แชร์

ตอนที่ 10  เสียใจไหม?

ผู้เขียน: พลอยแก้ว
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-21 12:38:45

คิรันจ้องมองเธอเนิ่นนานโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงดึงร่างอรชรเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ อ้อมกอดครั้งนี้ปราศจากความดุดันหรือการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความเงียบงันและไออุ่นที่โอบล้อมกายเธอไว้ คล้ายเป็นที่พักพิงเดียวท่ามกลางพายุ

“เสียใจไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดใบหู ปั้นหยาหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ใจหนึ่งเธอบอกว่าควรตอบว่าเสียใจและผลักไสเขาออกไปให้ไกล ทว่าสุดท้ายเธอกลับเลือกที่จะซื่อสัตย์ต่อความสับสนของตัวเอง

“ไม่รู้”

คิรันหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“คำตอบโคตรปั้นหยา”

“อย่ามาล้อฉัน”

“ไม่ได้ล้อ”

เขาผละออกเพียงเล็กน้อยพอให้ได้ก้มสบตาคนในอ้อมแขน

“ฉันชอบที่เธอซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง”

“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าชอบคุณ”

“แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเกลียดฉันแล้ว”

คำต้อนถูกจุดสำคัญทำให้เธอนิ่งไปทันที คิรันยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ จนปั้นหยาหมั่นไส้จนนึกอยากจะประทุษร้ายเขาขึ้นมาจริง ๆ ทว่าก่อนจะได้โต้ตอบ เสียงโทรศัพท์ของลูกน้องที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็ดังขึ้นทำลายจังหวะ ชายคนนั้นรีบเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดจนผิดปกติ

“นายครับ” คิรันตวัดสายตาไปมองเข้มขรึม

“ว่า”

“เราเจอคนปล่อยข่าวเรื่องข้อมูลแล้ว”

บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา แววตาของคิรันแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง ทว่าแฝงด้วยรังสีคุกคามที่ชวนให้หายใจลำบาก

“ใคร?”

ลูกน้องมีท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบด้วยน้ำเสียงเบา

“คนในของเราเองครับ”

ปั้นหยาชะงักไปกับข้อมูลใหม่ ขณะที่คิรันกลับนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ความเงียบนั้นกดดันเสียจนบรรยากาศรอบตัวดูมืดดำและน่ากลัวขึ้นถนัดตา ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความปรานี

“ชื่อ”

ลูกน้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางเค้นเสียงตอบ

“จีนครับ”

“อืม...ไปกันเถอะ”

บรรยากาศภายในรถเงียบสงัดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางแผ่วสม่ำเสมอกับแสงไฟริมถนนที่วูบผ่านเข้ามาเป็นระยะ ปั้นหยาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ทว่าในสมองกลับหมุนวนอยู่กับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ จีนคือคนทรยศ คิรันกำลังถูกคนใกล้ชิดที่สุดหักหลัง และที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด คือการที่เธอพบว่าตัวเองเริ่มเป็นห่วงผู้ชายคนนี้ขึ้นมาจริง ๆ

หญิงสาวลอบสังเกตคนข้างกายผ่านเงาสะท้อน คิรันนั่งเอนพิงเบาะในท่าทีผ่อนคลาย ทว่าสายตายังคงจดจ้องไปยังเบื้องหน้าอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลานั้นยังคงราบเรียบและดูไร้ความรู้สึก คล้ายไม่มีสิ่งใดดึงทึ้งอารมณ์เขาได้ ทว่าปั้นหยารู้ดีว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เย็นชาขนาดนั้นตอนที่อยู่กับเธอ

“มองอะไร”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำลายความเงียบ ทั้งที่เจ้าของเสียงไม่ได้หันมามอง ปั้นหยาหน้าถอดสีและสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ

“เปล่า”

“โกหก”

มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ

“เธอมองฉันตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว” หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางทันควันพยายามซ่อนอาการลนลาน

“คุณก็อย่ามั่นใจตัวเองนักสิ”

“แล้วตกลงมองทำไม”

เธอเงียบไปครู่ใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ

“ฉันสงสัยอะไรอย่าง”

“ว่ามา”

ปั้นหยากำมือบนตักแน่นเพื่อระงับอาการประหม่า

“ทำไมคุณถึงรู้สึกกับฉันเร็วขนาดนี้”

คำถามที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้อากาศในรถหนักอึ้งขึ้นทันที คิรันค่อย ๆ หันมาสบตาเธอ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นดูสงบนิ่งเสียจนหัวใจของคนถูกมองเริ่มเต้นระรัว

“เธอคิดว่าฉันรู้สึกอะไร”

