Share

บทที่ 7

Penulis: อาหลิง
วันต่อมา เฉิงเวยอี้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตัวเองราวกับเป็นคนไร้ตัวตน

เธอมองดูลู่จิ่งหวายคอยหาวิธีต่าง ๆ มาทำให้หร่วนชิงชิงมีความสุขทุกวัน มองดูเขาต้มยาบำรุงครรภ์ให้เธอด้วยตัวเอง มองดูเขาเลื่อนประชุมบริษัทออกไป เพียงเพื่อแลกกับรอยยิ้มของหร่วนชิงชิง

วันหนึ่ง ตอนที่ลู่จิ่งหวายไม่อยู่ หร่วนชิงชิงก็เข้ามาขวางเธอไว้ด้วยท่าทางหยิ่งยโสเพื่ออวดโอ่

“ต่อให้เธอแต่งงานกับพี่จิ่งหวายแล้วจะยังไง? เขารับปากฉันแล้วว่าลูกคนนี้ไม่เพียงใช้นามสกุลลู่ แต่ยังเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลลู่อีกด้วย! ส่วนเด็กในท้องของเธอ ก็เป็นแค่ลูกไม่มีพ่อเท่านั้น!”

เฉิงเวยอี้กำลังจะลงไปชั้นล่างเพื่อรินน้ำ พอได้ยินก็ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินผ่านไป

ท่าทีแบบนั้นทำให้หร่วนชิงชิงโมโหจนถึงขีดสุด

“เฉิงเวยอี้ เธอตกต่ำขนาดนี้แล้ว ยังจะวางท่าสูงส่งอะไรอีก!”

จู่ ๆ เธอก็พุ่งเข้ามาผลักเฉิงเวยอี้อย่างแรง

เฉิงเวยอี้ตั้งตัวไม่ทัน ร่างทั้งร่างหงายล้มไปด้านหลัง

ท่ามกลางภาพที่หมุนคว้าง เธอได้ยินเสียงท้ายทอยกระแทกราวบันไดดังอึบ ก่อนที่โลกทั้งใบจะจมสู่ความมืดมิด

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็อยู่ในโรงพยาบาลอีกแล้ว

ลู่จิ่งหวายยืนอยู่ข้างเตียง ประโยคแรกที่เอ่ยคือการต่อว่าอย่างดุดัน“ทำพ่อแม่ของชิงชิงบาดเจ็บยังไม่พอ ทำไมยังผลักเธอตกบันไดอีก? ไม่รู้หรือว่าเธอกำลังท้อง?”

ทุกคำพูดราวกับมีดที่แทงลงกลางหัวใจของเธอ

เฉิงเวยอี้หัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน หัวเราะจนทั้งตัวสั่นเทา

“ลู่จิ่งหวาย” เธอเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า “ฉันดูเหมือนคนโง่มากหรือไง?”

“ว่าไงนะ?”

“ถ้าฉันคิดจะทำร้ายเธอจริง” เธอค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง “ทำไมคนที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้ถึงเป็นฉัน?”

“เพราะหลังจากผลักเธอแล้วคุณกลัวความผิด เลยจงใจตกบันไดเองเพื่อเรียกความสงสาร!” ลู่จิ่งหวายมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “อาอี้ ผมยิ่งนับวันยิ่งมองคุณไม่ออก ทั้งที่คุณตกลงให้ชิงชิงย้ายเข้ามาอยู่แล้ว ทำไมยังต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้อีก?”

เขาหันหลังเดินไปทางประตู “ผมจะไม่มาเยี่ยมคุณอีกแล้ว คุณก็ทบทวนตัวเองดี ๆ ละกัน”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป ประตูห้องผู้ป่วยถูกปิดกระแทกเสียงดังลั่น

เฉิงเวยอี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองเพดานเหนือศีรษะ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ

เธอสูดหายใจเบา ๆ ได้แต่บอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ใกล้แล้ว อีกไม่นานทุกอย่างก็จะจบลงแล้ว

วันออกจากโรงพยาบาล ตรงกับวันที่ระยะผ่อนผันก่อนหย่าสิ้นสุดพอดี

เฉิงเวยอี้ตรงไปที่สำนักงานกิจการพลเรือน และได้รับใบหย่าสีแดงเข้มเล่มนั้นมา

พอกลับถึงบ้าน เธอก็เริ่มเก็บกระเป๋า เตรียมจากที่นี่ไปอย่างถาวร

เพิ่งลากกระเป๋าลงมาชั้นล่าง ลู่จิ่งหวายก็กลับมาพอดี

“จะทำอะไร?” เขาขมวดคิ้วมองกระเป๋าเดินทางในมือเธอ “เพิ่งออกจากโรงพยาบาลก็จะเอาของไปบริจาคอีกแล้วเหรอ?”

