LOGINบทที่ 3 ยินดีที่รู้จัก
แสงแดดจัดจ้าของเวลาเกือบเที่ยงส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาปะกนไม้ขีดเป็นเส้นตรงลงบนเตียงนอน ลลิน ซุกหน้าลงกับหมอน ขยับกายหนีความร้อนที่เริ่มไล่ล่า แต่นั่นยังไม่เท่ากับเสียงกัมปนาทที่ดังรบกวนการนิทราอันแสนสุข ปัง! ปัง! ปัง! “ลิน! ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนห๊ะ!” เสียงแม่ช้อยทั้งเคาะทั้งตะโกนอยู่หน้าห้อง จนไม้กระดานสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ “ตื่นแล้วค่าาา!” ลลินตะโกนตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า เธอพยายามขุดร่างตัวเองขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย เมื่อคืนนิ้วเจ้ากรรมดันรัวแป้นพิมพ์เขียนนิยายจนเกือบเช้า เพราะภาพเหตุการณ์ ‘ประมาทร่วม’ และใบหน้ากวนประสาทของไอ้เด็กเปรตคนนั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวจนกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดี “ตื่นแล้วก็ลุก! จะมานอนอุตุอยู่ทำไม”แม่ช้อยยืนอยู่หน้าห้อง มือหนึ่งเท้าสะเอว รอลูกสาวตัวดีโผล่หัวออกมาจากถ้ำ “แม่อ่ะ... หนูมาพักผ่อนนะแม่ ขอนอนหน่อยไม่ได้หรือไง”สิ้นเสียงโอดยางคาง บานประตูไม้ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก ลลินเดินก้าวออกมาในสภาพที่ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่องรุงรังจนเกือบจะบังใบหน้า เสื้อสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางที่ใส่นอนเลื่อนหลุดลงมาพาดอยู่ตรงต้นแขนขาวเนียน เผยให้เห็นผิวละเอียดลออที่ดูขัดกับสภาพบ้านไม้หลังเก่า ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววมั่นใจ บัดนี้หรี่ปรือเลื่อนลอยมองแม่ที่ยืนแยกเขี้ยวใส่ด้วยความงัวเงียจัด เธอพิงไหล่เข้ากับขอบประตูอย่างคนไม่มีแรงจะยืน ท่าทางประท้วงแบบเด็กเอาแต่ใจเรียกเสียงฮึดฮัดจากคนเป็นแม่ได้ทันตาเห็น “พักผ่อนน่ะได้ แต่พยาธิในท้องแกมันจะตายเอา มันจะเที่ยงแล้วลิน ลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วลงมากินข้าวกินปลา แม่ทำแกงส้มชะอมทอดไว้ให้” “จ้าๆ หนูลุกแล้วจ้าแม่...”ลลินส่งเสียงยานคางตอบรับพลางบิดขี้เกียจจนตัวโก่ง เธอทำปากยื่นปากยาวใส่คนเป็นแม่ที่ยืนค้ำเอวรออยู่หน้าประตูอย่างนึกหมั่นไส้ ดวงตาคู่สวยยังลืมขึ้นไม่เต็มตานัก ผมเผ้ายุ่งเหยิงพันกันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงตามประสาคนนอนดิ้น หญิงสาวฝืนพาตัวเองลุกออกจากเตียงนุ่มที่แสนรัก ก่อนจะเดินโงนเงนสะเปะสะปะเข้าห้องน้ำไปคล้ายคนยังไม่ได้สติ มือเรียวข้างหนึ่งคว้าผ้าเช็ดตัวมาพาดบ่าอย่างลวกๆ ทิ้งให้แม่ช้อยยืนส่ายหัวพลางอมยิ้มให้กับความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของลูกสาว หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดเอี่ยม กลิ่นสบู่หอมฟุ้งช่วยบรรเทาความคุกรุ่นในใจลงได้บ้าง ลลินในชุดเดรสตัวสวยเดินนวยนาดออกมานั่งที่โต๊ะไม้ใต้ถุนบ้าน มองดูสำรับอาหารพื้นบ้านที่แม่จัดเตรียมไว้ให้ด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอก แม้ปากจะร้ายแต่แม่ก็รู้ใจเธอที่สุดเสมอ “กินข้าวเสร็จแล้วจะไปร้านกาแฟก็รีบไปเสียล่ะ วันเสาร์อาทิตย์แบบนี้คนมันเยอะ เดี๋ยวจะไปนั่งหงุดหงิดใส่เขาอีก” แม่ช้อยพูดเปรยๆ พลางหยิบตะกร้าเตรียมตัวออกไปทำงานสวน “รู้แล้วจ้าแม่ ขอหนูกินข้าวให้อิ่มก่อนสิ” ลลินตอบรับสั้นๆ พลางคีบกับข้าวเข้าปาก ความอร่อยของรสมือแม่ทำให้เธอก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกือบลืมเรื่องกวนใจเมื่อเช้าไปเสียสนิท “เอ่อ... งั้นแม่ไปสอยมะพร้าวมาทำขนมก่อนนะ นึกอยากกินตะโก้ขึ้นมาพอดี” “จ้าแม่” เมื่อจัดการอาหารตรงหน้าจนเรียบอาวุธ ลลินก็จัดการเก็บล้างจานชามอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าและโน้ตบุ๊กคู่ใจ เป้าหมายของเธอคือการหาที่เงียบๆ นั่งปั่นต้นฉบับที่ค้างคา รถเบนซ์สีขาวคู่ใจทะยานออกจากบ้านสวนมุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟชื่อดังที่แม่แนะนำ แม้ลึกๆ ในใจจะแอบหวั่นใจกับการต้องเผชิญหน้ากับ 'อดีต' อย่าง สิน แต่ความอยากดื่มคาเฟอีนและต้องการที่ทำงานดีๆ นั้นมีมากกว่า ร้านกาแฟที่แม่พูดถึงตั้งเด่นอยู่ริมถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอ ตัวร้านตกแต่งสไตล์นอร์ดิกดูทันสมัยตัดกับฉากหลังที่เป็นทุ่งนาสีเขียวขจี รถเบนซ์สีขาวเคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าคาเฟ่ ลลินมองรอยบุบตรงกันชนหน้าผ่านกระจกมองข้างแล้วถอนหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิดเธอจัดแจงหยิบแว่นกันแดดราคาแพงขึ้นมาสวม ไม่ใช่เพื่อกันแดดเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อปกปิดสายตาที่เริ่มไหวระริกเมื่อรู้ว่าเจ้าของร้านแห่งนี้คือใคร เสียงกระดิ่งหน้าร้านดัง กรุ๊งกริ๊ง ทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไป กลิ่นคั่วกาแฟหอมกรุ่นและแอร์ที่เย็นฉ่ำช่วยปลอบประโลมความว้าวุ่นได้เพียงชั่วครู่ ลลินพยายามรักษามาดนางพญาให้มั่นคงที่สุด แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นคลอนเมื่อภาพอดีตเริ่มซ้อนทับกับปัจจุบัน “ยินดีต้อนรับครับ... อ้าว ลิน! กลับมาบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่”เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ สิน ชายหนุ่มที่เป็นทั้งอดีตอันแสนหวานและบาดแผลในใจ เขายังคงดูดีในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล รอยยิ้มที่ส่งมาให้นั้นดูอบอุ่นและเป็นมิตรเสียจนลลินรู้สึกหน่วงในอก “เมื่อวาน” เธอตอบสั้นๆ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะขยับไปนั่งที่โต๊ะมุมร้านตามการเชื้อเชิญ ไม่นานนัก สินก็เดินกลับมาพร้อมแก้วเอสเปรสโซ่ร้อนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น รสชาติเข้มข้นและระดับความหวานน้อยที่พอดีเป๊ะเหมือนรู้ใจกันมานานแสนนานถูกวางลงตรงหน้า ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับถูกแทรกซึมด้วยความเย็นเยียบ เมื่อหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาเคียงข้างเขา “ลิน... นี่ ของขวัญ แฟนเราเอง” สินแนะนำด้วยแววตาภาคภูมิใจ “สวัสดีค่ะคุณลิน ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ พี่สินเล่าเรื่องคุณลินให้ฟังบ่อยๆ” ของขวัญเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มใสซื่อที่ทำให้ลลินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางมารร้ายในนิยายที่เธอเขียน “สวัสดีค่ะคุณของขวัญ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” ลลินฝืนยิ้มตอบตามมารยาททางสังคมที่ฝึกฝนมาอย่างดี ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะขอตัวไปดูแลลูกค้ารายอื่น ทิ้งความเงียบงันที่น่าอึดอัดไว้ระหว่างคนสองคนที่เคยรักกันมาก่อน “สบายดีไหมลิน”สินเอ่ยถามพร้อมกับดึงเก้าอี้ไม้ออกแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมคู่นั้นยังคงฉายแววอาทรและอ่อนโยนในแบบที่ลลินเคยแพ้พ่ายมาเสมอ แววตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ได้รับการดูแล ไม่ใช่นักเขียนสาววัย 35 ที่โลกส่วนตัวสูงและขี้วีนแบบที่เป็นอยู่ “สบายดี... สบายดีกว่าตอนคบกับเธอเยอะ” ลลินตวัดเสียงแว้ดใส่ตามนิสัยช่างประชดประชัน เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อรักษามาดนางพญา แต่หยดน้ำตาใส ๆ กลับเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตาจนร้อนผ่าว เธอจึงรีบเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความอ่อนแอ “โธ่ลิน... เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้วนะ หายโกรธเราเถอะนะคนดี” คำเรียกขานที่แสนคุ้นเคยหลุดออกมาจากปากอดีตคนรักอย่างลืมตัว “ถ้าเธอเป็นเรา เธอก็จะพูดเหมือนเรานั่นแหละสิน” ลลินหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา บาดแผลที่ถูกเย็บปิดไว้ด้วยเข็มแห่งกาลเวลาดูเหมือนจะปริแตกออกมาอีกครั้ง “ความเจ็บปวดน่ะ... มันไม่ได้มลายหายไปเพียงเพราะเข็มนาฬิกามันเดินผ่านไปหรอกนะ” “เราเข้าใจ... เอาเป็นว่าเราขอโทษจริง ๆ สำหรับเรื่องทั้งหมดที่เคยทำพังไป” สินทอดเสียงอ่อนอย่างสำนึกผิด เขารู้ดีว่าความผิดพลาดในอดีตของเขาคือชนักติดหลังที่ไม่อาจแก้ไข “อืม... ช่างมันเถอะ ไปขายกาแฟไป เราจะทำงานแล้ว” ลลินตัดบทพลางเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กขึ้นมาตั้งตระหง่านไว้ตรงหน้า เพื่อใช้เป็นป้อมปราการกำบังหัวใจที่กำลังสั่นไหว “รู้แล้ว เดี๋ยวเราให้ของขวัญเอาเค้กมาให้ชิมนะ เธอรอแป๊บนึง” “ไม่เป็นไรสิน เราไม่อยากกิน” เธอปฏิเสธเสียงแข็งโดยไม่เงยหน้าจากจอ “ไม่ได้ลิน เค้กนี่ของขวัญเขาตั้งใจทำมากนะ” สินยังคงดึงดันด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินผละออกไปทางเคาน์เตอร์ ทิ้งให้ลลินจมอยู่กับเสียงเคาะคีย์บอร์ดที่ว่างเปล่า เพราะในสมองของเธอตอนนี้ไม่มีพล็อตนิยายเรื่องไหนนอกจากเรื่องราวของชายที่เพิ่งเดินจากไป ไม่กี่นาทีต่อมา สินเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งด้วยมือเปล่า “เอ่อ... รอนิดนึงนะลิน พอดีของขวัญเขากำลังตัดเค้กใส่จานอยู่ ลูกค้าหน้าร้านเพิ่งเข้าเยอะน่ะ” “เราบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องลำบากหรอก” ลลินพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ เธอรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่ต้องรับรู้ว่าคนรักใหม่ของเขากำลังเตรียมของหวานมาให้เธอทาน “รออีกนิดเดียวเอง อย่าเพิ่งรีบไปไหนสิ” สินพยายามรั้งไว้ด้วยน้ำเสียงที่อ้อนวอนอยู่ในที แววตาของเขาดูเหมือนมีคำพูดนับพันที่ยังไม่ได้บอกเธอ 📢 ประกาศจากใจไรท์! E-Book "ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก" วางแผงแล้วจ้าาา! 