“คิรัน”

“ตอบก่อน”

ปั้นหยาหลบสายตาคมที่ดูคล้ายจะอ่านใจเธอได้ทุกอย่าง

“ก็ แบบที่คุณพูด”

“แบบไหน”

“คุณจะให้ฉันพูดเองจริง ๆ เหรอ”

“อืม ฉันอยากฟัง”

ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้จงใจปั่นหัวเธอ สุดท้ายจึงทำได้เพียงถอนหายใจยาวก่อนจะโพล่งออกมาอย่างรวดเร็ว

“ก็แบบที่คุณหวงฉัน! แบบที่คุณพูดว่าจะไม่ปล่อยฉันไป มันเหมือนคุณชอบฉันอย่างนั้นแหละ”

คิรันมองนิ่งคล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดเหล่านั้น ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“แล้วเธอไม่ชอบ?”

“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น”

“งั้นก็ดี”

เขาตอบสั้น ๆ ด้วยท่าทีเป็นต่อ จนเธออยากจะคว้าอะไรสักอย่างมาขว้างใส่อย่างนึกหมั่นไส้ ปั้นหยากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าเดิม

“ฉันแค่ไม่เข้าใจ” เธอลดระดับเสียงลงคล้ายกำลังพูดกับตัวเอง

“เราเพิ่งรู้จักกันเองนะ”

“อืม แล้วไง”

“ก่อนหน้านี้ฉันก็เป็นแค่คนธรรมดา คุณเองก็ไม่เคยรู้จักฉัน”

คิรันยังคงนิ่งฟังโดยไม่ขัดจังหวะ ปล่อยให้เธอได้พูดตามแต่ใจต้องการ

“แต่คุณกลับ” เธอหยุดเว้นวรรคไปครู่หนึ่งอย่างชั่งใจก่อนเอ่ยต่อ

“เหมือนกลัวจะเสียฉันไปจริงๆ”

แววตาคมกริบของชายหนุ่มไหววูบไปเพียงเสี้ยววินาที ปั้นหยายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นโดยไม่กะพริบตา เพื่อค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่

“มันเร็วเกินไปไหม”

คำถามที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้คิรันนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แสงไฟจากท้องถนนวูบผ่านใบหน้าคมสันของเขาเป็นจังหวะตามความเร็วของรถ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับฟังดูแผ่วและนุ่มนวลกว่าครั้งไหน ๆ

“ฉันก็เคยคิดแบบนั้น”

ปั้นหยาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง คิรันค่อย ๆ เบี่ยงหน้ากลับมาสบตาเธอตรง ๆ แววตาของเขาดูสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น

“ปกติฉันไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยาก” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ

“ผู้หญิงก็เหมือนกัน”

“…..”

“ที่ผ่านมา ถ้าเริ่มเบื่อ... ฉันก็แค่เดินออกมาได้เลยทันที”

ปั้นหยาเม้มปากแน่น ความรู้สึกหน่วงที่ขั้วหัวใจแล่นริ้วขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อได้ยินเรื่องราวในอดีตของเขา คิรันจ้องมองเธอนิ่งคล้ายจะอ่านใจเธอออก รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากหยัก

“แต่กับเธอ มันไม่เหมือนกัน”

หัวใจของเธอไหววูบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ฟัง

“ฉันเองก็ไม่เข้าใจ” เขาเอ่ยสารภาพออกมาตรง ๆ “ตอนแรกฉันแค่ตั้งใจจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อไอ้เหนือ”

ใบหน้าของปั้นหยาหมองลงเล็กน้อย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าจุดเริ่มต้นคือความลวง แต่พอได้ยินความจริงจากปากเขาก็ยังคงรู้สึกเจ็บแปลบ คิรันสังเกตเห็นแววตาที่หม่นลงของเธอ เขาจึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“แต่พอเห็นเธอร้องไห้...” จังหวะคำพูดของเขาช้าลงคล้ายกำลังนึกถึงภาพในวันนั้น

“ฉันดันรู้สึกอยากฆ่าทุกคนที่ทำเธอเสียน้ำตา”

เสียงหัวใจของปั้นหยาเต้นรัวแรงจนเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบในอกขณะฟังอย่างตั้งใจ

“ตอนที่รู้ว่าเธอหายไปจากห้อง” มือหนาที่กุมพวงมาลัยอยู่กระชับแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือด

“ฉันแทบคลั่ง”

ปั้นหยานิ่งฟังทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมา

“มันเร็วไปจริง ๆ นั่นแหละ” เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ

“แต่ฉันหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว”

อากาศในรถเงียบสงัดลงอีกครั้ง เงียบเสียจนเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเธอดังสะท้อนชัดอยู่ในโสตประสาท ปั้นหยาตัดสินใจถามคำถามที่ค้างคาใจออกมาด้วยเสียงอันเบา

“แล้วถ้าวันหนึ่งคุณเบื่อฉันล่ะ”

คำถามนั้นทำให้คิรันหันขวับมามองเธอทันที แววตาของเขาดูนิ่งสงบและหนักแน่นเสียจนเธอเริ่มใจส่อแววเสียที่ถามออกไป ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมานั้น...

