Share

จอมขี้เกียจ

Author: 橙花
last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-29 05:30:20

เพ้! เจ้ารองมันก็ลูกเจ้าเหมือนกันนะ” ปู้ถิงโวยวายขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่ว่าเมียเขาคิดว่าลูกชายขี้เกียจเหมือนเขาหรอกนะนางถึงได้พูดแบบนี้

ฮึ! ไม่รู้หล่ะ ถ้าพวกมันสองผัวเมียไม่อยากมีก็แล้วแต่เลย ยังไงเสียบ้านเราก็มีหลานชายหลานสาวครบหมดแล้ว” จางซื่อเอ่ยอย่างไม่คิดจะสนใจจริง ๆ ขนาดการเข้าป่าล่าสัตว์มาประทังชีวิต ลูกชายกับลูกสะใภ้นางยังขี้เกียจอย่างกับอะไรดี การจะหวังให้สองคนนั้นมีลูกจึงเป็นเรื่องที่นางไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ด้านปู้เซียวที่ตอนนี้เข้าป่าไปล่าสัตว์กลับนอนหลับอยู่บนกิ่งไม้สูงไปเสียแล้ว เขาวางกับดักเอาไว้ใต้้ต้นไม้จึงขึ้นมานอนรออย่างใจเย็น ส่วนเหมยซื่อเมียของเขากลับเขย่าติ้วเสี่ยงทายแล้วเดินไปทางที่ตนเองทำนายได้ว่าจะได้รับอาหารแทน

นี่ เจ้าดูสองผัวเมียนั่นสิ ข้าล่ะไม่เข้าใจพวกมันจริง ๆ ว่าเข้าป่ามาแบบนี้จะได้อะไรกลับบ้านไปกินบ้าง คนหนึ่งมาถึงก็หลับเป็นตาย อีกคนก็เอาแต่เสี่ยงทายแล้วเดินมั่ว ๆ” ชาวบ้านคนหนึ่งที่ขึ้นเขามาเสี่ยงโชคเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสามีภรรยาบ้านรองปู้

ฮึ! เจ้าอย่าดูถูกสองผัวเมียนั่นเชียวนะ เห็นขี้เกียจ ๆ แบบนี้น่ะ พวกเขาไม่เคยอดเลยสักมื้อนะจะบอกให้” ชาวบ้านที่คุ้นเคยกับการหาเหยื่อของปู้เซียวกับเหมยซื่อกระซิบบอก

ชิ ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะได้อะไรกลับบ้านกัน” ชาวบ้านคนเดิมเอ่ยขึ้นอย่างดูถูก

หลังจบคำของสองคนนั้นไม่นาน อยู่ดี ๆ กลับมีนกชะตาขาดหล่นลงมาใส่หน้าอกของปู้เซียวจนเขาสะดุ้งตื่นเกือบจะตกลงไปข้างล่างต้นไม้อยู่มะรอมมะร่อ

เห็นไหมเล่า ข้าบอกเจ้าแล้ว ปู้เซียวกับเมียมันดวงดีอย่างกับอะไร แค่พวกมันนอนเฉย ๆ ก็มีสัตว์ป่าเข้ามาหาเองนั่นแหละ” ชาวบ้านคนนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เขาเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าสองผัวเมียนั่นทำได้ยังไงเหมือนกัน

เพ้! มันจะดวงดีเกินไปไหม มีอย่างที่ไหน นอน ๆ อยู่ก็มีเหยื่อตกใส่มือ” ชาวบ้านอีกคนบอกอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่เขาก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องที่เห็นอย่างไรเหมือนกัน

เอาล่ะ ๆ อย่าไปสนใจเขาเลยน่า รีบเข้าป่าไปล่าสัตว์ก่อนเถอะ ประเดี๋ยวจะค่ำมืดก่อน” ชาวบ้านอีกคนไม่อยากเสียเวลาดูเรื่องของปู้เซียวกับเมียอีก

