LOGINบทที่ 3 ยินดีที่รู้จัก
แสงแดดจัดจ้าของเวลาเกือบเที่ยงส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาปะกนไม้ขีดเป็นเส้นตรงลงบนเตียงนอน ลลิน ซุกหน้าลงกับหมอน ขยับกายหนีความร้อนที่เริ่มไล่ล่า แต่นั่นยังไม่เท่ากับเสียงกัมปนาทที่ดังรบกวนการนิทราอันแสนสุข ปัง! ปัง! ปัง! “ลิน! ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนห๊ะ!” เสียงแม่ช้อยทั้งเคาะทั้งตะโกนอยู่หน้าห้อง จนไม้กระดานสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ “ตื่นแล้วค่าาา!” ลลินตะโกนตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า เธอพยายามขุดร่างตัวเองขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย เมื่อคืนนิ้วเจ้ากรรมดันรัวแป้นพิมพ์เขียนนิยายจนเกือบเช้า เพราะภาพเหตุการณ์ ‘ประมาทร่วม’ และใบหน้ากวนประสาทของไอ้เด็กเปรตคนนั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวจนกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดี “ตื่นแล้วก็ลุก! จะมานอนอุตุอยู่ทำไม”แม่ช้อยยืนอยู่หน้าห้อง มือหนึ่งเท้าสะเอว รอลูกสาวตัวดีโผล่หัวออกมาจากถ้ำ “แม่อ่ะ... หนูมาพักผ่อนนะแม่ ขอนอนหน่อยไม่ได้หรือไง”สิ้นเสียงโอดยางคาง บานประตูไม้ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก ลลินเดินก้าวออกมาในสภาพที่ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่องรุงรังจนเกือบจะบังใบหน้า เสื้อสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางที่ใส่นอนเลื่อนหลุดลงมาพาดอยู่ตรงต้นแขนขาวเนียน เผยให้เห็นผิวละเอียดลออที่ดูขัดกับสภาพบ้านไม้หลังเก่า ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววมั่นใจ บัดนี้หรี่ปรือเลื่อนลอยมองแม่ที่ยืนแยกเขี้ยวใส่ด้วยความงัวเงียจัด เธอพิงไหล่เข้ากับขอบประตูอย่างคนไม่มีแรงจะยืน ท่าทางประท้วงแบบเด็กเอาแต่ใจเรียกเสียงฮึดฮัดจากคนเป็นแม่ได้ทันตาเห็น “พักผ่อนน่ะได้ แต่พยาธิในท้องแกมันจะตายเอา มันจะเที่ยงแล้วลิน ลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วลงมากินข้าวกินปลา แม่ทำแกงส้มชะอมทอดไว้ให้” “จ้าๆ หนูลุกแล้วจ้าแม่...”ลลินส่งเสียงยานคางตอบรับพลางบิดขี้เกียจจนตัวโก่ง เธอทำปากยื่นปากยาวใส่คนเป็นแม่ที่ยืนค้ำเอวรออยู่หน้าประตูอย่างนึกหมั่นไส้ ดวงตาคู่สวยยังลืมขึ้นไม่เต็มตานัก ผมเผ้ายุ่งเหยิงพันกันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงตามประสาคนนอนดิ้น หญิงสาวฝืนพาตัวเองลุกออกจากเตียงนุ่มที่แสนรัก ก่อนจะเดินโงนเงนสะเปะสะปะเข้าห้องน้ำไปคล้ายคนยังไม่ได้สติ มือเรียวข้างหนึ่งคว้าผ้าเช็ดตัวมาพาดบ่าอย่างลวกๆ ทิ้งให้แม่ช้อยยืนส่ายหัวพลางอมยิ้มให้กับความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของลูกสาว หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดเอี่ยม กลิ่นสบู่หอมฟุ้งช่วยบรรเทาความคุกรุ่นในใจลงได้บ้าง ลลินในชุดเดรสตัวสวยเดินนวยนาดออกมานั่งที่โต๊ะไม้ใต้ถุนบ้าน มองดูสำรับอาหารพื้นบ้านที่แม่จัดเตรียมไว้ให้ด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอก แม้ปากจะร้ายแต่แม่ก็รู้ใจเธอที่สุดเสมอ “กินข้าวเสร็จแล้วจะไปร้านกาแฟก็รีบไปเสียล่ะ วันเสาร์อาทิตย์แบบนี้คนมันเยอะ เดี๋ยวจะไปนั่งหงุดหงิดใส่เขาอีก” แม่ช้อยพูดเปรยๆ พลางหยิบตะกร้าเตรียมตัวออกไปทำงานสวน “รู้แล้วจ้าแม่ ขอหนูกินข้าวให้อิ่มก่อนสิ” ลลินตอบรับสั้นๆ พลางคีบกับข้าวเข้าปาก ความอร่อยของรสมือแม่ทำให้เธอก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกือบลืมเรื่องกวนใจเมื่อเช้าไปเสียสนิท “เอ่อ... งั้นแม่ไปสอยมะพร้าวมาทำขนมก่อนนะ นึกอยากกินตะโก้ขึ้นมาพอดี” “จ้าแม่” เมื่อจัดการอาหารตรงหน้าจนเรียบอาวุธ ลลินก็จัดการเก็บล้างจานชามอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าและโน้ตบุ๊กคู่ใจ เป้าหมายของเธอคือการหาที่เงียบๆ นั่งปั่นต้นฉบับที่ค้างคา รถเบนซ์สีขาวคู่ใจทะยานออกจากบ้านสวนมุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟชื่อดังที่แม่แนะนำ แม้ลึกๆ ในใจจะแอบหวั่นใจกับการต้องเผชิญหน้ากับ 'อดีต' อย่าง สิน แต่ความอยากดื่มคาเฟอีนและต้องการที่ทำงานดีๆ นั้นมีมากกว่า ร้านกาแฟที่แม่พูดถึงตั้งเด่นอยู่ริมถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอ ตัวร้านตกแต่งสไตล์นอร์ดิกดูทันสมัยตัดกับฉากหลังที่เป็นทุ่งนาสีเขียวขจี รถเบนซ์สีขาวเคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าคาเฟ่ ลลินมองรอยบุบตรงกันชนหน้าผ่านกระจกมองข้างแล้วถอนหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิดเธอจัดแจงหยิบแว่นกันแดดราคาแพงขึ้นมาสวม ไม่ใช่เพื่อกันแดดเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อปกปิดสายตาที่เริ่มไหวระริกเมื่อรู้ว่าเจ้าของร้านแห่งนี้คือใคร เสียงกระดิ่งหน้าร้านดัง กรุ๊งกริ๊ง ทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไป กลิ่นคั่วกาแฟหอมกรุ่นและแอร์ที่เย็นฉ่ำช่วยปลอบประโลมความว้าวุ่นได้เพียงชั่วครู่ ลลินพยายามรักษามาดนางพญาให้มั่นคงที่สุด แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นคลอนเมื่อภาพอดีตเริ่มซ้อนทับกับปัจจุบัน “ยินดีต้อนรับครับ... อ้าว ลิน! กลับมาบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่”เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ สิน ชายหนุ่มที่เป็นทั้งอดีตอันแสนหวานและบาดแผลในใจ เขายังคงดูดีในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล รอยยิ้มที่ส่งมาให้นั้นดูอบอุ่นและเป็นมิตรเสียจนลลินรู้สึกหน่วงในอก “เมื่อวาน” เธอตอบสั้นๆ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะขยับไปนั่งที่โต๊ะมุมร้านตามการเชื้อเชิญ ไม่นานนัก สินก็เดินกลับมาพร้อมแก้วเอสเปรสโซ่ร้อนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น รสชาติเข้มข้นและระดับความหวานน้อยที่พอดีเป๊ะเหมือนรู้ใจกันมานานแสนนานถูกวางลงตรงหน้า ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับถูกแทรกซึมด้วยความเย็นเยียบ เมื่อหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาเคียงข้างเขา “ลิน... นี่ ของขวัญ แฟนเราเอง” สินแนะนำด้วยแววตาภาคภูมิใจ “สวัสดีค่ะคุณลิน ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ พี่สินเล่าเรื่องคุณลินให้ฟังบ่อยๆ” ของขวัญเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มใสซื่อที่ทำให้ลลินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางมารร้ายในนิยายที่เธอเขียน “สวัสดีค่ะคุณของขวัญ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” ลลินฝืนยิ้มตอบตามมารยาททางสังคมที่ฝึกฝนมาอย่างดี ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะขอตัวไปดูแลลูกค้ารายอื่น ทิ้งความเงียบงันที่น่าอึดอัดไว้ระหว่างคนสองคนที่เคยรักกันมาก่อน “สบายดีไหมลิน”สินเอ่ยถามพร้อมกับดึงเก้าอี้ไม้ออกแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมคู่นั้นยังคงฉายแววอาทรและอ่อนโยนในแบบที่ลลินเคยแพ้พ่ายมาเสมอ แววตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ได้รับการดูแล ไม่ใช่นักเขียนสาววัย 35 ที่โลกส่วนตัวสูงและขี้วีนแบบที่เป็นอยู่ “สบายดี... สบายดีกว่าตอนคบกับเธอเยอะ” ลลินตวัดเสียงแว้ดใส่ตามนิสัยช่างประชดประชัน เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อรักษามาดนางพญา แต่หยดน้ำตาใส ๆ กลับเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตาจนร้อนผ่าว เธอจึงรีบเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความอ่อนแอ “โธ่ลิน... เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้วนะ หายโกรธเราเถอะนะคนดี” คำเรียกขานที่แสนคุ้นเคยหลุดออกมาจากปากอดีตคนรักอย่างลืมตัว “ถ้าเธอเป็นเรา เธอก็จะพูดเหมือนเรานั่นแหละสิน” ลลินหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา บาดแผลที่ถูกเย็บปิดไว้ด้วยเข็มแห่งกาลเวลาดูเหมือนจะปริแตกออกมาอีกครั้ง “ความเจ็บปวดน่ะ... มันไม่ได้มลายหายไปเพียงเพราะเข็มนาฬิกามันเดินผ่านไปหรอกนะ” “เราเข้าใจ... เอาเป็นว่าเราขอโทษจริง ๆ สำหรับเรื่องทั้งหมดที่เคยทำพังไป” สินทอดเสียงอ่อนอย่างสำนึกผิด เขารู้ดีว่าความผิดพลาดในอดีตของเขาคือชนักติดหลังที่ไม่อาจแก้ไข “อืม... ช่างมันเถอะ ไปขายกาแฟไป เราจะทำงานแล้ว” ลลินตัดบทพลางเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กขึ้นมาตั้งตระหง่านไว้ตรงหน้า เพื่อใช้เป็นป้อมปราการกำบังหัวใจที่กำลังสั่นไหว “รู้แล้ว เดี๋ยวเราให้ของขวัญเอาเค้กมาให้ชิมนะ เธอรอแป๊บนึง” “ไม่เป็นไรสิน เราไม่อยากกิน” เธอปฏิเสธเสียงแข็งโดยไม่เงยหน้าจากจอ “ไม่ได้ลิน เค้กนี่ของขวัญเขาตั้งใจทำมากนะ” สินยังคงดึงดันด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินผละออกไปทางเคาน์เตอร์ ทิ้งให้ลลินจมอยู่กับเสียงเคาะคีย์บอร์ดที่ว่างเปล่า เพราะในสมองของเธอตอนนี้ไม่มีพล็อตนิยายเรื่องไหนนอกจากเรื่องราวของชายที่เพิ่งเดินจากไป ไม่กี่นาทีต่อมา สินเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งด้วยมือเปล่า “เอ่อ... รอนิดนึงนะลิน พอดีของขวัญเขากำลังตัดเค้กใส่จานอยู่ ลูกค้าหน้าร้านเพิ่งเข้าเยอะน่ะ” “เราบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องลำบากหรอก” ลลินพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ เธอรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่ต้องรับรู้ว่าคนรักใหม่ของเขากำลังเตรียมของหวานมาให้เธอทาน “รออีกนิดเดียวเอง อย่าเพิ่งรีบไปไหนสิ” สินพยายามรั้งไว้ด้วยน้ำเสียงที่อ้อนวอนอยู่ในที แววตาของเขาดูเหมือนมีคำพูดนับพันที่ยังไม่ได้บอกเธอ 📢 ประกาศจากใจไรท์! E-Book "ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก" วางแผงแล้วจ้าาา! 