LOGINปลาช่อนก็นำมาทำทอดพริก ตำพวกขมิ้น พริก กะปิ เกลือ หอมกระเทียมคลุกก่อนทอดจนเหลืองกรอบ กลิ่นหอมของเครื่องเทศกระจายไปทั่วครัว ผักก็นำมาล้างให้สะอาดไว้กินกับน้ำพริก ส่วนเห็ดนำมาชุบแป้งทอด เป็นเมนูที่หญิงสาวคิดขึ้นมาเป็นเมนูสุดท้าย ตามด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดโดยที่กล้าอยากแสดงฝีมือให้หญิงสาวได้ทานบ้าง
กับข้าวทำเอาไว้อุ่นทานต่อได้อีกในมื้อกลางวัน จึงไม่ต้องยุ่งยากมากมาย จะเปลี่ยนกับข้าวใหม่อีกทีก็มื้อเย็น เพื่อไม่ให้ซ้ำซากจำเจ
“แก้วนอนเล่นอยู่บ้านนะ พี่จะเข้าสวนหน่อย” กล้าบอกหญิงสาวหลังจากทานอาหารและเก็บกวาดล้างจานเรียบร้อยแล้ว
“ให้แก้วไปช่วยด้วยสิคะ”
“อย่าเลย อากาศมันร้อน เดี๋ยวผิวแก้วจะเสียหมด แก้วนอนเล่นให้สบายอยู่บ้านดีกว่า” กล้ารีบห้ามปรามกลัวเธอจะลำบาก
“แต่แก้วเป็นภรรยาของพี่นะจ๊ะ แก้วไม่ควรนิ่งดูดาย ให้แก้วช่วยงานพี่บ้างเถอะจ้ะ อยู่บ้านคนเดียวมันก็เหงา ไม่มีอะไรทำ” เธอรีบบอกเพราะอยากช่วยเขาจริงๆ
“แก้วเป็นภรรยามีหน้าที่หุงหาอาหาร ดูแลบ้านแค่นี้ พี่ก็ดีใจมากแล้วจ้ะ พี่ไม่อยากให้แก้วเหนื่อย” กล้ายกมือหญิงสาวขึ้นกุมเอาไว้อย่างอ่อนโยน
“แก้วไม่สงสัยเลยจ้ะว่าทำไมเมื่อก่อนจึงตัดสินใจเลือกพี่ เพราะพี่กล้าเป็นคนดีแบบนี้ไง” เธอเอ่ยชมเขา ดวงตาทอประกายรักใคร่และบูชา
“บางทีพี่อาจจะไม่ใช่คนดีอะไรนักก็ได้” กล้ารู้สึกผิดขึ้นมาบ้างเมื่อเขาหลอกลวงเธอ โดยโกหกเรื่องที่เธอเป็นภรรยาเขา
“พี่กล้าว่าอะไรนะคะ” เธอได้ยินไม่ถนัด เมื่อเห็นเขาพูดเบามากแทบเป็นกระซิบ
“เปล่าหรอก พี่แค่บอกว่าถ้าแก้วอยากไป พี่จะพาไปแล้วกัน แต่สัญญาก่อนว่าจะนั่งรอพี่อยู่ในที่ร่มๆ ไม่ออกไปตากแดดตากลม พี่กลัวแก้วจะไม่สบายเอาได้” เขายอมตามใจในที่สุด เพราะเห็นสีหน้าอ้อนๆ พลันหัวใจก็อ่อนยวบ
กล้าบอกให้สาวน้อยนั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา เขาไม่ต้องการให้เธอออกมาตากแดดหน้าดำคร่ำเคร่ง เดี๋ยวจะเจ็บป่วยไม่สบายไป ผิวอ่อนนุ่มนั้นแทบไม่ค่อยโดนแดด เขาไม่อยากเสี่ยงกับร่างกายอันบอบบางของเธอ พลันจะเจ็บป่วยไม่สบายเอาได้
แต่คนมีน้ำใจตรงหน้า ทำให้กล้าชักจะอ่อนใจ เขาขุดหลุมปลูกตะไคร้ เธอก็มาช่วยใส่ตะไคร้ในหลุมและกลบดิน เมื่อเห็นเขาทำอยู่สองสามครั้งก็ทำเป็น เธอหัวไวอย่างที่เขานึกชื่นชม แถมยังเป็นคนช่างสังเกต
“สวนของพี่กล้าร่มรื่นจังเลยจ้ะ แถมยังมีอาหารการกินหลากหลาย แทบไม่ต้องซื้อหาที่ไหนเลยนะคะ” เธอมองสวนผลไม้ผสมที่มีผลไม้หลากหลายชนิดอย่างชื่นชม
“พี่จัดสรรแบ่งพื้นที่ นอกจากตัวบ้านที่พักอาศัยแล้วก็เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ปลูกผักหญ้า แล้วก็สวนผลไม้ ด้านหน้าตรงโน้นปลูกข้าว ดีหน่อยที่บ้านติดกับคลอง จึงมีน้ำให้ทำนาได้ปีละสองครั้ง” เขาบอกอย่างภาคภูมิใจ
