로그인การเล่าเรื่องราวผ่านบทบรรยายอันไพเราะ ถ้อยคำสละสลวยกินใจ เนื้อหาน่าติดตาม บทกวีที่ซึมลึกถึงอารมณ์ทั้งห้าทำให้ผู้อ่านต่างสะเทือนใจไปกับการฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อตำแหน่งหน้าที่การงานและความรัก กว่าที่บุรุษผู้ต่ำต้อยจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ได้ครองคู่กับคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลแม่ทัพ
ทั่วทั้งเมืองต่างโจษขานกันว่าเนื้อหาในนิยายล้วนถอดแบบมาจากข่าวลือฉาวโฉ่ ใต้เท้าผู้มีภรรยาหนึ่งอนุสอง จะเป็นใครไปได้หากมิใช่จวนท่านรองเสนาบดีซู...
พอนิยายเริ่มวางขายในอาทิตย์นี้ กระดาษในเมืองหลวงแพงหูฉี่ บรรดาบุตรหลานขุนนางและเหล่าปัญญาชนต่างมาเข้าแถวรอซื้อหน้าโรงน้ำชาอย่างคึกคัก หางแถวนั้นยาวเหยียดไปถึงตรอกชุนหลี ประมาณหกลี้ได้
“ก็เพราะมันเป็นเรื่องราวของคุณชายท่านหนึ่งยังไงเล่า เจ้าไม่สงสัยบ้างเลยหรือ เหตุใดเขาต้องถูกรังแกถึงเพียงนี้”
“บ่าวสงสัยเจ้าค่ะ!”
ในจวนแม่ทัพมีบางคนเพิ่งทราบข่าว สาวใช้คนสนิทอีกสองตามเข้ามาในเรือนรับรอง ซิ่วอิง ลู่ซวน รินชาให้คุณหนู ฟังเรื่องราวของคุณชายน้อยไปพร้อมกับบัณฑิตหนุ่ม
เรือนฉางชุนพื้นสะอาดเป็นเงามัน บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยเหมยกุ้ยฮวาหลากสีสัน ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ด้านหน้าเรือนมีบ่อน้ำพุร้อน ข้างเรือนมีน้ำตกจำลอง ภายในกว้างขวางโอ่อ่า ประดับด้วยเครื่องเรือนราคาแพงสมฐานะบุตรีเอกจวนแม่ทัพ ผู้ซึ่งบริหารทรัพย์สินในชาตินี้เป็นอย่างดี
คุณหนูเสิ่นมิเคยเงินขาดมือ นางได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดจากชาติก่อน หลังยกสินเดิมใช้หนี้ท่วมหัวตระกูลซูที่แต่ละคนใช้เงินเป็นกระดาษ ร้านค้านับสิบร้านขนาดว่าได้มาจากมารดาของคุณชายน้อยโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเลย ขาดทุนย่อยยับก่อนหน้าที่นางจะแต่งเข้าไปแล้ว
บุตรของอนุเสี่ยวถิง อนุรองผู้มีบุตรแฝดจอมเสเพล หยิบฉวยข้าวของในร้านไปใช้สอยส่วนตัว ตบหน้าตัวเองจนบวม เที่ยวแจกของมีค่าให้กับมิตรสหายขี้ประจบประแจง บุตรของอนุเจียอี คุณหนูสี่บริหารงานไม่เป็นแต่กลับนำของปลอมมาหลอกลวงลูกค้า ยามใดที่เงินขาดมือ พวกเขาจะบากหน้ามาขอจากพี่สะใภ้เช่นนาง และนางในตอนนั้น... กลับนำเงินคลังจากจวนแม่ทัพไปประเคนให้พวกคนชั่วอย่างคนโง่งม!
มนุษย์เราจะโง่เขลาได้สักกี่ครา?
หยิบยื่นทุกสิ่งให้คนชั่วจนหมดตัว เฝ้าให้อภัยดั่งพระโพธิสัตว์มาโปรดสัตว์โลกเช่นนั้น เรียกว่าความดีหรือความบ้าคลั่งกันแน่ ต่อให้อีกฝ่ายจะสำนึกผิดหรือไม่แล้วอย่างไร
ความผิดก็เกิดขึ้นแล้ว...
