหน้าตาดี สมัยมัธยมปลายจึงมักมีพวกอันธพาลมาคอยก่อกวน เจียงซืออวี้ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เธอไปอยู่ต่างถิ่นคนเดียว เลยฝากฝังเธอไว้กับเพื่อนรักอย่างต้วนชิงเหย่ แถมยังให้เธอไปพักอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์ของเขาด้วย

ช่วงแรก ทั้งสองคนแทบไม่ได้ข้องแวะกันเลย เธอวุ่นอยู่กับการเรียน ส่วนต้วนชิงเหย่ก็เอาแต่แข่งรถและวุ่นวายอยู่กับเรื่องความรัก เขาเปลี่ยนแฟนแทบจะทุกสามวัน

กระทั่งช่วงเทอมสองของปีหนึ่ง ต้วนชิงเหย่กลับมาในสภาพเมามายไม่ได้สติ เธอจึงต้องคอยดูแลเขาอย่างทุลักทุเล

ดึกดื่นค่อนคืน เธอมองคนที่หลับสนิทอยู่บนโซฟา จู่ ๆ ก็เหมือนถูกผีผลักให้เอื้อมมือออกไป หมายจะคลึงหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของเขาให้คลายออก

วินาทีที่ผิวสัมผัสกัน เปลือกตาที่ปิดสนิทคู่นั้นก็พลันเบิกโพลงขึ้น

ต้วนชิงเหย่ปรือตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า “ชอบฉันเหรอ”

เมื่อถูกจับความรู้สึกได้ เจียงอวี่เฟยก็ผุดลุกขึ้น “มะ...ไม่ใช่นะคะ”

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ชอบแล้วทำไมทุกครั้งที่เจอพี่ ถึงหน้าแดงขนาดนี้ล่ะ”

เจียงอวี่เฟยไม่คิดเลยว่าการแอบมองเขาทุกครั้งจะถูกจับได้หมด ในขณะที่เธอกำลังทำตัวไม่ถูก ชายหนุ่มกลับยิ้มพลางรั้งท้ายทอยเธอลงมา แล้วประทับจูบแผ่วเบา

เธอจมดิ่งลงในจุมพิตอันแสนอ่อนโยนนั้นจนถอนตัวไม่ขึ้น

หลังจากค่ำคืนอันลึกซึ้งผ่านพ้นไป ชีวิตอันแสนสงบสุขของเจียงอวี่เฟยก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ต้วนชิงเหย่ที่ราวกับเพลย์บอยเหมือนจะยอมหยุดหัวใจไว้ที่เธอ และคบหากับเธออย่างจริงจัง

เธอเองก็ปฏิเสธคำขอร้องของพ่อแม่และพี่ชายที่อยากให้กลับไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ดึงดันที่จะอยู่ในจิงเป่ย เพื่อเคียงข้างเขา

ทุกครั้งที่พี่ชายถามเธอว่าที่จิงเป่ยมีใครอยู่กันแน่ ถึงทำให้เธอเถลไถลอยู่ที่นั่นตั้งหกปีไม่ยอมกลับมา

เธออยากจะสารภาพเรื่องความสัมพันธ์กับต้วนชิงเหย่ให้ทุกคนรับรู้มาตลอด อยากบอกทุกคนว่าเธอคบกับเพื่อนสนิทที่สุดของพี่ชายอยู่

ทว่าต้วนชิงเหย่กลับคอยห้ามอยู่เสมอ เธอไม่เคยรู้เหตุผลเลย จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนต้วนชิงเหย่ดื่มหนักในงานปาร์ตี้ เธอไปรับเขา แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งที่เมามากชี้หน้าเธอพลางเอ่ยอย่างเสียดายว่า

“ทำไมผู้หญิงสวย ๆ แบบนี้ ถึงต้องมาถูกเหล่าต้วนทำร้ายด้วยนะ”

“ฉันว่านะน้องสาว เธออย่าไปตกหลุมรักเหล่าต้วนเด็ดขาดเลยนะ หมอนี่น่ะคนไม่มีหัวใจ ทั้งเธอ แล้วก็แฟนเก่าของเขา หรือแม้แต่แฟนเก่าก่อนหน้านั้นก็เป็นได้แค่ตัวแทนของชิงเหยากันทั้งนั้น”

นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงอวี่เฟยได้ยินชื่อหลินชิงเหยา และหลังจากนั้นเธอก็ไม่อาจลบชื่อนี้ออกไปได้อีกเลย

เมื่อลองสืบถามดูหลายหน เธอถึงได้รู้ความจริง

ต้วนชิงเหย่และหลินชิงเหยาต่างก็เป็นรักแรกของกันและกัน ในปีที่เขารักเธอสุดหัวใจ หลินชิงเหยากลับขอเลิกและตัดสินใจบินไปต่างประเทศอย่างเด็ดเดี่ยว

เขาจมปลักอยู่กับอดีตจนมูฟออนไม่ได้ เลยปล่อยเนื้อปล่อยตัวกลายเป็นเสือผู้หญิง และคบหาผู้หญิงไปเรื่อย ๆ

ซึ่งแฟนสาวแต่ละคน ต่างก็มีเงาของหลินชิงเหยาซ้อนทับอยู่ไม่มากก็น้อย

แน่นอนว่าเรื่องนี้...ก็รวมถึงเธอด้วย

หลังเรียนจบเขาไม่ยอมสืบทอดธุรกิจของครอบครัว ดึงดันที่จะเป็นนักแข่งรถให้ได้ก็เพราะคำพูดเดียวของหลินชิงเหยาสมัยวัยรุ่นที่ว่า “ผู้ชายที่แข่งรถนี่หล่อจังเลยนะ สามีในอนาคตของฉันจะต้องเป็นนักแข่งรถแน่ ๆ”

วัยหนุ่มสาวและความจริงใจตลอดหกปีที่ผ่านมา กลายเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาอย่างนั้นเหรอ

วินาทีนั้นเอง เจียงอวี่เฟยก็ตัดสินใจจะกลับบ้านไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์

