Share

บทที่ 3

Penulis: อาหลิง
หลังทำแผลเสร็จ เธอกำลังจะจากไป แต่กลับเจอลู่จิ่งหวายที่หน้าห้องผ่าตัดโดยบังเอิญ

พยาบาลวิ่งออกมาอย่างรีบร้อน “คุณลู่คะ คนไข้เสียเลือดมาก เป็นเลือดกรุ๊ป RH ลบ ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดหายาก ไม่ทราบว่ามีญาติที่สามารถบริจาคเลือดได้ไหมคะ!”

ใบหน้าของลู่จิ่งหวายซีดเผือดในทันที ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเห็นเฉิงเวยอี้

ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบเดินเข้ามาแล้วคว้าข้อมือเธอไว้ “อาอี้ ผมจำได้ว่าคุณเป็นเลือดกรุ๊ป RH ลบใช่ไหม ชิงชิงบาดเจ็บเพราะช่วยผมไว้ คุณช่วยเธอหน่อยเถอะ”

เฉิงเวยอี้รู้สึกหนาวเย็นไปทั้งร่าง

ทั้งที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นโรคโลหิตจาง

ปีที่แล้วเธอหมดสติไปเพราะโรคโลหิตจาง เขาร้อนใจจนแทบพลิกโรงพยาบาลทั้งแห่ง

แต่ตอนนี้ เขากลับขอให้เธอที่เป็นโรคโลหิตจางไปช่วยผู้หญิงอีกคน...

“แค่เจาะนิดเดียวเอง” ลู่จิ่งหวายพูดอย่างร้อนรน มือที่จับเธอไว้ก็ออกแรงมากขึ้น “เธอรอไม่ได้แล้ว!”

ยังไม่ทันที่เฉิงเวยอี้จะตอบ เขาก็ผลักเธอเข้าไปในห้องบริจาคเลือดอย่างแข็งกร้าว

วินาทีที่เข็มแทงเข้าเส้นเลือด เฉิงเวยอี้ก็หลับตาลง

เลือด 600 ซีซีถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอยิ่งซีดขาวลงเรื่อย ๆ

ลู่จิ่งหวายยืนอยู่ข้าง ๆ จ้องไปทางห้องผ่าตัดด้วยความร้อนใจ โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเธอสักครั้ง

หลังเจาะเลือดเสร็จ ขาทั้งสองข้างของเธออ่อนแรงจนเกือบล้มลงกับพื้น

ลู่จิ่งหวายเพิ่งได้สติ รีบเข้ามาพยุงเธอไว้ “ขอโทษนะ อาอี้... ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงลูก ไม่ต้องกังวล พยาบาลรู้ขอบเขตดีอยู่แล้ว ถ้าคุณยังไม่สบายใจ ผมจะให้หมอตรวจคุณเดี๋ยวนี้เลย”

เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ ก่อนจะพาเธอไปห้องตรวจ ไม่นานนัก คุณหมอก็ถือผลตรวจเดินออกมา

ลู่จิ่งหวายรีบเดินเข้าไปถาม “เด็กเป็นยังไงบ้าง?”

คุณหมอมีสีหน้าประหลาดใจ “เด็กเหรอ? ไม่มีเด็ก...”

“คุณลู่คะ!” พยาบาลรีบวิ่งออกมา “คุณหร่วนเรียกชื่อคุณตลอดระหว่างการผ่าตัด คุณช่วยเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเธอได้ไหมคะ? จะช่วยเสริมกำลังใจให้เธอสู้ต่อได้”

ลู่จิ่งหวายหันตัวจากไปโดยไม่ลังเล ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องผ่าตัด

คุณหมอมองเฉิงเวยอี้ด้วยท่าทีเหมือนอยากพูดแต่ก็ลังเล “คุณนายลู่... คุณลู่ยังไม่รู้เหรอครับว่าคุณยุติการตั้งครรภ์แล้ว?”

