Share

หล่อจัง

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2026-05-07 05:30:20

เสียงพูดคุยจากชาวบ้านดังไปทั่วบริเวณลานหน้าบ้าน ปู้จิงที่เพิ่งเดินออกมาเตรียมดื่มเหล้าขอบคุณถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง นางเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำสีหน้าอย่างไรกับการที่ตนเองไม่มีแม่สื่อมาร่วมงานเลยแม้แต่คนเดียว

“ปู้จิง ไม่ต้องดื่มเยอะนะลูก แค่จิบ ๆ ทำเป็นดื่มก็พอแล้ว” หลิวซื่อเดินมากระซิบบอกลูกสาว นางกลัวว่าปู้จิงที่ไม่เคยดื่มเหล้ามาก่อนจะเมาเอาได้

“ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านแม่” ปู้จิงพยักหน้ารับคำและเริ่มเดินเคียงข้างหลิวซื่อไปขอบคุณแขกตามโต๊ะต่าง ๆ ที่จัดวางเอาไว้ในลานบ้านใหญ่ตระกูลปู้

หนึ่งชั่วยามต่อมา งานเลี้ยงที่บ้านตระกูลปู้ก็จบลง ปู้จิงรู้สึกมึนไม่น้อยหลังจากดื่มไปหลายจอก บรรดาญาติผู้ใหญ่เห็นนางท่าทางจะไม่ไหวจึงบอกให้ปู้จิงกลับไปนอนที่เรือนตน

เรื่องที่ไม่มีแม่สื่อมาร่วมงานเลยนั้น ทุกคนในบ้านปู้ต่างไม่สนใจ พวกเขาดีใจเสียอีกที่ปู้จิงยังไม่มีคู่หมาย เพราะพวกเขาอยากให้ปู้จิงอยู่บ้านตระกูลปู้นานขึ้นอีกสักหลายปีค่อยคิดเรื่องออกเรือนก็ยังไม่สายเกินไป อีกทั้งพี่ชายทั้งสองของนางก็ยังไม่มีคู่หมายเช่นกัน เหล่าผู้อาวุโสในบ้านจึงไม่มีใครเร่งร้อนในเรื่องนี้

สัปดาห์ต่อมา

วันนี้ปู้จิงขอคนที่บ้านออกไปเที่ยวในเมือง ตั้งแต่ที่นางมีเงินเก็บจากการขายสมุนไพรจำนวนมากเมื่อสองปีก่อน ปู้จิงก็ไม่ได้ออกไปล่าสัตว์และหาสมุนไพรอย่างหักโหมอีก นางใช้เวลาว่างเรียนรู้เรื่องการเป็นสตรีที่ดีกับหลิวซื่อและป้าสะใภ้ใหญ่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าการเรียนของนางจะสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้หลิวซื่อกับเหวินซื่อไม่น้อยก็ตามที แต่ทั้งสองคนก็พยายามสอนอย่างเต็มที่

“พี่สาว ข้าไปด้วยสิขอรับ” ปู้จื่อพอรู้ว่าปู้จิงจะไปเที่ยวในเมืองก็อยากไปด้วย เขาเป็นลูกสมุนอันดับหนึ่งของปู้จิงมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าปู้จิงจะไปที่ไหน หากเหมยซื่อไม่ว่า ปู้จื่อก็จะตามก้นปู้จิงต้อย ๆ อย่างกับลูกเป็ดอย่างไรอย่างนั้น

“ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็เก็บเงินให้ข้านะ” ปู้จิงหยิบถุงเงินออกมาส่งให้น้องชาย นางกลัวว่าหากตัวเองถือเงินเหล่านี้เอง เงินเหล่านี้อาจกลายเป็นผุยผงได้

“ขอรับพี่สาว” ปู้จื่อเคยชินกับการเป็นเด็กเก็บเงินให้พี่สาวนานแล้ว

“พวกเจ้าอย่าเถลไถลกันนานนักเล่า อย่าลืมกลับมากินข้าวที่บ้าน” หลิวซื่อบอกเด็กทั้งสอง

“ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านแม่” ปู้จิงพยักหน้ารับคำ นางแค่อยากไปหาซื้อขนมกุ้ยฮวามากิน

“อืม… รีบไปเถอะ เจ้าอย่าวิ่งเร็วนักเล่า เดี๋ยวน้องชายเจ้าจะตามไม่ทัน” หลิวซื่อกำชับอีกคำ นางรู้ดีว่าฝีมือของลูกสาวแข็งแกร่งกว่าบุรุษทุกคนในบ้านเสียอีก หากว่าปู้จิงวิ่งเต็มกำลัง ไม่มีใครในหมู่บ้านและในเมืองฝูเป่ยจะตามนางทันได้

“เจ้าค่ะ ข้าไม่รีบ” ปู้จิงพูดจบก็บอกให้น้องชายตามนางออกจากบ้านทันที

ปู้จื่อที่เรียนวิชาตัวเบามาหลายปีแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังปู้จิงไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว พอออกจากหมู่บ้าน ปู้จิงก็เร่งความเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย ทำให้ปู้จื่อต้องเปลี่ยนเป็นใช้วิชาตัวเบาไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิดแทน เขาเข้าเมืองกับพี่สาวบ่อย ๆ จึงรู้ดีว่าต้องติดตามนางอย่างไร

หนึ่งชั่วยามต่อมา ปู้จิงกับปู้จื่อก็เข้ามาอยู่ในเมืองกันแล้ว ทั้งสองตรงไปยังร้านขายขนมกุ้ยฮวาก่อนเป็นอันดับแรก ขณะที่ปู้จิงกำลังจะเข้าประตูร้านขนม นางกลับเห็นชายหนุ่มรูปงามท่าทางเหมือนบัณฑิตเข้าก็ถึงกับหยุดชะงักไป

“อืม… หล่อจัง” ปู้จิงพึมพำเบา ๆ โดยที่สายตาไม่ละไปจากใบหน้าหล่อเหลานั้นเลย

“พี่สาว ท่านไม่เข้าไปหรือขอรับ” ปู้จื่อที่รอเดินเข้าร้านถึงกับต้องเอ่ยปากถามอย่างงง ๆ

“อะ… เข้าไปกัน” ปู้จิงได้สติจากเสียงน้องชาย นางจึงละสายตาออกจากสุดหล่อซึ่งกำลังเดินสวนออกจากร้านไป ในใจของปู้จิงเต้นตึกตักอย่างตื่นเต้น ยิ่งนางมองใกล้ ๆ ปู้จิงก็คิดว่าชายหนุ่มคนนี้ช่างดูดีเสียจริง ต่างจากเด็กหนุ่มในหมู่บ้านนางลิบลับ

หลังจากซื้อขนมเสร็จ ปู้จิงชวนน้องชายไปนั่งกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารประจำซึ่งทั้งสองมักจะนำสัตว์ที่ล่าได้มาขาย พอเข้าร้านไปนั่งได้ไม่นาน สายตาของปู้จิงก็เห็นชายหนุ่มคนเดิมกับที่นางเห็นในร้านขนมอีกครั้ง

“พี่สาว ท่านดูอะไรอยู่ขอรับ” ปู้จื่อถามด้วยความสงสัย เขามองตามสายตาพี่สาวก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดน่าสนใจสักนิด ตรงนั้นมีเพียงกลุ่มบัณฑิตนั่งกินข้าวกันอยู่ก็เท่านั้น