“แก้วจะช่วยพี่เองจ้ะ” เธอบอกอย่างจริงใจทำให้เขาซาบซึ้งยิ่งนัก
เพราะสาวน้อยที่ความจำเสื่อมไม่เคยทำงานตากแดดตากฝน จึงทำให้ไม่สบายในที่สุด กล้าตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวตัวร้อนมีไข้ และรู้สึกปวดหัว
“ไม่สบายแน่ๆ เลย พี่บอกแก้วแล้วไงว่าไม่ต้องทำ” เขาพูดอย่างห่วงใยมากกว่าจะตำหนิ สาวน้อยปรือตามอง เห็นสีหน้าเป็นห่วงของเขา ก่อนจะฝืนต่อไปไม่ไหวหลับตาลงอีกครั้ง
กล้าพาหญิงสาวไปหาหมอในตัวเมือง เขาอุ้มร่างบอบบางด้วยความเป็นห่วงจับใจ หมอฉีดยาให้หนึ่งเข็มเพราะเธอเป็นไข้ที่เกิดจากการตากแดด พร้อมกับยาหนึ่งถุงกลับมากินที่บ้าน
ชายหนุ่มเฝ้าดูแลอาการของหญิงสาวอย่างใกล้ชิดด้วยความใส่ใจ เขาคอยเช็ดตัวให้เธอ โดยเอาผ้าห่มคลุมกายเอาไว้แล้วเช็ดเนื้อตัวให้ เพราะไม่อยากล่วงเกินเธอทางสายตา แม้แต่มือก็พยายามไม่สัมผัสเธอมากไปกว่าผ้าผืนน้อย เพราะกลัวคนตรงหน้าจะเสียหาย
อาการของหญิงสาวค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ แม้จะมีไข้หนาวสั่นอยู่บ้าง แต่เขาก็คอยหาผ้าห่มมาห่มเพิ่มความอบอุ่นให้เธออยู่เสมอๆ
“หนาว... หนาว... หนาวเหลือเกิน”
เธอนอนละเมอดึงแขนของคนที่นั่งเฝ้าไข้ข้างๆ ไปหาเพื่อจะกอด กล้าตกใจที่ถูกดึงไปหา เขาไม่ได้ขืนตัวมากนักจึงล้มตัวลงไปบนเตียงกับเธอด้วย ร่างเล็กผวาเข้าโอบกอดเขาในทันที แถมยังซุกใบหน้าเข้าหาความอบอุ่นจากเขา กล้าทำท่าจะผละห่าง แต่พอเห็นคนในอ้อมแขนเขาก็ใจอ่อนยวบ แค่กอดเฉยๆ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เขาไม่ได้ล่วงเกินอะไรเธอมากกว่านี้นี่นา ชายหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะกอดตอบเธอเต็มอ้อมแขน อยากกอดร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นนี้มานานแล้ว กลิ่นผม รวมถึงกลิ่นหอมประจำกาย ทำให้เขาเผลอสูดดมติดกันหลายครั้งด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งหวงแหนสาวน้อยสุดหัวใจ
“นอนเถอะครับ พี่จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”
กล้ากดจุมพิตที่หน้าผากสวยเมื่อเห็นหญิงสาวสงบไปแล้ว ไม่ละเมอหรือดิ้นอีก เขาดึงผ้าห่มผืนหนามาห่มทั้งตัวเขาและเธอจนถึงคอ ก่อนจะหลับตามเธอไปในที่สุด อาจเพราะความอ่อนเพลียที่ต้องเฝ้าไข้ ป้อนข้าวป้อนยาเธออยู่หลายวันทำให้เขาอยากจะหลับให้เต็มๆ ตาเหมือนกัน ในเมื่อเธอปลอดภัยไม่ต้องห่วงว่าจะไข้ขึ้นสูงอีกแล้ว
“ดาราหายไปไหนดวงดาว แม่กับพ่อไม่อยู่ ทำไมเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ น้องหายไปทั้งคน ทำไมถึงไม่มีใครรู้ใครเห็น ไม่แจ้งความ ไม่บอกแม่ นี่ตั้งใจปกปิดหรือยังไงกัน”
คุณนวลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจหลังกลับจากการไปท่องเที่ยวกับสามีที่ยุโรป แล้วรับรู้ว่าบุตรสาวคนเล็กหายตัวไปนานหลายวัน
“ใช่ น้องหายไปทั้งคน ทำไมลูกถึงไม่บอกพ่อกับแม่”
คุณพร้อมพงศ์และคุณนวล ธำรงกุล ซักไซ้บุตรสาวคนโตอย่างตำหนิในที ทั้งสองเป็นเศรษฐีมีเงิน ฐานะทางสังคมเป็นที่นับหน้าถือตา เป็นตระกูลผู้ดีเก่ามาจากในรั้วในวัง มีธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกผ้าไหม สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ
“ดาวไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าน้องดาหายไปไหน แต่น้องเขียนจดหมายเอาไว้นะคะคุณพ่อคุณแม่ ดาวเองเพิ่งกลับจากปักษ์ใต้ เพราะตามคุณสมภพลงไปตรวจกิจการที่โน่น แล้วที่ดาวไม่แจ้งความเพราะน้องตั้งใจไป ไม่ได้เกิดอันตรายอะไรหรือถูกลักพาตัว ดาวเลยรอให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาก่อนค่อยว่ากันค่ะ”
ดวงดาวบอกบิดามารดา ก่อนจะยื่นจดหมายของน้องสาวให้ด้วยใบหน้าเป็นกังวล
“จดหมายอย่างนั้นเหรอ” คุณนวลรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน แล้วใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลงเรื่อยๆ
“ดาวไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวล อยากให้เที่ยวพักผ่อนให้สนุกค่ะ อีกอย่างน้องดาไปเพราะต้องการไป อาจจะไปพักบ้านเพื่อน เดี๋ยวก็คงกลับมา ดาวเองก็ไม่อยากไปทำให้น้องเตลิดหนีไปไหนอีก เลยเฉยเอาไว้” ดวงดาวรีบเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของมารดา
“ในจดหมายว่ายังไงบ้างคุณนวล” พร้อมพงศ์เอ่ยถามภรรยาที่ยื่นจดหมายให้ก่อนจะสะอื้นฮัก
“คุณคะ ลูกดาหนีไปแล้วค่ะ แกคงโกรธและน้อยใจที่เราบังคับให้แกแต่งงาน ทำไมคิดอะไรสั้นๆ แบบนี้ก็ไม่รู้”
คุณนวลบอกสามีพร้อมกับเสียงสะอื้นที่บุตรสาวอันเป็นที่รักหนีไป เนื้อความในจดหมายเป็นลายมือของดารา ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าใครจะปลอมแปลงหรือใส่ความว่าลูกสาวหนีไป
“ทำไมยัยดาทำแบบนี้ หาผู้ชายดีๆ มีชาติตระกูล แถมยังฐานะเท่าเทียมให้กลับไม่เอา ตัดช่องน้อยแต่พอตัวหนีไปแบบนี้ คุณนวลไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก ผมจะให้คนออกตามหา ยัยดาไม่ใช่เด็กเหลวไหล คงหนีไปอยู่กับเพื่อนๆ นั่นแหละ” พร้อมพงศ์บอกภรรยาด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก คุณนวลมีสีหน้าไม่สู้ดี เพราะน้ำเสียงฉุนๆ ของสามีทำให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจอย่างหนัก
“แล้วทางโน้นล่ะคะ เราจะตอบเขาว่ายังไง” นางเองเชื่อว่าสามีให้ลูกน้องออกตามหาไม่เท่าไหร่คงเจอ เพราะดาราเป็นเด็กดีและเรียบร้อย ไม่เคยไปไหนไกลบ้านหรือไปเที่ยวเตร่ที่ไหน คงตามหาตัวไม่ยาก
