Short
ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ

ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ

By:  หลินเซี่ยCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
19Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ผมใช้เวลาถึงสามปีเต็ม กว่าจะเด็ดดอกฟ้าอย่างหลินเยียนหรันลงมาได้ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอ ผมยอมเสียสละหน้าที่การงานทั้งหมด และเต็มใจผันตัวมาเป็นพ่อบ้านดูแลครอบครัว ถึงขั้นว่าเพียงเพราะคำพูดของเธอที่บอกว่า “กลัวเจ็บตอนคลอดลูก” วันรุ่งขึ้นผมก็ไปทำหมันที่โรงพยาบาลทันที เพื่อนรอบตัวทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันอย่างมั่นใจว่าเราสองคนจะครองรักกันไปจนแก่เฒ่า ทว่าในวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า ผมกลับตัดสินใจจะหย่าขาดจากเธอ ทนายความคือฉู่เหยียนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง เขาเอาแต่ถามผมซ้ำ ๆ “นายแน่ใจเหรอ ตอนนั้นนายยอมทิ้งข้อเสนอจาก Vogue ไปหน้าตาเฉยเพื่อจะได้แต่งงานกับเธอ ตอนนี้กลับมาบอกฉันว่าจะหย่าเนี่ยนะ” ผมพยายามข่มความปวดหนึบในอก “ช่วยร่างหนังสือหย่าให้ฉันที ยิ่งเร็วยิ่งดี” เขาไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ?!” ผมมองช่อดอกลำโพงสีดำที่ถูกห่อมาอย่างหรูหราบนโต๊ะอาหาร เงียบไปเนิ่นนาน กว่าจะเอ่ยคำตอบสุดท้ายออกมา “เพราะดอกไม้ช่อเดียว”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

วันนี้ตอนเพิ่งได้รับดอกไม้ ผมดีใจมากจริง ๆ

ผมนึกว่าในที่สุดหลินเยียนหรันก็คิดได้ และเตรียมเซอร์ไพรส์วันครบรอบแต่งงานให้ผม

แต่พอเปิดการ์ดในช่อดอกไม้ดู รอยยิ้มของผมก็แข็งค้างอยู่บนมุมปาก

[ขอบคุณรุ่นพี่หลินที่บินด่วนมาผ่าตัดให้คุณน้าของผมโดยเฉพาะ ครอบครัวของเราซาบซึ้งใจมาก นี่ดอกไม้ที่ผมตั้งใจเลือกให้รุ่นพี่ คิดว่ามันเหมาะกับ ‘เรา’ มาก หวังว่ารุ่นพี่จะชอบนะครับ—ลู่เฉวียน]

มือของผมสั่นเทา ช่อดอกไม้ร่วงหล่นกระแทกพื้น

สามปีก่อน พ่อป่วยหนัก

หมอบอกว่าต้องผ่าตัดให้เร็วที่สุด

แต่เทคโนโลยีการแพทย์ในอำเภอล้าหลัง และพ่อของผมก็ทนรับการย้ายโรงพยาบาลทางไกลไม่ไหว

ผมจึงขอร้องให้หลินเยียนหรันกลับบ้านเกิดไปผ่าตัดให้พ่อ

แล้วเธอพูดว่ายังไงน่ะเหรอ

“โรงพยาบาลห้ามหมอบินไปรับงานผ่าตัดข้างนอก งานก็คืองาน จะมาทำลายกฎเพราะเรื่องส่วนตัวไม่ได้”

ต่อมาพ่อของผมก็เสียชีวิตบนรถพยาบาลระหว่างการส่งตัวไปรักษาต่อ

นั่นคือความเสียใจที่สุดในชีวิตของผม

ตอนจัดงานศพให้พ่อ ผมตั้งใจเลือกดอกลำโพงสีดำ

มันคือภาษาดอกไม้ที่สื่อถึงพ่อ นั่นคือความตายและความรักที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้

แต่ที่แท้มันไม่เคยมีอะไรที่ไม่อาจหยั่งรู้เลย...