“ไม่มีวัน”

เขาตอบสวนขึ้นมาทันควันโดยปราศจากความลังเล ปั้นหยาชะงักนิ่งไป คิรันเอื้อมมือหนามากุมท้ายทอยเธอไว้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มร่างเธอเข้ามาใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แตะกันเบา ๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าเปี่ยมไปด้วยพลัง

“คนอย่างฉัน...” เสียงทุ้มพร่าดังก้องอยู่ชิดติดใบหู

“ถ้ารักอะไรแล้ว จะไม่มีวันปล่อยมือ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 58 หลุมฝังศพใต้เม็ดฝน

    ตอนที่ 58 หลุมฝังศพใต้เม็ดฝนยามที่ทั้งเมืองตกอยู่ในห้วงนิทรา สายฝนระลอกใหญ่เริ่มตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง หยดน้ำฝนหลั่งไม่ขาดสาย สาดกระหน่ำซัดเข้าใส่บานกระจกรถยนต์สีดำคันหรูอย่างไม่ลืมหูลืมตา บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัด มีเพียงเสียงกลไกการขึ้นลำกล้องปืนดังแว่วขึ้นเบา ๆ จากฝีมือของคีร์ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าแกร๊ก!“พร้อมนะมึง” คีร์ปรายตามองนิ่ง ราวกับต้องการย้ำความมั่นใจเป็นครั้งสุดท้าย“พร้อมฝังคน” ข้างกันนั้น ซิ่วอิงกำลังใช้ผ้าสะอาดรูดเช็ดใบมีดสั้นในมืออย่างชำนาญส่วนทางด้านของคิรัน ชายหนุ่มนั่งอยู่บริเวณเบาะหลังเพียงลำพัง ใบหน้าคมไร้ความรู้สึก แววตาดูเยือกเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งขั้วโลก บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเขาแผ่แรงกดดันมหาศาล จนแม้แต่ลูกน้องการ์ดชุดดำที่นั่งประจำการอยู่ในรถยนต์อีกคัน ยังพลอยไม่กล้าเอ่ยปากพูดเล่นหยอกล้อเหมือนเช่นทุกวัน“คนของจ้าวเฟิงอยู่ด้านในทั้งหมดสิบสองคน”คีร์เริ่มรายงานรายละเอียดข้อมูลต่อ“มีการ์ดเฝ้ารอบโกดัง ติดอาวุธครบ”คิรันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะทอดสายตามองดูภาพถ่ายพิกัดจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือ โกดังร้างริมท่าเรือสถานที่ที่พวกของจ้าวเฟิงใช้เป็นจุดนัดพบ เพื่อรับส่งข้

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 57 คนเดียวที่เป็นทุกอย่าง

    ตอนที่ 57 คนเดียวที่เป็นทุกอย่างช่วงเย็นวันเดียวกันบรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังงามของคิรันตกอยู่ในความเงียบผิดปกติ ทีมการ์ดชุดดำติดอาวุธครบมือต่างพากันกระจายตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณพื้นที่อย่างแน่นหนาและเข้มงวดกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนทำให้บรรยากาศโดยรอบดูคล้ายกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดรับศึกสงครามครั้งใหญ่มากกว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยธรรมดาปั้นหยานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น แม้ว่าเธอจะจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และพยายามบังคับตัวเองให้แสดงท่าทางเป็นปกติมากแค่ไหน ทว่าสีหน้าหวานกลับยังคงดูหมองหม่นไม่สดใสเอาเสียเลย แววตาคู่สวยเหม่อลอยเป็นระยะอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนวานมันยังคงฝังแน่นติดตาอยู่ในหัวไม่ยอมเลือนหายไปไหนป้าแย้มค่อย ๆ ย่อกายวางถ้วยชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าของหญิงสาวอย่างเบามือ“ดื่มหน่อยนะคะคุณปั้น”หญิงสาวยกมุมปากยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้“ขอบคุณค่ะป้า”ทว่ายังไม่ทันที่มือจะยกแก้วชาขึ้นดื่ม สายลมพัดพาเอาเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าตัวตึกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ปั้นหยาชะงักงันไปในทันที ก้