💖 สวัสดีครับนักอ่านที่รักทุกคน! วันนี้ที่รอคอยมาถึงแล้ว น้องวางขายบน M*B เรียบร้อยแล้วนะ ใครที่รอเก็บเล่มเต็มไปฟินยาวๆ ห้ามพลาดเลย! 🛒 จิ้มรับน้องมาดูแลได้ที่นี่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyMDcxMyI7fQ เนื้อหาทั้งหมด23 ตอน ตอนหลัก 21 ตอนพิเศษสุดฟิน 2 ตอน ความหนา: 263 หน้า (จุใจกว่า 45,000+ คำ!) 💸ราคาน่ารัก: เพียง 69 บาท เท่านั้น!💸 🍎 Trick สำหรับชาว iOS: แนะนำซื้อผ่าน Safari หรือหน้าเว็บ M*b โดยตรง จะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อผ่าน App นะครับ! 📅 สำหรับสายอ่านรายตอน อัปทุกวันจนจบ! หลังจบจะติดเหรียญ (เปิดอ่านฟรี 7 วันเหมือนเดิม) สาย NC: หลังลง 2 วัน จะติดเหรียญถาวรนะครับ เตรียมตัวให้พร้อม! 💬 คุยกับไรท์ได้ที่ อ่านจบแล้วชอบไม่ชอบตรงไหน ฝากกด ❤️ หรือรีวิวติชมได้เต็มที่เลยครับ 📌 TikTok: Tawan miki 📧 มีปัญหาเรื่องการซื้อ? ติดต่อแอดมิน M*B ได้ที่ support@mebmarket.com (ไวปรู๊ดปร๊าดแน่นอน!) ขอบคุณที่เอ็นดูเด็กๆ ของผมนะครับ รักทุกคนเลย! 🙏🥰✨บทที่ 21ขอบคุณนะ (จบ)ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีขุนเขานับพันลูกมาทับไว้ ของขวัญมองสบตาสินอย่างขอความเห็นและความช่วยเหลือ ในขณะที่เขตต์ยังคงกุมมือลลินไว้ไม่ยอมปล่อย... ต่อให้ต้องเผชิญกับเรื่องใหญ่แค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจคนนี้อีกเป็นอันขาด“ขวัญ... พาลูกไปพักผ่อนก่อนไป พี่ขอคุยกับลินตามลำพังหน่อย”น้ำเสียงนิ่งเรียบของสินแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงฉับพลัน ของขวัญมองสบตาลูกชายด้วยความกังวลก่อนจะแตะไหล่เขตต์เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เดินออกไป เด็กหนุ่มฮึดฮัดแสดงท่าทีขัดใจ เขาไม่อยากทิ้งลลินไว้ให้เผชิญหน้ากับพ่อเพียงลำพัง ทว่าแรงบีบกระชับที่ฝ่ามือเรียวเป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการได้ ทำให้เขตต์ยอมก้าวถอยออกไปอย่างจำใจเมื่อความวุ่นวายจางหายไป เหลือเพียงอดีตคนรักที่สถานะเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนสนิท ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ก็ดูจะหนาหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สินเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ทอดถอนสายตามองออกไปยังทุ่งนากว้างใหญ่ แผ่นหลังที่เคยดูแข็งแกร่งบัดนี้กลับดูเคร่งขรึมและแบกรับความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย“เธอคิด
บทที่ 19 ปรับความเข้าใจ 18+ท่ามกลางความเงียบสงัดของบ้านไม้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดร้องสอดประสานกับเสียงลมพัดใบไม้ไหวรอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา ลลินยังคงซบใบหน้าชื้นน้ำตาอยู่กับแผงอกกว้างของเขตต์ กลิ่นหอมจางๆ จากกายหนุ่มและความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เคยโหยหาช่วยประคองสติที่แตกกระเจิงของเธอให้ค่อยๆ กลับคืนมา“เขตต์... ปล่อยพี่ก่อน พี่มีเรื่องต้องบอกเธอ” ลลินผละออกเล็กน้อย แม้ดวงตาจะยังบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก แต่แววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิมเขตต์ยอมคลายอ้อมกอดอย่างว่าง่าย