LOGINหัวใจของปั้นหยาสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดในระดับที่ลมหายใจอุ่นของคิรันปะทะเข้ากับผิวแก้วนั้น รุนแรงและจู่โจมความรู้สึกเธออย่างหนักหน่วง ใกล้เสียจนเธอรู้ดีว่านาทีนี้ เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้นอีกแล้ว
“คุณพูดเหมือนคนคลั่งรักฉันงั้นแหละ”
ปั้นหยาพยายามเค้นเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด ทว่ามันกลับแผ่วเบาและสั่นพร่าจนคนฟังจับสังเกตได้ คิรันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดูในท่าทีนั้น
“เพิ่งรู้เหรอ”
“ฉันพูดจริงนะ”
“ฉันก็พูดจริง”
“ไม่อยากเชื่อเลย” หญิงสาวก้มหน้าจนคางชิดอกแล้วเอ่ยเบา ๆ
“เธอควรจะหวาดกลัวฉันให้มากกว่านี้ ปั้นหยา” คำเตือนนั้นทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
“แล้วทำไมฉันต้องกลัว”
“เพราะคนที่ฉันอยากทำร้ายที่สุด...” เขาใช้นิ้วเรียวยาวไล้แก้มของเธออย่างเบามือ ทะนุถนอมราวกับกลัวเธอจะแตกสลาย
“คือตัวฉันเอง ในตอนที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตา”
ปั้นหยาถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ผู้ชายที่ดูแข็งกร้าวคนนี้กลับสารภาพความในใจด้วยแววตาที่สัตย์ เสียจนเธอเริ่มจะปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไม่ไหว เสียงล้อรถที่เลี้ยวเข้าสู่เขตคฤหาสน์ดึงสติของเธอกลับมา คิรันค่อย ๆ ผละตัวออกช้า ๆ ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลง
“ลงรถเถอะ”
ปั้นหยาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวขึ้นบันไดคฤหาสน์ เสียงทุ้มเข้มแฝงไปด้วยความยโสก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“นายกลับมาช้ากว่าที่คิดนะ”
ปั้นหยาชะงักกึก สายตาปะทะเข้ากับชายร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่เบื้องหน้า เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีเทาที่ปลดกระดุมคอออกอย่างลวก ๆ เผยให้เห็นบุคลิกของชายเจ้าเสน่ห์ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดูอันตรายและคาดเดาได้ยาก ไม่ต่างจากคิรันเลยสักนิด และสิ่งที่ทำให้ปั้นหยาตกตะลึงที่สุดคือใบหน้าของเขา ที่คล้ายคลึงกับคิรันราวกับถอดแบบกันมา
“ใครคะ?.” เธอกระซิบถามคิรันด้วยความสงสัย ชายแปลกหน้าหันมามองเธอพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“อ้อ...ยัยหนูคนนี้เองสินะ” มุมปากของเขาหยักลึกคล้ายเจอกับเรื่องที่น่าสนใจที่สุดในรอบวัน “คนที่ทำให้น้องชายฉันแทบจะพลิกเมืองฆ่าคน”
ปั้นหยาชะงัก น้องชายงั้นเหรอ? เธอกดสายตามองคิรันทันที ทว่าใบหน้าของคิรันในยามนี้กลับบึ้งตึงและดูห่างเหินขึ้นมาฉับพลัน บรรยากาศรอบกายพลันลดอุณหภูมิลงจนสัมผัสได้ถึงความขัดแย้ง
“มาทำไม”
น้ำเสียงของคิรันเรียบสนิทจนไร้ร่องรอยของอารมณ์ ชายอีกคนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“พี่ชายจะมาเยี่ยมน้องบ้างไม่ได้หรือไง”
เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดสายตาที่ปั้นหยาอีกครั้ง
“สวัสดี ฉันชื่อคีร์” เขาคลี่ยิ้มอย่างสุภาพพลางยื่นมือออกมาตรงหน้า
“พี่ชายคิรัน”
ปั้นหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือออกไปหวังจะทักทายตามมารยาท ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกัน... เพียะ!
คิรันตวัดมือปัดมือพี่ชายตัวเองออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
“เลิกเล่นได้แล้ว” คีร์หลุดหัวเราะลั่นอย่างถูกใจในท่าทีของน้องชาย
“หวงออกนอกหน้าขนาดนี้เลย?”