คนที่ถูกกระทำจนยับเยินเช่นนางเล่า ใครจะเยียวยารักษา?
ร่างบางในชุดสีชาดเอนกายลงบนเปลนอนด้วยท่าทีผ่อนคลาย บ่าวแต่ละคนมีสีหน้าสดใส คงเพราะหลายวันมานี้พวกนางเห็นคุณหนูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“บทกวีของบัณฑิตน้อยไพเราะนัก ภาษาอ่านง่าย ขนาดผู้ไม่มีความรู้ในระดับสูงยังอ่านเข้าใจ พวกเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร?” นางหันไปถามบ่าวที่เดินเข้ามาอีกสอง ในจวนแม่ทัพมีสาวใช้ยี่สิบสามคน บ่าวอีกสามสิบ ไม่รวมคนของสำนักหลิงฝูที่ปลอมตัวเข้า ๆ ออก ๆ จวนแม่ทัพนับห้าสิบชีวิต
“ข้าอ่านหลายรอบแล้วเจ้าค่ะสนุกมาก แค่สองตอนแรก วางขายเพียงวันเดียวก็คัดสำเนาไม่ทัน ตอนข้าไปสืบดูข่าวคราว เห็นบรรดาลูกหลานขุนนางคุณหนูผู้ดีมารอซื้อ วางมัดจำเอาไว้เป็นหมื่นตำลึง องค์ชายใหญ่มาขอจองเป็นคนแรก แพงเท่าไรก็ยอมจ่าย”
“คุณหนูเราจะรวยแล้ว” ลู่ซวนหัวเราะร่าเริง บ่าวชายอีกสามเข้ามาผลัดกันดูผลงานนิยายที่กำลังโด่งดัง ซิ่วอิงเข้ามาประจบคุณหนู สาวใช้อีกคนนวดบ่าไหล่
“ข้ารวยอยู่แล้ว แค่หารายได้เล็กน้อย” คุณหนูวางถ้วยชาลง หันไปถามบัณฑิตหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวสะอาด “ตกลงท่านเอาเท่าไร ข้าเหมาจ่าย”
บัณฑิตหนุ่มวางพู่กันลง ยกมือโขกศีรษะ “ข้าน้อยกู้เจียวซิ่นยินดีทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณตระกูลเสิ่น แม่ทัพวั่งซูเมตตาบิดาข้า แม้แขนพิการก็รับมาทำงานในจวน แม่ทัพหญิงเสิ่นช่วยมารดาข้าให้พ้นจากหอนางโลม บีบบังคับเอาหนังสือตัดขาดญาติชั่วช้า มิให้นางต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป คุณหนูไม่เคยทอดทิ้งครอบครัวข้า ทั้งหยิบยื่นเงินทองและยารักษาโรคให้ประทังชีวิต ข้าน้อยมีเพียงความจงรักภักดีมอบให้ มิคิดอาจเอื้อมรับเงินแม้เพียงตำลึงเดียวขอรับ”
“เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น? ท่านรับเงินก้อนนี้ไปซื้อยาซื้ออาหารดี ๆ และหยูกยาให้บิดามารดาด้วย เข้าใจหรือไม่?”