ไม่รู้กี่ครั้งที่สะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อนึกถึงเส้นผมสีดอกเลาของพ่อตอนใกล้จะสิ้นใจ ผมก็มักจะแอบร้องไห้ออกมา

ผมเฝ้าเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ควรเคียดแค้นหลินเยียนหรัน เพราะทุกคนต่างก็มีหลักการในใจที่ต้องปกป้อง

กระทั่งวันนี้ผมถึงได้เข้าใจว่ากฎเกณฑ์แหกได้ และหลักการก็สามารถโอนอ่อนได้

เพียงแค่คนอย่างผม กู้เลี่ยน ไม่คู่ควรก็เท่านั้น

หลังจากวางสายจากฉู่เหยียน ผมก็จับลูกโป่งและสายรุ้งที่ตกแต่งไว้โยนทิ้งลงถังขยะทั้งหมด

ผมเปิดเสิร์ชเอนจิน แล้วพิมพ์ข้อความลงไป 'คู่มือขับรถเที่ยวเองเส้นทางเสฉวน-ทิเบตสาย 318'

ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และถนนทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า

ผมเคยสัญญากับพ่อไว้ว่าในช่วงชีวิตนี้ จะขับรถพกกล้องถ่ายรูปไปเที่ยวเส้นทางสาย 318 ด้วยกันสักครั้ง

หลังพ่อจากไป เพื่อจะปลอบใจผม หลินเยียนหรันจึงบอกว่าสัญญาที่ยังไม่สำเร็จนี้ เธอจะเป็นคนไปเป็นเพื่อนแทนพ่อเอง

ทว่าปีนั้นหลินเยียนหรันเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นแพทย์เจ้าของไข้ เธอยุ่งมาก ยุ่งเสียจนไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าว

เห็นเธอหิวจนปวดท้องอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังต้องมานั่งดูประวัติคนไข้และเขียนวิทยานิพนธ์ ผมปวดใจเหลือเกิน

ผมจึงตัดสินใจปิดสตูดิโอถ่ายภาพของตัวเอง เปลี่ยนสถานะจากช่างภาพมาเป็นสามีของคุณหมอหลิน

ทั้งที่ในปีนั้น ผมเพิ่งได้รับรางวัลภาพถ่ายระดับประเทศ มีข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งอยู่ในมือ อนาคตกำลังสดใส

แต่ผมก็ยังเลือกจะทิ้งมันไปอย่างไม่ลังเล

ต่อมาหลินเยียนหรันได้กลายเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมหัวใจที่อายุน้อยที่สุด มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการ

ผมเคยคิดว่าความเสียสละและการทุ่มเทของตัวเองนั้นคุ้มค่า

แต่พอย้อนกลับมามองตอนนี้ มันช่างน่าสมเพชสิ้นดี...

เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของผม

หลินเยียนหรันกลับมาแล้ว

เธอถอดเสื้อคลุมออก ปรายตามองโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ข้าวล่ะ”

ผมจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

“ไม่อยากทำ เหนื่อยแล้ว”

คิ้วของเธอขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

“เหนื่อยกว่าฉันไปทำงานหรือไง”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เธอเหลือบมองชื่อคนโทรเข้า ก่อนจะกดรับสายแทบจะในทันที

“มีอะไรหรือเปล่า”

ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายที่ฟังดูอ่อนโยน

ใบหน้าที่ตึงเครียดของเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด มุมปากถึงกับยกขึ้นเล็กน้อย

“ใจเย็น ๆ เดี๋ยวฉันรีบไป”

ปลายสายมีเสียงเพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลเอ่ยแซว

“โหย หัวหน้าพยาบาลลู่มาตามกำลังเสริมอีกแล้วเหรอ”

“หัวหน้าหลินรีบมาเถอะครับ หัวหน้าพยาบาลใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว”

เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย บรรยากาศดูผ่อนคลาย ทั้งยังแฝงไปด้วยความตื่นเต้นของการจิ้นคู่รัก

ส่วนผมที่เป็นสามีที่จดทะเบียนสมรสกลับเหมือนคนนอกไปเลย

หลังจากวางสาย หลินเยียนหรันก็หยิบเสื้อคลุมที่เพิ่งถอดออกขึ้นมาสวมกลับเข้าไปใหม่

ผมเอ่ยปากขึ้น “ลู่เฉวียนเหรอ”

การกระทำของเธอชะงักไปเล็กน้อย

“คนไข้มีอาการผิดปกติ เขาเลยต้องตามฉัน เรื่องคอขาดบาดตาย คุณอย่าคิดมากไปเองเลย”

พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไป

ผมมองตามแผ่นหลังของเธอไป

นึกไปถึงสัปดาห์ก่อนที่เธอก็รีบร้อนออกจากบ้านไปแบบนี้ โดยบอกว่าจะไปดูงานสามวัน

ตอนนี้ถึงได้เข้าใจว่าไม่ได้ไปดูงาน

แต่เป็นการเดินทางไกลห้าร้อยกิโลเมตร เพื่อไปผ่าตัดให้น้าของลู่เฉวียน

“หลินเยียนหรัน”

ผมเรียกเธอไว้

เธอหันกลับมา “ว่าไง”

ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “วันนี้วันอะไร คุณจำได้ไหม”

เธอตอบกลับโดยไม่เสียเวลาคิด “หนึ่งมิถุนาเหรอ”

ผมหัวเราะ

ลืมไปแล้วจริง ๆ สินะ

วันนี้คือวันครบรอบแต่งงานของเรา

ปีที่ห้า

โชคดีที่มันก็เป็นปีสุดท้ายเช่นกัน

“ไม่มีอะไรหรอก”

ผมดึงสายตากลับมา

“คุณตั้งใจทำงานเถอะ”

หลินเยียนหรันมองผม ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็เค้นคำพูดแข็งกระด้างออกมา

“ฉันจัดการเสร็จแล้วจะรีบกลับมา จะให้ซื้ออะไรมาให้กินเป็นมื้อดึกไหม”

ผมส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอก”

ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

หลังหลินเยียนหรันออกไป ผมก็ไปร้านอาหารที่จองล่วงหน้าไว้เป็นสัปดาห์เพียงลำพัง

แสงไฟเจิดจ้า คู่รักเดินกันเป็นคู่ มีเพียงผมที่อยู่ตัวคนเดียว

พนักงานเสิร์ฟถาม “คุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าลูกค้าอีกท่านจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ”

ผมยิ้มบาง ๆ “เขาไม่มาแล้วล่ะครับ”

และจะไม่มีวันมาอีกแล้ว

หลังจากกินเสร็จ ผมก็กดโทรศัพท์หาศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์

“ผมอยากจองรถออฟโรดสักคัน ขอสมรรถนะดี ๆ ที่ขับบนเส้นทางเสฉวน-ทิเบตสาย 318 ได้ งบอยู่ที่ราว ๆ สี่ล้านครับ”

ผู้จัดการบอกว่ามีรุ่นหนึ่งที่ตรงตามความต้องการ แต่เพราะขายดีมากจึงไม่มีรถพร้อมส่ง ต้องใช้เวลาดึงของประมาณหนึ่งสัปดาห์

เจ็ดวัน เพียงพอให้ผมปล่อยวางอดีต และจัดการกับชีวิตแต่งงานอันแสนวุ่นวายนี้แล้ว

“เอารุ่นนี้แหละครับ อีกหนึ่งสัปดาห์ผมจะไปรับรถ”

หลังจากวางสาย ผมก็เปิดเบราว์เซอร์ขึ้นมาเพื่อดูคู่มือขับรถเที่ยวเส้นทางสาย 318 ต่อ

รูปภาพถูกเลื่อนผ่านไปทีละรูป ความฝันที่ถูกผมทอดทิ้งมาถึงห้าปี ราวกับได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ไม่นานนัก ฉู่เหยียนก็โทรมาบอกว่าร่างหนังสือหย่าเสร็จเรียบร้อย และส่งเข้าอีเมลไปแล้ว

ผมตอบรับในลำคอเบา ๆ “อืม”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอดถามผมไม่ได้

“กู้เลี่ยน นายรักเธอมากขนาดนั้น ตัดใจได้จริง ๆ เหรอ”