เหมยซื่อที่เดินตามดวงไปไม่นานก็พบกระต่ายเป็นลมอยู่ใต้ต้นไม้ นางรีบเอาเชือกออกมาจากตะกร้าสะพายหลังแล้วมัดขากระต่ายเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่นานหลังจากนั้น นางก็เดินไปทางทิศที่เสี่ยงทายได้ต่อ ตรงหน้าเหมยซื่อมีไก่ป่าสองตัวกำลังตีกันอยู่อย่างเมามันส์ เหมยซื่อซุ่มรออย่างเงียบ ๆ นางคิดว่ายังไงไก่ป่าสองตัวนี้ก็ต้องเป็นของนางแน่

สองเค่อผ่านไป ในที่สุดไก่ทั้งสองตัวก็หมดแรงลงไปนอนกองกันอยู่ที่พื้น เหมยซื่อรีบปรี่เข้าไปเอาเชือกมัดขาไก่ทั้งสองพร้อมรอยยิ้มกว้าง นางไม่สนใจชาวบ้านที่กำลังยืนอ้าปากค้างมองดูอยู่ไม่ไกลเลยสักนิด นี่เป็นเรื่องปกติเวลาที่นางกับสามีเข้าป่า

หลังนำไก่ใส่ตะกร้าสะพายหลังแล้ว เหมยซื่อที่ขี้เกียจเดินต่อก็ตัดสินใจเดินกลับไปหาสามีที่น่าจะนอนอยู่บนต้นไม้ต้นเดิมก่อนหน้านี้

ท่านพี่ ท่านพี่” เหมยซื่อตะโกนเรียกเมื่อเห็นว่าปู้เซียวนอนกอดอะไรบางอย่างอยู่

หืม? เจ้ามาแล้วหรือน้องหญิง ได้อะไรมาบ้างไหม ข้าขี้เกียจรอแล้ว” ปู้เซียวก้มลงไปเห็นเมียรักยืนอยู่จึงถามขึ้นอย่างเกียจคร้าน

ได้กระต่ายกับไก่ป่าสองตัวเจ้าค่ะ ท่านเล่าได้สิ่งใดบ้าง” เหมยซื่อตะโกนถามต่อ

อืม… นกสองตัวน่ะ ไม่รู้มันตกลงมาได้อย่างไร เจ้ารอประเดี๋ยว ข้าจะลงไปแล้ว” ปู้เซียวเอ่ยจบก็บิดขี้เกียจอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะกอดนกทั้งสองตัวเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดลงไปอย่างนุ่มนวล เขาได้รับการสั่งสอนวรยุทธ์จากพ่อแม่มาตั้งแต่ยังเด็ก

ท่านเอาใส่ตะกร้าข้าเถอะ กลับไปค่อยให้ท่านแม่ทำอาหารให้กิน” เหมยซื่อทำกับข้าวไม่เป็นมาแต่แรก เพียงแต่บ้านปู้ก็ไม่มีใครรังเกียจนาง อย่างไรเสียงานบ้านอย่างอื่นนางก็ช่วยบ้านใหญ่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แค่พวกเขาทำอาหารให้บ้านรองกินจึงไม่นับว่าเป็นอะไร

ปู้เซียวทำตามที่เมียบอกแล้วเดินช้า ๆ เคียงข้างนางกลับไปที่หมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายลี้ด้วยความเคยชิน เมียเขาใช้วิชาตัวเบาไม่ได้แต่นางยิงธนูแม่นมาก เพียงแต่หลายครั้งนางไม่เคยต้องลงมือเลยสักครั้งเดียว ทำให้สัตว์ป่าที่พวกเขาได้กลับบ้านมักจะได้มาอย่างแปลกประหลาดจนผู้คนต่างโจษจันกันไปทั่วหมู่บ้าน