“ข้ามองคนหล่ออยู่น่ะสิ เจ้าเข้าไปถามให้ข้าหน่อยว่าเขาชื่ออะไรและมีคู่หมายหรือยัง” ปู้จิงตัดสินใจส่งน้องชายไปคุยให้นางก่อน หากว่าเขาไม่มีคู่หมาย นางก็จะลองจีบเขาดู ปู้จิงเคยได้ยินคนในหมู่บ้านพูดถึงนางว่าไม่มีคนมาสู่ขอหลังปักปิ่นมาสักพักแล้ว นางจึงกลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้คนในครอบครัวได้รับความอับอาย ปู้จิงจึงจะจีบผู้ชายมาแต่งแทน

“จะดีหรือพี่สาว” ปู้จื่อถามอย่างไม่มั่นใจนัก เขาเองก็ไม่เคยเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้า

“ดีสิ รีบไปเถอะ ข้าจะสั่งอาหารรอเจ้า หากเจ้าถามได้เรื่องดี ๆ มา ข้าจะพาเจ้าไปซื้อธนูใหม่สักคันดีไหมเล่า” ปู้จิงเอาของชอบน้องชายมาล่อหลอกทันที

“เย้! ขอบคุณพี่สาวขอรับ” ปู้จื่ออยากได้ธนูคันใหม่มานานแล้ว พอรู้ว่าพี่สาวสายเปย์ของเขาจะซื้อให้ก็กระตือรือร้นที่จะไปถามชายที่พี่สาวพึงใจทันที

“รีบไปได้แล้ว” ปู้จิงบอกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าน้องชายไม่ยอมลุกไปเสียที

ปู้จื่อเด้งตัวลุกขึ้นทันทีแล้วเดินเร็ว ๆ ตรงไปยังโต๊ะหนุ่มหล่อที่ปู้จิงเล็งเอาไว้ เขาถามชายคนนั้นและยังชี้ไปที่ปู้จิง ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ

“พี่สาว พี่ชายคนนั้นชื่อซวนหยงขอรับ เขายังไม่มีคู่หมายและกำลังจะเข้าสอบจวี่เหรินในอีกสองเดือนข้างหน้าด้วยขอรับ” ปู้จื่อรายงานข้อมูลทุกอย่างให้ปู้จิงทราบ

“ดีมาก ข้าสั่งอาหารไปแล้ว เดี๋ยวกินข้าวเสร็จข้าจะพาเจ้าไปซื้อธนู อ้อ บ้านเขาอยู่ที่ใดเจ้าได้ถามมาด้วยไหม” ปู้จิงนึกเรื่องสำคัญได้ หากนางอยากมาหาเขาหลังจากนี้จะได้ไม่ต้องเสียแรงเดินหาไปมาในเมืองฝูเป่ยให้ยุ่งยาก

“อ้อ เขาเป็นลูกเจ้าของโรงเตี๊ยมฝั่งตะวันออกของเมืองขอรับ โรงเตี๊ยมใหญ่ ๆ อันนั้นน่ะพี่สาว ข้าจำไม่ได้ว่ามันชื่ออะไร” ปู้จื่อเกาหัวแกรก ๆ เขาจำไม่ได้จริง ๆ

“ไม่เป็นไร แค่รู้ว่าไปหาเขาที่ไหนได้ก็พอแล้ว” ปู้จิงยิ้มบางส่งให้น้องชาย นางแอบมองคนหล่ออยู่หลายรอบ ยิ่งเขามองตอบนางกลับมา ปู้จิงก็รู้สึกเขินอายหน่อย ๆ แล้ว

ที่โต๊ะของซวนหยงเองก็กำลังพูดถึงปู้จิงอยู่เช่นกัน พวกเขาต่างเอ่ยล้อเลียนที่สหายหน้าตาดีมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักมาชอบ

“พวกเจ้าอย่าพูดมากน่า ยังไม่แน่ว่านางจะชอบข้าจริง ๆ” ซวนหยงเพิ่งเคยเห็นปู้จิงเป็นครั้งแรกก็วันนี้ เขายังคิดว่านางหน้าตาน่ารักอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ด้วยเขาเป็นซิ่วไฉจึงไม่อาจเสียมารยาทถามนางก่อนหน้านี้ ยังดีที่นางเองก็สนใจเขาเช่นกัน