เขาคิดว่าเธอกำลังจะเอาของแบรนด์เนมที่เขาเคยให้ไปบริจาคอีก

เฉิงเวยอี้ไม่ได้อธิบายอะไร

ลู่จิ่งหวายเดินเข้ามาอีกสองก้าว ก่อนหยิบบัตรเชิญปั๊มทองออกมาจากกระเป๋าด้านในสูท “ชิงชิงใจดี ไม่ติดใจเรื่องก่อนหน้านี้ วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ คุณเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่แล้วไปกับผม”

เฉิงเวยอี้เพิ่งจะอ้าปากปฏิเสธ โทรศัพท์ของลู่จิ่งหวายก็ดังขึ้น

เสียงออดอ้อนของหร่วนชิงชิงดังมา“พี่จิ่งหวาย ทำไมยังไม่มาถึงอีกคะ? ทุกคนกำลังรอพี่อยู่นะ...”

“ถึงเดี๋ยวนี้แล้ว” ลู่จิ่งหวายตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนหันมาพูดกับเฉิงเวยอี้ว่า “สายแล้ว ผมไปก่อนนะ ในเมื่อคุณยังจะ ‘เอาของไปบริจาค’ ก็จัดการให้เสร็จแล้วค่อยตามมา อย่าลืมเอาของขวัญมาด้วย”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป

เฉิงเวยอี้มองแผ่นหลังของเขา ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ

เธอจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แน่นอน

ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ไม่มีใครลืมลงแน่นอน

เธอใส่ใบหย่าและใบรับรองการแท้งลงในกล่องของขวัญ ก่อนเรียกพนักงานส่งพัสดุมารับ

“ส่งไปที่ที่อยู่นี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “และต้องเปิดต่อหน้าทุกคนให้ได้”

หลังพนักงานส่งพัสดุจากไป เฉิงเวยอี้ลากกระเป๋าเดินทางออกจากวิลล่าหลังนี้โดยไม่หันกลับมามองสักครั้ง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต

นอกประตู แสงแดดกำลังงดงามพอดี

เธอสูดหายใจลึก ๆ ก่อนก้าวเดินไปสู่ชีวิตบทใหม่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 23

    หลังเสียงจอแจดังอยู่พักหนึ่ง เสียงถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังของเฉิงจิ่นฉือก็ดังขึ้นมา “เธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วเหรอ?”ทันทีที่ประโยคนั้นดังขึ้น ลู่จิ่งหวายที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็เกร็งไปทั้งร่างและกลั้นหายใจทันที ราวกับกลัวว่าจะพลาดฟังไปแม้แต่คำเดียวไม่นาน เสียงของเฉิงเวยอี้ที่หนักแน่นและเด็ดขาดก็ดังเข้าหูลู่จิ่งหวาย “ใช่”คำว่า “ใช่” นั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ทำให้เลือดทั้งร่างของลู่จิ่งหวายเย็นเฉียบในพริบตา เขากำผ้าปูที่นอนไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว จนนิ้วซีดขาว ร่างกายเหมือนถูกตรึงอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขยับไม่ได้แม้แต่น้อยสมองของเขาว่างเปล่า ความคิดทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในชั่วขณะนั้นเสียงอื้ออึงในหูที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาแทบไม่ได้ยินคำพูดต่อจากนั้นของเฉิงเวยอี้อย่างชัดเจนที่จริงจะฟังต่อหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน เพราะคำเพียงคำเดียวนั้นได้บอกคำตอบของเธอแก่เขาแล้วเธอปล่อยวางเขาได้จริง ๆ แล้วนั่นยังหมายความว่าเธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไป และจะไม่มีวันหันกลับมาหาเขาอีกความรักลึกซึ้งที่ลู่จิ่งหวายมอบให้ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ล้วนเป็นเพียงการคิดไปเองฝ่