“ขอรับคุณหนู แม้ข้ามิอยากรับไว้จริง ๆ สุดแล้วแต่คุณหนูจะเมตตา”
เมื่อครั้งบิดามารดายังมีชีวิต ทหารกล้าในกองทัพหลายนายแม้ต้องพิการแขนขาหรือสูญเสียดวงตาในสนามรบ ท่านแม่ทัพกลับมิเคยทอดทิ้ง วีรบุรุษผู้บอบช้ำเหล่านี้ถูกรับเข้ามาช่วยงานในร้านค้าและจวนแม่ทัพ มีโรงครัวที่ต้อนรับครอบครัวของพวกเขาให้ได้อิ่มท้อง ทั้งยังเมตตาลูกหลานพวกเขา ใช้เส้นสายฝากเข้าเรียนหนังสือในสำนักศึกษาดี ๆ ไม่แปลกที่ผู้จงรักภักดีเหล่านี้ล้วนซื่อสัตย์จนตัวตาย
บัดนี้จวนแม่ทัพตระกูลเสิ่นเหลือเพียงคุณหนูหรูซี นางเป็นผู้จัดการบัญชีในตระกูลตั้งแต่อายุสิบสอง ด้วยความเฉลียวฉลาดเกินวัยจนท่านลุงมองเห็นในความสามารถ ประกอบกับว่านางตัดสินใจเล่าเรื่องของตนไปตามตรง เพื่อขอตราพยัคฆ์และสมุดบัญชีให้นางเป็นผู้สืบทอดกิจการทั้งหมด นางรับปากท่านลุงว่าจะมิละเลยผู้ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของตระกูลเสิ่นแม้เพียงคนเดียว
ธรรมดาสตรีที่เป็นเด็กกำพร้ามักถูกญาติพี่น้องข่มเหงรังแก เหล่าเครือญาติสายรองที่แตกแขนงออกไปต่างจ้องจะรุมทึ้งทรัพย์สมบัติของตระกูลเสิ่น ทว่าสุดท้ายก็ยอมแพ้ไปจนหมดไม่เหลือสักคน ใครเล่าจะมาต่อกรกับนางผู้มีชีวิตมาสองครั้งได้
นางมีแค่สติปัญญาเสียเมื่อไร…
ชาติก่อนนางตรากตรำบำเพ็ญเพียร ขัดเกลาวิทยายุทธ์ในสำนักหลิงฝูจนก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์ การสะกดจิตท่านป้าท่านลุงนั้นง่ายดายเหมือนล้วงของออกจากแขนเสื้อ
เห็นจะมีแค่ตระกูลซูเท่านั้นที่ไม่กลัวตาย ติดเพียงนางแตะต้องพวกเขาไม่ได้...
ห่างออกไปในเงามืด ซูจื่อหาวทำได้เพียงยืนมองภาพเหล่านั้นอยู่ไกล ๆ เขามองเห็นสองสามีภรรยาหยอกล้อและดูแลกันอย่างหวานชื่นอยู่หน้ากองไฟที่ลุกโชนกลิ่นเนื้อย่างที่อวิ๋นซีบรรจงทำด้วยความใส่ใจ ตอกย้ำถึงสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำให้นาง... น้องชายของเขาช่างแสนดีเสียเหลือเกิน ดีพอที่จะทำให้สตรีผู้หนึ่งกลายเป็นทั้งฮูหยินและมารดาที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้ายิ่งหวนนึกถึงอดีต หัวใจของเขาก็ยิ่งหนักอึ้ง หลังจากหย่าขาดถึงสามครั้งสามครา ชีวิตรักกลับกลายเป็นความอ้างว้างอย่างน่าประหลาด เขาพานพบแต่ฮูหยินที่แสนร้ายกาจ คนที่สองลอบมีชู้ในจวน สร้างความอัปยศให้กับตระกูลซู คนที่สามเป็นคุณหนูผู้ดีแสนเกียจคร้าน วัน ๆ ไม่ทำสิ่งใดนอกจากผลาญทรัพย์สินจนเกลี้ยง จนเขาต้องหย่าขาดจากนางเขากลับไปกราบกรานถามแม่เฒ่าผู้หยั่งรู้ถึงชะตาชีวิต แต่นางกลับเพียงหลับตาลงแล้วเอ่ยประโยคที่กรีดลึกเข้าไปถึงดวงวิญญาณ‘ข้าก็มอบคำทำนายให้เจ้าไปแล้ว เจ้าไม่ต้องถามหาความรักอีกต่อไป เพราะกรรมที่เจ้าก่อไว้มันใหญ่หลวงนัก... ชะตาของเจ้าในชาตินี้ มิได้ถูกกำหนดให้ตายตกตามกัน ทว่าถูกสาปให้ต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อเฝ้ามองฮูหยินที่เจ้าเคยทารุณทรมาน มีความสุ