ทว่ามือหนายังคงเกาะเกี่ยวและกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยเพียงวินาทีเดียว ร่างตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่นั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ทว่าคราวนี้บรรยากาศคุกรุ่นด้วยโทสะกลับถูกแทนที่ด้วยความหม่นเศร้าและความจริงที่รอการเปิดเผย“ที่พี่หายไป... ที่พี่ผลักไสนายว่าเราไม่คู่ควรกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องช่องว่างของอายุหรอกนะเขตต์” ลลินเริ่มเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องเริ่มแตะต้องแผลเป็นในใจที่เธอซ่อนไว้ลึกที่สุด“แต่มันเป็นเพราะพี่เคย... พี่เคยคบกับพ่อของเธอมาก่อน”ประโยคสา
บทที่ 18 หมาโบ้ลลินทรุดกายลงนั่งบนเบาะหนังราคาแพงภายในรถเบนซ์คู่ใจ ทันทีที่ประตูปิดสนิทตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงแห่งความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างมาตลอดชีวิตก็พังครืนลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี นางพญาผู้เคยสง่างามปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงมไปทั่วห้องโดยสารคือเสียงของความพ่ายแพ้เธอแพ้แล้วจริงๆ... พ่ายแพ้ต่อความขี้ขลาดของตัวเอง พ่ายแพ้ต่อกาลเวลา และพ่ายแพ้ต่อกำแพงความเหมาะสมที่เธอเป็นคนก่อมันขึ้นมาเองกับมือเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ลลินปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับหยดน้ำตา ความมืดมิดภายนอกปกคลุมจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่ต่างจากอนาคตของเธอในตอนนี้ มือเรียวที่สั่นเทาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อกดหาแม่ช้อย หวังเพียงจะบอกลาเพื่อกลับไปซ่อนตัวที่กรุงเทพฯ เหมือนคนขี้แพ้ที่ต้องการหลบไปเลียแผลใจก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะกระจกที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้ลลินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตาปรกๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้ปกติที่สุด ก่อนจะกดลดกระจกลงอย่างรวดเร็ว“เอ่อ... ฉันขอโทษที่จอดนานไปหน่อย ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ลลินรัวคำพูดออกมาโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา
บทที่ 17 ยอมแพ้แล้วความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาทั้งวันทำให้ลลินไม่อาจอยู่นิ่งได้ ความเงียบในบ้านสวนยามเย็นกลับยิ่งทวีคูณเสียงสะท้อนของความเย็นชาที่เขตต์มอบให้เธอเมื่อเช้า จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจคว้ากุญแจรถเบนซ์คู่ใจ วนกลับมาที่ร้านกาแฟของสินอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่อาจเป็นเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนากว่าเดิม แต่หัวใจที่วูบไหวกลับสั่งให้เธอต้องลองเสี่ยงดูอีกสักตั้งทว่าเมื่อล้อรถหยุดสนิทที่หน้าร้าน บรรยากาศกลับเงียบเหงาผิดปกติ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่เคยอบอวลจางหายไป เหลือเพียงแสงแดดสุดท้ายที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้ที่ถูกปิดลง มีเพียง สิน และ ของขวัญ ภรรยาคนปัจจุบันของเขาที่กำลังช่วยกันเก็บเก้าอี้และคล้องกุญแจหน้าร้านอย่างขะมักเขม้น“อ้าวลิน... กลับมาสุพรรณตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นส่งข่าวเลย” สินทักขึ้นด้วยน้ำเสียงมิตรภาพและรอยยิ้มอย่างคนเคยคุ้น“เมื่อวานนี้เอง พอดีมีธุระที่บ้านนิดหน่อย” ลลินตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แววตาคู่สวยแอบกวาดมองผ่านกระจกร้านเข้าไปด้านในเพื่อหาเงาของเด็กหนุ่มที่เธอโหยหา แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดสลัวภายในร้าน“โทษทีนะล
