เข้าสู่ระบบคำโปรย เพราะความร้ายกาจและความไม่เอาไหนของตัวหญิงสาว เป็นเหตุให้สามีและบุตรชายต้องตายตกอย่างน่าอนาถ ก่อนวิญญาณจะถูกส่งไปยังโลกใหม่เพื่อพัฒนาตัวเอง แล้วถูกดึงกลับมายังโลกเดิม ราวกับต้องการให้นางได้มีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดบางอย่าง จากสตรีร้ายกาจที่ผู้คนต่างเบือนหน้าหนี หญิงสาวตั้งมั่นว่าจะต้องกลายเป็นสตรีที่ดีพร้อม ... ก่อนหน้านี้เพราะชายหนุ่มทะเลาะกับภรรยาผู้ไม่เอาไหนเช่นนาง ก่อนจะพลั้งมือผลักร่างบาง ทำให้ศีรษะกระแทกกับก้อนหินใหญ่ เมื่อฟื้นขึ้นมา นางกลับบอกว่า...จดจำสิ่งใดไม่ได้เลย ทั้งยังมีท่าทีที่เปลี่ยนไปดูไม่เหมือนภรรยาแสนร้ายกาจคนเดิมผู้นั้น แต่จิตใต้สำนึกของเขากำลังบอกว่านางเพียงแค่เสแสร้งเท่านั้น
ดูเพิ่มเติม"สตรีนางนั้นเป็นผู้ใด! เหตุใดท่านต้องสนิทสนมกับนาง บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงร้องโวยวายของเซี่ยเป่าเจินดังลั่นเรือน เมื่อในตอนเช้ามีสตรีนางหนึ่งมาขอพบสามีของนาง ในขณะที่นางกำลังแอบดูทั้งคู่พูดคุยกันอยู่นั้น เป็นเพราะระยะที่ค่อนข้างไกลทำให้นางไม่อาจได้ยินเสียงที่ทั้งคู่พูดคุยกัน แต่ในขณะนั้นเองอยู่ ๆ สตรีนางนั้นก็ล้มถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของสามีนาง ก่อนที่ซ่งรุ่ยหยางจะดันร่างของหญิงสาวออกแล้วถอยห่างออกมาไกล
แต่เป็นเพราะความหึงหวงของเซี่ยเป่าเจินทำให้หญิงสาวขาดสติและพุ่งตัวเข้าไปฉุดกระชากสตรีผู้นั้น ก่อนจะฟาดฝ่ามือของนางลงบนแก้มของอีกฝ่าย จนกระทั่งเกิดเป็นเรื่องยุ่ง ๆ ขึ้น กว่าที่ทั้งสองจะถูกแยกออกจากกันได้ก็ทำเอาสาวใช้ของสตรีทั้งสองและสามีของนางเกิดอาการหอบเหนื่อยไม่น้อย
ซ่งรุ่ยหยางใช้สายตาฟาดฟันไปที่ร่างของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของตนเอง ก่อนจะเอ่ยตะคอกเสียงดังทำเอาร่างบางถึงกับสะดุ้งโหยง ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงพันกันพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มบวมช้ำเพราะถูกอาวุธลับของสตรีอีกฝ่ายไปไม่น้อย
"เซี่ยเป่าเจิน! นี่เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ!" เซี่ยเป่าเจินได้แต่มองหน้าสามีก่อนจะเบะปากน้ำตาไหลเพราะความน้อยใจ นางก็แค่เพียงหึงหวงเขาเท่านั้น
ซูซินฮวาเห็นว่าแผนการที่ทำให้คนทั้งคู่แตกหักกันนั้นใกล้สำเร็จแล้วจึงได้ขอตัวกลับก่อนที่สตรีดุร้ายผู้นั้นจะพุ่งตัวเข้ามาทำร้ายนางอีกครั้ง โดยไม่ลืมเสแสร้งทำเป็นเจ็บปวดกับบาดแผลที่เกิดขึ้น
"ท่านอาจารย์ซ่ง เช่นนั้นข้าต้องขอตัวกลับก่อน อย่างไรเรื่องนี้ก็มิใช่ความผิดของซ่งฮูหยิน ท่านก็อย่าได้กล่าวโทษนางหนักจนเกินไปนัก"