“หากนางไม่ชอบเจ้า นางจะให้น้องชายมาคุยด้วยทำไมกัน ข้าว่าเจ้ารอรับของแทนใจจากนางเถอะน่า เพราะอีกสองเดือนเราก็ต้องไปสอบที่เมืองถงไคว่แล้วนะ” สหายของซวนหยงบอกพร้อมรอยยิ้ม พวกเขาเป็นเพียงบัณฑิตที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก การได้เป็นสหายกับคนรวยอย่างซวนหยงจึงทำให้พวกเขาพอจะมีหน้ามีตาขึ้นมาบ้าง

“เจ้าคิดจริงหรือว่านางจะมอบของแทนใจให้ข้า” ซวนหยงอดที่จะคาดหวังไม่ได้

“จริงสิ เจ้าดูนางเอาแต่มองเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วนะ” สหายอีกคนพูดขึ้นบ้าง พวกเขาเห็นอยู่ว่าปู้จิงแอบมองซวนหยงบ่อย ๆ

“อืม… เช่นนั้นข้าคงต้องหาซื้อปิ่นสักอันเอาไว้แลกกับนางแล้วสิ” ซวนหยงหลงใหลหน้าตาของปู้จิงไม่น้อย เขาคิดว่าการมีฮูหยินเช่นนี้ไม่ต่างจากการทำให้เขามีหน้ามีตา ถึงแม้ว่าปู้จิงจะไม่ได้สวมชุดสวย ๆ เหมือนคุณหนูในห้องหอคนอื่น แต่ท่าทางเข้มแข็งของนางกลับทำให้ซวนหยงรู้สึกว่านางพึ่งพาได้

เสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานดังขึ้นทันทีที่พวกเขาเห็นสหายพอใจสาวงามเช่นกัน พวกเขาหลายคนยังไม่คิดเรื่องแต่งงานเพราะต้องสอบให้ผ่านกันเสียก่อน ซึ่งซวนหยงเองก็คิดเช่นเดียวกัน เขาจึงไม่เคยสนใจเรื่องการหาคู่หมายหลังจากอายุถึงวัยออกเรือน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ตำนาน

    “เหตุใดจึงไม่มีใครไปเล่า หรือที่นั่นมีสัตว์อันตรายอยู่” ปู้เซียวถามขึ้นบ้าง“ได้ข่าวว่าภูเขานั้นมีหมีดำตัวใหญ่อยู่น่ะขอรับ ข้าเองก็ยังไม่เคยขึ้นไปสูงมากนักจึงไม่รู้ว่าที่คนเขากล่าวขานมานั้นจริงหรือไม่” ชินอ๋องตอบอย่างที่ทราบมา“อืม… น่าสนใจ น่าสนใจ” ปู้จิงที่เคยฆ่าหมีดำเมื่อครั้งไปช่วยท่านปู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้“อะไรของเจ้าน้องสาว เจ้าเป็นพระชายาแล้วนะยังจะขึ้นเขาอีกหรือ” ปู้ตี้อดปรามน้องไม่ได้“อ้าว ข้าเป็นพระชายาแล้วอย่างไรเล่าพี่รอง ข้าก็ยังชอบล่าสัตว์อยู่ดี ไม่รู้ล่ะ ยังไงข้าก็จะไปดูว่าที่นั่นมีหมีดำอยู่จริงหรือไม่” ปู้จิงกล่าวอย่างไม่สนใจท่าทีของชินอ๋องสามีแม้แต่น้อย“เอาล่ะ ๆ หากอยากไปก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ถือว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดีไหม” จางซื่อได้แต่ต้องตามใจหลานสาวที่ถึงจะเป็นพระชายาแล้วก็ยังคงรักในอาชีพเก่าอยู่“เย้! ท่านย่าใจดีที่สุดเจ้าค่ะ” ปู้จิงวิ่งปรื๋อเข้าไปกอดร่างเล็กของจางซื่อ“เช่นนั้นอีกสองวันเราค่อยไปกันนะ ค้างคืนที่ภูเขาสักคืนหนึ่งค่อยกลับ” ปู้ซานเห็นว่าภูเขาที่กำลังจะไปนั้นไม่คุ้นเคย เขาจึงอยากพักอยู่ที่นั่นสักคืน“ได้สิ ให้ลูกสะใภ้อยู่จวนก็พอ พวกเราค่อยเตรียมกระโ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อลเวง