หัวใจของเขาเต้นระรัวแรงทุกชั่วขณะ กระทั่งภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง...หมูป่าร่างยักษ์เขี้ยวโง้งตัวหนึ่งถูกพันธนาการด้วยเชือกอาคมสีทองละเอียดยิบ นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าสตรีในชุดผ้าป่านอย่างชาวบ้าน นางรวบผมไว้อย่างลวก ๆ ทว่ากลับขับเน้นใบหน้าผุดผาดให้น่ามองยิ่งขึ้น แม้ครรภ์ที่แก่จัดจะนูนเด่นชัดเจน นางยังคงส่งยิ้มละไมเหมือนไม่มีเรื่องอะไร“พี่อวิ๋นมาพอดีเลยเจ้าค่ะ ดูสิ... เจ้าตัวนี้มันวิ่งเข้ามาหาข้าเอง ข้าเห็นว่าท่านพี่ทำงานหนักจนซูบผอมไปนิด เลยตั้งใจจะเอามาทำอาหารบำรุงเลือดลมให้ท่านสักหน่อย”อวิ๋นซีกระโจนกายลงจากม้า เข้าไปประคองร่างภรรยาพลางตรวจดูตามเนื้อตัวด้วยความลนลาน “อาหรู! เจ้าทำข้าหัวใจจะวายรู้หรือไม่ เจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะ หากเจ้าหน้ามืดหรือเจ้าหมูหน้าโง่นี่ทำอันตรายเจ้าขึ้นมา ข้าจะทำเช่นไร!”หรูซีซบลงบนอกสามีอย่างออดอ้อน “ข้าเป็นเซียนนะเจ้าคะ สัตว์ป่าพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อีกอย่าง... ลูกในท้องยังกระซิบบอกข้าเลยว่า ‘ท่านแม่ล่ามาให้ท่านพ่อเถิด ท่านพ่อจะได้มีแรงกอดพวกเรานาน ๆ’”เมื่อเจอไม้อ้อนประสานเสียงของทั้งแม่และลูก อวิ๋นซีที่ตั้งท่าจะดุภรรยา ก็พลันใจอ่อนย
กลิ่นธูปหอมอ่อนอบอวลอยู่ภายใต้บรรยากาศอันสงบเงียบในศาลเทพชะตา ดวงตาสองคู่ทอดมองไปยังเปลวเทียนที่ไหวระริกส่องสว่าง มือหนาวางทาบบนหน้าท้องที่ยังแบนราบตามอายุครรภ์อย่างแผ่วเบา พลางโอบบ่าประคองภรรยาให้ยืนเคียงข้างอย่างทะนุถนอม“ลูกพ่อ... เจ้ามีมารดาเป็นเซียนผู้เก่งกาจ มีบิดารักใคร่ในมารดายิ่งนัก”“เจ้าก้อนแป้งเพิ่งกระซิบบอกข้าว่าเขาอยากออกมาเห็นหน้าท่านเสนาบดีไว ๆ เจ้าค่ะ” หรูซีคลี่ยิ้มละไม “เขาจะต้องภูมิใจที่สุด หากรู้ว่าท่านพ่อของเขายอมสละได้แม้กระทั่งดวงวิญญาณเพื่อปกป้องท่านแม่”“ข้าสัญญาด้วยชีวิตของข้า จะดูแลทั้งเจ้าและลูกให้ดีที่สุด” อวิ๋นซีก้มมองอาภรณ์ขาวสะอาด ราวกับจะมองทะลุผ่านไปถึงเจ้าตัวน้อยในครรภ์ หรูซีจึงวางมือทับบนมือของสามีอีกชั้นหนึ่งอย่างปลอบประโลม ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าศาลเทพชะตา ประสานมือตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสัตย์จริง“ข้าแต่องค์เทพ... ข้าขอวิงวอนให้วาสนาที่ข้าแลกมาด้วยดวงวิญญาณจงยั่งยืนตลอดไป ขอให้ข้าและอาหรูได้ครองรักเคียงคู่จนผมหงอกขาว ขอให้ข้าและนางมีวาสนาต่อกัน เป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวในทุกภพชาติ”หรูซีหลับตาลงอธิษฐานตาม “ขอให้คำสาบานของพวกเราสว่าง