"แม่นางซู ข้าต้องขออภัยแทนภรรยาผู้ไม่รู้ความผู้นี้ของข้าด้วย หวังว่าท่านจะไม่ถือสานางแล้วข้าจะเป็นผู้จัดการกับนางด้วยตนเอง"
"เช่นนั้น ข้าต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ หลัวเอ๋อร์กลับกันเถิด"
"เจ้าค่ะคุณหนู" สาวใช้ของซูซินฮวาเข้ามาพยุงร่างบางของนายสาวก่อนที่คนทั้งคู่จะเดินตรงกลับไปยังรถม้าที่จอดเทียบอยู่หน้าเรือน ในขณะที่หน้าเรือนเริ่มมีชาวบ้านเข้ามามุงดูกันอยู่หลายคนก่อนที่ชาวบ้านเหล่านั้นจะเริ่มซุบซิบนินทาถึงวีรกรรมหึงหวงอันดุร้ายของเซี่ยเป่าเจิน เพราะนี่หาใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ไม่
"นี่! เซี่ยเป่าเจินอาละวาดอีกแล้วหรือ" หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าเอือมระอาไม่น้อย
"นั่นน่ะสิ! ข้าละเห็นใจอาจารย์ซ่งยิ่งนักที่ต้องมาทนอยู่กับสตรีเช่นนี้" หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันเอ่ยเสริมขึ้น
"หึ! หากนางมิใช้เล่ห์เหลี่ยมกับท่านอาจารย์ซ่ง ป่านนี้จะได้มานั่งชูคอเป็นฮูหยินซ่งเช่นทุกวันนี้หรือ" หญิงวัยกลางคนที่เอ่ยขึ้นคนแรกกล่าวต่อ
"นั่นก็จริงอย่างที่เจ้ากล่าว เช่นนี้อีกไม่นาน นางก็คงจะถูกสามีหย่าร้างเป็นแน่!"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น!"
"หากข้าเป็นท่านอาจารย์ซ่งก็คงไม่ทนอยู่กับนางอีกแล้ว สตรีใจแคบดุร้ายเช่นนั้น ผู้ใดจะไปทนได้กันเล่า"
"ถูกต้อง ๆ" เสียงเหล่าชาวบ้านเอ่ยสมทบกันอย่างคึกคัก ผู้ใดเล่าจะมิรู้ถึงนิสัยใจคออันร้ายกาจของเซี่ยเป่าเจินภรรยาของซ่งรุ่ยหยาง ที่กล่าวออกไปเช่นนั้นก็เพราะว่าทุกคนต่างหวาดกลัวกับนิสัยดุร้ายของนางเป็นอย่างยิ่ง
ซูซินฮวาได้ยินเสียงชาวบ้านก่นด่าถึงความดุร้ายใจดำของสตรีอีกฝ่ายก็นึกกระหยิ่มอยู่ในใจก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าแล้วจากไปในทันที
หลังจากที่รถม้าเคลื่อนตัวออกห่างจากหมู่บ้านซัวเถาได้สักระยะ หลัวเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทของหญิงสาวที่กำลังสางผมที่ยุ่งเหยิงของนายสาวให้เรียบงามดังเดิม จึงได้เอ่ยขึ้น
"คุณหนูคิดว่าท่านอาจารย์ซ่งจะลงโทษสตรีร้ายกาจผู้นั้นเช่นไรเจ้าคะ"
"หึ ข้าก็มิอาจรู้ได้ แต่ข้าหวังว่านางจะถูกท่านอาจารย์ซ่งหย่าร้างกับนางไปเสีย จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสียที"
"ข้าก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ สตรีร้ายกาจเช่นนั้นจะต้องถูกหย่าร้างไปเสีย"
"หึหึ หากนางถูกสามีหย่าร้างเข้าให้จริง ๆ คงน่าเห็นใจไม่น้อย"
"น่าเห็นใจอันใดกันเจ้าคะ สตรีร้ายกาจเช่นนั้นก็สมควรแล้วเจ้าค่ะ"
ทางด้านตระกูลซ่ง
"เซี่ยเป่าเจิน! ครั้งนี้เจ้าทำเกินไปแล้ว"
"หึ ใครใช้ให้สตรีหน้าด้านนั่นมายุ่งกับท่านกัน!"