“ผมจะถ่วงเวลาเอาไว้เอง บอกว่ายัยดาอยากไปพักผ่อนต่างประเทศหรืออะไรก็ได้ อย่าให้เขารู้ว่ายัยดาหนีออกจากบ้านไป แล้วห้ามเรื่องนี้แพร่งพรายไปเด็ดขาด
อีกทั้งกายแกร่งที่แนบมากับสะโพกผายทำให้ต้องเผลอครางด้วยความสะท้านในอก“ตื่นแล้วเหรอ พี่อุตส่าห์ปลุกมาทำหน้าที่เจ้าสาวในคืนเข้าหอเสียนาน” กันต์กระซิบเสียงทุ้มที่ริมหูแล้วขบเม้มหยอกเย้าให้เธอครางกระเส่าด้วยความวาบหวาม“นี่กี่โมงกี่ยามแล้วคะพี่กันต์ หนันคิดว่าพี่กันต์จะปล่อยให้หนันนอนพักเสียอีก” เธอเสียงสั่นเมื่อเขายกขาเธอขึ้นแล้วค่อยๆ สอดแทรกกายหลอมรวมเข้ามาเป็นหนึ่งกับเธอ“ใครจะยอมปล่อยเจ้าสาวเนื้อหวานๆ ในคืนวันเข้าหอกัน พี่ให้นอนพักตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ รู้ไหมว่าพี่ต้องอดทนแล้วก็ทรมานแค่ไหน” เขากระซิบบอกพร้อมๆ กับการขยับการรุกล้ำอย่างหนักหน่วง“อื้อ...” ปาหนันครางรับเด้งสะโพกมาด้านหลัง ไม่ได้ประท้วงหรือต่อต้านเขาแต่อย่างใด เธอถือว่าเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ควรให้แก่สามี“พี่จะมอบความสุขให้หนัน เจ้าสาวแสนสวยของพี่”โทษทัณฑ์แสนหวานของเขาทำให้เธอครวญครางทุกครั้งที่หน้าขาแกร่งกระแทกกับบั้นท้ายงอนงามจนเกิดเสียง เนื้อกายภายในที่สอดประสานกันอยู่ก่อเกิดเสียงของการหลอมรวม ปลุกเร้ากระตุ้นให้ความต้องการยิ่งมากล้นขึ้นอีกเป็นทบทวีมือหนาเลื่อนมาเคล้นคลึงปทุมถันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ นิ้วแกร่งสะกิดยอดอ
“คุณพ่อทำให้คุณเดลหนักใจหรือเปล่าคะ” เธอเงยหน้าขึ้นถาม จูบปลายคางสากของเขาอย่างแสนรัก“เปล่า ท่านขยันทำงานดี เธอคงไม่ว่าฉันนะที่ให้พ่อของเธอทำงาน แทนที่จะให้อยู่อย่างสบายๆ ในฐานะพ่อตาของฉัน”“รสจะไปว่าคุณเดลได้ยังไงคะ เท่าที่คุณเดลกรุณาพ่อกับรสก็มากเกินพอแล้ว พ่อของรสเองก็ไม่อยากอยู่ว่างๆ หรอกค่ะ ท่านเคยทำงาน ถ้าคุณไม่ให้พ่อทำอะไร พ่อคงอยู่ไม่ได้ รสอยากให้พ่ออยู่ใกล้ๆ”“นั่นแหละ ฉันตามใจไม่อยากขัด”“ไม่รู้ว่าน้านิดกับน้องอรจะเป็นยังไงบ้างนะคะ หายเงียบไปเลย”“ยังมีแก่ใจไปห่วงเขาอีกเหรอ” เขาทำเสียงดุเหมือนดุเด็กคนหนึ่ง“เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ยังไงพวกเค้าก็เคยอยู่กับรสมาหลายปี”“นิตยาตามมาขอเงินจากพ่อของเธอน่ะ”“จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อว่ายังกล้ากลับมา ทำกับพ่อไว้ถึงขนาดนั้น” เธอส่ายหน้าไปมา“ฉันให้คนไล่ไปแล้ว”“ไล่เหรอคะ ทำอะไรรุนแรงหรือเปล่า”“เป็นห่วงคนพวกนั้นทำไม เค้าทำกับรสไว้เยอะนะ” เขาลูบแขนเปลือยเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน“รสก็ไม่อยากให้คุณเดลทำอะไรรุนแรงกับใครค่ะ ถือว่าเค้าเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง”“ฉันไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก เค้ามีคนจัดการอยู่แล้ว เค้าเป็นหนี้เยอะ ลูกเต้
