Share

บทที่ 215

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือครุ่นคิด และตัดสินใจว่าจะไม่รีบร้อน

เธอกลัวว่าถ้าพูดเรื่องหย่าตอนนี้ เวินถิงเยี่ยนจะไม่เพ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Primprapapon Sripi
แต่ล่ะตอนน้อยมากหมดไปเกือบพันล่ะยังไม่จบ
goodnovel comment avatar
กิ๊บบบบบ เก๋
หมดอารมณ์ขอบบอก
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 764

    จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกย้อนถึงช่วงครึ่งแรกของชีวิตตัวเองขึ้นมา รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตานิดหน่อย เจี่ยนจือในห้วงเวลานี้เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกว่าเธอมาก บางทีอาจเป็นเพราะได้พบคุณป้ากับพี่ชายตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีที่พึ่งพิง ไม่ต้องทนถูกพ่อแม่แท้ ๆ รังแกข่มเหงอยู่ตลอดเวลา ทั้งไม่ต้องคอยกังวลว่าคุณย่าจะถูกพวกเขารังแกด้วย หรือบางทีอาจมีเหตุผลอื่นก็ได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอก็เชื่อว่าเจี่ยนจือในห้วงเวลานี้จะมีชีวิตที่ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของชีวิตที่เธอเคยผ่านมาส่วนสถานการณ์ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เวินถิงเยี่ยนเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าจะลงเอยเช่นนี้ เขาจึงได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกอาซินถอยกรูดไปหลายก้าว แทบอยากตัดขาดความสัมพันธ์กับเวินถิงเยี่ยนให้รู้แล้วรู้รอด มีเพียงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะออกมา ก่อนจะขยับเข้าไปหาเวินถิงเยี่ยนแทน “อาเยี่ยน นาย……”“เงียบไปซะ!” เจี่ยนจือยกมือชี้ลั่วอวี่เฉิง “ถ้าไม่อยากลงไปนอนกับพื้นเหมือนหมอนั่นก็เงียบไป!”ลั่วอวี่เฉิงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ พลางหันไปมองเวินถิงเยี่ยน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอจึงถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัวเช่นกันและในจังหวะนั้น เส

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 763

    แต่สิ่งที่เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นห้วงเวลาไหน อาเหวิน อาซิน และลั่วอวี่เฉิงต่างก็เรียนเก่งกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเวินถิงเยี่ยนไม่ได้แล้วทำไมในห้วงเวลานี้ คนพวกนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนเด็กเกเรที่ไม่สนใจเรียนกันไปหมด?“อาเหวิน พวกเราออกมาสองชั่วโมงแล้วนะ กลับกันเถอะ?” จู่ ๆ อาซินก็เสนอขึ้น“กลัวอะไร?” อาเหวินว่าต่อ “นี่มันเดือนไหนแล้ว?เรื่องที่ต้องเรียนก็เรียนกันไปหมดแล้ว เรื่องที่ต้องรู้ก็รู้หมดแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่เข้าใจ ให้ตายก็ไม่เข้าใจหรอก สู้เอาเวลาออกมาผ่อนคลายดีกว่า”อาซินถอนหายใจ “เฮ้อ ถ้าพวกเราโดดเรียนอีก ครูจะเรียกผู้ปกครองแล้วนะ”โดดเรียนจริงด้วยสินะ……เจี่ยนจือฟังแล้วโกรธจนแทบไฟลุก“เรียกก็เรียกสิ ช่วงนี้พวกครูไม่กล้าตีหรอก มีแต่จะตามใจพวกเรา”อาซินถอนหายใจอีกครั้ง ดูท่าทางใจลอยอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนว่าอาซินจะเป็นคนขี้ขลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วสินะ“พอได้แล้วน่า นายดูสิ ขนาดอาเยี่ยนยังไม่เห็นเดือดร้อนเลย แล้วนายจะร้อนใจไปทำไม?” อาเหวินว่าต่อ“นั่นสิ” ลั่วอวี่เฉิงก้าวขึ้นมาข้างหน้า จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเวินถิงเยี่ยน “อา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 762