ปู้กังที่เข้าป่าอีกทิศหนึ่งเองก็กำลังเบ่งกล้ามอวดสาวชาวบ้านที่ขึ้นเขามาเก็บผักป่าอยู่หลังจากเขาล่าหมูป่าตัวใหญ่มาได้ นิสัยของปู้กังที่เป็นเช่นนี้สร้างเสียงหัวเราะให้กับเหล่าสาวชาวบ้านไม่น้อย หลายครั้งที่ปู้กังมักจะไปเดินอวดกล้ามตนเองไปมาภายในหมู่บ้านจนถูกเหวินซื่อบิดหูลากกลับบ้านอยู่บ่อย ๆ

เจ้าดูสิ ปู้กังอวดอีกแล้ว เจ้าว่าเราขอแบ่งหมูจากเขาสักหน่อยจะได้ไหมนะ” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นกับสหายที่มาด้วยกัน

ชิ เจ้าลองเข้าไปถามดูสิ ข้าว่าหากเขาให้มาจริง ๆ ไม่พ้นเมียเขาต้องมาอาละวาดที่บ้านเราอีกแน่ เจ้าก็รู้ชื่อเสียงของนางดีนี่นาว่าขี้หวงแค่ไหน” สหายอีกคนเอ่ยขึ้นบ้าง นางเคยทำมาก่อนแล้วจึงรู้ดีว่าผลลัพธ์ที่จะตามมาคือสิ่งใด เหวินซื่อนั้นท่าทางเรียบร้อยก็จริงอยู่ แต่ปากนางหากได้ด่าขึ้นมาแล้วล่ะก็ ทำเอาพวกนางเจ็บเข้าไปยังกลางดวงใจเลยทีเดียวเชียว

น่าเสียดายจริง ลูกข้าอยากกินเนื้ออยู่พอดี” สาวชาวบ้านได้แต่บ่นเบา ๆ นางเองใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องของเหวินซื่อมาก่อน เพียงแต่อยากลองดูก็เท่านั้น

นี่! เจ้าใหญ่ปู้ เจ้าจะแบ่งขายหมูป่าตัวนั้นไหม ข้าจะได้ไปบอกชาวบ้านคนอื่น” ลุงไช่ตะโกนถามมาเมื่อเดินมาเห็นปู้กังกำลังอวดกล้ามให้สาว ๆ แถวนั้นดู

ขายสิลุง ท่านตามไปที่บ้านข้าได้เลย ประเดี๋ยวข้าจะลากลงไปให้เมียเชือดให้” ปู้กังตะโกนบอกกลับไปพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างที่คิดว่าหล่อเหลาเสียเต็มประดา

ดี ดี เช่นนั้นเจ้ารีบไปได้แล้ว ข้าจะไปบอกชาวบ้าน” ลุงไช่กลัวว่าปู้กังจะเอาแต่อวดกล้ามจนไม่ยอมกลับบ้านเสียที เขาจึงรีบบอกปู้กัง

ปู้กังมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีสาวใดมองมาทางเขาอีก เขาจึงรีบเดินกลับไปลากหมูป่าตัวเขื่องกลับบ้านอย่างเศร้าสร้อย ถึงเขาจะมีเมียแล้วก็จริง แต่ปู้กังยังคงมองว่าตนเองมีความสามารถมากพอที่จะทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในหมู่บ้านประทับใจได้ หากเมียเขาไม่ดุอย่างที่เป็นอยู่ คาดว่าปู้กังคงมีเมียน้อยมากกว่าสามคนไปแล้ว

ลุงไช่วิ่งไปบอกคนในหมู่บ้านอยู่นานกว่าสองเค่อ เมื่อคิดว่าน่าจะบอกหมดแล้ว เขาก็กลับบ้านตนเองไปนำเงินมาซื้อหมูป่ากับปู้กังที่บ้านตระกูลปู้ซึ่งอยู่ตีนเขาทันที หากเขาอยากได้เนื้อส่วนดี ๆ จะต้องรีบไปก่อนคนอื่นอยู่แล้ว

