Short
ยกแฟนให้รักแรก แต่เขากลับเสียใจภายหลัง

ยกแฟนให้รักแรก แต่เขากลับเสียใจภายหลัง

作家:  ฝูหยิงหยิง完了
言語: Thai
goodnovel4goodnovel
9チャプター
18.8Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ความรักทรมาน

รักแรก

การเสียใจภายหลัง

ไล่ล่าภรรยา

คบกันมาสิบปี แฟนหนุ่ม เจียงซู่ เพิ่งจะยอมตกลงแต่งงานกับฉัน เพียงเพราะตอนถ่ายพรีเวดดิ้ง ช่างภาพให้เราถ่ายรูปจูบกันไม่กี่ช็อต เขากลับขมวดคิ้วอ้างว่ากลัวสกปรก แล้วผลักฉันออกพลางเดินหนีไปคนเดียว ฉันได้แต่เอ่ยคำขอโทษกับทีมงานแทนเขาอย่างทำตัวไม่ถูก ในวันที่หิมะตกหนักเรียกรถไม่ได้ ฉันจึงต้องลุยกองหิมะกลับบ้านทีละก้าวอย่างยากลำบาก แต่ในเรือนหอ ฉันกลับได้เห็นเจียงซู่กำลังกอดจูบกับรักแรกอย่างแนบแน่นไม่ยอมแยกจาก “ซินซิน…แค่คุณเอ่ยปากแค่คำเดียว ผมยอมหนีงานแต่งทันที!” หลายปีที่เฝ้ารักอย่างโง่งม กลับกลายเป็นเรื่องตลกในพริบตา หลังจากร้องไห้จนหมดสิ้น ฉันกลับเลือกที่จะหนีงานแต่งก่อนเจียงซู่เสียเอง ต่อมา ในวงสังคมต่างเล่าลือกันไปทั่ว ว่าคุณชายตระกูลเจียงออกตามหาคู่หมั้นเก่าไปทั่วโลก เพียงเพื่อขอให้เธอกลับมา…

もっと見る

第1話

บทที่ 1

The echoes. 

They kept going on and on in my head.

 Why won't they stop? Why continue?

Almost all the time, these voices, echoes, whatever they were.They came at intervals, draining out my emotions and leaving me bare. Despite the fact that I sometimes took solace in them, I just wished it

"Temiloluwa! You have started again haven't you ? If I come and meet you there, you will hate yourself..." The voice of my mother snapped me out of my reverie.

I groaned in displeasure and let out a low-key hiss.

My mum was to drop me off at school before going on to her office and because she was intolerant of tardiness, her annoying yells rings out every two minutes.

In moments like the current one, I couldn't help but dislike her attitude.

Not that I don't love her so much, but really, she's annoying. 

It wasn't like she couldn't be sweet if she wanted to, she just preferred to annoy the hell out of my life every time and it didn't help that I had no one to share the receipt of her annoying tendencies with.

"Temiloluwa! Aren't you going to school?!" Mum yelled again, the pitch higher than normal this time. I knew I was in trouble.

"I'm almost done ma!" I exclaimed back, quickly gathering  the remaining books loitering my desk and shoved them into my backpack in a haste before zipping it close and shrugging it on.

I left the room in a mess, cleaning up would have to wait till I got back from school. I'd wasted too much time processing random thoughts already.

Mum was fuming by the time I walked down the stairs. I could literally see the steam blowing out of her flaring nose and scarlet-coloured ears.

I sensed trouble.

"Just know that there's no breakfast for you, you hear? Do you know what then time is?!"

In a bid to avoid answering her question, I peered at the slim leather watch strapped to my wrist. 

It read 7:01 am. 

Which wasn't late at all. Morning assembly didn't start until eight and the school was just twenty minutes drive away.

"Mum is just seven—"

" Gbenu ee soun, before I sound you. Do you know how hectic Monday traffic is?" Mum snapped before I could finish whatever I was going to say. 

I  mentally added ' hectic traffic ' to my bucket list of reasons why I hated Mondays.

The complexion of her face hadn't improved, her normally pale skin maintained the deep shade of red that announced the level of anger she was displaying. It was safe to say that she was near level two.

Level two meant: don't say another word that is not an apology. 

"I'm really sorry mum, it won't happen again." I murmured meekly. Looking down at my feet and sucking in the lower part of my trembling lips.

"Oya! let's go Jo, ode!" My mum finally said after she gave me a look all mothers had. And just like that, I knew I was forgiven.

I grinned inwardly and sighed in relief. Her anger didn't advance to level one or there would have been hell to pay for it.

*

No one on earth could beat my special loathe for 'School'.

I called it the devil's incarnate,hell on earth, death by fire, mental abuse to humans and so on.

Even all those words couldn't express how much I abhorred school and I had the feeling that this new session wouldn't be any better that the last. Just books, books and even more boring books.

 Sigh .

"Aunty, oya get down from my car kia kia!," My mum snapped, interrupting my thoughts once again. 

Mummy and the weird names she calls me. 

"Bye mummy, I love you." I gave her a big smile. 

Her frosty expression gradually dissolved into a warm smile. Well it was no longer cold like before, but I think she was trying to put up a front. 

"I love you too baby. Take care of yourself and don't cause trouble." 

My grin widened when she brought out my food flask from her bag and handed it to me with a feigned expression of indifference.  I closed my hand around her in a hug and pecked her cheek.

I love anything related to food. 

"You better don't get us killed," she grumbled but I knew it was just a front, "now off you go! You've delayed me enough. Be good okay?"

"Okay mum," I replied cheekily as I climbed out of her her Black Lexus jeep.

By the time I was done waving her off and trekking the short distance to the school's gate, the final morning bell that indicated the end of assembly had been rung. I was late.

 OoGod! Not todayoooooh!

"Our customers, late comers just come and line up, and receive your punishments."

 Oh, no. Not again. I could almost face palm.

If the 'punishments' included strenuous activities like weeding the school garden or even as little as kneeling down, my uniform which I'd ironed with so much care and attention will get rough and dirty.

 My life does suck a lot. 

Doesn't it really?  I heard an illusion of a voice, whisper into the depths of my hear. A menacing voice only I could hear. The Echoes always waiting for any opportunity to lash out at me.

I was still thinking about how the garden dirt that would mar the lemon colour of my school shirt, how my blazer would get soaked and how all the intricate designs I'd ironed into the navy blue flared skirt will clear out and don't even get me started on the gore my poor grey socks and shiny black shoes will go through when a deep voice sounded out of nowhere.  

"Oh! Look who came late. Love of my fucking life."

Love of his what?!

What the hell is he saying? 

When did we get to that stage?

I turned around to find out who the voice belonged to. It was the stupid Headboy of Daylight academy —Timilehin.