    หลังจากครั้งนั้น เจี่ยนจือก็ไม่ได้กลับเข้าไปในโลกแห่งความฝันอีกเลยเธอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่ลอนดอน ต้อนรับหิมะแรกของปีนี้ด้วยกัน ตามมาด้วยหิมะที่ตกลงมาอีกหลายครั้ง ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ด้วยกันอย่างครึกครื้น รวมถึงบินกลับประเทศเพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนตอนที่กลับมาถึง เธอยังนัดหร่านเฉินออกมาเจอกันอยู่บ่อย ๆทั้งสองคนไปกินข้าว ชอปปิง จิบชายามบ่ายด้วยกัน พากันเดินไปตามตรอกซอกซอยเล็กใหญ่ในไห่เฉิงที่เคยเดินเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนแทบครบทุกแห่งเนื่องจากเจี่ยนหลานมีธุระด่วนทางฝั่งลอนดอน เขาจึงต้องเดินทางกลับไปก่อนที่เทศกาลตรุษจีนจะสิ้นสุดลง ส่วนคุณป้าเองก็นาน ๆ ทีจะได้กลับมาสักครั้ง แถมยังเที่ยวไม่เต็มอิ่ม จึงตกลงกันว่าจะรอให้เจี่ยนหลานกลับมาครั้งหน้า แล้วค่อยเดินทางกลับลอนดอนไปพร้อมกันและการกลับประเทศในครั้งนี้ ก็กินเวลานานจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิโรงเรียนต่าง ๆ ในไห่เฉิงทยอยเปิดเทอมกันหมดแล้ว เจี่ยนจือจึงนัดหร่านเฉินกลับไปเยี่ยมคุณครูที่โรงเรียนด้วยกันได้กลับมาเยี่ยมรั้วโรงเรียนที่เคยมีความทรงจำร่วมกัน ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกอาลัยเมื่อต้องเดินผ่านห้องเรียนที่เคยนั่งเรียนในอดีต“เจี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 761

    ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังพูดอยู่คนเดียว แต่เจี่ยนจือก็ยังอดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้แต่ถึงแม้เธอจะพูดจบไปตั้งนานแล้ว เขาก็ยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอไม่ขยับไปไหนสักที“ทำไมนายยังไม่ไปอีกล่ะ?” เธอเอ่ยเร่งแต่แล้วจู่ ๆ ห้องเรียนที่เคยเงียบสงัดกลับมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นเจี่ยนจือคิดว่าตัวเองน่าจะหูฝาด เลยลองตั้งใจฟังอีกครั้ง แล้วก็พบว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเสียงนั้นดังมาจากตัวเวินถิงเยี่ยนเธอเพ่งมองใบหน้าของเขาผ่านแสงจันทร์สลัว ๆ ที่ส่องกระทบลงมา เหมือนจะเห็นหยาดน้ำใสอยู่บนใบหน้าของเขา ……“เวินถิงเยี่ยน นายร้องไห้เหรอ?” เธอนิ่งงันด้วยความตกใจ “ทำไมนายถึงร้องไห้ล่ะ?”ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้เธอยื่นมือสัมผัสใบหน้าของเขา แต่กลับแตะต้องอะไรไม่ได้เลย เหมือนปลายนิ้วของเธอถูกห้อมล้อมด้วยม่านหมอกที่ไม่มีอยู่จริง มีเพียงสร้อยข้อมือของเธอเท่านั้นที่ยังคงเปล่งประกายอยู่“เพราะสอบได้ไม่ดีเหรอ?ไม่เป็นไรนะ พื้นฐานนายดีจะตาย ขอแค่นายตั้งใจ ยังไงเดือนหน้าก็ต้องสอบได้คะแนนดีแน่”“อืม……หรือว่าเป็นเพราะที่นายโดนคุณครูตำหนิ?ฉันรู้ว่านายเป็นพวกทะนงในศักดิ์ศรีมาก แล้วก็ไม่เคยโดนครูตำ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 760