“ถ้ามีธุระก็พูดมา ไม่มีก็ไสหัวไป”
“ใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ” คีร์ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นในชั่วพริบตา
“เรื่องจีน”
เพียงแค่ได้ยินชื่อนั้น ดวงตาของคิรันก็วาวโรจน์ไปด้วยความขุ่นมัวทันที
“ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว”
“แต่แกยังไม่รู้ทั้งหมดแน่ ๆ”
อากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งขึ้นฉับพลัน ปั้นหยามองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความหวั่นใจ ท่ามกลางความเงียบสงัด คีร์ก็ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงมาอย่างเชื่องช้า
“คนที่อยู่เบื้องหลังจีน... ไม่ใช่ศัตรูเก่าของแก”
“แล้วเป็นใคร”
คีร์นิ่งงันไปเสี้ยววินาที ราวกับกำลังชั่งใจกับน้ำหนักของความจริงที่จะเอ่ยออกมา
“พ่อ”
เพียงคำเดียวสั้น ๆ กลับทำให้บรรยากาศโดยรอบนิ่งสนิทราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้ ปั้นหยาหน้าเสียเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการเกร็งตัวของคนข้างกาย แม้จะเพียงชั่วพริบตา แต่มันก็ชัดเจนพอจะทำให้เธอรู้สึกใจหายวูบ คิรันจ้องมองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าทว่าน่าเกรงขามจนดูน่ากลัว
“พูดใหม่” น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนสั่นประสาท
คีร์ถอนหายใจยาวพลางล้วงบุหรี่ออกมาหมายจะจุด ทว่ายังไม่ทันที่เปลวไฟจะติดขึ้น คิรันก็ขัดขึ้นเสียงแข็ง
“ห้ามสูบต่อหน้าเธอ”
คีร์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อ
“โอเค... ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมแกถึงอาการหนักขนาดนี้”
เขาเก็บบุหรี่กลับเข้ากระเป๋าอย่างว่าง่าย ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
“จีนไม่ได้ทำงานให้ศัตรูที่ไหน”
“.....”
“เธอทำงานให้พ่อมาตั้งนานแล้ว”
ปั้นหยาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง
“เดี๋ยวนะ... หมายความว่ายังไงคะ”
คีร์เบนสายตามาทางเธอ แววตาที่ดูอันตรายคู่นั้นอ่อนลงเล็กน้อยยามที่สนทนากับเธอ
“ตระกูลของเรามันไม่ได้เป็นปกติเหมือนครอบครัวอื่นหรอกยัยหนู”
“คีร์” คิรันเรียกชื่อพี่ชายเสียงเรียบคล้ายเป็นคำเตือนให้หยุดพูด
ทว่าคีร์กลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วพูดต่อ
“ยังไงผู้หญิงคนนี้ก็หนีไปจากชีวิตแกไม่พ้นแล้วไม่ใช่เหรอ”
ถ้อยคำย้ำเตือนถึงสถานะทำเอาปั้นหยาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ คิรันปรายตามองคนตัวเล็กครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตากลับไปหาพี่ชายอย่างคาดคั้น
“พูดต่อให้จบ”
คีร์พิงร่างเข้ากับตัวรถพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสัตย์จริง
“พ่อรู้เรื่องข้อมูลที่รั่วไหลออกไปแล้ว และตอนนี้กำลังหาทางกำจัดทุกคนที่เกี่ยวข้องให้สิ้นซาก”
หัวใจของปั้นหยาหล่นวูบไปที่ตาตุ่มด้วยความหวาดกลัว
“รวมถึงพี่เหนือฉันด้วยเหรอคะ?”