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む

レビュー

Orapan Pearpanya
Orapan Pearpanya
ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
2025-12-03 21:52:57
0
0
Thiwarat Zaa
Thiwarat Zaa
อยากอ่านแต่ไม่กล้า กลัวอ่านๆปกำลังลุ้น แล้วโดนเท
2025-10-08 09:32:09
5
0
Sunny
Sunny
คาดหวังว่าจะอัพจนจบนะคะ ...
2025-10-08 05:13:17
1
0
Waratthaya Pin
Waratthaya Pin
ให้คะแนนเรื่องนี้
2025-10-05 04:07:00
0
0
Waratthaya Pin
Waratthaya Pin
Dddddddddddddddddddddddddddddddddddddddd
2025-10-05 04:03:09
0
0
9 チャプター
บทที่ 1
…ฉันยืนอยู่หน้าเรือนหอ มองลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้าไป เห็นเจียงซู่กำลังจูบกับเถาซินอย่างเร่าร้อนเขากอดเธอแน่น ริมฝีปากบดเบียดอย่างร้อนแรงและเอาแต่ใจ ราวกับอยากกลืนเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่เหลือเค้าโครงความเย็นชาเย่อหยิ่งที่เคยแสดงให้เห็นในทุกวันเสื้อผ้า รองเท้า เส้นผมของฉันถูกหิมะซัดจนเปียกชุ่ม ตัวเย็นเฉียบ ความหนาวเยือกไหลผ่านแขนขาจนแทรกลงไปถึงกระเพาะ ทำให้ท้องไส้ของฉันปั่นป่วนไม่หยุดพอเห็นทั้งคู่กลิ้งลงบนเตียงหอที่ฉันตั้งใจเลือกเองกับมือ ฉันก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายวิดิโอไว้ จากนั้นก็กลั้นไม่อยู่อาเจียนจนแทบทรุดหลายปีมานี้ เวลาที่ฉันอยู่บนเตียงกับเจียงซู่ เขาไม่เคยจูบฉันเลยสักครั้งเขาบอกว่ากลัวสกปรก และฉันก็เชื่อที่แท้ก็แค่ในใจเขามีคนอื่นอยู่ เขาจูบแค่คนที่รักที่สุดเท่านั้น…เสียงเคลื่อนไหวทำให้สองคนในห้องหันมองออกมาพร้อมกันทั้งที่คนนอกใจแอบคบชู้คือพวกเขา แต่ในตอนนั้น ฉันกลับหลบไปโดยไม่รู้ตัวตัวฉันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหิมะ หนาวสั่นไม่หยุด คิดเพียงจะรอให้เถาซินออกไปแล้วค่อยกลับบ้าน แต่หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ก็ยังไม่มีใครออกมาเลยฉันจามไปหนึ่งที ก่อนจะลากร่างกายที่แข
続きを読む
บทที่ 2
ฉันเลือกพูดอย่างอ้อมค้อม ไม่ได้เปิดโปงความลับสกปรกของเจียงซู่กับเถาซินฉันคิดว่าเขาจะรู้สึกผิด แล้วอธิบายให้ฉันฟังหรือไม่ก็ทำตามความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง ยกเลิกงานแต่งไปเสียเลยแต่เจียงซู่กลับทำหน้าขรึม ก่นดุฉันว่า“แค่ผมคุยกับพี่สะใภ้ไม่กี่คำ คุณก็หึงจนเอาเรื่องยกเลิกงานแต่งมาขู่ผมงั้นเหรอ? หยางเจียอี คุณอายุยี่สิบแปด ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เลิกทำตัวงี่เง่าเอางานแต่งมาล้อเล่นได้แล้ว”ฉันกำชายผ้าห่มแน่น เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “แต่ว่าเถาซินไม่เหมือนกัน คุณเคยแอบชอบเธอมาก่อน คุณทั้งสอง…”เจียงซู่ขมวดคิ้วพลางขัดฉันกลางคัน “เรื่องพวกนั้นมันผ่านไปแล้ว คุณเลิกขุดมาพูดสักทีได้ไหม?’”แต่จะโทษฉันได้ยังไง?เขาถ่ายรูปเก่งมาก แต่กลับไม่เคยถ่ายรูปให้ฉันเลย อ้างเพียงว่าไม่ชอบถ่ายคนแต่ในคอมพิวเตอร์ของเขากลับเต็มไปด้วยรูปถ่ายของเถาซินกว่าพันรูปวันที่ฉันเจอเข้า ฉันทะเลาะกับเขาอย่างรุนแรงตอนนั้นเขาสาบานหนักแน่นว่า เรื่องของเขากับเถาซินจบไปนานแล้ว และตอนนี้เขาเห็นเธอเป็นเพียงพี่สะใภ้เท่านั้นฉันหลงเชื่อคำอธิบายของเขา แต่เขาทำกับฉันอย่างไรบ้าง?ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้ฉันกลับมาแล้วไปบังเอิญได้ยินว่าเ