เธอยิ้มแล้วส่ายหน้า “ไม่รู้ค่ะ และต่อจากนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว”

ตอนเดินออกจากโรงพยาบาล แสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังงดงามพอดี

เฉิงเวยอี้มองแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ขอบฟ้าด้วยใบหน้าซีดเผือด จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ลู่จิ่งหวายเคยบอกว่าจะพาเธอไปดูพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในโลก

ทุกวันนี้พระอาทิตย์ตกยังคงงดงามเช่นเดิม แต่พวกเขา...ไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

เฉิงเวยอี้พักฟื้นอยู่ที่บ้านตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม

หลังบริจาคเลือดครั้งนั้น ร่างกายของเธอทรุดหนัก มักเวียนหัวหน้ามืดอยู่บ่อย ๆ จนแม้แต่ลุกจากเตียงยังลำบาก

พวกคนรับใช้ร้อนใจจนคิดจะโทรหาลู่จิ่งหวาย แต่เธอห้ามไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องหรอก” เธอพิงหัวเตียงอย่างอ่อนแรง “เขากำลังยุ่งอยู่”

เธอรู้ว่าเขากำลังยุ่งกับอะไร—

ยุ่งอยู่กับการดูแลหร่วนชิงชิง

ในฟีดโซเชียล หร่วนชิงชิงโพสต์อวดความดีที่ลู่จิ่งหวายมีต่อเธอทุกวัน

เขาป้อนซุปให้เธอด้วยตัวเอง เขาพาเธอไปตรวจครรภ์ เขาขับรถออกไปซื้อบ๊วยเปรี้ยวที่เธออยากกินกลางดึก...

ดีเสียจนลืมไปหมดแล้วว่า ใครกันแน่คือภรรยาของเขา

จนกระทั่งวันนั้น ลู่จิ่งหวายก็กลับมาเสียที

“ลูกของเพื่อนในวงการจะจัดงานฉลองครบหนึ่งเดือน” เขายืนเลือกเนกไทอยู่หน้าโต๊ะแต่งตัว “อาอี้ ไปกับผมด้วยนะ”

เฉิงเวยอี้ไม่ได้พูดอะไร เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเงียบ ๆ แล้วออกไปกับเขา

แต่เมื่อเธอเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับ ก็เห็นหร่วนชิงชิงนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว

“พี่เวยอี้” หร่วนชิงชิงยิ้มอย่างเก้อเขิน “ฉันอยู่แต่ในโรงพยาบาลจนเบื่อ เลยขอให้พี่จิ่งหวายพาไปด้วย ฉันเมารถเลยต้องนั่งข้างหน้า... พี่คงไม่ถือสาใช่ไหม?”

มือของเฉิงเวยอี้ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ กว่าจะดึงกลับมาก็ผ่านไปครู่ใหญ่ “ไม่ถือสาหรอก”

เธอนั่งลงที่เบาะหลังอย่างเงียบ ๆ มองแผ่นหลังของคนทั้งสองที่ดูสนิทสนมกันจากเบาะหน้า

ลู่จิ่งหวายลดแอร์ลงให้หร่วนชิงชิงอย่างใส่ใจ แล้วส่งหมอนอิงให้เธอใบหนึ่ง

ความอ่อนโยนที่เคยเป็นของเธอเพียงคนเดียว ตอนนี้กลับมอบให้คนอื่นทั้งหมดแล้ว

ในงานเลี้ยง ลู่จิ่งหวายคอยดูแลหร่วนชิงชิงตลอดเวลา จนไม่ทันสังเกตสายตาของผู้คนรอบข้างที่มองเฉิงเวยอี้เลย

เสียงซุบซิบนินทาดังเข้าหูเธอไม่ขาดสาย

“คุณลู่น่าสงสารจริง ๆ ทั้งที่รักภรรยามากขนาดนั้น แต่ภรรยากลับตั้งท้องลูกของพวกคนร้าย...”

“ได้ยินว่าถูกพวกคนร้ายย่ำยีไม่ใช่เหรอ?”