"เจ้า! เหตุใดเจ้าจึงได้มีจิตใจคิดแต่เพียงเรื่องสกปรกเช่นนี้"
"ทะ ท่าน ท่านด่าข้างั้นหรือ" เซี่ยเป่าเจินมองหน้าสามีด้วยน้ำตาอาบแก้ม ถึงแม้นางจะร้ายกาจแล้วอย่างไรเล่า มิใช่ว่าเพราะสตรีไร้ยางอายเหล่านั้นหรอกหรือ ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง เหตุใดสามีของนางจึงมองไม่ออกกัน
"ข้าจะหย่ากับเจ้า!"
"ทะ ท่าน! ไม่นะ! ข้าไม่มีวันหย่ากับท่าน หยางหยาง ท่านจะทำเช่นนี้กับข้ามิได้ ฮือ ๆ หยางหยาง" เซี่ยเป่าเจินมีความรู้สึกราวกับหัวใจของนางกำลังจะแตกสลายที่ได้ยินสามีของตนเองกล่าวเช่นนั้นออกมา ภายในใจมีความรู้สึกไม่ยินยอม ถึงอย่างไรนางก็ไม่มีทางที่จะยินยอมหย่าร้างกับอีกฝ่ายเป็นอันขาด
ซ่งรุ่ยหยางรู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก เขาพยายามที่จะเดินหนีภรรยาแต่หญิงสาวกลับไม่ยินยอม เฝ้าแต่เดินตามพร้อมกับตอแยชายหนุ่มไม่เลิก ทำให้อารมณ์ของอีกฝ่ายขาดสะบั้น ก่อนจะพลั้งมือสะบัดแขนเสื้อทำให้ร่างของเซี่ยเป่าเจินที่พยายามตอแยชายหนุ่มอยู่นั้นกระเด็นไปด้านข้าง ก่อนที่ศีรษะของนางจะไปกระแทกกับก้อนหินใหญ่ที่ใช้ประดับสวนเต็มแรง
"อ๊ะ!" ศีรษะของเซี่ยเป่าเจินกระแทกกับก้อนหินเข้าอย่างจัง ภาพสุดท้ายก่อนที่หญิงสาวจะสลบไปนั้น นางพลันมองเห็นภาพเมื่อหลายปีก่อนที่นางได้พบกับซ่งรุ่ยหยางเป็นครั้งแรกที่จวนตระกูลเซี่ยซึ่งทำให้นางตกหลุมรักเขาเข้าให้ ด้วยความที่ยังเป็นเพียงหญิงสาวที่พึ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นมาได้ไม่นาน และนิสัยที่ไม่รู้ความทำให้หญิงสาวลงมือกระทำการที่มิควร เพียงเพราะได้ฟังคำยุแยงของสาวใช้อาวุโสผู้หนึ่งจึงวางยานอนหลับในกาน้ำชาเพียงแค่หวังให้คนที่มาพบนั้นเข้าใจผิดเพียงเท่านั้น แต่ผู้ใดจะรู้ว่ายาห่อนั้นที่หญิงสาวคิดว่าเป็นเพียงยานอนหลับกลับกลายเป็นยาปลุกกำหนัดเสียได้ ก่อนที่ทั้งสองจะพลาดพลั้งจนซ่งรุ่ยหยางต้องออกหน้ารับผิดชอบด้วยการตบแต่งหญิงสาวเข้าจวน
หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยเป่าเจินก็ตั้งครรภ์บุตรชายคนแรก ไม่เพียงแต่สถานการณ์ที่ผ่านมาไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ซ้ำนับวันก็ยิ่งแย่ลงไปเรื่อย ๆ เพราะเซี่ยเป่าเจินขึ้นชื่อในเรื่องความหึงหวงสามีเป็นที่หนึ่ง ทั้งยังชอบอาละวาดทำร้ายสตรีที่เข้าใกล้สามีของนางทุกคน ทำให้ซ่งรุ่ยหยางยิ่งรู้สึกเกลียดชังนางอย่างที่สุด เขาเกลียดชังนางมากเพียงใดเซี่ยเป่าเจินรับรู้ได้ดี เพียงแต่นางไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันที่เขาเอ่ยขอหย่าร้างกับนางเช่นนี้ ความเสียใจที่ท่วมท้นทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย ไม่นานภาพทุกอย่างก็ดับมืดไป
"ฮูหยิน!" หงซิ่วสาวใช้คนสนิทของเซี่ยเป่าเจินเข้าไปพยุงร่างของหญิงสาวที่สลบไม่ได้สติหลังจากที่ศีรษะของนางกระแทกกับก้อนหินเข้าอย่างแรง ส่งผลให้มีเลือดออก
"ปะ เป่าเจิน หลบไป ข้าจะอุ้มนางเอง!"