เหวินซื่อเห็นสามีลากหมูป่ากลับมาก็รีบเก็บไม้บรรทัดประจำกายเหน็บเอาไว้ที่เอว จากนั้นจึงเข้าครัวไปนำมีดปังตอออกมารออย่างรู้งาน เมื่อก่อนนางเป็นคุณหนูบุตรสาวอาจารย์ในเมืองฝูเป่ยและไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาแต่งงานกับพรานป่าเช่นปู้กัง ซึ่งเหวินซื่อก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้นางยอมรับการขอแต่งงานจากปู้กังเมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่ครอบครัวก็ไม่ได้สนับสนุนแต่แรก จนนางแต่งงานมาเกือบห้าปีและมีลูกชายสองคนแล้ว นางจึงยอมรับว่าตนเองเป็นสะใภ้ตระกูลพรานป่าไปจริง ๆ เวลาคนในบ้านล่าหมูป่ามาได้ เหวินซื่อก็มักจะทำหน้าที่ขายเนื้อหมูป่าให้คนในหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ

พวกเจ้าเข้าแถวให้ดี ได้ทุกคนแน่นอน” เหวินซื่อตะโกนให้ทุกคนจัดแถวให้เป็นระเบียบ นางจะได้เชือดหมูให้อย่างไม่เร่งร้อนนัก เพราะเหวินซื่อยังต้องรับเงินและให้สามีลงบันทึกว่าใครซื้อไปเท่าไหร่บ้างเพื่อนำเงินเข้ากองกลางของบ้านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาด้วย

ชาวบ้านรีบเข้าแถวทันที พวกเขาไม่มีใครกล้าลองดีกับฝีปากระดับตำนานของเหวินซื่อที่ได้ชื่อว่าด่าอย่างสุภาพแต่แสบเข้าไปถึงทรวงคนนี้แน่ ไม่นานเหวินซื่อก็ลงมือเชือดอย่างชำนาญและส่งเนื้อให้ชาวบ้านที่มาต่อแถวซื้อกันอยู่ในบ้านปู้ ชาวบ้านที่ได้เนื้อแล้วต่างพากันยิ้มอย่างพอใจ พวกเขาไม่ต้องเข้าเมืองไปซื้อเนื้อแพง ๆ ที่ตลาดก็เพราะคนบ้านปู้นี่แหละ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ตำนาน

    “เหตุใดจึงไม่มีใครไปเล่า หรือที่นั่นมีสัตว์อันตรายอยู่” ปู้เซียวถามขึ้นบ้าง“ได้ข่าวว่าภูเขานั้นมีหมีดำตัวใหญ่อยู่น่ะขอรับ ข้าเองก็ยังไม่เคยขึ้นไปสูงมากนักจึงไม่รู้ว่าที่คนเขากล่าวขานมานั้นจริงหรือไม่” ชินอ๋องตอบอย่างที่ทราบมา“อืม… น่าสนใจ น่าสนใจ” ปู้จิงที่เคยฆ่าหมีดำเมื่อครั้งไปช่วยท่านปู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้“อะไรของเจ้าน้องสาว เจ้าเป็นพระชายาแล้วนะยังจะขึ้นเขาอีกหรือ” ปู้ตี้อดปรามน้องไม่ได้“อ้าว ข้าเป็นพระชายาแล้วอย่างไรเล่าพี่รอง ข้าก็ยังชอบล่าสัตว์อยู่ดี ไม่รู้ล่ะ ยังไงข้าก็จะไปดูว่าที่นั่นมีหมีดำอยู่จริงหรือไม่” ปู้จิงกล่าวอย่างไม่สนใจท่าทีของชินอ๋องสามีแม้แต่น้อย“เอาล่ะ ๆ หากอยากไปก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ถือว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดีไหม” จางซื่อได้แต่ต้องตามใจหลานสาวที่ถึงจะเป็นพระชายาแล้วก็ยังคงรักในอาชีพเก่าอยู่“เย้! ท่านย่าใจดีที่สุดเจ้าค่ะ” ปู้จิงวิ่งปรื๋อเข้าไปกอดร่างเล็กของจางซื่อ“เช่นนั้นอีกสองวันเราค่อยไปกันนะ ค้างคืนที่ภูเขาสักคืนหนึ่งค่อยกลับ” ปู้ซานเห็นว่าภูเขาที่กำลังจะไปนั้นไม่คุ้นเคย เขาจึงอยากพักอยู่ที่นั่นสักคืน“ได้สิ ให้ลูกสะใภ้อยู่จวนก็พอ พวกเราค่อยเตรียมกระโ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อลเวง