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 22

    จนกระทั่งนิทรรศการปิดลง ลู่จิ่งหวายก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเฉิงเวยอี้สักคำเดียวขณะที่เขากำลังจะตามเฉิงเวยอี้ออกไป โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นกะทันหันเมื่อเห็นคำว่า “พ่อ” บนหน้าจอโทรศัพท์ สุดท้ายลู่จิ่งหวายก็เลือกกดรับสายสองพ่อลูกไม่มีใครเอ่ยปากก่อน เพียงเงียบฟังเสียงลมหายใจของกันและกันเท่านั้นในที่สุดพ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็เป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน “เวลาใกล้หมดแล้ว แกยังไม่ยอมกลับมาอีกเหรอ?”ความสัมพันธ์ระหว่างลู่จิ่งหวายกับพ่อลู่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้สนิทกันนัก อีกทั้งตอนเด็กพ่อก็มีเวลาอยู่กับเขาน้อยมาก สองพ่อลูกจึงแทบไม่มีเรื่องอะไรคุยกันเลยยิ่งพ่อลู่เป็นคนเข้มงวด และไม่ค่อยยอมเป็นฝ่ายสื่อสารกับลูกชายก่อนช่องว่างระหว่างสองพ่อลูกจึงยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ พอได้ยินพ่อลู่เป็นฝ่ายถามเขาก่อน ลู่จิ่งหวายจึงรู้สึกไม่ค่อยชินนักเขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนตอบว่า “ผมจะกลับไป แต่ผมอยากหาคำตอบของตัวเองให้เจอก่อน”เขาเพียงอยากรู้ว่าเฉิงเวยอี้ยังรักเขาอยู่หรือไม่ และยังยินดีจะให้โอกาสเขาอีกไหมเมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อลู่ที่อยู่ปลายสายก็ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรก “แกคิดว่ายังไงล่ะ?”คำตอบนั้นแม้แต่คนนอกอย่า

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 21

    ยามเย็น ดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองเริ่มเบ่งบานกลางท้องฟ้า แสงหลากสีส่องสว่างไปทั่วครึ่งฟ้าบนระเบียงบ้านตระกูลเฉิง เฉิงเวยอี้ถูกแขกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง ราวกับดวงดาวรายล้อมดวงจันทร์ลู่จิ่งหวายที่อยู่ในรถไกลออกไป มองเห็นเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้เลือนรางเท่านั้นรอยยิ้มนั้นยังคงมีพลังดึงดูดใจเหมือนเดิม จนทำให้เขายิ้มตามไปด้วย“สุขสันต์วันเกิดนะ” อาอี้ของฉันเมื่อดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายจางหายไป แขกก็ทยอยแยกย้ายกันกลับรถหรูคันแล้วคันเล่าขับออกไปไกลลับตาตระกูลเฉิงที่กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เหลือเพียงคนรับใช้บางส่วนกำลังเก็บกวาดห้องโถงอยู่แต่รถของลู่จิ่งหวายยังคงจอดอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหนจนกระทั่งไฟดวงสุดท้ายของบ้านตระกูลเฉิงถูกปิดลง ลู่จิ่งหวายจึงสั่งให้ผู้ช่วยออกรถแต่ในตอนนั้นเอง กระจกรถข้างตัวลู่จิ่งหวายก็ถูกเคาะเบา ๆ จากด้านนอกคนที่มาคือพ่อบ้านของตระกูลเฉิงเมื่อเห็นลู่จิ่งหวายกดกระจกลงแล้วมองมาทางตน พ่อบ้านตระกูลเฉิงก็ยื่นของขวัญที่เขาส่งไปเมื่อเช้ามาตรงหน้าเขาทั้งสองไม่พูดอะไรสักคำ เพียงมองหน้ากันเงียบ ๆ เช่นนั้นสุดท้ายลู่จิ่งหวายเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน เขายื่นมือไปรับของขวั

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 20

    พอเฉิงเวยอี้รู้เรื่อง จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงไม่จริง แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วบอกเขาว่าไม่เป็นไรด้วยความรู้สึกผิด เขารีบกอดเธอไว้แล้วปลอบเบา ๆ ว่า วันเกิดครั้งหน้าเขาจะทำเส้นที่ดีกว่านี้ให้เธออีกเส้นหนึ่งต่อมาเขาทำสร้อย “หัวใจแห่งรักแท้” เส้นนี้สำเร็จ แต่เจ้าของของมันไม่อยู่ข้างกายเขาแล้วลู่จิ่งหวายสูดหายใจลึก ยกมือเคาะกระจกรถ ไม่นานกระจกก็เลื่อนลง ชายหน้าตาแปลกหน้าคนหนึ่งรีบชะโงกหน้าออกมาอย่างประจบประแจง“คุณลู่”ลู่จิ่งหวายยื่นของขวัญในมือให้อีกฝ่าย พร้อมยิ้มกล่าวขอบคุณ “รบกวนด้วยครับ”วันนี้งานเลี้ยงของตระกูลเฉิงเชิญแขกมามากมาย พอดีในนั้นมีคนที่ลู่จิ่งหวายรู้จักและยังไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ เขาจึงฝากอีกฝ่ายช่วยนำของขวัญของเขาเข้าไปให้อีกฝ่ายโบกมือ พลางบอกว่าไม่รบกวนเลยอยู่หลายครั้ง ก่อนอุ้มของขวัญของลู่จิ่งหวายเดินไปทางบ้านตระกูลเฉิงวันนี้บ้านตระกูลเฉิงมีแขกมามาก การตรวจสอบจึงไม่เข้มงวดนัก เพียงยืนยันว่าของขวัญไม่มีอันตรายใด ๆ ก็ปล่อยให้เข้าไปได้ลู่จิ่งหวายที่อยู่ไกลออกไปถอนหายใจโล่งอก ก่อนเอนพิงพนักเบาะและหลับตาพักสายตาภายในห้องโถงตระกูลเฉิง งานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงคร

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 19

    แม่เฉิงคุยโทรศัพท์พลางเดินห่างออกไป ส่วนในห้อง เฉิงเวยอี้ยกมือปิดปาก ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเธอรู้ว่าพ่อแม่รักเธอมาก แม้ตอนอยู่ในร้านทั้งคู่จะไม่ได้พูดอะไร แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องหาทางทวงความยุติธรรมให้เธอแน่นอนหลังจากนั้น ทุกคนต่างไม่พูดถึงเรื่องนี้กันโดยปริยายหลังเที่ยวที่ซูเฉิงกับพ่อแม่จนเต็มอิ่มแล้ว เฉิงเวยอี้จึงขึ้นเครื่องบินกลับไห่เฉิงและในวันถัดจากที่เฉิงเวยอี้กลับมา ก็เป็นวันเกิดอายุยี่สิบหกปีของเธอพอดีในฐานะลูกสาวคนโปรดของตระกูลเฉิงที่ได้รับความรักและการตามใจมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของเฉิงเวยอี้ ทั้งเมืองจะจุดดอกไม้ไฟฉลองให้เธอวันเกิดปีนี้ของเฉิงเวยอี้ ตระกูลเฉิงจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษวันจัดงานเลี้ยง เหล่าคนดังจากทุกวงการต่างมาร่วมแสดงความยินดีรถหรูที่ขับมาร่วมงานจอดต่อแถวยาวจากหน้าวิลล่าตระกูลเฉิงออกไปไกลหลายลี้ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่พูดคุยหัวเราะพลางเดินเข้าสู่ห้องโถงพนักงานต้อนรับยืนรออยู่หน้าประตูเป็นแถวยาว ทุกครั้งที่มีแขกเข้ามา ก็จะมีพนักงานรีบเข้าไปนำทางไปยังที่นั่งของตนทันทีส่วนในห้องของเฉิงเวยอี้บนชั้นบน เธอในชุดราตรีกำลังถูกช

  • ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างเดียวดาย   บทที่ 18

    อาจเป็นเพราะสังเกตเห็นว่าเฉิงเวยอี้อารมณ์ไม่ค่อยดี เฉิงจิ่นฉือจึงตัดสินใจส่งเธอกับพ่อแม่ไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของแม่เฉิงทันทีเดิมทีเขาอยากส่งภรรยาไปด้วย แต่เพราะภรรยารู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านส่วนเฉิงจิ่นฉือเองก็อยู่ดูแลภรรยาที่บ้าน และคอยขัดขวางไม่ให้ลู่จิ่งหวายเข้าไปหาเฉิงเวยอี้ด้วยเพราะผู้ช่วยได้รับข่าวล่าช้า ลู่จิ่งหวายจึงยังคงไปดักรอเฉิงเวยอี้ตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนเช่นเคยครั้งแรก เขายืนตากลมหนาวอยู่ที่ลานกว้างทั้งคืน ไม่เพียงไม่ได้รอพบเฉิงเวยอี้ที่ควรจะมาดูดอกไม้ไฟ แต่ยังทำให้ตัวเองเปียกฝนไปทั้งร่างไม่ผิดจากที่คาด ลู่จิ่งหวายล้มป่วย แต่ครั้งนี้ข้างกายเขาไม่มีผู้หญิงคนนั้นที่เคยคอยดูแลอย่างใส่ใจ และเช็ดตัวลดไข้ให้เขาตลอดทั้งคืนอีกแล้วครั้งที่สอง เขาไปตามหาเธอในบาร์ที่เมื่อก่อนเคยเกลียดที่สุด แม้บาร์แห่งนั้นจะเป็นบาร์เงียบ ๆ แต่ทุกคนที่เข้าไปต้องดื่มเหล้าแรงสามแก้วก่อนลู่จิ่งหวายดื่มเหล้าไม่ได้ ตั้งแต่ครั้งที่เขาดื่มแทนหร่วนชิงชิงจนเลือดออกในกระเพาะ ภายในวิลล่าตระกูลลู่ก็ไม่มีเหล้าให้เห็นแม้แต่หยดเดียวครั้งนี้ ลู่จิ่งหวายก็ยังดื่มรวดเดียวจนหมดอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status