ผมถามเขากลับ “นายเคยเห็นหลินเยียนหรันยอมทิ้งหลักการและทุ่มเทสุดตัวเพื่อใครสักคนไหมล่ะ”

“ไม่เคย” เขาตอบตามตรง

“แต่ฉันเคยเห็น”

ผมทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันมืดมิดนอกหน้าต่าง มุมปากยกยิ้มขื่นขม

“แต่ไม่ใช่เพื่อฉัน”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
19 Chapters
บทที่ 1
วันนี้ตอนเพิ่งได้รับดอกไม้ ผมดีใจมากจริง ๆผมนึกว่าในที่สุดหลินเยียนหรันก็คิดได้ และเตรียมเซอร์ไพรส์วันครบรอบแต่งงานให้ผมแต่พอเปิดการ์ดในช่อดอกไม้ดู รอยยิ้มของผมก็แข็งค้างอยู่บนมุมปาก[ขอบคุณรุ่นพี่หลินที่บินด่วนมาผ่าตัดให้คุณน้าของผมโดยเฉพาะ ครอบครัวของเราซาบซึ้งใจมาก นี่ดอกไม้ที่ผมตั้งใจเลือกให้รุ่นพี่ คิดว่ามันเหมาะกับ ‘เรา’ มาก หวังว่ารุ่นพี่จะชอบนะครับ—ลู่เฉวียน]มือของผมสั่นเทา ช่อดอกไม้ร่วงหล่นกระแทกพื้นสามปีก่อน พ่อป่วยหนักหมอบอกว่าต้องผ่าตัดให้เร็วที่สุดแต่เทคโนโลยีการแพทย์ในอำเภอล้าหลัง และพ่อของผมก็ทนรับการย้ายโรงพยาบาลทางไกลไม่ไหวผมจึงขอร้องให้หลินเยียนหรันกลับบ้านเกิดไปผ่าตัดให้พ่อแล้วเธอพูดว่ายังไงน่ะเหรอ“โรงพยาบาลห้ามหมอบินไปรับงานผ่าตัดข้างนอก งานก็คืองาน จะมาทำลายกฎเพราะเรื่องส่วนตัวไม่ได้”ต่อมาพ่อของผมก็เสียชีวิตบนรถพยาบาลระหว่างการส่งตัวไปรักษาต่อนั่นคือความเสียใจที่สุดในชีวิตของผมตอนจัดงานศพให้พ่อ ผมตั้งใจเลือกดอกลำโพงสีดำมันคือภาษาดอกไม้ที่สื่อถึงพ่อ นั่นคือความตายและความรักที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้แต่ที่แท้มันไม่เคยมีอะไรที่ไม่อาจหยั่งรู้เลย.
Read more
บทที่ 2
เพิ่งวางสาย เสียงของผู้จัดการก็ดังมาจากหน้าร้านอาหาร“หมอหลิน โต๊ะที่จองไว้พร้อมแล้ว เชิญทางนี้ครับ”ผมอ่อนไหวกับคำเรียกว่า “หมอหลิน” เอามาก ๆ จึงเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณเป็นหลินเยียนหรันจริง ๆด้านข้างยังมีลู่เฉวียนทั้งสองคนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันเข้ามาหลินเยียนหรันถอดเสื้อกาวน์ออกแล้ว ปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวพับขึ้นมาถึงท่อนแขน สีหน้าแววตาดูเหนื่อยล้าลู่เฉวียนเดินอยู่ข้างเธอ เอียงหน้าพูดอะไรบางอย่างไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร หลินเยียนหรันถึงได้ยิ้มออกมาผมมองภาพนั้นแล้วรู้สึกอึดอัดเหมือนมีก้อนสำลีจุกอยู่ที่อกเมื่อก่อนตอนเธอกลับบ้านหลังเลิกงาน ผมมักจะดึงเธอมาคุยด้วยเสมอ แทบจะอยากเล่าเรื่องราวใหม่ ๆ ที่พบเจอมาทั้งวันให้เธอฟังทั้งหมดแต่เธอมักจะทำท่าทีไม่ค่อยสนใจ อย่าว่าแต่ยิ้มเลย แค่ตอบอืมคำเดียวก็ถือว่าไว้หน้ากันมากแล้วผมยังคอยหาข้ออ้างให้เธอว่าทำงานเหนื่อยเกินไป เลยไม่มีแรงตอบสนองผมตอนนี้ถึงได้เข้าใจว่าต่อให้เธอเหนื่อย เธอก็ยิ้มได้เหมือนกันแค่ไม่ได้ยิ้มให้ผมก็เท่านั้น“พี่เขยเหรอครับ”ลู่เฉวียนสังเกตเห็นผมก่อน จึงรีบเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูพอเหมาะพอดีบนใ
Read more
บทที่ 3
ผมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋าจนไม่ได้นอนทั้งคืนมีเพียงความยุ่งตลอดเวลาเท่านั้น ถึงจะทำให้ลืมความเจ็บปวดที่ว่างเปล่าในอกไปได้ตอนฟ้าใกล้สาง ผมไปค้นอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ถูกฝุ่นจับมานานหลายปีออกมาจากห้องเก็บของพอกดปุ่มเปิดเครื่อง หน้าจอก็สว่างขึ้นในชั่วอึดใจนั้น จมูกก็พลันแสบขึ้นมาอย่างรุนแรงโชคดีที่ยังไม่พัง ทุกอย่างยังทันเวลาพออุ้มกล้องกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นนายหน้าอสังหา“คุณกู้ครับ บ้านที่คุณกับภรรยาไปดูเมื่อสัปดาห์ก่อน คุยกับเจ้าของบ้านเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร สุดสัปดาห์หน้าก็เซ็นสัญญาได้เลย”ผมชะงักไป เกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทก่อนหน้านี้หลินเยียนหรันได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนก็เพิ่มขึ้นเธอบอกว่าบ้านที่อยู่ตอนนี้เล็กเกินไป อยากเปลี่ยนหลังใหม่ให้ใหญ่ขึ้นเธอเป็นคนเสนอไอเดียนี้แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งไปดูบ้าน เลือกบ้าน ติดต่อนายหน้า เปรียบเทียบแปลนบ้าน และคำนวณสินเชื่อ ผมกลับเป็นคนจัดการคนเดียวทั้งหมดเธอแค่ไปเป็นเพื่อนผมครั้งเดียวเท่านั้นวันนั้นผมลากเธอไปดูห้องนอนของเราด้วยความตื่นเต้น แล้วถามว่าเธอชอบการตกแต่งสไตล์ไหนเธอเ
Read more
บทที่ 4
ผมกำใบรายงานผลตรวจแน่นจนข้อต่อนิ้วซีดขาว...ทำไมถึงไปทำหมันล่ะคะหึ ก็เพื่อหลินเยียนหรันน่ะสิเธอเป็นคนบ้างาน แถมยังกลัวเจ็บ ปากก็พร่ำบอกว่าการตั้งครรภ์จะทำลายชีวิตทั้งชีวิตของเธอ จึงยืนกรานว่าจะเป็นครอบครัวที่ไม่มีลูกผมสงสารเธอ ดังนั้นต่อให้ผมจะรักเด็กแค่ไหน ผมก็ยอมตกลงหลังแต่งงานเราป้องกันมาตลอดแต่เมื่อไม่นานมานี้ เธอไปเห็นกรณีศึกษาหนึ่งเข้าคู่สามีภรรยาที่ไม่มีลูกคู่หนึ่ง ฝ่ายชายเกิดเปลี่ยนใจตอนวัยกลางคน แต่ฝ่ายหญิงไม่สามารถมีลูกได้แล้ว เขาเลยไปมีเมียน้อยข้างนอกเพื่อให้คลอดลูกให้เธอบอกว่ากลัวผมจะเป็นแบบนั้นเพื่อให้เธอสบายใจ ผมจึงไปทำหมันในวันรุ่งขึ้นทันทีโดยไม่สนใจคำคัดค้านของญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงเดิมทีตั้งใจว่าจะบอกข่าวนี้กับเธอในวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเรา เพื่อให้เธอไม่ต้องกังวลอีกต่อไปคิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะไม่เปิดโอกาสให้ผมเลยโชคดีที่พยาบาลบอกผมว่าเพิ่งทำหมันไปได้ไม่นาน สภาพท่อนำอสุจิยังดีอยู่มาก แค่ผ่าตัดแก้หมันก็กลับมามีลูกได้เหมือนเดิมตอนที่ผมกำลังลังเลว่าจะผ่าตัดดีไหม ประตูห้องพักผู้ป่วยก็พลันถูกผลักออกหลินเยียนหรันเดินเข้ามา ในมือถือซองเอกสารที่ผมฝาก