    ก่อนถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาวหนึ่งเค่อ ขบวนสินสอดยาวนับสิบลี้ของชินอ๋องก็เดินทางมาถึงหน้าจวนท่านหญิง พิธีรับตัวเป็นไปตามราชประเพณี กระทั่งปู้จิงขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อเดินทางไปทำพิธีต่อในวังหลวง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็ติดตามขบวนชินอ๋องไปด้วย ชาวเมืองที่มารอรับขบวนเสด็จตามข้างถนนต่างกล่าวอวยพรชินอ๋องกับพระชายาเสียงดังด้วยความชื่นชมยินดี พวกเขารู้ดีว่าพระชายาช่วยเหลือราชสำนักมากมายเพียงใด“พวกท่านรับขนมงานแต่งไปด้วยนะเจ้าคะ” บ่าวไพร่ในจวนท่านหญิงต่างถือตะกร้าขนมสำหรับงานมงคลเอาไว้คนละตะกร้าสองตะกร้าเพื่อแจกจ่ายชาวเมืองตามธรรมเนียม“ขอบคุณพวกท่านมาก” ชาวเมืองมากมายยิ้มกว้างออกมา ขนมเหล่านี้นับว่าเป็นเกียรติให้กับพวกเขาที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับชินอ๋องและพระชายายิ่งแล้ว ขบวนเสด็จใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ไปถึงหน้าพระราชวัง ชินอ๋องลงจากหลังม้าและมาเปิดเกี้ยวเพื่อรับเจ้าสาวคนงามของพระองค์“จิงเอ๋อ ถึงแล้วล่ะ” ชินอ๋องยื่นมือเรียวยาวขาวผ่องไปให้ปู้จิงจับเอาไว้“อื้อ ข้าตื่นเต้นจังเลยอาหยวน” ปู้จิงยื่นมือเล็กออกมาแล้วกระซิบบอกชินอ๋อง“ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่ข้างเจ้า” ชินอ๋องกระซิบกลับและค่อย ๆ พาป

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อภิเษก

    ชินอ๋องนั่งสนทนากับครอบครัวปู้จิงจนถึงมื้อเที่ยง พระองค์ยังขอร่วมวงทานมื้อเที่ยงก่อนจะเดินทางกลับจวนอ๋องไปในช่วงบ่ายอย่างสบายใจ ชุดแต่งงานของชินอ๋องกับพระชายาจะมีคนในวังจัดการให้ตามธรรมเนียม งานอภิเษกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าถือว่าเป็นงานมงคลครั้งแรกหลังจากเกิดการกบฏขึ้นในเมืองหลวง ฮ่องเต้หลังจัดการกับพวกกบฏเสร็จสิ้น พระองค์ก็เริ่มพิจารณาความดีความชอบให้กับเหล่าจอมยุทธที่มาช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย รวมถึงครอบครัวปู้จิงที่สร้างคุณูปการด้วย“เจ้าว่าหากมอบตำแหน่งกั๋วกงให้ตระกูลปู้จะเหมาะสมหรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสกับขันทีประจำพระองค์ที่ยืนคอยรับใช้ไม่ห่าง“กระหม่อมคิดว่าเหมาะสมมากพะย่ะค่ะ อย่างไรเสียท่านหญิงก็กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ด้วย หากครอบครัวนางได้รับยศตำแหน่งก็จะช่วยหนุนหลังท่านหญิงได้ด้วยพะย่ะค่ะ” ขันทีกุ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาเคยพบท่านหญิงผู้น่ารักหลายครั้งจึงรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ยิ่งพอรู้ว่าท่านหญิงกับครอบครัวทุ่มเทกำลังจัดการกลุ่มกบฏจำนวนมากไปได้ เขาก็ยิ่งนับถือนางมากขึ้น“อืม… เช่นนั้นเราจะเขียนราชโองการให้ พรุ่งนี้เจ้าค่อยไปประกาศก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งใหญ่ใ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฟ้าหลังฝน