“ย่ำยีอะไรกัน คุณหร่วนก็ถูกลักพาตัวไปด้วยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอถึงไม่โดนล่ะ? ก็เพราะเฉิงเวยอี้สำส่อนเองนั่นแหละ”

“ฉันดูออกนานแล้วว่าเธอไม่ใช่คนเรียบร้อย เพื่อเอาชีวิตรอดถึงขั้นยั่วยวนพวกคนร้าย ทำให้คุณลู่เจ็บปวดแทบตาย จนเมาแล้วไปมีความสัมพันธ์กับคุณหร่วนเพียงคืนเดียว และทำให้คุณหร่วนตั้งครรภ์...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 23

    หลังเสียงจอแจดังอยู่พักหนึ่ง เสียงถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังของเฉิงจิ่นฉือก็ดังขึ้นมา “เธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วเหรอ?”ทันทีที่ประโยคนั้นดังขึ้น ลู่จิ่งหวายที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็เกร็งไปทั้งร่างและกลั้นหายใจทันที ราวกับกลัวว่าจะพลาดฟังไปแม้แต่คำเดียวไม่นาน เสียงของเฉิงเวยอี้ที่หนักแน่นและเด็ดขาดก็ดังเข้าหูลู่จิ่งหวาย “ใช่”คำว่า “ใช่” นั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ทำให้เลือดทั้งร่างของลู่จิ่งหวายเย็นเฉียบในพริบตา เขากำผ้าปูที่นอนไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว จนนิ้วซีดขาว ร่างกายเหมือนถูกตรึงอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขยับไม่ได้แม้แต่น้อยสมองของเขาว่างเปล่า ความคิดทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในชั่วขณะนั้นเสียงอื้ออึงในหูที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาแทบไม่ได้ยินคำพูดต่อจากนั้นของเฉิงเวยอี้อย่างชัดเจนที่จริงจะฟังต่อหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน เพราะคำเพียงคำเดียวนั้นได้บอกคำตอบของเธอแก่เขาแล้วเธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วนั่นยังหมายความว่าเธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไป และจะไม่มีวันหันกลับมาหาเขาอีกความรักลึกซึ้งที่ลู่จิ่งหวายมอบให้ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ล้วนเป็นเพียงการคิดไปเองฝ่

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 22

    จนกระทั่งนิทรรศการปิดลง ลู่จิ่งหวายก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเฉิงเวยอี้สักคำเดียวขณะที่เขากำลังจะตามเฉิงเวยอี้ออกไป โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นกะทันหันเมื่อเห็นคำว่า “พ่อ” บนหน้าจอโทรศัพท์ สุดท้ายลู่จิ่งหวายก็เลือกกดรับสายสองพ่อลูกไม่มีใครเอ่ยปากก่อน เพียงเงียบฟังเสียงลมหายใจของกันและกันเท่านั้นในที่สุดพ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน “เวลาใกล้หมดแล้ว แกยังไม่ยอมกลับมาอีกเหรอ?”ความสัมพันธ์ระหว่างลู่จิ่งหวายกับพ่อลู่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้สนิทกันนัก อีกทั้งตอนเด็กพ่อก็มีเวลาอยู่กับเขาน้อยมาก สองพ่อลูกจึงแทบไม่มีเรื่องอะไรคุยกันเลยยิ่งพ่อลู่เป็นคนเข้มงวด และไม่ค่อยยอมเป็นฝ่ายสื่อสารกับลูกชายก่อนช่องว่างระหว่างสองพ่อลูกจึงยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ พอได้ยินพ่อลู่เป็นฝ่ายถามเขาก่อน ลู่จิ่งหวายจึงรู้สึกไม่ค่อยชินนักเขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนตอบว่า “ผมจะกลับไป แต่ผมอยากหาคำตอบของตัวเองให้เจอก่อน”เขาเพียงอยากรู้ว่าเฉิงเวยอี้ยังรักเขาอยู่หรือไม่ และยังยินดีจะให้โอกาสเขาอีกไหมเมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรก “แกคิดว่ายังไงล่ะ?”คำตอบนั้นแม้แต่คนนอกอย่า