Read more
บทที่ 5
การผ่าตัดถูกจัดไว้ในช่วงสายของวันพรุ่งนี้ผมกลับมาบ้านก่อนท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ดอกไม้ตรงระเบียงกำลังเบ่งบานงดงามพุดซ้อน กุหลาบ ไม้อวบน้ำ ไฮเดรนเยีย ล้วนเป็นต้นไม้ที่ผมค่อย ๆ ปลูกทีละกระถางตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลินเยียนหรันไม่มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนผม ผมเลยต้องเอาใจไปผูกไว้กับต้นไม้ใบหญ้าแทนพอผมไปแล้ว ดอกไม้พวกนี้ก็ไม่มีใครคอยดูแล ปล่อยให้เหี่ยวเฉาไปก็น่าเสียดายผมถ่ายรูปแล้วส่งลงกลุ่มลูกบ้าน: [จะย้ายบ้านแล้ว ยกต้นไม้ให้ฟรี ใครมาก่อนได้ก่อนครับ]เพื่อนบ้านเองก็ไว้หน้ากันมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพื้นที่ตรงระเบียงก็โล่งไปกว่าครึ่งพอยกดอกไฮเดรนเยียกระถางสุดท้ายให้คนอื่นไป ผมก็ยืนอยู่บนระเบียงอันว่างเปล่าที่แท้การปล่อยวาง ก็ไม่ได้ยากเย็นเหมือนอย่างที่คิดผมหันหลังเดินเข้าห้องแต่งตัวในตู้กระจกเต็มไปด้วยนาฬิกาข้อมือ ส่วนใหญ่เป็นของขวัญที่หลินเยียนหรันซื้อให้เมื่อก่อนตอนได้รับมา ผมดีใจแทบแย่แต่พอกลับมามองในวันนี้ พลันนึกถึงสีหน้าของเธอเวลาให้ของขวัญที่ให้แบบส่ง ๆ ซ้ำยังซื้อแบบเดิมซ้ำกันถึงสองครั้ง ช่างน่าขำสิ้นดีคนที่ผมรักมาตลอด เป็นเพียงหลินเยียนหรันที่ผมจินตนาการขึ้นมาเอง
Read more
บทที่ 6
ทันทีที่เห็นหน้าลู่เฉวียนชัด ๆ ร่างกายของผมก็พลันเกร็งไปทั้งตัว“ผมขอเปลี่ยนผู้ช่วยครับ”ผมพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่กลับถูกหมอกดเอาไว้“โวยวายอะไรกันครับ หัวหน้าพยาบาลลู่เป็นพยาบาลที่เก่งที่สุดในแผนกเรา คนอื่นอยากให้เขามาเป็นผู้ช่วยยังต้องต่อคิวเลยนะ การที่เขามาลงมือเองถือเป็นความโชคดีของคุณแล้ว”ผมยังอยากจะพูดต่อแต่วิสัญญีแพทย์ก็เดินเข้ามาเสียก่อน“ทำตัวตามสบายนะครับ หลับตื่นหนึ่งก็เรียบร้อยแล้ว”ของเหลวเย็นเฉียบถูกฉีดเข้าสู่เส้นเลือด สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางภาพสุดท้ายตรงหน้าคือลู่เฉวียนที่ยืนอยู่ใต้โคมไฟผ่าตัดไร้เงา กำลังจ้องมองผมด้วยแววตาเย็นเยียบไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยราวกับถูกมีดทื่อ ๆ คว้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่สูดลมหายใจล้วนสะเทือนไปถึงแผลพอพยายามลืมตาขึ้น ภายในห้องพักผู้ป่วยกลับว่างเปล่า มีเพียงลู่เฉวียนที่กำลังจดบันทึกข้อมูลการพยาบาลอยู่“ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย...”ลู่เฉวียนเดินเข้ามาเหลือบมองด้วยสีหน้าราบเรียบ “อาการปกติครับ หลังผ่าตัดก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น พักผ่อนเถอะ”พูดจบเขาก็ก้มหน้าก้มตาเขียน