“ตรงนี้โล่งไปนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็น” เธอกระซิบตอบกลับไป รู้สึกอายและตื่นเต้นที่ต้องมาแอบทำอะไรแบบนี้“ไปห้องซาวน่าก็ได้ จะได้นวดตัวไง เธออาจจะรู้สึกเมื่อย เดี๋ยวฉันนวดให้เอาไหม” เขาเสนอเสียงแหบพร่า กดจุมพิตที่แก้มนุ่มก่อนจะถลาว่ายน้ำไปจับบุตรสาว รติรสรู้ดีว่าคำว่านวดของเขาหมายความถึงอะไรฟาเดลยังทำตัวปกติโดยการเล่นกับบุตรสาวอย่างสนุกสนาน เหลือเชื่อนัก เขาทำได้ยังไง เมื่อครู่ยังทำท่าปรารถนาเธออย่างออกนอกหน้า ฟีร่าหัวเราะเสียงใส บางคราก็ร้องกรี๊ดอย่างชอบใจที่ได้เล่นกับบิดามารดาอย่างใกล้ชิด รติรสพลอยยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ เธอรู้สึกอุ่นวาบในอก สายสัมพันธ์ของครอบครัวมันอบอุ่นแบบนี้นี่เองเธอไม่สงสัยเลยว่าทำไมฟีร่าไม่มีแม่แท้ๆ อยู่เคียงข้างแต่กลับเป็นเด็กสดใสร่าเริงและมั่นใจในตัวเอง เพราะบิดาของเธอนี่เอง ฟาเดลเป็นทั้งคุณพ่อและคุณแม่ในเวลาเดียวกัน เขาพูดคุยกับลูกได้ในทุกๆ เรื่อง เขารับฟังในทุกปัญหาและข้อสงสัย เวลาที่ฟาเดลคุยกับฟีร่า สองพ่อลูกคุยกันเหมือนเพื่อน ฟาเดลเป็นกันเองกับลูก แม้เขาจะดูดุ แต่เธออบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา ฟีร่าเองก็คงไม่ต่างกัน ความรู้สึกนั้นคือความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อ
แต่เป็นไปอย่างอ่อนโยนลึกล้ำด้วยแรงเสน่หาเขายกใบหน้าเธอขึ้นจูบไล้ปากลงมายังแผ่นหลัง เธอจิกมือบนมือของเขาที่วางบนที่นอนแน่นเพื่อหาที่ระบายความเสียว ร่างกายของเธอสั่นสะเทือนเคลื่อนไหวอยู่ใต้ร่างหนาที่โยกกระชั้นลงมาหลอมประสาน อกเธอถูกมือหนากอบกุมเมื่อเป็นที่ยึดให้เขา มือแกร่งเกร็งจนเอ็นขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความซ่านลึกในอารมณ์พิศวาสภาคินเลื่อนมือลงไปกระชับเอวคอดแล้วควบร่างอย่างฮึกเหิม“โอ๊ะ! โอ๊ย... พี่คินขา...” มินตราหวีดร้องเสียงหลงทรุดฮวบลงไปบนที่นอน ภาคินตามติดโหมสะโพกลงมาแนบชิดในท่าที่เธอนอนคว่ำมินตราเป่าลมออกจากปากอย่างแรงก่อนที่เขาจะจับเธอพลิกหงายขึ้นมาอีกครั้ง เขาเริ่มขยับครั้งใหม่โดยแนบร่างกายแทบจะทุกส่วนลงมา ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ สะโพกสอบทำงานหนักเน้นจวนเจียนใกล้จะถึงฝั่งฝันเต็มที ทั้งๆ ที่ส่งสาวน้อยไปถึงสวรรค์แล้วหลายครั้งเขาปัดผมที่ปรกหน้าเธอออก กระแทกกายใส่ร่างน้อยจนจมเตียง เท้าแขนไปข้างกายบางโย้ขาเธอขึ้นไปจนเปิดอ้า ให้เธอโอบกอดลำคอเขาเอาไว้ รอบนี้ดูเตียงจะลั่นอย่างรุนแรง มือหนาคอยลูบผมสลวยอย่างปลอบโยน ริมฝีปากหนาจูบซับเหงื่อให้บางเบานาย