“อืม”
ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดลงทันตาเห็น คิรันที่สังเกตเห็นอาการนั้นจึงรั้งร่างอรชรเข้ามาหาตัวโดยอัตโนมัติ ฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงเคร่งขรึมและนิ่งสงบราวกับไร้อารมณ์ก็ตาม
“ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องพี่ชายเธอทั้งนั้น”
น้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาดของเขาทำให้ปั้นหยาเผลอเงยหน้ามองคนตัวสูงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ท่ามกลางอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา อ้อมกอดนี้กลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ โดยที่เธอก็อธิบายความรู้สึกไม่ถูก
“ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นเอามากขนาดนี้เลยว่ะ”
คิรันไม่ได้เอ่ยโต้ตอบ ทว่าวงแขนแกร่งที่โอบเอวปั้นหยาไว้กลับกระชับแน่นขึ้น คล้ายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่แม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้ตัวว่าเขากำลังหวงแหนเธอมากขนาดไหน
“แล้วพ่อต้องการอะไร” เขาถามเข้าประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม
คีร์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาแฝงด้วยความกังวลที่ซ่อนไว้ไม่มิด
“พ่ออยากได้ข้อมูลคืน”
“ไม่มีทาง”
“ฉันก็คิดไว้แล้วว่าแกต้องตอบแบบนี้”
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านผิวกายไปแผ่วเบา ทว่าอากาศรอบตัวกลับยิ่งหนักอึ้งและกดดันขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่คีร์จะทิ้งน้ำหนักคำพูดลงมาอย่างช้า ๆ
“แต่ครั้งนี้พ่อไม่ได้จ้องจะเล่นงานแค่แกคนเดียว”
สายตาของเขาเลื่อนมาหยุดที่ปั้นหยา
“ท่านรู้เรื่องเธอแล้ว”
หัวใจของปั้นหยาคล้ายหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ขณะที่คิรันเองก็นิ่งขรึมลงฉับพลัน รังสีคุกคามรอบตัวเขาแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้
“ใครเป็นคนบอก”
“จีน”
กรามของคิรันขบเข้าหากันจนเห็นเป็นสันนูนชัดเจน ปั้นหยาเงยหน้ามองเขาด้วยความหวั่นใจ และเธอก็ได้เห็นแววตาอันตรายดุจพยัคฆ์ล่าเหยื่อแบบเดียวกับคืนแรกที่พบกัน ทว่าครั้งนี้... มันกลับดูรุนแรงและลึกซึ้งกว่าเดิมมาก
“ตอนนี้พ่อมองว่ายัยหนูคนนี้คือจุดอ่อนของแก และแกก็รู้ดีว่าถ้าคนอย่างพ่อคิดแบบนั้น ผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง”
ตอนที่ 58 หลุมฝังศพใต้เม็ดฝนยามที่ทั้งเมืองตกอยู่ในห้วงนิทรา สายฝนระลอกใหญ่เริ่มตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง หยดน้ำฝนหลั่งไม่ขาดสาย สาดกระหน่ำซัดเข้าใส่บานกระจกรถยนต์สีดำคันหรูอย่างไม่ลืมหูลืมตา บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัด มีเพียงเสียงกลไกการขึ้นลำกล้องปืนดังแว่วขึ้นเบา ๆ จากฝีมือของคีร์ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าแกร๊ก!“พร้อมนะมึง” คีร์ปรายตามองนิ่ง ราวกับต้องการย้ำความมั่นใจเป็นครั้งสุดท้าย“พร้อมฝังคน” ข้างกันนั้น ซิ่วอิงกำลังใช้ผ้าสะอาดรูดเช็ดใบมีดสั้นในมืออย่างชำนาญส่วนทางด้านของคิรัน ชายหนุ่มนั่งอยู่บริเวณเบาะหลังเพียงลำพัง ใบหน้าคมไร้ความรู้สึก แววตาดูเยือกเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งขั้วโลก บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเขาแผ่แรงกดดันมหาศาล จนแม้แต่ลูกน้องการ์ดชุดดำที่นั่งประจำการอยู่ในรถยนต์อีกคัน ยังพลอยไม่กล้าเอ่ยปากพูดเล่นหยอกล้อเหมือนเช่นทุกวัน“คนของจ้าวเฟิงอยู่ด้านในทั้งหมดสิบสองคน”คีร์เริ่มรายงานรายละเอียดข้อมูลต่อ“มีการ์ดเฝ้ารอบโกดัง ติดอาวุธครบ”คิรันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะทอดสายตามองดูภาพถ่ายพิกัดจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือ โกดังร้างริมท่าเรือสถานที่ที่พวกของจ้าวเฟิงใช้เป็นจุดนัดพบ เพื่อรับส่งข้