    ก่อนถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาวหนึ่งเค่อ ขบวนสินสอดยาวนับสิบลี้ของชินอ๋องก็เดินทางมาถึงหน้าจวนท่านหญิง พิธีรับตัวเป็นไปตามราชประเพณี กระทั่งปู้จิงขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อเดินทางไปทำพิธีต่อในวังหลวง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็ติดตามขบวนชินอ๋องไปด้วย ชาวเมืองที่มารอรับขบวนเสด็จตามข้างถนนต่างกล่าวอวยพรชินอ๋องกับพระชายาเสียงดังด้วยความชื่นชมยินดี พวกเขารู้ดีว่าพระชายาช่วยเหลือราชสำนักมากมายเพียงใด“พวกท่านรับขนมงานแต่งไปด้วยนะเจ้าคะ” บ่าวไพร่ในจวนท่านหญิงต่างถือตะกร้าขนมสำหรับงานมงคลเอาไว้คนละตะกร้าสองตะกร้าเพื่อแจกจ่ายชาวเมืองตามธรรมเนียม“ขอบคุณพวกท่านมาก” ชาวเมืองมากมายยิ้มกว้างออกมา ขนมเหล่านี้นับว่าเป็นเกียรติให้กับพวกเขาที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับชินอ๋องและพระชายายิ่งแล้ว ขบวนเสด็จใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ไปถึงหน้าพระราชวัง ชินอ๋องลงจากหลังม้าและมาเปิดเกี้ยวเพื่อรับเจ้าสาวคนงามของพระองค์“จิงเอ๋อ ถึงแล้วล่ะ” ชินอ๋องยื่นมือเรียวยาวขาวผ่องไปให้ปู้จิงจับเอาไว้“อื้อ ข้าตื่นเต้นจังเลยอาหยวน” ปู้จิงยื่นมือเล็กออกมาแล้วกระซิบบอกชินอ๋อง“ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่ข้างเจ้า” ชินอ๋องกระซิบกลับและค่อย ๆ พาป

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อภิเษก

    ชินอ๋องนั่งสนทนากับครอบครัวปู้จิงจนถึงมื้อเที่ยง พระองค์ยังขอร่วมวงทานมื้อเที่ยงก่อนจะเดินทางกลับจวนอ๋องไปในช่วงบ่ายอย่างสบายใจ ชุดแต่งงานของชินอ๋องกับพระชายาจะมีคนในวังจัดการให้ตามธรรมเนียม งานอภิเษกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าถือว่าเป็นงานมงคลครั้งแรกหลังจากเกิดการกบฏขึ้นในเมืองหลวง ฮ่องเต้หลังจัดการกับพวกกบฏเสร็จสิ้น พระองค์ก็เริ่มพิจารณาความดีความชอบให้กับเหล่าจอมยุทธที่มาช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย รวมถึงครอบครัวปู้จิงที่สร้างคุณูปการด้วย“เจ้าว่าหากมอบตำแหน่งกั๋วกงให้ตระกูลปู้จะเหมาะสมหรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสกับขันทีประจำพระองค์ที่ยืนคอยรับใช้ไม่ห่าง“กระหม่อมคิดว่าเหมาะสมมากพะย่ะค่ะ อย่างไรเสียท่านหญิงก็กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ด้วย หากครอบครัวนางได้รับยศตำแหน่งก็จะช่วยหนุนหลังท่านหญิงได้ด้วยพะย่ะค่ะ” ขันทีกุ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาเคยพบท่านหญิงผู้น่ารักหลายครั้งจึงรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ยิ่งพอรู้ว่าท่านหญิงกับครอบครัวทุ่มเทกำลังจัดการกลุ่มกบฏจำนวนมากไปได้ เขาก็ยิ่งนับถือนางมากขึ้น“อืม… เช่นนั้นเราจะเขียนราชโองการให้ พรุ่งนี้เจ้าค่อยไปประกาศก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งใหญ่ใ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฟ้าหลังฝน