    อันดับต่ำกว่าห้าสิบ...เวินถิงเยี่ยนเป็นที่หนึ่งของระดับชั้นมาโดยตลอดเจี่ยนจือโกรธจนแทบระเบิด: เวินถิงเยี่ยน นี่นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่?เวินถิงเยี่ยนเพียงยืนตัวตรงโดยไม่ตอบคำถามของอาจารย์ และไม่ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธของเธอเช่นกัน“เวินถิงเยี่ยน เธอกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า? ลองเล่าให้ครูฟังสิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องชีวิตส่วนตัว หรือว่า...สับสนในความรัก เธอก็ปรึกษาครูได้นะ” อาจารย์พูดด้วยความอดทนอย่างมาก พยายามช่วยเขาแก้ไขปัญหาแต่ปรากฏว่าเวินถิงเยี่ยนกลับตอบเธอเพียงประโยคเดียวว่า “ขอบคุณครับอาจารย์ ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”“เธอนี่...” อาจารย์โกรธจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เพราะคำตอบของเขา แต่ก็พยายามอดกลั้น ไม่แสดงความโกรธออกมา และยังคงพูดกับเขาดี ๆ ว่า “เวินถิงเยี่ยน ครูรู้ว่าเธอเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเองและมีวินัยในตัวเองมาโดยตลอด คนเราในช่วงวัยรุ่นย่อมต้องพบเจอกับอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา แต่เธอต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่จะเอาชนะอุปสรรคได้ไม่ใช่การปล่อยตัวให้ตกต่ำ แต่เป็นการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวเองในอดีตและแข็งแกร่งยิ่งกว่าคู่แ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 759

    เจี่ยนจือขมวดคิ้ว ก่อนจะถามเสียงเบา“ของที่ใส่อยู่บนข้อมือเหรอ? ใส่อะไรอยู่ล่ะ?” คุณย่ายังคงจับข้อมือข้างที่เธอสวมสร้อยข้อมือเอาไว้พลางยิ้มขำ “หลานยังไม่ตื่นดีหรือเปล่าเนี่ย?”เจี่ยนจือยกมือของตัวเองขึ้นมา จ้องมองสร้อยข้อมือที่เปล่งประกายระยิบระยับอยู่บนข้อมือ “หนูไม่ได้ใส่อะไรอยู่เลยเหรอคะ?”“ก็ใช่น่ะสิ” คุณย่าเองก็มองเธอด้วยความสงสัยเช่นกันเจี่ยนจือลดมือลง “อ๋อ เมื่อกี้หนูเพิ่งฝันว่าตัวเองซื้อสร้อยข้อมือเส้นใหม่มาน่ะค่ะ...”ดูเหมือนว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้ นอกจากตัวเธอเองแล้ว คนอื่น ๆ ในห้วงเวลานี้จะมองไม่เห็นกันหมดเลยงั้นเหรอ?แต่คุณย่ากลับจำคำพูดประโยคนี้ของเธอเอาไว้ หลังจากไปชมนิทรรศการเสร็จก็พาเธอไปซื้อสร้อยข้อมือต่อเธอยื่นมือข้างที่สวมสร้อยข้อมืออยู่แล้วออกไป พนักงานขายเพียงชมว่าเธอมีผิวพรรณสวย และเข้ากับสร้อยข้อมือเส้นที่กำลังลองสวมอยู่มาก จากนั้นก็สวมสร้อยข้อมือเส้นใหม่ลงบนข้อมือตรงตำแหน่งที่เธอสวมสร้อยข้อมืออีกเส้นอยู่แล้วที่แท้ทุกคนก็มองไม่เห็นสร้อยข้อมือเส้นนี้จริง ๆ...หากไม่ใช่เพราะเธอสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความรู้สึกของสร้อยข้อมือที่สวมอยู่บนข้อมือ แม้แต่ตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status