続きを読む
บทที่ 3
ชั่วขณะนั้น ฉันหมดหวังกับเจียงซู่ถึงที่สุด15 ปีที่รู้จักกัน 10 ปีที่รักกัน ต่อให้เป็นหมายังต้องมีเยื่อใยบ้าง แต่เขากลับทำกับฉันได้ถึงขนาดนี้!ฉันเปลี่ยนใจแล้วไม่ยกเลิกงานแต่งแล้ว ฉันจะเป็นฝ่ายหนีงานแต่งเองในวันที่เขาคิดวางแผนหนีงานแต่ง เขาไม่เคยแม้แต่จะนึกถึงความรู้สึกของฉันเลยสักนิดงั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเขาอีกแล้ว วันแต่งงาน ให้เขาเป็นตัวตลกคนนั้นเองก็แล้วกันฉันพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ แล้วกดโทรออก 1669ขึ้นรถพยาบาลมาได้ไม่นาน ฉันก็ไข้ขึ้นสูงจนชักเกร็ง หมดสติไปเมื่อฟื้นขึ้นมา พยาบาลก็บอกว่า “โชคดีที่คุณโทรเรียกรถพยาบาลไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคุณที่อยู่บ้านเพียงลำพังแล้วไข้สูงจนชักเกร็งอาจจะถึงตายได้เลย!”พูดยังไม่ทันขาดคำ เจียงซู่ก็โทรมาหาฉัน “บริษัทมีเรื่องด่วน ผมไม่มีเวลากลับไปดูแลคุณ คุณไปซื้อยากินเองที่ร้านขายยาก็แล้วกันนะ”พูดจบ เขาก็รีบวางสายไป ไม่แม้แต่จะแสดงความห่วงใยสักคำสมัยก่อนเวลาที่เจียงซู่ปวดหัวหรือเป็นหวัด ฉันแทบไม่ยอมห่างจากเขาแม้ก้าวเดียวช่วงที่ครอบครัวเขาเพิ่งเกิดเรื่อง เขามักจะฝันร้าย ฉันก็นั่งเฝ้าคืนแล้วคืนเล่าฉันไม่เคยคิดจะยกบุญคุณมาเป็นข้อ
続きを読む
บทที่ 4
สายเรียกเข้าและข้อความจำนวนมาก จนโทรศัพท์ถึงกับค้างไปชั่วขณะฉันกดตัดสายทิ้งทั้งหมด แต่ข้อความและไลน์ก็ยังดังขึ้นไม่หยุดข้อความที่เด้งขึ้นมา ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของเจียงซู่【หยางเจียอี คุณอยู่ไหนกัน?】【คุณให้คนมาเปิดวิดีโอที่ผมอยู่กับพี่สะใภ้ในเรือนหอขึ้นจอใหญ่ แล้วรูปที่เราจูบกันใต้แสงเหนือมันหมายความว่ายังไง? วิดีโอนั้นคุณถ่ายไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?】【วันนั้นคุณอยู่ล่างตึกใช่ไหม? ทำไมคุณไม่บอกเรื่องนี้กับผมล่ะ?】【ความจริงไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ คุณกลับมาเถอะ ผมสามารถอธิบายได้!】【แล้วอีกอย่าง ทำไมคุณถึงขายหุ้นที่อยู่ในมือให้หวังช่างหมดล่ะ? คุณรู้หรือเปล่าว่าแบบนี้เขาจะถือหุ้นมากกว่าผมหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ต่อไปนี้เขาก็จะมีอำนาจในบริษัทมากกว่าผม… ผมกับเขามีเรื่องบาดหมางกัน เรื่องนี้คุณรู้อยู่แก่ใจยิ่งกว่าใครทั้งนั้น!】【ผมไม่ได้ตั้งใจจะซักถามหรือโทษคุณเลยนะ วันนั้นที่ผมจูบซินซิน มันเป็นเพราะอารมร์ชั่ววูบเท่านั้น เราสองคนคบกันมากว่าสิบปี ผมจริงใจและตั้งใจที่จะแต่งงานกับคุณ คุณเองก็เตรียมงานแต่งนี้มานานขนาดนั้น คุณต้องกลับมาทำให้มันสมบูรณ์สิ ใช่ไหม?】ฉันกับเจียงซู่รู้จักกันมาสิบห้าปี คบกันมา
続きを読む
บทที่ 5