เธอไม่ต้องการต้วนชิงเหย่อีกแล้ว และ...จะไม่ชอบเขาอีกต่อไป

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
24 Bab
บทที่ 1
“เรื่องงานแต่งเธอไม่ต้องกังวลนะ เราจะเตรียมการให้เอง เธอแค่กลับมาให้ตรงเวลาก็พอ คนที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ด้วยคราวนี้ ฉันกับพ่อแม่คัดสรรมาอย่างดี ทั้งชาติตระกูล นิสัย หน้าตา ดีงามไปหมด รับรองว่าต้องถูกใจเธอแน่นอน”“จริงสิ กลับมาแต่งงานคราวนี้ เธออย่าลืมชวนคนคนหนึ่งมาให้ฉันด้วยนะ ต้วนชิงเหย่ที่เมื่อก่อนเป็นเพื่อนรักของฉันน่ะ ก่อนหน้านี้ตอนเธอหนีไปเรียนมหาลัยที่จิงเป่ยก็เคยไปพักอยู่บ้านเขาระยะหนึ่งไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นเธอได้รับความช่วยเหลือจากเขาตั้งเยอะ คราวนี้อย่าลืมชวนเขามางานแต่งด้วยนะ”เจียงอวี่เฟยไม่รู้ว่าจะตอบรับประโยคนี้อย่างไรดีเธอเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบกลับเสียงแผ่วเบา“เขาไปไม่ได้หรอกค่ะ”สิ้นเสียง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกเจียงอวี่เฟยรีบชิงตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงเหย่ที่เพิ่งกลับมาพอดีเขาเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูร้ายกาจและดื้อรั้นเผยรอยยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย“ฉันไปไม่ได้เหรอ ไปไหนไม่ได้ล่ะ”งานแต่งของฉันไงเจียงอวี่เฟยตอบในใจแต่สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย น้ำเสียงก็ราบเรียบ “ไม่มีอะไรค่ะ”ต้วนชิงเหย่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขาปลดกระดุมเสื้
Baca selengkapnya
บทที่ 2
เจ็ดโมงเช้าวันต่อมา นาฬิกาชีวิตก็ปลุกเจียงอวี่เฟยให้ตื่นขึ้นตรงเวลาพอดีทันทีที่ลืมตา เธอก็เห็นต้วนชิงเหย่กำลังจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตอยู่หน้ากระจกปกติแล้วเวลาพักผ่อนของเขามักจะกลับตาลปัตร การที่จู่ ๆ ตื่นตั้งแต่เช้าแบบนี้ นับเป็นครั้งแรกในความทรงจำของเจียงอวี่เฟยเลยก็ว่าได้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันกลับมามองเธอพลางเอ่ยถาม “วันนี้ชุดฉันหล่อไหม”เขาเป็นคนใส่อะไรก็ดูดีมาแต่ไหนแต่ไร ปกติแค่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำธรรมดาก็ดูดีมากแล้ว วันนี้จงใจแต่งตัวเป็นพิเศษก็ยิ่งหล่อจนพูดไม่ออก แค่ปรายตาเกียจคร้านมองมาก็ตกสาว ๆ ได้เป็นเบือเธอไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงเริ่มพิถีพิถันกับการแต่งตัวขนาดนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงหลงเสน่ห์จนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่าตอนนี้เธอกลับทำเพียงพยักหน้านิ่ง ๆ “ค่ะ หล่อมาก”ต้วนชิงเหย่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก “วันนี้ฉันมีนัดกินเลี้ยง เธออยู่บ้านดี ๆ นะ เดี๋ยวขากลับฉันจะซื้อของหวานมาฝาก”พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปหลังจากมองส่งแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา เจียงอวี่เฟยก็ตั้งใจจะเดินไปรินน้ำดื่ม ทว่ากลับเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของเขาที่ลืมทิ้งไ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
เพราะเขามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำเจียงอวี่เฟยปิดหนังในแล็ปท็อปที่ดูค้างไว้ครึ่งเรื่อง แล้วใช้เมาส์คลิกเปิดโปรแกรมแชตตรงมุมขวาล่างที่เด้งแจ้งเตือนไม่หยุดเป็นต้วนชิงเหย่ที่กำลังคุยกับหลินชิงเหยาเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองล็อกอินค้างไว้บนแล็ปท็อป เธอจึงเห็นข้อความทั้งหมดได้อย่างชัดเจนเธอได้แต่มองพวกเขาคุยกันตั้งแต่เรื่องในอดีต ปัจจุบัน ลากยาวไปจนถึงอนาคตท่ามกลางบทสนทนายาวเหยียดนั้น ต้วนชิงเหย่ไม่เคยเอ่ยถึงเธอเลยแม้แต่ประโยคเดียวก็แน่แหละ ท้ายที่สุดเธอก็เป็นแค่ตัวแทนที่เอาไว้ปลอบใจเท่านั้น มีอะไรให้พูดถึงกันเธอมองข้อความที่ยังคงเด้งรัว ๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกดปุ่มปิดเครื่องคืนนั้นผ่านพ้นไปโดยไร้ซึ่งความฝันใด ๆวันต่อมา เจียงอวี่เฟยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงออดหน้าประตูเธอขยี้ตาเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นต้วนชิงเหย่ที่ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กำลังหันขวับมา ในมือเขาอุ้มช่อดอกไม้และหิ้วเค้กวันเกิดเอาไว้“เฟยเฟย เธอสั่งเค้กมาเหรอ ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากกินเค้กล่ะ”ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบไปหลายวินาที เจียงอวี่เฟยถึงเอ่ยปากอย่างเชื่องช้า“วันเกิดฉันน่ะค่ะ เพื่อนน่าจะให้คนส่งมาให้”
Baca selengkapnya
บทที่ 4
สิ้นคำพูดนี้ มือของต้วนชิงเหย่ที่โอบแขนเธอไว้ก็พลันรัดแน่นขึ้นทว่าเจียงอวี่เฟยกลับมีสีหน้าเรียบเฉย “เหรอคะ งั้นเราคงมีวาสนาต่อกันมาก”เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มกร่อย คนรอบข้างก็เริ่มสร้างความคึกคักขึ้นมาทันทีกลุ่มคนคุ้นเคยจับกลุ่มดื่มเหล้าเล่นเกมกัน เสียงดังเอะอะไปหมดเจียงอวี่เฟยไม่รู้จักใครเลยสักคน อีกทั้งไม่ชอบร่วมวงเฮฮาแบบนี้ จึงนั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟาต้วนชิงเหย่แม้ตัวจะนั่งเฝ้าอยู่ข้างเธอ แต่สายตากลับเอาแต่จับจ้องไปยังโต๊ะฝั่งซ้ายตลอดเวลาเธอมองตามสายตาเขาไป ก็เห็นหลินชิงเหยาที่กำลังส่งเสียงเฮฮาที่สุดอยู่ทันทีทีแรกเขายังพยายามข่มใจไว้ ทว่าพอหลินชิงเหยายกแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นมา เขาก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเดินไปคว้าแก้วนั้นมาทันที พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“เธอแพ้แอลกอฮอล์แล้วยังจะดื่มอีก เป็นบ้าไปแล้วหรือไง”เพราะน้ำเสียงที่ดุดันเกินไป ทำให้ทั้งห้องโถงเงียบกริบ ทุกคนต่างหันมามองเป็นตาเดียวหลินชิงเหยาเขี่ยลูกเต๋าในมือไปมา มุมปากยกยิ้มอย่างขบขัน“ผ่านมาตั้งหลายปี นายยังจำเรื่องนี้ได้อีกเหรอ”ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เพื่อนสองสามคนที่เมามายก็โผล่เ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหว คนสองสามคนที่อยู่ตรงอ่างล้างมือก็พากันหันขวับมามองพอเห็นว่าเป็นเธอ หลินชิงเหยาก็ชะงักไปพักใหญ่ ถึงปั้นยิ้มบนใบหน้าต่อไปได้ “เฟยเฟย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ เธอคงไม่ได้ยินใช่ไหม”เจียงอวี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนค่อย ๆ เดินไปที่หน้าอ่างล้างมือ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ได้ยินหมดแล้ว”หลินชิงเหยาคิดไม่ถึงว่าเธอจะยอมรับออกมาตรง ๆ สีหน้าพลันย่ำแย่ขึ้นมาพพวกเพื่อนสาวคนสนิทก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงเตรียมจะออกหน้าสั่งสอนแทนสักหน่อยทว่าเจียงอวี่เฟยกลับเปิดก๊อกน้ำ โดยไม่เปิดโอกาสให้พวกเธอได้เอ่ยปาก “คนที่เอาความจริงใจมาล้อเล่น ไม่มีวันได้รับความจริงใจตอบกลับมาหรอกนะ”เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาหลินชิงเหยาถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออกดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของเธอ กวาดมองผ่านไฝตรงหางตาของเจียงอวี่เฟย จู่ ๆ เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา จึงเลิกเสแสร้งแล้วแค่นหัวเราะ“ก็แค่ตัวแทนแท้ ๆ แม้แต่ความรักของอาเหย่เธอก็ยังไม่เคยได้รับ มีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องความจริงใจต่อหน้าฉัน”“นั่นสิ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าใครกันที่ถูกทิ้งไว้ในที่ก