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 21

    ยามเย็น ดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองเริ่มเบ่งบานกลางท้องฟ้า แสงหลากสีส่องสว่างไปทั่วครึ่งฟ้าบนระเบียงบ้านตระกูลเฉิง เฉิงเวยอี้ถูกแขกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง ราวกับดวงดาวรายล้อมดวงจันทร์ลู่จิ่งหวายที่อยู่ในรถไกลออกไป มองเห็นเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้เลือนรางเท่านั้นรอยยิ้มนั้นยังคงมีพลังดึงดูดใจเหมือนเดิม จนทำให้เขายิ้มตามไปด้วย“สุขสันต์วันเกิดนะ” อาอี้ของฉันเมื่อดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายจางหายไป แขกก็ทยอยแยกย้ายกันกลับรถหรูคันแล้วคันเล่าขับออกไปไกลลับตาตระกูลเฉิงที่กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เหลือเพียงคนรับใช้บางส่วนกำลังเก็บกวาดห้องโถงอยู่แต่รถของลู่จิ่งหวายยังคงจอดอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหนจนกระทั่งไฟดวงสุดท้ายของบ้านตระกูลเฉิงถูกปิดลง ลู่จิ่งหวายจึงสั่งให้ผู้ช่วยออกรถแต่ในตอนนั้นเอง กระจกรถข้างตัวลู่จิ่งหวายก็ถูกเคาะเบา ๆ จากด้านนอกคนที่มาคือพ่อบ้านของตระกูลเฉิงเมื่อเห็นลู่จิ่งหวายกดกระจกลงแล้วมองมาทางตน พ่อบ้านตระกูลเฉิงก็ยื่นของขวัญที่เขาส่งไปเมื่อเช้ามาตรงหน้าเขาทั้งสองไม่พูดอะไรสักคำ เพียงมองหน้ากันเงียบ ๆ เช่นนั้นสุดท้ายลู่จิ่งหวายเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน เขายื่นมือไปรับของขวั

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 20

    พอเฉิงเวยอี้รู้เรื่อง จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงไม่จริง แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วบอกเขาว่าไม่เป็นไรด้วยความรู้สึกผิด เขารีบกอดเธอไว้แล้วปลอบเบา ๆ ว่า วันเกิดครั้งหน้าเขาจะทำเส้นที่ดีกว่านี้ให้เธออีกเส้นหนึ่งต่อมาเขาทำสร้อย “หัวใจแห่งรักแท้” เส้นนี้สำเร็จ แต่เจ้าของของมันไม่อยู่ข้างกายเขาแล้วลู่จิ่งหวายสูดหายใจลึก ยกมือเคาะกระจกรถ ไม่นานกระจกก็เลื่อนลง ชายหน้าตาแปลกหน้าคนหนึ่งรีบชะโงกหน้าออกมาอย่างประจบประแจง“คุณลู่”ลู่จิ่งหวายยื่นของขวัญในมือให้อีกฝ่าย พร้อมยิ้มกล่าวขอบคุณ “รบกวนด้วยครับ”วันนี้งานเลี้ยงของตระกูลเฉิงเชิญแขกมามากมาย พอดีในนั้นมีคนที่ลู่จิ่งหวายรู้จักและยังไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ เขาจึงฝากอีกฝ่ายช่วยนำของขวัญของเขาเข้าไปให้อีกฝ่ายโบกมือ พลางบอกว่าไม่รบกวนเลยอยู่หลายครั้ง ก่อนอุ้มของขวัญของลู่จิ่งหวายเดินไปทางบ้านตระกูลเฉิงวันนี้บ้านตระกูลเฉิงมีแขกมามาก การตรวจสอบจึงไม่เข้มงวดนัก เพียงยืนยันว่าของขวัญไม่มีอันตรายใด ๆ ก็ปล่อยให้เข้าไปได้ลู่จิ่งหวายที่อยู่ไกลออกไปถอนหายใจโล่งอก ก่อนเอนพิงพนักเบาะและหลับตาพักสายตาภายในห้องโถงตระกูลเฉิง งานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงคร

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 19

    แม่เฉิงคุยโทรศัพท์พลางเดินห่างออกไป ส่วนในห้อง เฉิงเวยอี้ยกมือปิดปาก ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเธอรู้ว่าพ่อแม่รักเธอมาก แม้ตอนอยู่ในร้านทั้งคู่จะไม่ได้พูดอะไร แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องหาทางทวงความยุติธรรมให้เธอแน่นอนหลังจากนั้น ทุกคนต่างไม่พูดถึงเรื่องนี้กันโดยปริยายหลังเที่ยวที่ซูเฉิงกับพ่อแม่จนเต็มอิ่มแล้ว เฉิงเวยอี้จึงขึ้นเครื่องบินกลับไห่เฉิงและในวันถัดจากที่เฉิงเวยอี้กลับมา ก็เป็นวันเกิดอายุยี่สิบหกปีของเธอพอดีในฐานะลูกสาวคนโปรดของตระกูลเฉิงที่ได้รับความรักและการตามใจมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของเฉิงเวยอี้ ทั้งเมืองจะจุดดอกไม้ไฟฉลองให้เธอวันเกิดปีนี้ของเฉิงเวยอี้ ตระกูลเฉิงจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษวันจัดงานเลี้ยง เหล่าคนดังจากทุกวงการต่างมาร่วมแสดงความยินดีรถหรูที่ขับมาร่วมงานจอดต่อแถวยาวจากหน้าวิลล่าตระกูลเฉิงออกไปไกลหลายลี้ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่พูดคุยหัวเราะพลางเดินเข้าสู่ห้องโถงพนักงานต้อนรับยืนรออยู่หน้าประตูเป็นแถวยาว ทุกครั้งที่มีแขกเข้ามา ก็จะมีพนักงานรีบเข้าไปนำทางไปยังที่นั่งของตนทันทีส่วนในห้องของเฉิงเวยอี้บนชั้นบน เธอในชุดราตรีกำลังถูกช

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 18

    อาจเป็นเพราะสังเกตเห็นว่าเฉิงเวยอี้อารมณ์ไม่ค่อยดี เฉิงจิ่นฉือจึงตัดสินใจส่งเธอกับพ่อแม่ไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของแม่เฉิงทันทีเดิมทีเขาอยากส่งภรรยาไปด้วย แต่เพราะภรรยารู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านส่วนเฉิงจิ่นฉือเองก็อยู่ดูแลภรรยาที่บ้าน และคอยขัดขวางไม่ให้ลู่จิ่งหวายเข้าไปหาเฉิงเวยอี้ด้วยเพราะผู้ช่วยได้รับข่าวล่าช้า ลู่จิ่งหวายจึงยังคงไปดักรอเฉิงเวยอี้ตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนเช่นเคยครั้งแรก เขายืนตากลมหนาวอยู่ที่ลานกว้างทั้งคืน ไม่เพียงไม่ได้รอพบเฉิงเวยอี้ที่ควรจะมาดูดอกไม้ไฟ แต่ยังทำให้ตัวเองเปียกฝนไปทั้งร่างไม่ผิดจากที่คาด ลู่จิ่งหวายล้มป่วย แต่ครั้งนี้ข้างกายเขาไม่มีผู้หญิงคนนั้นที่เคยคอยดูแลอย่างใส่ใจ และเช็ดตัวลดไข้ให้เขาตลอดทั้งคืนอีกแล้วครั้งที่สอง เขาไปตามหาเธอในบาร์ที่เมื่อก่อนเคยเกลียดที่สุด แม้บาร์แห่งนั้นจะเป็นบาร์เงียบ ๆ แต่ทุกคนที่เข้าไปต้องดื่มเหล้าแรงสามแก้วก่อนลู่จิ่งหวายดื่มเหล้าไม่ได้ ตั้งแต่ครั้งที่เขาดื่มแทนหร่วนชิงชิงจนเลือดออกในกระเพาะ ภายในวิลล่าตระกูลลู่ก็ไม่มีเหล้าให้เห็นแม้แต่หยดเดียวครั้งนี้ ลู่จิ่งหวายก็ยังดื่มรวดเดียวจนหมดอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status