แต่เสวี่ยหยางก็พูดเอาตัวรอดเก่งนัก “พี่สาวไม่ต้องลำบากใจหรอกครับ พ่อผมก็มีนิสัยเหมือนเด็กแก่นๆ แบบนี้นั่นแหละ ช่วงเดือนนี้ พี่ก็แค่ถือว่าผมเป็นไกด์และเพื่อนเที่ยวก็พอ”เขาเรียนสายกีฬา เป็นหนุ่มหล่อหุ่นล่ำ สดใสวันๆ เอาแต่เรียกฉันว่า “พี่” ดูๆ ไปก็เหมือนน้องชายข้างบ้าน เข้ากับคนง่ายตอนแรกเสวี่ยหยางตั้งใจจะพาฉันไปเที่ยวต่างประเทศทั้งเดือน แต่จริงๆ แล้วฉันสนใจเที่ยวในประเทศมากกว่าเพราะตอนเด็กๆ ครอบครัวไม่มีปัญญาสนับสนุน พอโตขึ้นก็ทุ่มเทแรงกายให้เจียงซู่กับงานมาตลอด ต่อให้ได้ไปเมืองไหนก็มีแต่ยุ่งกับงาน ไม่มีเวลาไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆฉันอยากไปเมืองซีอาน ดูกองทัพทหารดินเผา กินหยางโร่วเพ้าหมัวอยากไปฉงชิ่ง กินหม้อไฟต้นตำหรับ แล้วไปดูถ้ำหงหยายามค่ำคืนและอยากไปเดินเล่นที่ยูนนาน ชมความงามของธรรมชาติของที่นั่น แล้วลองใส่ชุดชนเผ่าถ่ายรูปสวยๆ…เมื่อก่อนเจียงซู่เคยสัญญากับฉันไม่รู้กี่ครั้ง ว่าจะพาฉันตระเวนไปทั่วทั้งจีนแต่สุดท้าย เขากลับเลือกพาเถาซิน เดินทางไกลข้ามหมื่นไมล์ไปดูแสงเหนือ แต่ไม่มีเวลาแม้แต่จะพาฉันไปพระราชวังต้องห้ามสักครั้งเดียวแต่ตอนนี้ ฉันไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากถา
続きを読む
บทที่ 6
ไม่เสียแรงที่เป็นถึงนักกีฬา หุ่นของเขานี่ฝึกมาดีจริงๆแต่ฉันกลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมา “เสวี่ยหยาง นาย…”ฉันไม่เคยคิดจะมีความรักแบบต่างวัย และยิ่งไม่สนใจผู้ชายที่เด็กกว่าตัวเองตั้งเจ็ดปี“ขอโทษนะครับ พี่สาว ผมลืมเอาผ้าเช็ดตัวมา ทำให้พี่รำคาญหรือเปล่า? อย่าไล่ผมไปเลยได้ไหม? ถ้าพ่อผมรู้ว่าผมทำให้พี่ไม่พอใจ เขาต้องด่าผมตายแน่ๆ”เสวี่ยหยางก้มหน้าลง ทำท่าเศร้าจนน่าสงสารจับใจทำเอาฉันปฏิเสธไม่ลงในทันที ฉันกดขมับที่ปวดตุบๆ แล้วเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อนรักโทรเข้ามา คุยไปคุยมาเรื่องก็วกไปถึงเจียงซู่กับเถาซิน“เธอไม่รู้หรอก หลังจากที่เถาซินได้เป็นผู้ช่วยพิเศษของเจียงซู่ ได้ก่อเรื่องขายหน้าไม่รู้กี่ครั้ง ยัยนั่นเป็นมือที่สาม แต่กลับมองผู้หญิงทุกคนเป็นมือที่สาม ลูกน้องผู้หญิงหลายคนของเจียงซู่ถูกไล่ออกไปแล้ว เวลาที่เจียงซู่คุยงานกับลูกค้าผู้หญิง เธอก็ยังประชดประชันหาว่าเป็นมือที่สาม สุดท้ายทำให้การร่วมงานระหว่างสองบริษัทพังไม่เป็นท่า”“ตอนนี้เจียงซู่ไล่เถาซินออกแล้ว ทั้งคู่แตกหักกันเรียบร้อย”“เจียงซู่ยังคงหาตัวเธออยู่ตลอด ฉันยังคิดว่าหาไม่เจอสักพักคงเลิกเอง แต่เขากลับยิ่งบ้าคลั่งกว่า
続きを読む
บทที่ 7
ฉันเบี่ยงตัวหลบ เอ่ยอย่างรำคาญว่า “ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้แล้ว”“ความรักที่เรามีมาสิบปี คุณรักผมมากขนาดนั้น จะมาตัดใจก็ตัดใจได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? คุณก็แค่กำลังงอนผม ไม่เชื่อว่าผมจะตัดขาดกับเถาซินได้จริงๆ ใช่ไหม? ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเอง!”พูดจบ เจียงซู่ก็วิ่งจากไป ไม่รู้ว่าเขากำลังหนีความจริงที่ว่าฉันไม่รักเขาแล้ว หรือว่าเขายังมั่นใจในตัวเองอย่างนั้นจริงๆเขาเพิ่งจะไปได้ไม่นาน ลูกค้าของฉัน เชสเตอร์ ก็เดินเข้ามารับฉันพร้อมดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ในอ้อมแขน“หยาง เซอร์ไพรส์! วันนี้ผมมาในนามบริษัทเพื่อคุยเรื่องความร่วมมือกับคุณ ดีใจไหม? ดอกไม้นี้ให้คุณ ขอให้คุณมีความสุขในทุกๆ วันนะ!”เขาเป็นหนุ่มหล่อลูกครึ่ง และเป็นทายาทรุ่นสองของตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอเมริกาหนึ่งเดือนก่อน หลังจากที่เรารู้จักกันโดยบังเอิญ เขาก็ประกาศว่าฉันคือผู้หญิงในโชคชะตาของเขา แล้วก็เริ่มตามจีบฉันอย่างเปิดเผยฉันรับดอกกุหลาบมา “ขอบคุณ งั้นที่คุณมาคุยเรื่องความร่วมมือ แบบนี้ก็คงหมายความว่าจะให้ราคาพิเศษกว่าเคยใช่ไหม?”“ถ้าคุณยอมเป็นแฟนผมล่ะก็”“ถ้าอย่างนั้นก็ควรส่งของให้ฟรีๆ เลย ไม่ใช่มานั่งคุยเรื่