💖 สวัสดีครับนักอ่านที่รักทุกคน! วันนี้ที่รอคอยมาถึงแล้ว น้องวางขายบน M*B เรียบร้อยแล้วนะ ใครที่รอเก็บเล่มเต็มไปฟินยาวๆ ห้ามพลาดเลย! 🛒 จิ้มรับน้องมาดูแลได้ที่นี่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyMDcxMyI7fQ เนื้อหาทั้งหมด23 ตอน ตอนหลัก 21 ตอนพิเศษสุดฟิน 2 ตอน ความหนา: 263 หน้า (จุใจกว่า 45,000+ คำ!) 💸ราคาน่ารัก: เพียง 69 บาท เท่านั้น!💸 🍎 Trick สำหรับชาว iOS: แนะนำซื้อผ่าน Safari หรือหน้าเว็บ M*b โดยตรง จะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อผ่าน App นะครับ! 📅 สำหรับสายอ่านรายตอน อัปทุกวันจนจบ! หลังจบจะติดเหรียญ (เปิดอ่านฟรี 7 วันเหมือนเดิม) สาย NC: หลังลง 2 วัน จะติดเหรียญถาวรนะครับ เตรียมตัวให้พร้อม! 💬 คุยกับไรท์ได้ที่ อ่านจบแล้วชอบไม่ชอบตรงไหน ฝากกด ❤️ หรือรีวิวติชมได้เต็มที่เลยครับ 📌 TikTok: Tawan miki 📧 มีปัญหาเรื่องการซื้อ? ติดต่อแอดมิน M*B ได้ที่ support@mebmarket.com (ไวปรู๊ดปร๊าดแน่นอน!) ขอบคุณที่เอ็นดูเด็กๆ ของผมนะครับ รักทุกคนเลย! 🙏🥰✨บทที่ 5 ไปส่งหน่อยพ้นจากเหตุการณ์ชวนประสาทเสียที่คาเฟ่ของถ่านไฟเก่า ลลินก็ตัดสินใจกักตัวอยู่แต่ในอาณาเขตบ้านสวน เธอเลือกที่จะขลุกอยู่กับกองต้นฉบับและจินตนาการในหัวมากกว่าจะออกไปเผชิญโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอดีตคนรักและไอ้เด็กแสบนักเขียนสาวลากโต๊ะไม้พับตัวโปรดมาตั้งไว้ใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงอกร่องขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็น ลมทุ่งพัดโชยมาเป็นระยะห่างๆ พอให้เส้นผมสลวยปลิวไสวทว่าความเงียบสงบที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของคนเป็นแม่“ลิน... ถามจริงเถอะ ไม่คิดจะขยับขยายออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างหรือไงลูก”แม่ช้อยเดินเท้าสะเอวฉับๆ เข้ามาหาพลางขมวดคิ้วมุ่นมองลูกสาวตัวดีที่นั่งขลุกอยู่บนแคร่ไม้ แสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กสะท้อนนัยน์ตาที่จ้องเขม็งจนแทบถลนออกมานอกเบ้า สภาพของนักเขียนสาวบัดนี้ดูห่างไกลจากคำว่านางพญาไปโข เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้หัวจนฟูฟ่องแถมยังคาบปากกาค้างไว้ในปากคล้ายคนสติหลุด“แม่!!”ลลินแหวขึ้นมาทันควันพร้อมสะดุ้งสุดตัวจนปากกาแทบหล่นจากปาก เธอละสายตาจากหน้าจอที่ยังคงมีเพียงหน้ากระดาษว่างเปล่าขาวโพลน หันมามองค้อนคนเป็นแม่วงเบ้อเร่อ “หนูอยู่บ้านแม่ก็บ่น พอ
บทที่ 4 ลูกแฟนเก่า?ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนรักเก่ากำลังตึงเครียดและอัดแน่นไปด้วยตะกอนความหลัง เสียงแผดคำรามของท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์เวฟแต่งซิ่งก็ดังสนั่นมาจากหน้าร้าน เสียงนั้นกรีดผ่านความเงียบในคาเฟ่จนลลินต้องขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ“บรื้นนนน!”