ตอนที่ 57 คนเดียวที่เป็นทุกอย่างช่วงเย็นวันเดียวกันบรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังงามของคิรันตกอยู่ในความเงียบผิดปกติ ทีมการ์ดชุดดำติดอาวุธครบมือต่างพากันกระจายตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณพื้นที่อย่างแน่นหนาและเข้มงวดกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนทำให้บรรยากาศโดยรอบดูคล้ายกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดรับศึกสงครามครั้งใหญ่มากกว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยธรรมดาปั้นหยานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น แม้ว่าเธอจะจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และพยายามบังคับตัวเองให้แสดงท่าทางเป็นปกติมากแค่ไหน ทว่าสีหน้าหวานกลับยังคงดูหมองหม่นไม่สดใสเอาเสียเลย แววตาคู่สวยเหม่อลอยเป็นระยะอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนวานมันยังคงฝังแน่นติดตาอยู่ในหัวไม่ยอมเลือนหายไปไหนป้าแย้มค่อย ๆ ย่อกายวางถ้วยชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าของหญิงสาวอย่างเบามือ“ดื่มหน่อยนะคะคุณปั้น”หญิงสาวยกมุมปากยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้“ขอบคุณค่ะป้า”ทว่ายังไม่ทันที่มือจะยกแก้วชาขึ้นดื่ม สายลมพัดพาเอาเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าตัวตึกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ปั้นหยาชะงักงันไปในทันที ก้
ตอนที่ 56 เริ่มสงสารศัตรูณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พื้นที่บริเวณชั้นบนสุดของอาคารถูกสั่งปิดตาย กั้นสิทธิ์ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกทั้งชั้นอย่างเด็ดขาด ทีมการ์ดชุดดำในสังกัดของคิรันยืนกระจายกำลังเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างหนาแน่นทุกจุด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ทรงพลังของคิรันสาวเท้าเดินก้าวเข้ามาด้านใน การ์ดทุกคนต่างพากันก้มหัวน้อมทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงทันที“นายครับ”คิรันเดินสาวเท้าผ่านหน้าทุกคนไปโดยไม่คิดจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งฝีเท้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่บริเวณหน้าบานประตูห้องพักฟื้นของเหนือภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพี เหนือนอนกําลังนั่งเอนกายพิงเข้ากับหัวเตียงผู้ป่วย ใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่ายังคงซีดเซียวไร้สีเลือด ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดพาดพันผ่านช่วงสีข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าแววตากลับเบิกตื่นเต็มที่และระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เขาเห็นร่างสูงใหญ่ของคิรันสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาด้านใน บรรยากาศกดดันภายในห้องก็พลันหน่วงขึ้นมาในทันที โดยมีคีร์กับซิ่วอิงเดินตามเข้ามาขนาบข้าง และยืนนิ่งเงียบอยู่ทางด้านหลัง ไร้ซึ่งใครหน้าไหนที่จะกล้าเอ่ยปากพูดสอดแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบเหน
ตอนที่ 55 ศัตรูตัวจริงที่ยังไม่เผยตัวตนตลอดการเดินทางกลับคฤหาสน์ ปั้นหยานั่งนิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ร่างกายบอบบางของเธอยังคงแสดงอาการสั่นเทาอยู่เป็นระยะด้วยความผวา จนคิรันต้องเอื้อมแขนแกร่งไปดึงรั้งร่างของเธอเข้ามากระชับกอดเอาไว้แน่นตลอดเส้นทาง ฝ่ามือใหญ่คอยลูบแผ่นหลังของเธอช้า ๆ อย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมให้คลายความหวาดกลัว“ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครแตะต้องเธอได้อีก”ปั้นหยาเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากัน ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเงียบ ๆ เพื่อหาที่พึ่งพิง เพราะภาพของอาวุธปืน ภาพของหยาดเลือดสีแดงฉาน และเสียงกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ มันยังคงฉายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเธอไม่ยอมหยุดหย่อน“ฮึก ฮึก คิรัน”“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรแล้ว เรากลับบ้านกันนะ” เป็นคำพูดปลอบที่ยาวที่สุดเท่าที่คนอย่างคิรันเอ่ยคืนนั้นหลังจากเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อย คิรันก็แทบไม่ยอมแยกกายห่างจากเธอเลยแม้แต่ก้าวเดียว แม้กระทั่งในยามที่ปั้นหยากำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงนอนกว้าง ชายหนุ่มก็ยังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง คอยยื่นมือไปลูบกลุ่มผมและกุมมือเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้เงียบ ๆ เพื่อ