Read more
บทที่ 7
“ผมจะไปไหนได้ล่ะ” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“วันนี้บริษัทแก๊สเข้ามาตรวจที่บ้าน” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันเย็นชา “ไม่มีคนอยู่บ้าน เขาก็เลยโทรมาหาฉัน ทำไมคุณถึงไม่อยู่บ้าน”ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองผมยังแอบคิดว่าในที่สุดเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติของผมเสียอีกผมยิ้มออกมาเงียบ ๆ หัวเราะเยาะตัวเองที่ยังมีหวังลม ๆ แล้ง ๆ แบบนี้“ทำไมผมต้องอยู่ติดบ้านด้วยล่ะ” ผมถามกลับ “ผมออกไปข้างนอกไม่ได้เหรอ จะมีชีวิตเป็นของตัวเองไม่ได้หรือไง หรือแค่ออกไปเที่ยวบ้างไม่ได้เหรอ”น้ำเสียงของหลินเยียนหรันเริ่มกดต่ำลง“กู้เลี่ยน ช่วงนี้คุณเป็นอะไรไป ข้าวปลาไม่ทำ บ้านช่องไม่กลับ แถมยังชอบชักสีหน้าใส่กันอีก”“แล้วนี่ถึงขั้นไปเที่ยวคนเดียว คุณบ้าไปแล้วหรือไง”ผมมองแสงอาทิตย์ยามเย็นนอกหน้าต่าง เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ไม่ได้บ้าหรอก แค่ตาสว่างแล้วต่างหาก”ปลายสายพลันเงียบงันไปทันทีทิ้งช่วงครู่หนึ่ง หลินเยียนหรันก็แค่นหัวเราะออกมา“ก็ได้ คุณงี่เง่าต่อไปเถอะ”“ในเมื่อคุณไม่ยอมกลับบ้าน ฉันก็จะไม่กลับเหมือนกัน”“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจะอดทนได้นานกว่ากัน”สายถูกตัดไปแล้วฉู่เหยียนโมโหจนแทบจะ
Read more
บทที่ 8
ตกเย็น หลินเยียนหรันประคองช่อดอกไม้เดินออกจากร้านตรงกลางช่อดอกไม้ซ่อนกุญแจรถเอาไว้หนึ่งดอกเธอคิดว่าการยอมก้มหัวให้แบบนี้จะเป็นการตามใจกู้เลี่ยนมากเกินไปหรือเปล่าแต่พอคิดถึงสีหน้าประหลาดใจของกู้เลี่ยนตอนที่ได้รับดอกไม้ เธอก็อดอมยิ้มมุมปากไม่ได้พอผลักประตูบ้านเข้าไป เธอก็เอ่ยเรียกเสียงเบา “กู้เลี่ยน”เงียบเงียบเกินไปแล้วภายในบ้านว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของคนอยู่เลยสักนิดเธอขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์มือถือกดโทรหากู้เลี่ยน“หมายเลขที่ท่านเรียกกำลังติดสาย...”ใจพลันหล่นวูบเธอผลักประตูกระจกที่กั้นระเบียงออกว่างเปล่าดอกไม้ที่กู้เลี่ยนคอยดูแลเอาใจใส่อย่างดีมาตลอดห้าปี หายไปหมดเกลี้ยงเหลือเพียงชั้นวางกระถางเปล่า ๆ วางทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว ดูอ้างว้างจับใจหลินเยียนหรันชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกตื่นตระหนกที่อธิบายไม่ถูกตีตื้นขึ้นมาในใจเธอรีบจ้ำอ้าวไปที่ห้องแต่งตัวแล้วผลักประตูออกถึงกับยืนอึ้งไปทั้งตัวข้าวของที่เธอเคยซื้อให้กู้เลี่ยน หายไปหมดแล้วทั้งนาฬิกา เนกไทและเสื้อผ้าล้วนหายไปหมดสีหน้าของหลินเยียนหรันดูไม่ได้เลย เธอพยายามกดโทรออกอีกครั้งติดสายโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Read more