เสียงเครื่องยนต์ดับลงกะทันหันที่หน้าประตูร้าน ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวก้าวลงจากรถ พลางสะบัดบ่าขยับปกเสื้อให้เข้าที่อย่างมาดมั่น สายตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นรถเบนซ์สีขาวที่จอดสงบนิ่งอยู่ก่อนหน้า รอยบุบสะดุดตาตรงกันชนทำให้เขาชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก“คุ้นชะมัด... รอยบุบนั่นมันฝีมือเรานี่หว่า”เขตต์ สลัดความสงสัยทิ้งแล้วผลักประตูร้านเข้ามา เสียงกระดิ่งดัง กรุ๊งกริ๊ง รับกับการปรากฏตัวของเขา เขาเดินดุ่มเข้าไปหลังเคาน์เตอร์โดยไม่สนใจสายตาใคร เป้าหมายคือผู้เป็นแม่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานของหวาน“แม่ค้าบ... เขตต์มาแล้วค้าบ” เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงกอดอ้อนผู้เป็นแม่จากด้านหลังอย่างที่ชอบทำประจำ“ว่าไงไอ้ตัวดี ไปเล่นซนที่ไหนมาอีกฮึเรา? ดูสิ เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นดินแดงไปหมด” ของขวัญ หันมาเอ็ดลูกชายหั
บทที่ 3 ยินดีที่รู้จักแสงแดดจัดจ้าของเวลาเกือบเที่ยงส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาปะกนไม้ขีดเป็นเส้นตรงลงบนเตียงนอน ลลิน ซุกหน้าลงกับหมอน ขยับกายหนีความร้อนที่เริ่มไล่ล่า แต่นั่นยังไม่เท่ากับเสียงกัมปนาทที่ดังรบกวนการนิทราอันแสนสุขปัง! ปัง! ปัง!“ลิน! ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนห๊ะ!” เสียงแม่ช้อยทั้งเคาะทั้งตะโกนอยู่หน้าห้อง จนไม้กระดานสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์“ตื่นแล้วค่าาา!” ลลินตะโกนตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า เธอพยายามขุดร่างตัวเองขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย เมื่อคืนนิ้วเจ้ากรรมดันรัวแป้นพิมพ์เขียนนิยายจนเกือบเช้า เพราะภาพเหตุการณ์ ‘ประมาทร่วม’ และใบหน้ากวนประสาทของไอ้เด็กเปรตคนนั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวจนกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดี“ตื่นแล้วก็ลุก! จะมานอนอุตุอยู่ทำไม”แม่ช้อยยืนอยู่หน้าห้อง มือหนึ่งเท้าสะเอว รอลูกสาวตัวดีโผล่หัวออกมาจากถ้ำ“แม่อ่ะ... หนูมาพักผ่อนนะแม่ ขอนอนหน่อยไม่ได้หรือไง”สิ้นเสียงโอดยางคาง บานประตูไม้ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก ลลินเดินก้าวออกมาในสภาพที่ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่องรุงรังจนเกือบจะบังใบหน้า เสื้อสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางที่ใส่นอนเลื่อนหลุดลงมาพาดอยู่ตรงต้นแข
บทที่ 2 เด็กเปรตแสงแดดยามบ่ายทอดลำผ่านทิวสนและสวนมะม่วงสองข้างทาง ลลินลดกระจกรถลงเพื่อรับลมธรรมชาติที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง ความเงียบสงบและกลิ่นสาบดินโชยเข้ามาช่วยให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวจากบทสนทนาเรื่องแฟนเก่าเริ่มเบาบางลง เธอฮัมเพลงในลำคอเบาๆ พลางทอดสายตาชมวิวทิวทัศน์บ้านเกิดอย่างเพลินตา จนเผลอละเลยความระมัดระวังที่ควรจะมีบนถนนลูกรังแคบๆทว่า... ความสุนทรีย์ก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อรถเบนซ์คันงามเคลื่อนมาถึงทางแยกดินแดงบรื้นนนน!!เสียงเบิ้ลเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังสนั่นหู พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มเด็กวัยรุ่นในชุดนักเรียนขาสั้นสีน้ำเงินสามคันรวดที่ซิ่งแข่งกันมาด้วยความคึกคะนอง หนึ่งในนั้นพุ่งพรวดออกมาจากทางแยกตัดหน้าเธอในระยะกระชั้นชิด!