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 56 เริ่มสงสารศัตรู

    ตอนที่ 56 เริ่มสงสารศัตรูณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พื้นที่บริเวณชั้นบนสุดของอาคารถูกสั่งปิดตาย กั้นสิทธิ์ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกทั้งชั้นอย่างเด็ดขาด ทีมการ์ดชุดดำในสังกัดของคิรันยืนกระจายกำลังเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างหนาแน่นทุกจุด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ทรงพลังของคิรันสาวเท้าเดินก้าวเข้ามาด้านใน การ์ดทุกคนต่างพากันก้มหัวน้อมทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงทันที“นายครับ”คิรันเดินสาวเท้าผ่านหน้าทุกคนไปโดยไม่คิดจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งฝีเท้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่บริเวณหน้าบานประตูห้องพักฟื้นของเหนือภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพี เหนือนอนกําลังนั่งเอนกายพิงเข้ากับหัวเตียงผู้ป่วย ใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่ายังคงซีดเซียวไร้สีเลือด ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดพาดพันผ่านช่วงสีข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าแววตากลับเบิกตื่นเต็มที่และระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เขาเห็นร่างสูงใหญ่ของคิรันสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาด้านใน บรรยากาศกดดันภายในห้องก็พลันหน่วงขึ้นมาในทันที โดยมีคีร์กับซิ่วอิงเดินตามเข้ามาขนาบข้าง และยืนนิ่งเงียบอยู่ทางด้านหลัง ไร้ซึ่งใครหน้าไหนที่จะกล้าเอ่ยปากพูดสอดแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบเหน

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 55 ศัตรูตัวจริงที่ยังไม่เผยตัวตน

    ตอนที่ 55 ศัตรูตัวจริงที่ยังไม่เผยตัวตนตลอดการเดินทางกลับคฤหาสน์ ปั้นหยานั่งนิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ร่างกายบอบบางของเธอยังคงแสดงอาการสั่นเทาอยู่เป็นระยะด้วยความผวา จนคิรันต้องเอื้อมแขนแกร่งไปดึงรั้งร่างของเธอเข้ามากระชับกอดเอาไว้แน่นตลอดเส้นทาง ฝ่ามือใหญ่คอยลูบแผ่นหลังของเธอช้า ๆ อย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมให้คลายความหวาดกลัว“ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครแตะต้องเธอได้อีก”ปั้นหยาเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากัน ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเงียบ ๆ เพื่อหาที่พึ่งพิง เพราะภาพของอาวุธปืน ภาพของหยาดเลือดสีแดงฉาน และเสียงกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ มันยังคงฉายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเธอไม่ยอมหยุดหย่อน“ฮึก ฮึก คิรัน”“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรแล้ว เรากลับบ้านกันนะ” เป็นคำพูดปลอบที่ยาวที่สุดเท่าที่คนอย่างคิรันเอ่ยคืนนั้นหลังจากเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อย คิรันก็แทบไม่ยอมแยกกายห่างจากเธอเลยแม้แต่ก้าวเดียว แม้กระทั่งในยามที่ปั้นหยากำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงนอนกว้าง ชายหนุ่มก็ยังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง คอยยื่นมือไปลูบกลุ่มผมและกุมมือเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้เงียบ ๆ เพื่อ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 54 ของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์

    ตอนที่ 54 ของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ช่วงบ่ายภายในร้านดอกไม้ยังคงตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ปั้นหยากำลังใช้สมาธิทั้งหมดตั้งอกตั้งใจจัดช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ สำหรับลูกค้าที่จะนำไปใช้ในงานสำคัญอย่างการขอแต่งงาน ใบหน้าหวานแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสดใสละมุนละไม จนทำให้คนที่ลอบมองอยู่พลอยเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิรัน ที่ในเวลานี้นั่งเงียบอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน ทว่าสายตาแทบไม่เคยละไปจากเรือนร่างของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว“มึงเลิกมองเมียสักห้านาทีได้ไหม” คีร์พึมพำเตือนสติเบา ๆ ในระหว่างที่มือยังคงสาละวนพันริบบิ้นรอบช่อดอกไม้“ยุ่ง”“อาการโคม่า” ซิ่วอิงพยักหน้าเห็นพ้องเรียบเรื่อยตามประสาจื่อเยี่ยนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกขำกับบทสนทนาจิกกัดของสามหนุ่ม ก่อนที่เธอจะก้มลงตรวจทานเอกสารในมือต่อ ทว่าจู่ ๆ เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านก็ส่งเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหันกรุ๊งกริ๊ง“ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยปากทักทายพลางเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มตามสัญชาตญาณ ทว่ารอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นกลับต้องแข็งค้างไปในทันที เพราะผู้ชายที่เพิ่งก้าวขาเดินเข้ามาภายในร้าน มีสภาพ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 53 เมื่อมาเฟียต้องมาทำงานบริการ