続きを読む
บทที่ 8
ฉันคว้ากระเป๋าในมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยเจียงซู่ ดึงเขาออกมา แล้วก้าวไปยืนบังหน้าเสวี่ยหยาง “พอได้แล้วเจียงซู่ คุณเป็นบ้าอะไร?”ฉันรู้จักเขามาสิบห้าปี เขามักจะเป็นคนสุขุมและสุภาพเสมอ ฉันไม่เคยเห็นเขาเสียสติคลุ้มคลั่งแบบนี้มาก่อนเลยเจียงซู่มองฉันด้วยสายตาเหลือเชื่อพลางตะโกนเสียงแหบพร่า “ทำไมหมอนั่นถึงได้จูบคุณ? คุณกับเขาเป็นอะไรกัน?”“เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ”“ผมเป็นแฟนคุณนะ!”“ตั้งแต่วันแต่งงานนั่น เราก็ไม่ใช่แล้ว”เจียงซู่เหมือนอยากระเบิดอารมณ์ แต่ก็พยายามกดไว้ “คุณยังโกรธผมเรื่องเถาซินอยู่ใช่ไหม? วันนี้ผมให้คนไปไล่เธอออกจากบ้านแล้ว บัตรเสริมที่ผมให้เธอใช้ ผมก็ยกเลิกหมดแล้ว ต่อไปนี้ผมกับเธอจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”ดังนั้นตอนเช้าที่เขามาหาฉัน เขายังปล่อยให้เถาซินใช้บัตรเสริมของเขาและอาศัยอยู่ในบ้านของเขาอยู่เขายังพันพัวกับผู้หญิงอีกคน แล้วยังมาบอกว่ารักฉันและให้ฉันกลับไปแต่งงานกับเขาเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองน่าขยะแขยงบ้างหรือไง?ฉันขมวดคิ้ว “เราเลิกกันแล้ว คุณจะไปทำอะไรกับผู้หญิงคนไหน ไม่จำเป็นต้องมาอธิบายให้ฉันฟัง”“เลิกอะไร? ผมไม่ยอม! หยางเจียอี ผมก็ขอโทษคุณแล้วนี่…”
続きを読む
บทที่ 9
ฉันมองเขาที่กำลังคลุ้มคลั่งด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก “คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกับฉันมากมาย ฉันออกมาจากคุณด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น ฉันไม่รักคุณแล้ว”ฉันเตรียมจะเดินไป แต่กลับถูกเขากระชากเอาไว้แววตาของเจียงซู่แดงก่ำ เต็มไปด้วยทั้งความเศร้าและโกรธ “อย่าทำเหมือนว่าคุณเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวสิ ความรักสิบปีของเราเดินทางมาถึงวันนี้ได้ คุณคิดว่าตัวเองไม่มีผิดเลยสักนิดหรือ?”จริงๆ แล้วฉันไม่ชอบอธิบายอะไรนักแต่ฉันก็รู้ดี หากไม่พูดให้ชัดเจน ความสัมพันธ์ระหว่างเราจะไม่มีวันปิดฉากลงได้“เจียงซู่ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยทบทวนตัวเอง”“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความรักของเราจืดจางลงเรื่อยๆ ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อยื้อมันกลับมา แต่ท่าทีของคุณกลับเย็นชาลงทุกวัน ในวินาทีที่ฉันจับได้ว่าคุณกับเถาซินนอกใจฉันและยังคิดจะหนีงานแต่ง ฉันถึงกับร้องไห้จนแทบขาดใจ”“ฉันเคยคิด หรือว่าจะเป็นอย่างที่พวกนักธุรกิจบนโต๊ะเหล้าเขาพูดกันว่า เราคบกันมานานเกินไปจนหมดความสดใหม่ คุณถึงได้ไปนอกใจ?”“หรือจริงๆ แล้วจะเป็นอย่างที่พนักงานพูดกันลับหลังว่า ฉันมีอำนาจในบริษัทเหนือกว่าคุณ จนทำให้คุณไม่พอใจ?”“หรือว่าเป็นเพราะคุณเคยชอบเถาซ
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status