    ที่หน้าคุกหลวง การต่อสู้ยังคงดุเดือดอยู่เมื่อปู้จิงกับเสือขาวไปถึง ทั้งสองเข้าร่วมวงต่อสู้ทันทีอย่างไม่เกรงกลัว กระทั่งหนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดชินอ๋องกับเหล่าองครักษ์เงาก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือฮ่องเต้กับฮองเฮาออกมาได้เสียที“จิงเอ๋อ ข้าจะพาเสด็จพี่กับพี่สะใภ้ไปรักษาตัวที่วังหลวงก่อนนะ ฝากเจ้าจัดการพวกกบฏที่เหลือเหล่านี้ได้หรือไม่” ชินอ๋องทั้งเป็นห่วงพี่ชายและห่วงคู่หมั้น“ได้สิ ข้าจัดการเสร็จแล้วจะไปหาเจ้าในวังนะ” ปู้จิงยิ้มแป้นบอก นางเห็นอยู่ว่าสภาพของพี่ชายอาหยวนนั้นไม่ค่อยดีนัก“ขอบใจเจ้ามากนะ พวกเจ้าฟังคำสั่งท่านหญิงให้ดีเล่า” ชินอ๋องหันไปกำชับกองกำลังทหารที่ติดตามพระองค์มาตั้งแต่เข้าเมืองหลวงด้วยน้ำเสียงจริงจัง“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เหล่าทหารต่างร้องรับคำเสียงดัง พวกเขามีหรือจะกล้าไม่ฟังคำสั่งท่านหญิงสุดแกร่งกันเล่า ยิ่งสายตาเย็นชาของเสือขาวที่กวาดมองมาทางพวกเขาด้วยแล้ว ทุกคนถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ปู้จิงมองส่งอาหยวนของนางไม่นาน ก่อนจะหันมาออกคำสั่งให้ทหารตรวจสอบคนที่ถูกขังในคุกหลวงอีกครั้ง หากเป็นขุนนางดีที่ถูกพวกกบฏขังก็ให้นำพวกเขาออกมา ส่วนถ้าเป็นคนร้า

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   บุกเมืองหลวง

    ปู้จิงใช้วิชาตัวเบาวิ่งเข้าใส่ประตูใหญ่ของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว นางชักกระบี่ออกมาปัดป้องลูกธนูมากมายที่ยิงเข้าใส่จากบนกำแพงเมืองอย่างสบาย ๆเปรี้ยง! ครืน!! โครม!!! ประตูที่ทุกคนคิดว่าแข็งแกร่งนักแข็งแกร่งหนาถูกปู้จิงเตะด้วยฝ่าเท้าน้อย ๆ เพียงครั้งเดียวก็ล้มครืนลงไปด้านในเมืองหลวงทันที ทหารกบฏที่อยู่ด้านในถูกประตูไม้ขนาดใหญ่ทับต่างก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด พวกเขากำลังซุ่มรอให้คนของชินอ๋องพังประตูเข้ามาจะได้ลอบจัดการได้โดยละม่อม แต่ใครจะคิดเล่าว่าปู้จิงเพียงคนเดียวจะจัดการประตูเสียผิดแผนของพวกเขาไปหมด“บัดซบ!!! พวกเจ้ามัวทำอันใดอยู่ รีบลงไปจัดการมันสิ” แม่ทัพอู๋เถี่ยตวาดนักฆ่าเงาและแม่เฒ่าพิษที่ยังคงยืนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วยความโกรธ สองคนนี้ถูกเสนาบดีซ้ายจ่ายเงินจำนวนมากให้มาช่วยก่อการกบฏ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้ทำประโยชน์อะไรนัก เมื่อแม่เฒ่าพิษและนักฆ่าเงาได้สติ พวกเขาก็หายวับไปจากกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว และลงไปยืนประจัญหน้ากับปู้จิงที่ตอนนี้กำลังเหยียบย่ำประตูใหญ่ที่พังลงอย่างเมามัน“ตายซะเถอะนังเด็กปีศาจ!” แม่เฒ่าพิษยังจำความทรมานเมื่อครั้งลองยาพิษที่เคยใส่ให้ปู้จิงได้เข้ากร