“วันนี้ท่านมีธุระอะไรกับท่านอ๋องหรือ รองแม่ทัพซู?”“ข้าแวะมาดูท่านย่า... มาดูน้องชายของข้าด้วยว่าเขายังสบายดีหรือไม่ ช่วงนี้เขาดูแปลกไปนะเจ้าว่าไหม? หรูซี” จื่อหาวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมีนัยแอบแฝง เขายังเรียกนางอย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อครั้งก่อนในเมื่อทั้งสองคนอนุญาตเขาแล้ว“พี่อวิ๋นของข้ามีอะไรแปลกไปงั้นหรือ?”“เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรเล่า ไหนเจ้าว่าเป็นเซียนผู้หยั่งรู้... เรื่องแค่นี้เจ้ากลับมองไม่ออก?” จื่อหาวแค่นยิ้ม ยั่วยุให้นางสงสัยในตัวอวิ๋นซีอวิ๋นซีพลันสบตาภรรยาด้วยความรู้สึกผิด เขากลัวว่าจะถูกภรรยาโกรธงอน รีบเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “อาหรู... ข้ามีเรื่องปิดบังเจ้า หากข้าจะบอกความจริงทุกอย่างแก่เจ้าในตอนนี้ เจ้าจะยอมรับฟังข้าหรือไม่...?”หรูซีส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามี “ไม่ว่าท่านพี่จะทำอะไร ข้าก็ไม่โกรธท่านหรอกเจ้าค่ะ... ท่านดูเขาสิ” นางปรายตามองบุรุษในฝั่งตรงกันข้ามด้วยความสมเพช “คนผู้นั้นเคยทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับข้าขนาดไหน ข้ายังละวางความแค้นลงได้ แล้วพี่อวิ๋นแสนดีกับข้าถึงเพียงนี้ ท่านทำให้ข้าเป็นฮูหยินที่สตรีทั้งใต้หล้าล้วนริษยา ทุกวันนี้มิตรสหายต่างเข้ามารุมล้อมถามข้าถึงเคล็ดลับ เห
อวิ๋นซีหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน ความตั้งใจของพี่ชายนั้นชัดเจนว่าไม่ยอมแพ้และต้องการสร้างผลงานบางอย่างเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนกลับมาหลายวันมานี้ชาวบ้านลือกันทั่วว่ารองแม่ทัพไร้น้ำยา งานปราบกบฏอันควรเป็นเกียรติประวัติ ดันถูกองครักษ์ของคุณหนูเยว่และน้องชายที่เขาเคยดูแคลนช่วงชิงความดีความชอบไปเสียสิ้น ผู้คนต่างพากันนินทาลับหลังว่าวัน ๆ เขาอุดอู้อยู่แต่ในกระโจมแม่ทัพจนภรรยาอยากจะหย่าขาดเต็มทน ซึ่งนางก็สมหวังไปแล้วเพราะองครักษ์หนุ่มผู้จงรักภักดี“ท่านจะตามจับปีศาจด้วยกระดิ่งนั่นหรือ?” อวิ๋นซีถามพลางจิบชาอย่างใจเย็น แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่แขนเสื้อของพี่ชาย “อาหรูนางเลือกเดินหนทางเซียน ต่อให้นางมีกู่ปีศาจในร่าง ทว่าจิตมารดวงนั้นดับสูญไปแล้ว กระดิ่งนี่ไม่น่าจะดังได้ ข้าว่ามันคงเสียแล้วล่ะ”“ไม่มีทางที่มันจะเสีย เจ้าลองไปตามนางมาพิสูจน์ดูก็แล้วกัน” จื่อหาวเอ่ยแกมสั่ง ทว่าน้ำเสียงกลับไร้ความมั่นใจยามเผชิญหน้ากับน้องชายที่มีฐานะเหนือกว่าตนในทุกด้าน“ท่านมีสิทธิอะไรมากล่าวหาฮูหยินของข้า อย่าลืมสิว่านางเป็นถึงปรมาจารย์ราชครูของแผ่นดินนะพี่ใหญ่ หากท่านคิดจะตรวจสอบนาง มิควรขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบา
ค่ำคืนนั้นเขามองเห็นอาหรูนั่งร้องไห้กอดป้ายวิญญาณอยู่ในศาลบรรพชนเพียงลำพัง จึงแอบไปเก็บดอกไม้ป่าที่นางชอบ เขาเดินฝ่าลมหนาวด้วยรองเท้าคู่เก่าของพี่ชายทำให้หิมะกัดเท้าแห้งแตกจนเลือดไหลซึม ทว่าใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม เพียงเพราะคิดว่านางจะต้องดีใจแน่ ๆแต่เมื่อเขากลับไปที่ศาลบรรพชนตระกูลเสิ่นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับเป็นจื่อหาว! ลูกอนุผู้แย่งทุกสิ่งไปจากเขาและมารดา กำลังปลอบประโลมเด็กสาวตัวน้อยและพานางขึ้นรถม้าของตระกูลไปอย่างง่ายดายเขาในเวลานั้นคิดปลอบใจตนเองว่าขอแค่นางไม่ต้องเหน็บหนาว ก็นับว่าดีแล้ว ในเมื่อเขาไม่มีสิทธิแม้จะมีรถม้าส่วนตัวเหมือนบุตรคนอื่นในบ้าน ทว่าเขาคิดผิดไปทั้งหมด เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หัวใจของนางก็ไม่เคยหันมองมาที่เขาอีกเลย‘ทำไมต้องเป็นท่าน... พี่ใหญ่... ทำไมทุกอย่างในโลกนี้ต้องเป็นของท่าน!’เสียงกรีดร้องในใจวันนั้น กลายเป็นรอยแผลที่ฝังลึกจนไม่อาจลบเลือน แม้กระทั่งนางแต่งเข้าจวนตระกูลซูในฐานะพี่สะใภ้ ทั้งที่เขาอยากตบแต่งกับนางเจียนคลั่ง กลับถูกพี่ชายแย่งชิงวาสนาไป ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายเกียรติของนาง เพราะรู้ดีว่าหัวใจของนางมีเพียงซูจื่อหาวสอ
ทว่าขณะที่เสียงค้อนตอกตะปูดังประสานกัน สาวใช้คนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ท่านอ๋อง... คุณหนู... คุณหนูเยว่มาขอพบเจ้าค่ะ!”หรูซีวางถ้วยชาลงอย่างใจเย็น นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าหากคุณหนูเยว่ยอมบากหน้ามาถึงจวนอ๋อง ย่อมมิใช่เรื่องอื่นใดนอกจากอาการของฉางเฉิน องครักษ์คนรักของนางคงพิษกำเริบหนัก เกินมือห
ยามเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับ แววตาของอวิ๋นซีพลันหม่นแสง ทอดมองไปยังท้องนทีอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าบางค่ำคืนเขายังคงสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หวาดกลัวแหล่งน้ำทุกแห่งหน ทว่าเขากลับต้องฝืนเรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอด มิให้ถูกพวกลูกอนุผลักตกน้ำจนตาย“อาหรู...” เสียงทุ้มพร่าหนักแน่นขึ้น เขาก้มลงมองสตรีในอ้อม
ทว่าคุณหนูเสิ่นออกไปเดินตลาดในเมืองจนฟ้ามืด ส่วนเสนาบดีอวิ๋นก็ไปทำหน้าที่ในราชสำนัก กว่าคนพวกนั้นจะทันเห็นรถม้าประดับไม้แกะสลักลายเมฆามงคล ตัวรถบุผ้าไหมเนื้อละเอียดสีม่วงเข้ม สีประจำฐานันดรสูงเคลื่อนผ่านประตูจวน แสงไฟภายในก็ถูกดับจนมืดสนิท เหลือเพียงเงาเงียบงันของจวนอ๋องที่ไม่คิดเปิดรับแขกผู้ไม่พึง
“ข้าแล้วแต่เจ้า! ฮูหยินน้อย... ข้าจะยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น ข้าเชื่อฟังเจ้า ตามใจเจ้าเถิด” เขาละล่ำละลักยืนยันหนักแน่นจนบิดาถึงกับตะคอกด้วยโทสะ“เจ้าเห็นภรรยาดีกว่าบิดารึ!?”“ท่านพ่อก็เชื่อฟังภรรยามากกว่าบุตรชายคนเล็กมาตลอดมิใช่หรือ?” อวิ๋นซีสวนกลับด้วยแววตาเฉยชา บัดนี้เขาคือสามีของเจ้าสำนั