    ตอนที่ 53 เมื่อมาเฟียต้องมาทำงานบริการภายในร้านดอกไม้ของปั้นหยา บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยความสดใส และหอมกรุ่นไปด้วยหมู่ดอกไม้นานาพันธุ์ ทว่าในวันนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เพราะที่มุมหนึ่งของร้าน มีร่างของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่กำยำหน้าตาดุดันสามคนกำลังนั่งจับเจ่าจัดดอกไม้อยู่เงียบ ๆคนหนึ่งกำลังใช้กรรไกรขลิบตัดก้านดอกกุหลาบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังจะไปเชือดคอใคร ส่วนอีกคนก็กำลังสาละวนพันริบบิ้นด้วยแววตาไร้อารมณ์และว่างเปล่า ขณะที่หญิงสาวผู้มีอิทธิพลสุดในร้านนั่งนิ่ง ๆ แผ่รังสีกดดันบรรยากาศไปทั่วทั้งร้านโดยแทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเลยสักนิดภาพเหตุการณ์แสนแปลกตานั้น ทำให้พนักงานสาวสองคนที่แอบซุ่มมองอยู่หลังเคาน์เตอร์ถึงกับต้องกระซิบกระซาบกันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดผวา“พี่มาย นี่ร้านดอกไม้หรือฐานมาเฟียคะ”พนักงานอีกคนพยักหน้ารัวเร็วเห็นด้วยจนหัวแทบหลุด“หนูกลัวมาก พี่คีร์เมื่อกี้ใช้กรรไกรตัดขาดอกไม้เหมือนจะไปตัดขาคนเลย”ตัดกลับมาทางฝั่งของคีร์ที่กำลังนั่งถือดอกลิลลี่สีหวานด้วยสีหน้าหงุดหงิด“เชี่ย ทำไมมันต้องมีขั้นตอนเยอะขนาดนี้วะ”ซิ่วอิงที่กำลังขะมัก

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 11 หนีไม่พ้น

    หัวใจของปั้นหยาสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดในระดับที่ลมหายใจอุ่นของคิรันปะทะเข้ากับผิวแก้วนั้น รุนแรงและจู่โจมความรู้สึกเธออย่างหนักหน่วง ใกล้เสียจนเธอรู้ดีว่านาทีนี้ เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้นอีกแล้ว“คุณพูดเหมือนคนคลั่งรักฉันงั้นแหละ”ปั้นหยาพยายามเค้นเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด ทว่ามันกลับแ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 9 มีเวลาทั้งชีวิต

    ทั่วทั้งโกดังตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ ปั้นหยาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง“คิรัน”“ฉิบหายแล้ว” พี่ชายของเธอกลับสบถออกมาแผ่วเบาเขาย้ำคำนั้นออกมาอย่างหมดแรง ส่วนปั้นหยาในตอนนี้สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก เธอมองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก“คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม”“รู้”

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 8 ไม่มีวันปล่อย

    ปัง!ประตูโกดังถูกกระแทกจนระเบิดออก ชายชุดดำกรูเข้ามาพร้อมกับพายุขวากหนามของกระสุนปืนที่ดังระงมไปทั่วพื้นที่ ปั้นหยาใจหายวูบเมื่อร่างของลูกน้องที่คุมตัวเธออยู่ถูกยิงล้มพับลงข้างกาย เหตุการณ์ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายจนประสาทสัมผัสของเธอประผลตามไม่ทัน และท่ามกลางกลุ่มควันและเสียงปืนนั้นเอง... เธอเห็นเขา

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 7 ผู้ชายอันตราย

    ปั้นหยาชะงักนิ่งเมื่อถูกดวงตาคมเข้มคู่หนึ่งตรึงไว้แน่น สายตาของคิรันเต็มไปด้วยความเด็ดขาดจนเธอไม่อาจโต้แย้ง“ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปเสี่ยง”หัวใจของเธอไหววูบ ทั้งที่ควรจะขุ่นเคืองในความเผด็จการ แต่ลึก ๆ กลับมีความอบอุ่นบางอย่างซึมลึกเข้ามาจนเธอนึกหงุดหงิดตัวเอง“คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน”คิรันจ้องลึกเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status