บทที่ 9
วันที่สองหลังจากกู้เลี่ยนจากไป หลินเยียนหรันไม่ได้ไปโรงพยาบาลผ้าม่านถูกรูดปิดมิดชิด ทำให้ทั้งบ้านมืดสลัวราวกับเป็นยามวิกาลเธอเปิดเหล้าอีกขวดแล้วกระดกรวดเดียวอึกใหญ่ฤทธิ์แอลกอฮอล์บาดคอจนปวดแสบปวดร้อน ทว่าไม่อาจข่มความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาในอกได้เลยกู้เลี่ยนตัดสินใจหย่าอย่างเด็ดขาด ซ้ำยังไปผ่าตัดแก้หมันอย่างเด็ดเดี่ยวแต่กลับไม่เคยปริปากปรึกษาเธอเลยสักเรื่องเดียวเธอเป็นตัวอะไรกันแล้วชีวิตคู่ตลอดห้าปีที่ผ่านมาของพวกเขาล่ะ มันคืออะไรกันแน่ประตูถูกเปิดออกจางข้างนอกลู่เฉวียนหิ้วกระติกเก็บความร้อนเดินเข้ามา พอเห็นสภาพข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที“รุ่นพี่...” เขารีบสาวเท้าเข้ามาหาด้วยความปวดใจ “ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้ล่ะครับ”หลินเยียนหรันเอนกายพิงโซฟาโดยไม่ตอบสนอง ราวกับมองไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาลู่เฉวียนย่อตัวลงแล้วเปิดกระติกเก็บความร้อน “ผมต้มน้ำซุปมาให้ กินหน่อยนะครับ”หลินเยียนหรันยังคงเงียบทว่าลู่เฉวียนกลับเริ่มมีความหวังขึ้นมาทีละน้อยกู้เลี่ยนไปแล้วตอนนี้คนที่คอยอยู่เคียงข้างหลินเยียนหรัน มีเพียงเขาคนเดียวเขาทิ้งตัวลงนั่งข้าง
Read more
บทที่ 10
ลู่เฉวียนถูกกระชากคอเสื้อจนหายใจไม่ออก ทำได้เพียงเค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก“รุ่นพี่ครับ เชื่อผมเถอะ...ผมไม่ได้ทำร้ายพี่เขยจริง ๆ ...”หลินเยียนหรันปล่อยมือทันที แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง“ไสหัวออกไป”ลู่เฉวียนตัวสั่นเทา “รุ่นพี่ครับ...”“ฉันบอกให้ไสหัวออกไป! ฉันจะเปลี่ยนรหัสผ่านบ้าน ถ้านายบุกรุกเข้ามาอีก ฉันจะแจ้งความ”ลู่เฉวียนหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดหลินเยียนหรันหันหลังกลับไปแล้ว และไม่ปรายตามองเขาอีกเลย...วันต่อมา ลู่เฉวียนไปทำงานที่โรงพยาบาลด้วยท่าทีเหม่อลอย ทว่ากลับได้รับสายจากศาล แจ้งว่าเขามีหมายเรียกคดีความสมองของลู่เฉวียนดื้ออึงไปหมด เขาเอ่ยถามเสียงเบา “คดีอะไรครับ”เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า “ข้อพิพาทเกี่ยวกับการละทิ้งหน้าที่ในการดูแลรักษาพยาบาล โจทก์คือคุณกู้เลี่ยนครับ”ลู่เฉวียนหน้าซีดเผือด ยืนนิ่งอยู่กับที่ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีบทความยาวบทหนึ่งปรากฏขึ้นบนอินเทอร์เน็ตเนื้อหามีลำดับชัดเจน หลักฐานครบถ้วน แจกแจงปัญหาต่าง ๆ ของลู่เฉวียนตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างละเอียดทั้งการใช้ทรัพยากรทีมงานของแพทย์หญิงท
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status