ลิ้นหนุ่มเกลี่ยขึ้นลงโบกสะบัดเป็นจังหวะ สายตาเหลือบมองสบกับสาวน้อยที่นอนเปิดขา หน้าแดงอยู่บนที่นอนนุ่มภาคินปาดลิ้นสากร้อนชุ่มฉ่ำไปตามซอกหลืบเร้นรัก เขาดูดเม้มยอดเกสรนารีสีหวานเสียหนำใจ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปภายในซอกหวานซ่านใจที่แสนคับแคบ เพราะไม่เคยถูกชำแรกแทรกผ่านจากสิ่งใดมาก่อนเขาชื่นชมกับความงดงามตรงหน้าจนอดจะพร่ำเพ้อออกมาเป็นคำพูดเสียไม่ได้ ยิ่งเขากระซิบเสียงพร่าว่าเธองดงามน่าปรารถนา สาวน้อยก็ยิ่งยกสะโพกเร่าๆ ด้วยความซ่านเสียวมินตรากระตุกร่างทุกครั้งที่เขาก้มลงมาสัมผัส มือหนาโอบประคองขาเพรียวทั้งสองเอาไว้ เธอยกมือขึ้นแนบกับใบหน้าบ้าง กัดบ้างเพื่อระบายความกระสัน เพียงแค่ลิ้นชุ่มร้อนของเขาสัมผัสลงมา เธอก็แทบขาดใจ สายตาของเขากำลังมองเธอด้วยความหิวโหยบ่งบอกอย่างแจ่มชัดว่าอยากจะกลืนกินเธอเสียในวินาทีนี้มือนิ่มของเธอประสานกับมือของเขาที่ยกขึ้นมารับเพื่อให้เธอหาหลักยึด เธอกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อลิ้นของเขาโรมรัน ลมหายใจหอบกระเส่าปลดปล่อยออกมาอย่างติดขัด เธอยกขางอเข่าจนเขาต้องกระซิบเมื่อเท้าเล็กๆ ของเธอเหยียดเกร็งอยู่บนบ่าของเขา“แยกขาหน่อยครับคนดี”เธอจิกเท้าบนที่นอน เปิดขาชันเข่าใ
ภาคินถอดเสื้อออกทางศีรษะจนท่อนบนเปลือยเปล่า ผิวของเขาขาวตามมารดา สาวน้อยแอบมองก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกหวั่นไหววูบวาบมือหนาเลื่อนมาจับชายเสื้อยืดเนื้อดีของสาวน้อยทำท่าจะถอด เธอกดเอาไว้ไม่ยินยอมเพราะความขัดเขิน ภาคินยิ้มปลอบกระซิบเสียงอ่อนโยนเช่นเคย“ถอดนะครับคนดีจะได้เสมอกันไง” เขาดึงรั้งอีกครั้ง เธอยังขัดขืนแต่ไม่มากพอทำให้เขาถอดได้สำเร็จ สาวน้อยก้มหน้างุดยกมือขึ้นปกปิดทรวงอกอิ่มที่ยังห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีชมพูสดใสเอาไว้เขาปัดผมยาวสลวยที่ปกปิดข้างกายและทรวงอกไปด้านหลัง เธอยังยกมือปิดบังอกอิ่มเอาไว้เช่นเดิม เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะดึงมือเธอออกแล้วกดร่างบางลงบนพื้นเตียงนุ่ม ซุกใบหน้าซบที่ร่องอกสวยเพื่อสูดดมกลิ่นอ่อนหวานที่โชยมาเตะจมูกมือหนากอบกุมบงกชงามเอาไว้ เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอด้านหลัง มินตราสะท้านกอดอกเอาไว้ แต่เขาก็สามารถใช้แรงที่มากกว่าดึงออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะจริงๆ แล้วเธอแทบไม่มีแรงเลยสักนิดบงกชดอกสวยชูช่อล่อตาล่อใจให้ภมรหนุ่มลุ่มหลง ภาคินกลืนน้ำลายลงสู่ลำคอที่แห้งผากเมื่อได้พิศมองยอดอกสวยขนาดเหมาะมือที่ตั้งชันอิ่มอวบรับการสัมผัสเขากด