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ข่าวร้าย

    งานเลี้ยงคืนนั้นดำเนินยาวไปจนถึงยามจื่อ ปู้จิงที่กินอิ่มจนท้องแทบแตกแยกตัวกลับไปนอนในกระโจมกับเสือขาวก่อนหน้านี้แล้ว นางเพิ่งรู้ว่าการทำศึกเหนื่อยมากก็วันนี้นี่แหละ เพราะเรี่ยวแรงที่มหาศาลของนางแทบจะหมดสิ้นจากการกรำศึกครานี้ พอปู้จิงหัวถึงหมอนนางก็หลับไม่รู้เรื่องจนกระทั่งตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงสายมากแล้ว“อื้อ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เหตุใดจึงได้เสียงดังวุ่นวายเช่นนี้” ปู้จิงเอาผ้าห่มคลุมหัวอย่างรำคาญ นางไม่รู้ว่านอกกระโจมเกิดสิ่งใด แต่ได้ยินเสียงของคนหลายคนดังเข้ามาในกระโจมของนาง ที่กระโจมของชินอ๋องนั้นวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เพราะองครักษ์เงาของฮ่องเต้ที่มีบาดแผลทั่วตัวมาขอเข้าพบและรายงานให้ชินอ๋องทราบว่ากองทัพกบฏยึดครองเมืองหลวงไปได้นานถึงครึ่งเดือนแล้ว อีกทั้งพวกมันยังจับฝ่าบาทและฮองเฮาเอาไว้ด้วย เขาถูกสหายช่วยให้หลบหนีออกมาส่งข่าวได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย เมื่อรายงานเรื่องราวจบลง องครักษ์เงาก็สลบเหมือดไปจากความเหนื่อยล้า“พวกเจ้าไปบอกคนอื่น ๆ ให้รีบเตรียมตัวเสีย เก็บของเสร็จเราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันที ครั้งนี้อาจไม่มีเวลาให้ทุกคนพักผ่อนมากนัก เรากลัวว่าหากไปช้าเ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ขายสมุนไพรอีกครั้ง

    หลังจากขายเนื้อเสร็จ ลานบ้านปู้ก็เงียบสงบลงเสียที ปู้จิงเข้าเรือนไปนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยความหิวจัด อาหยวนเองก็เตรียมอาหารมาไว้ให้นางจนแทบจะล้นโต๊ะ&ldq

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฝึกวิชา

    “ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่กับทุกคนด้วยนะเจ้าคะที่ช่วยปู้จิง” หลิวซื่อยิ้มกว้างบอก นางดีใจที่เห็นว่าทุกคนในบ้านต่างมีใจอยากช่วยเหลือลูกสาวของนาง&l

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   แก้มือ

    หลังจากการแข่งขันผ่านไป ตระกูลจิ่วก็ไม่มีใครมาล่าสัตว์บริเวณที่พวกเขาพนันกันเอาไว้อีกเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน แต่วันนี้จิ่วฟูที่เพิ่งสร้างกับดักมาใหม่หล

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   เปลี่ยนไป

    หลังจากเกิดเรื่องตอนให้ถุงหอมครั้งก่อน พอปู้จิงไปที่เมืองกลับพบว่าซวนหยงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้นางเสียแล้ว วันหนึ่งปู้จิงอดรนทนไม่ไหวจึงไปดักรอที่หน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status