ซ่งรุ่ยหยางตกใจเป็นอย่างยิ่งที่ตนเองพลั้งมือผลักร่างของภรรยาจนกระเด็นศีรษะไปกระแทกกับก้อนหินจนอีกฝ่ายสลบไป ก่อนจะก้าวเข้าไปอุ้มร่างของนางตรงไปยังห้องนอนแล้วให้สาวใช้เร่งไปตามหมอ
ศีรษะของเซี่ยเป่าเจินกระแทกกับก้อนหินอย่างแรง อาจเป็นเพราะร่างกายที่อ่อนแอของนางแต่เดิมทำให้หญิงสาวสิ้นใจในเวลาต่อมา แต่ในขณะนั้นเองอยู่ ๆ ร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจของหญิงสาวก็เกิดกลับมาเป็นปกติโดยที่ผู้คนภายในห้องไม่ทันได้สังเกต ก่อนจะหลับใหลไม่ได้สติไปอีกหลายวัน
เมื่อกลับมาถึงเรือน เซี่ยเป่าเจินถูกสามีพยุงเข้ามาในห้องนอนของเขา ก่อนจะค่อย ๆ พานางไปยังเตียงกว้างเพื่อให้หญิงสาวได้พักผ่อน แล้วเอี้ยวตัวมาถอดรองเท้าให้นางอย่างเบามือ พร้อมกับคลุมผ้าให้อย่างอ่อนโยน"วันนี้เจ้าพักผ่อนเถิด เดี๋ยวเรื่องอาหารพี่จะเป็นคนจัดการให้เจ้าเอง"หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างฝืดฝืน ชายหนุ่มเพียงเฝ้ามองให้แน่ใจว่าหญิงสาวหลับสนิทจึงได้เดินออกจากห้องไป พร้อมกับมอบหมายให้หงซิ่วเป็นผู้ดูแลอาหารค่ำมื้อนี้แทนทางด้านเป่าเกอที่ยังคงขะมักเขม้นในการฝึกเขียนอักษร ท่องตำรา ร่างเล็กโอนเอนไปมาตามตำราที่กำลังท่องจำ ทำเอาผู้เป็นบิดาที่เฝ้ามองอยู่อดรู้สึกเอ็นดูมิได้ พลางมองดูเขาอย่างเงียบ ๆแล้วจึงเดินตรงไปยังห้องนอนของภรรยาก่อนจะสั่งการให้บ่าวรับใช้ขนย้ายหนังสือออกมาจัดเรียงเสียใหม่แล้วเปลี่ยนห้องนอนของภรรยาเป็นห้องนอนของบุตรชายแทน เพราะห้องเดิมนั้นเล็กแคบเกินไปแล้ว อีกทั้งซ่งรุ่ยเป่าเองก็เริ่มเติบโตมากขึ้น จึงจำเป็นต้องขยายห้องให้กว้างขวางมากขึ้น ส่วนข้าวของของภรรยาก็ได้ถูกย้ายเข้ามาไว้ยังห้องนอนของเขาแทนก่อนที่ห้องนอน
"ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ"เซี่ยเป่าเจินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของบุตรชายหลายต่อหลายครั้ง หญิงสาวสะลึมสะลือราวกับความฝัน ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตา มองเห็นเด็กชายร่างผอมบางยืนอยู่ที่ข้างเตียงกำลังส่งยิ้มมาให้นาง"เป่าเกอ ตื่นนานแล้วหรือ""ขอรับ ท่านพ่อกล่าวว่าท่านแม่ไม่ค่อยสบาย ท่านแม่ ท่านเป็นอันใดมากหรือไม่" เซี่ยเป่าเจินส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับบุตรชาย ก่อนจะตอบออกไป"แม่มิได้เป็นอันใด เจ้าหิวหรือไม่ เดี๋ยวแม่จะรีบออกไปทำอาหารเช้าให้เจ้า""ข้ากินอิ่มแล้วขอรับ เช้านี้ท่านพ่อเป็นผู้ลงมือทำโจ๊กให้ลูกทานเองกับมือ ยังมีส่วนของท่านแม่ด้วยนะขอรับ""เช่นนั้น เจ้าออกไปรอที่โต๊ะอาหารเถิด เดี๋ยวแม่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจะตามออกไป""ขอรับท่านแม่"หญิงสาวมองตามร่างผอมบางของบุตรชาย ก่อนจะลุกจากเตียงหายไปหลังฉากกั้น พลันนึกไปถึงความฝันเมื่อคืนนี้ช่างเสมือนจริงยิ่งนัก ความรู้สึกยังคงอยู่ราวกับยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวนาง เซี่ยเป่าเจินสะบัดความคิดนั้นออกจากหัว ก่อนจะก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นพร้อมทั้งหยิบเสื้อผ้าสีอ่อนออ
การประชุมปรึกษาในครั้งนี้เป็นเพียงการชุมนุมย่อยเท่านั้น เพราะหากได้รับบทสรุปแล้วข้อเสนอจะถูกท่านตาผู้เป็นอดีตท่านราชครูใหญ่แห่งวังหลวงนำไปชี้แนะแก่ ท่านเจ้าเมืองซัวเถาอีกครั้ง อาจเพราะเมืองซัวเถานั้นค่อนข้างที่จะเจริญรุ่งเรืองทั้งยังเป็นสถานที่ผ่านไปผ่านมาของผู้คนมากมาย ในยามที่จัดงานเทศกาลแต่ละครั้งก็มักจะทำให้เกิดความครึกครื้น คึกคักเพื่อเชิญชวนให้คนมาร่วมงานกันมาก ๆซึ่งในครั้งนี้จะจัดขึ้นถึงสามวันสามคืน ทำให้โจทย์ข้อนี้จำเป็นต้องเร่งหาข้อสรุปโดยด่วน!เซี่ยเป่าเจินนั้นเป็นผู้น้อย จึงทำได้เพียงนั่งฟังเงียบ ๆ พร้อมกับวิเคราะห์ความเห็นของคนที่ออกความคิดเห็นแต่ละคนอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะได้ยินเสียงผู้เป็นท่านตาได้เอ่ยขอความเห็น"แล้วเจินเอ๋อร์เล่า เจ้ามีความคิดเห็นเป็นเช่นไร""ข้า หรือเจ้าคะ""ถูกต้อง เจ้าสามารถออกความคิดเห็นได้ ย่อมไม่มีถูกไม่มีผิด" เซี่ยเป่าเจินย่อมเข้าใจว่าท่านตาพยายามจะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงที่ไม่ดีของนางจึงได้ชักชวนนางให้มาร่วมออกความคิดเห็นในครั้งนี้ ท่ามกลางสายตาของผู้อาวุโสทั้งหลาย"เอ่อ หลานคิดว่าควรมีกิจกรรมการประกวด
เซี่ยเป่าเจินได้แต่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่าย"ท่านเดินทางไปเถินอันครั้งนี้ เหน็ดเหนื่อยมากหรือไม่เจ้าคะ""ไม่เหนื่อยเลยสักนิด" ชายหนุ่มเอ่ยตอบภรรยาในขณะที่ตนเองยังคงหลับตาอยู่"เอ่อ ท่านปล่อยข้าทีได้หรือไม่เจ้าคะ นอนเช่นนี้ช่างไม่ถนัดนัก""ข้าหนาว""เช่นนั้นเหตุใดท่านจึงไม่ห่มผ้าเล่า""มันยังอุ่นไม่พอ" เซี่ยเป่าเจินขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนจะนึกว่าชายหนุ่มช่างหาเหตุผลมาได้ไร้สาระยิ่งนัก"แต่ข้าร้อน!"เมื่อซ่งรุ่ยหยางได้ยินหญิงสาวกล่าวเช่นนั้นจึงได้ขยับตัวออกห่างเล็กน้อย ย้ำว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเซี่ยเป่าเจินแทบมิได้รับรู้ถึงความรู้สึกเล็กน้อยนั่นเลยแม้สักนิดหลังจากที่นางสนทนากับเขาได้เพียงสองสามประโยค หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขา ซ่งรุ่ยหยางคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไปเถินอันครั้งนี้ไม่น้อย แม้ปากจะกล่าวว่าไม่เหนื่อยเลยสักนิดก็ตามเซี่ยเป่าเจินไม่กล้าที่จะขยับตัวแรง ๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่น จึงทำได้เพียงหลับไปทั้งอย่างนั้น ในขณะที่หญิงสาวหลับไปแล้วนั้น รอยยิ้มหนึ่