    ที่หน้าคุกหลวง การต่อสู้ยังคงดุเดือดอยู่เมื่อปู้จิงกับเสือขาวไปถึง ทั้งสองเข้าร่วมวงต่อสู้ทันทีอย่างไม่เกรงกลัว กระทั่งหนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดชินอ๋องกับเหล่าองครักษ์เงาก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือฮ่องเต้กับฮองเฮาออกมาได้เสียที“จิงเอ๋อ ข้าจะพาเสด็จพี่กับพี่สะใภ้ไปรักษาตัวที่วังหลวงก่อนนะ ฝากเจ้าจัดการพวกกบฏที่เหลือเหล่านี้ได้หรือไม่” ชินอ๋องทั้งเป็นห่วงพี่ชายและห่วงคู่หมั้น“ได้สิ ข้าจัดการเสร็จแล้วจะไปหาเจ้าในวังนะ” ปู้จิงยิ้มแป้นบอก นางเห็นอยู่ว่าสภาพของพี่ชายอาหยวนนั้นไม่ค่อยดีนัก“ขอบใจเจ้ามากนะ พวกเจ้าฟังคำสั่งท่านหญิงให้ดีเล่า” ชินอ๋องหันไปกำชับกองกำลังทหารที่ติดตามพระองค์มาตั้งแต่เข้าเมืองหลวงด้วยน้ำเสียงจริงจัง“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เหล่าทหารต่างร้องรับคำเสียงดัง พวกเขามีหรือจะกล้าไม่ฟังคำสั่งท่านหญิงสุดแกร่งกันเล่า ยิ่งสายตาเย็นชาของเสือขาวที่กวาดมองมาทางพวกเขาด้วยแล้ว ทุกคนถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ปู้จิงมองส่งอาหยวนของนางไม่นาน ก่อนจะหันมาออกคำสั่งให้ทหารตรวจสอบคนที่ถูกขังในคุกหลวงอีกครั้ง หากเป็นขุนนางดีที่ถูกพวกกบฏขังก็ให้นำพวกเขาออกมา ส่วนถ้าเป็นคนร้า

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   บุกเมืองหลวง

    ปู้จิงใช้วิชาตัวเบาวิ่งเข้าใส่ประตูใหญ่ของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว นางชักกระบี่ออกมาปัดป้องลูกธนูมากมายที่ยิงเข้าใส่จากบนกำแพงเมืองอย่างสบาย ๆเปรี้ยง! ครืน!! โครม!!! ประตูที่ทุกคนคิดว่าแข็งแกร่งนักแข็งแกร่งหนาถูกปู้จิงเตะด้วยฝ่าเท้าน้อย ๆ เพียงครั้งเดียวก็ล้มครืนลงไปด้านในเมืองหลวงทันที ทหารกบฏที่อยู่ด้านในถูกประตูไม้ขนาดใหญ่ทับต่างก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด พวกเขากำลังซุ่มรอให้คนของชินอ๋องพังประตูเข้ามาจะได้ลอบจัดการได้โดยละม่อม แต่ใครจะคิดเล่าว่าปู้จิงเพียงคนเดียวจะจัดการประตูเสียผิดแผนของพวกเขาไปหมด“บัดซบ!!! พวกเจ้ามัวทำอันใดอยู่ รีบลงไปจัดการมันสิ” แม่ทัพอู๋เถี่ยตวาดนักฆ่าเงาและแม่เฒ่าพิษที่ยังคงยืนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วยความโกรธ สองคนนี้ถูกเสนาบดีซ้ายจ่ายเงินจำนวนมากให้มาช่วยก่อการกบฏ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้ทำประโยชน์อะไรนัก เมื่อแม่เฒ่าพิษและนักฆ่าเงาได้สติ พวกเขาก็หายวับไปจากกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว และลงไปยืนประจัญหน้ากับปู้จิงที่ตอนนี้กำลังเหยียบย่ำประตูใหญ่ที่พังลงอย่างเมามัน“ตายซะเถอะนังเด็กปีศาจ!” แม่เฒ่าพิษยังจำความทรมานเมื่อครั้งลองยาพิษที่เคยใส่ให้ปู้จิงได้เข้ากร