Baca selengkapnya
บทที่ 6
รอยยิ้มของต้วนชิงเหย่ชะงักค้างอยู่บนริมฝีปากเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของเธอ เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเด็กน้อยคงจะโกรธเข้าแล้วเขาเดินเข้าไปหาแล้วจับมือเธอขึ้นมา ก่อนจะวางสร้อยคอเส้นนั้นลงบนฝ่ามือราวกับเล่นกล“ขอโทษนะ เมื่อวานฉันมัวแต่ไปเอาของขวัญวันเกิดให้เธอ ก็เลยลืมเธอไว้ที่วิลล่า ยกโทษให้ฉันสักครั้งได้ไหม”เอาคำโกหกที่เต็มไปด้วยช่องโหว่มาบ่ายเบี่ยงเธอ เขาคิดว่าเธอจะยอมยกโทษให้อย่างนั้นเหรอเจียงอวี่เฟยมองเขานิ่ง ๆ ไม่ได้พูดอะไร และไม่ได้หยิบสร้อยคอเส้นนั้นไปเมื่อรอปฏิกิริยาตอบรับจากเธออยู่นาน ต้วนชิงเหย่ก็ถอนหายใจ หยิบสร้อยคอขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้าเธอ“ทำไมหมู่นี้ถึงได้ดูใจลอยนักล่ะ มีเรื่องกังวลใจอะไรหรือเปล่า”เจียงอวี่เฟยถึงค่อยละสายตากลับมา เธอหันไปมองนอกหน้าต่างแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มีเรื่องกวนใจนิดหน่อยค่ะ เพื่อนฉันคนหนึ่งเพิ่งจับได้ว่าแฟนที่คบกันมานานหลอกเธอมาตลอด พอรู้ความจริงเธอก็เลยมาระบายให้ฉันฟัง แล้วถามว่าควรจะให้อภัยดีไหม”ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองเขาหลุดขำออกมาเบา ๆ ก่อนจะให้คำตอบอย่างมีเหตุผล“เรื่องแค่นี้มีอะไรให้ต้องกังวล แค่ขึ้นชื่อว่าหล
Baca selengkapnya
บทที่ 7
กว่าทั้งสองคนจะไปถึงจุดแข่งรถกลับพบว่าทุกอย่างสายไปเสียแล้วกลุ่มเพื่อนมองภาพถ่ายทอดสดบนหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยหัวใจที่บีบรัดแน่น“สายไปแล้ว! ออกรถไปแล้วเนี่ย ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะไปอธิบายกับคุณลุงต้วนยังไงล่ะ!”“ถุย ๆ ๆ เลิกพูดจาเป็นลางเถอะน่า!”“ฉันว่าแล้วเชียว พอเป็นเรื่องของหลินชิงเหยา หมอนี่ก็ทำตัวเหมือนคนบ้า ม้าสิบตัวยังฉุดไม่อยู่! เมื่อก่อนก็แค่ชกต่อย อย่างมากก็แค่โดนลงโทษนิดหน่อย ตอนนี้ถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก โดนของไปแล้วแน่ ๆ!”พอได้ยินคำบ่นพวกนี้ เซี่ยเหวยที่ยังหอบหายใจไม่ทั่วท้องก็รีบกระทุ้งศอกใส่เพื่อนทันทีทุกคนหันไปเห็นเจียงอวี่เฟยเข้า ถึงได้ยอมหุบปากยี่สิบนาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์คำรามสองสายก็ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเจียงอวี่เฟยมองรถสองคันที่กำลังผลัดกันนำบนหน้าจอ สลับกับมองระยะทางสามกิโลเมตรสุดท้ายด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นสองสามนาทีต่อมา รถแข่งทั้งสองคันก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคนนั่นหมายความว่าการแข่งขันครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้วรถแข่งของต้วนชิงเหย่นำอยู่ด้านหน้า ทว่าทิ้งห่างกันไม่มากนักในช่วงเร่งเครื่องกิโลเมตรสุดท้าย กลุ่มเพื่อนจ้
Baca selengkapnya
บทที่ 8
พอกลับถึงบ้าน เจียงอวี่เฟยก็ได้รับโทรศัพท์จากบรรณาธิการ“เฟยเฟย การ์ตูนของเธอพอปล่อยปุ๊บก็ดังเปรี้ยงเลยนะ ตอนนี้นักอ่านพากันอยากอ่านตอนต่อไป เธอมีความเห็นว่ายังไงบ้าง”ช่วงหลายวันมานี้เจียงอวี่เฟยมัวแต่วุ่นวายอยู่ที่โรงพยาบาล จึงเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ก็ตอนนี้นี่เองคำพูดของบรรณาธิการล้วนแฝงเจตนาเกลี้ยกล่อมให้เธอรีบวาดภาคต่อตอนที่กระแสกำลังมาแรง แต่เธอก็ยังคงปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลนั่นเพราะการ์ตูนทั้งเล่มคือเรื่องราวความรักในชีวิตจริงที่ใช้ตัวเธอและต้วนชิงเหย่เป็นต้นแบบ เธอจึงกำหนดตอนจบไว้ก่อนที่จะได้รู้ความจริงทั้งหมดหากขืนวาดต่อไป ก็คงเป็นเพียงการแต่งเติมจนเสียอรรถรสเท่านั้นเจียงอวี่เฟยเปิดโซเชียลที่ไม่ได้เข้าใช้งานมานาน มองยอดคอมเมนต์หลังบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในดวงตาก็พลันปรากฏรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าในที่สุดเธอก็ดูอารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว ต้วนชิงเหย่จึงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยเย้าเธออีกครั้ง “กระแสตอบรับการ์ตูนดีใช่ไหม งั้นฉันจัดปาร์ตี้ฉลองให้นักเขียนการ์ตูนคนเก่งของฉันดีไหม”เจียงอวี่เฟยยังไม่ทันได้เอ่ยปากห้าม เขาก็ส่งข้อความกระจายข่าวออกไปนับไม่ถ้วนแล้วเธอจึงทำได้เพียงกลืนค
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เขาให้เธอไปขอโทษหลินชิงเหยาเนี่ยนะให้เหยื่อไปขอโทษคนลงมือเนี่ยนะเจียงอวี่เฟยปวดใจมาก ขณะที่ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ฉันไม่ผิด ยังไงฉันก็ไม่มีทางขอโทษเด็ดขาด!”เจียงอวี่เฟยไม่ยอมขอโทษ ส่วนต้วนชิงเหย่ก็ต้องการคำอธิบายให้ได้ ทั้งสองคนต่างไม่มีใครยอมใครหลินชิงเหยากลัวว่าหากยืดเยื้อต่อไปความจะแตก จึงเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมาแล้วดึงเขาให้เดินจากไป“อาเหย่ ถือว่าเป็นความผิดของฉันเอง นายอย่าทะเลาะกับแฟนเลย ใจเย็น ๆ ก่อนดีไหม”ต้วนชิงเหย่ไม่ฟังเลยสักนิด หลินชิงเหยาเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่น จึงตัดใจออกแรงพลิกข้อเท้าซ้ายของตัวเองพอเห็นเธอได้รับบาดเจ็บ สีหน้าของต้วนชิงเหย่ก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและปวดใจทันทีเขาไม่สนใจเจียงอวี่เฟยอีกต่อไป อุ้มคนเจ็บแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างทันทีเมื่อมองแผ่นหลังของทั้งสองคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เลือดในกายที่สูบฉีดของเจียงอวี่เฟยก็ค่อย ๆ เย็นลง แทนที่ด้วยความน้อยใจและเสียใจอย่างที่สุดน้ำตาที่กลั้นไว้เนิ่นนานพลันร่วงหล่นลงมา เธอก็รีบปาดมันออกอย่างรวดเร็ว กลับเข้าไปหยิบกระเป๋าในห้องโถง แล้วออกจากโรงแรมไปพอเดินพ้นประตูโรงแรม รถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งตร
Baca selengkapnya
บทที่ 10
หลายชั่วโมงต่อมา เครื่องบินลงจอดที่ฮู่ไห่อย่างปลอดภัยทันทีที่เดินออกจากประตูขึ้นเครื่อง เจียงอวี่เฟยก็เห็นครอบครัวที่ยืนรออยู่ตรงประตู จึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเจียงซืออวี้มองเห็นผ้าพันแผลที่พันอยู่บนมือของเธอตั้งแต่ไกล จึงรีบเดินเข้าไปรับกระเป๋าเดินทางมาถือไว้ แววตาเต็มไปด้วยความปวดใจ“ไปทำอะไรมาถึงได้เจ็บตัวล่ะเนี่ย แล้วทำไมไม่เห็นบอกคนที่บ้านเลยสักคำ”คุณเจียงกับคุณนายเจียงเองก็เห็นเช่นกัน สีหน้าของทั้งคู่พลันสลดลงทันที พลางช่วยกันตรวจดูบาดแผลอย่างระมัดระวัง“เจ็บไหมลูก เกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ต้องบอกพ่อกับแม่สิ พวกเราจะได้ไปรับลูกกลับมา”“พันแผลไว้หนาขนาดนี้ ท่าทางคงจะเจ็บหนักน่าดู ยังไม่ต้องกินข้าวหรอก ไปโรงพยาบาลกันเดี๋ยวนี้เลย!”บาดเจ็บมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงอวี่เฟยได้รับความห่วงใยมากขนาดนี้ ความน้อยเนื้อต่ำใจและความเศร้าเสียใจที่เก็บกดไว้ในใจมาตลอดจึงอดที่จะปะทุออกมาไม่ได้ กลายเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาพอลูกสาวร้องไห้ ขอบตาของคุณนายเจียงก็แดงเรื่อตามไปด้วย สองพ่อลูกเองก็เริ่มร้อนรน รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาติดต่อหมอทันทีเมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังเป็นห่ว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status