บทที่ 16 รสชาติของการถูกเมินแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนาน กลิ่นดินและไอน้ำค้างยามเช้าลอยอบอวลไปทั่วบ้านสวน ลลินลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม ความอ่อนล้าจากวันวานถูกแทนที่ด้วยความกระวนกระวายใจที่สั่งให้เธอรีบดีดตัวออกจากที่นอนตั้งแต่ไก่โห่เธอสลัดความง่วงงุนทิ้งไป จัดการอาบน้ำแต่งกายด้วยชุดลำลองเรียบง่ายทว่ายังคงดูสง่างาม ก่อนจะก้าวลงจากบ้านไม้ด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบจนไปปะทะเข้ากับแม่ช้อยที่กำลังตักบาตรเสร็จพอดี“อ้าว!ตื่นเช้าก็เป็นรึ” แม่ช้อยถึงกับหยุดกะพริบตาปริบๆ มองบุตรสาวอย่างไม่เชื่อสายตา“ปกติกว่าจะคลานออกจากมุ้งได้ก็ตะวันโด่งนู่น”“จะรีบไปไหนแต่เช้าล่ะเรา?”“ไปซื้อกาแฟร้านสินจ้ะแม่” ลลินตอบเลี่ยงๆ ทว่าแก้มใสกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอจงใจหยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาคล้องไหล่เพื่อปกปิดอาการประหม่า“มันยังไม่ทันจะเปิดหรอก เจ้าสินน่ะเปิดร้านสายจะตายไป จะรีบไปทำไมตอนนี้” หญิงชราส่ายหน้าพลางพึมพำกับตัวเอง“เอ่อ...หนูจะไปหาสถานที่แต่งนิยายด้วยจ้ะแม่ อยู่ในห้องแล้วหัวมันไม่แล่น อยากได้บรรยากาศสดชื่นๆ หน่อย” ลลินหยิบยกงานที่เธอ
บทที่ 15 ทำตามหัวใจกาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม นับตั้งแต่วันที่ลลินตัดสินใจหันหลังให้กับบ้านสวนที่สุพรรณบุรีในเย็นวันนั้น... วันที่เธอหอบเอาหัวใจที่บอบช้ำและเศษเสี้ยวความทรงจำอันกระจัดกระจายกลับสู่เมืองกรุงอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของแม่ช้อยที่ตามอารมณ์บุตรสาวไม่ทัน ลลินเลือกที่จะขังตัวเองอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตัดขาดจากบรรยากาศร่มรื่นของทุ่งนาและกลิ่นอายดินที่เคยคุ้นเธอใช้แสงสีเทาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโลกมายาในตัวอักษรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อหวังจะใช้มันลบเลือนใบหน้าคมเข้มและนัยน์ตาตัดพ้อของเด็กหนุ่มที่ชื่อ 'เขตต์' ออกไปจากมโนสำนึกทว่ายิ่งหนี... เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงขังที่ตัวเองสร้างขึ้นเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอของ 'ปิ่น' เลขาสาวคนสนิทดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัดและเย็นเฉียบด้วยไอเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเจ้านายสาวที่ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา“พี่ลิน... ไม่คิดจะออกไปไหนบ้างเลยเหรอคะ?” ปิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจพลางมองกองเอกสารและถ้วยกาแฟที่วางระเกะระกะ “ตั้งแต่พี่กลับมาจากสุพรรณวันนั้น พี่