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ข่าวร้าย

    งานเลี้ยงคืนนั้นดำเนินยาวไปจนถึงยามจื่อ ปู้จิงที่กินอิ่มจนท้องแทบแตกแยกตัวกลับไปนอนในกระโจมกับเสือขาวก่อนหน้านี้แล้ว นางเพิ่งรู้ว่าการทำศึกเหนื่อยมากก็วันนี้นี่แหละ เพราะเรี่ยวแรงที่มหาศาลของนางแทบจะหมดสิ้นจากการกรำศึกครานี้ พอปู้จิงหัวถึงหมอนนางก็หลับไม่รู้เรื่องจนกระทั่งตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงสายมากแล้ว“อื้อ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เหตุใดจึงได้เสียงดังวุ่นวายเช่นนี้” ปู้จิงเอาผ้าห่มคลุมหัวอย่างรำคาญ นางไม่รู้ว่านอกกระโจมเกิดสิ่งใด แต่ได้ยินเสียงของคนหลายคนดังเข้ามาในกระโจมของนาง ที่กระโจมของชินอ๋องนั้นวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เพราะองครักษ์เงาของฮ่องเต้ที่มีบาดแผลทั่วตัวมาขอเข้าพบและรายงานให้ชินอ๋องทราบว่ากองทัพกบฏยึดครองเมืองหลวงไปได้นานถึงครึ่งเดือนแล้ว อีกทั้งพวกมันยังจับฝ่าบาทและฮองเฮาเอาไว้ด้วย เขาถูกสหายช่วยให้หลบหนีออกมาส่งข่าวได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย เมื่อรายงานเรื่องราวจบลง องครักษ์เงาก็สลบเหมือดไปจากความเหนื่อยล้า“พวกเจ้าไปบอกคนอื่น ๆ ให้รีบเตรียมตัวเสีย เก็บของเสร็จเราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันที ครั้งนี้อาจไม่มีเวลาให้ทุกคนพักผ่อนมากนัก เรากลัวว่าหากไปช้าเ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ไร้เงาแม่สื่อ

    “เช่นนั้นพวกท่านรอสักครู่ ข้าจะไปเอาตั๋วเงินมาให้” เถ้าแก่ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่สามารถซื้อสมุนไพรล้ำค่าหายากทั้งสามต้นได้ด้วยราคาเพียงหนึ่งหมื

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฝูเป่ย

    เกวียนวัวของบ้านปู้ไปถึงเมืองฝูเป่ยในเวลาต่อมา ปู้ซานบังคับเกวียนไปยังร้านอาหารเจ้าประจำที่บ้านพวกเขาขายสัตว์ป่าให้ก่

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   งูดวงซวย

    ขณะที่ปู้จิงกำลังจะเดินไปส่องดูหน้าผาว่ามีสมุนไพรตามหนังสือหรือไม่ กลับมีเสียงลมดังขึ้นในโสตประสาทของนางเสียก่อน

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ยิ่งโตยิ่งงาม

    สามปีต่อมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status