ตอนที่ 54 ของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ช่วงบ่ายภายในร้านดอกไม้ยังคงตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ปั้นหยากำลังใช้สมาธิทั้งหมดตั้งอกตั้งใจจัดช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ สำหรับลูกค้าที่จะนำไปใช้ในงานสำคัญอย่างการขอแต่งงาน ใบหน้าหวานแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสดใสละมุนละไม จนทำให้คนที่ลอบมองอยู่พลอยเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิรัน ที่ในเวลานี้นั่งเงียบอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน ทว่าสายตาแทบไม่เคยละไปจากเรือนร่างของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว“มึงเลิกมองเมียสักห้านาทีได้ไหม” คีร์พึมพำเตือนสติเบา ๆ ในระหว่างที่มือยังคงสาละวนพันริบบิ้นรอบช่อดอกไม้“ยุ่ง”“อาการโคม่า” ซิ่วอิงพยักหน้าเห็นพ้องเรียบเรื่อยตามประสาจื่อเยี่ยนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกขำกับบทสนทนาจิกกัดของสามหนุ่ม ก่อนที่เธอจะก้มลงตรวจทานเอกสารในมือต่อ ทว่าจู่ ๆ เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านก็ส่งเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหันกรุ๊งกริ๊ง“ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยปากทักทายพลางเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มตามสัญชาตญาณ ทว่ารอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นกลับต้องแข็งค้างไปในทันที เพราะผู้ชายที่เพิ่งก้าวขาเดินเข้ามาภายในร้าน มีสภาพ
ตอนที่ 53 เมื่อมาเฟียต้องมาทำงานบริการภายในร้านดอกไม้ของปั้นหยา บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยความสดใส และหอมกรุ่นไปด้วยหมู่ดอกไม้นานาพันธุ์ ทว่าในวันนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เพราะที่มุมหนึ่งของร้าน มีร่างของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่กำยำหน้าตาดุดันสามคนกำลังนั่งจับเจ่าจัดดอกไม้อยู่เงียบ ๆคนหนึ่งกำลังใช้กรรไกรขลิบตัดก้านดอกกุหลาบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังจะไปเชือดคอใคร ส่วนอีกคนก็กำลังสาละวนพันริบบิ้นด้วยแววตาไร้อารมณ์และว่างเปล่า ขณะที่หญิงสาวผู้มีอิทธิพลสุดในร้านนั่งนิ่ง ๆ แผ่รังสีกดดันบรรยากาศไปทั่วทั้งร้านโดยแทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเลยสักนิดภาพเหตุการณ์แสนแปลกตานั้น ทำให้พนักงานสาวสองคนที่แอบซุ่มมองอยู่หลังเคาน์เตอร์ถึงกับต้องกระซิบกระซาบกันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดผวา“พี่มาย นี่ร้านดอกไม้หรือฐานมาเฟียคะ”พนักงานอีกคนพยักหน้ารัวเร็วเห็นด้วยจนหัวแทบหลุด“หนูกลัวมาก พี่คีร์เมื่อกี้ใช้กรรไกรตัดขาดอกไม้เหมือนจะไปตัดขาคนเลย”ตัดกลับมาทางฝั่งของคีร์ที่กำลังนั่งถือดอกลิลลี่สีหวานด้วยสีหน้าหงุดหงิด“เชี่ย ทำไมมันต้องมีขั้นตอนเยอะขนาดนี้วะ”ซิ่วอิงที่กำลังขะมัก
คิรันจ้องมองเธอเนิ่นนานโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงดึงร่างอรชรเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ อ้อมกอดครั้งนี้ปราศจากความดุดันหรือการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความเงียบงันและไออุ่นที่โอบล้อมกายเธอไว้ คล้ายเป็นที่พักพิงเดียวท่ามกลางพายุ“เสียใจไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดใบหู ปั้นหยาหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ใจหนึ่งเธ
ทั่วทั้งโกดังตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ ปั้นหยาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง“คิรัน”“ฉิบหายแล้ว” พี่ชายของเธอกลับสบถออกมาแผ่วเบาเขาย้ำคำนั้นออกมาอย่างหมดแรง ส่วนปั้นหยาในตอนนี้สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก เธอมองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก“คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม”“รู้”
ปัง!ประตูโกดังถูกกระแทกจนระเบิดออก ชายชุดดำกรูเข้ามาพร้อมกับพายุขวากหนามของกระสุนปืนที่ดังระงมไปทั่วพื้นที่ ปั้นหยาใจหายวูบเมื่อร่างของลูกน้องที่คุมตัวเธออยู่ถูกยิงล้มพับลงข้างกาย เหตุการณ์ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายจนประสาทสัมผัสของเธอประผลตามไม่ทัน และท่ามกลางกลุ่มควันและเสียงปืนนั้นเอง... เธอเห็นเขา
ปั้นหยาชะงักนิ่งเมื่อถูกดวงตาคมเข้มคู่หนึ่งตรึงไว้แน่น สายตาของคิรันเต็มไปด้วยความเด็ดขาดจนเธอไม่อาจโต้แย้ง“ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปเสี่ยง”หัวใจของเธอไหววูบ ทั้งที่ควรจะขุ่นเคืองในความเผด็จการ แต่ลึก ๆ กลับมีความอบอุ่นบางอย่างซึมลึกเข้ามาจนเธอนึกหงุดหงิดตัวเอง“คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน”คิรันจ้องลึกเ