เอี๊ยดดดดดดด!!! โครม!!!ลลินเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เสียงยางบดไปกับพื้นดินแดงจนฝุ่นตลบอบอวล แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยแต่ส่งเสียงบาดใจทำเอาหัวใจเธอแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่ฝุ่นจางลง เธอรีบเปิดประตูรถก้าวลงมาดูสภาพ 'ลูกรัก' ของเธอทันทีกรี๊ดดดด! “หน้ารถฉัน!"ลลินแทบคลั่งเมื่อเห็นรอยยุบและรอยถลอกยาวบนกันชนหน้าสีขาวมุก เธอหันขวับไปหาต้นเหตุที่นอนตะแคงอยู่ไม่
บทที่ 1 เบื่อหน่ายท่ามกลางความเงียบงันภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น ลลิน นักเขียนนิยายวายระดับเบสต์เซลเลอร์กำลังทอดร่างระลวยอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาดบัดนี้กลับหม่นแสงลงอย่างคนไร้จุดหมาย เธอถอนหายใจทิ้งครั้งที่ร้อยของวัน พลางจ้องมองหน้าจอแมคบุ๊กที่ว่างเปล่า มีเพียงเคอร์เซอร์กระพริบถถี่ราวกับจะเยาะเย้ยว่าสมองของเธอนั้นตันสนิท“พี่ลินเป็นอะไรคะเนี่ย นอนหมดสภาพเป็นปลาขาดน้ำเลย” ปิ่น เลขาสาวรุ่นน้องหน้าตาสะสวยเดินเข้ามาในห้องพร้อมปึกเอกสารในมือ เธอหยุดยืนมองรุ่นพี่สาววัย 35 ที่ถึงแม้จะอยู่ในชุดลำลองอยู่บ้าน แต่ทรวดทรงองเอวส่วนเว้าส่วนโค้ง โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจไซซ์คัพซีที่ดันรัดรูปเสื้อยืดตัวบางนั้น ก็ยังดูดีจนน่าอิจฉา“พี่เบื่อจังเลยปิ่น... เบื่อไปหมดทุกอย่าง”ลลินกระแทกเสียงใส่ด้วยความขัดใจพลางทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนัน หล่อนตวัดสายตาคมกริบมองคนสนิทอย่างคาดคั้น ราวกับจะโบยตีทุกคนรอบข้างให้พินาศไปพร้อมกับความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เจ้าตัวกำลังเผชิญ“พลอตนิยายที่วางไว้มันดูจืดชืดไปหมด คิดอะไรก็ไม่ออก สมองมันฝืดเหมือนไม่ได้
“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สวัสดีครับนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้กระผม tawan miki จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับคู่รักต่างวัยที่จะมาทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงปนความหมั่นไส้ เตรียมตัวพบกับความวีนเหวี่ยงระดับตัวแม่ และความแสบซนของเด็กหนุ่มวัยฮอร์โมนพลุ่งพล่านกันได้เลยครับ!นางเอก: ลลิน (เจ๊ลิน)อายุ: 35 ปี | สูง170 ซม. / 60 กก. รูปลักษณ์: หุ่นนาฬิกาทรายคัพซี สวยสะพรั่งเกินวัย การแต่งกายมีเทสต์จนเด็กหนุ่มต้องเหลียวมองอาชีพ: นักเขียนนิยายวายระดับเบสต์เซลเลอร์ (สวยและรวยมาก!) นิสัย: สายเหวี่ยง งี่เง่ายืนหนึ่ง และเอาแต่ใจเป็นที่รัก แต่ลึกๆ ขี้เหงาและใจสปอร์ตสุดๆสถานะ เจ๊สายเปย์ ผู้อุปถัมภ์ค่าเทอมให้เด็กหนุ่มจนจบปริญญาพระเอก: เขตต์ อายุ: 18 ปี | สูง 180 ซม. / 70 กก. รูปลักษณ์: สูงใหญ่ ไหล่กว้าง แข็งแรงแบบเด็กวัยรุ่นสายลุยจุดเด่นเฉพาะตัวมี ‘ทีเด็ด’ (ไซซ์ 60++) ที่พร้อมจะกำราบเจ๊สายเปย์ให้ยอมจำนน!นิสัย: อารมณ์ดี ขี้เล่น ขี้อ้อน ยิ่งโดนดุยิ่งชอบ แต่มีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์กับความรักมาก สถานะ: เด็กเลี้ยงที่ไต่เต้ามาเป็นคู่ชีวิต พร้อมใช้แรงงานชดใช้ค่าเทอมให้เมียรุ่นพี่ตลอดชีวิต บ







